- หน้าแรก
- โคตรจะเหลือเชื่อ เพิ่งเปลี่ยนอาชีพก็อัญเชิญพญามังกรฟ้าดับสูญโลกา
- บทที่ 710 - ซ้อนกล! หนทางขรุขระ!
บทที่ 710 - ซ้อนกล! หนทางขรุขระ!
บทที่ 710 - ซ้อนกล! หนทางขรุขระ!
บทที่ 710 - ซ้อนกล! หนทางขรุขระ!
ในเมื่อรู้แล้วว่าจางเฉียงกับทาลิสจงใจรั้งอยู่ที่นี่เพื่อจะหาเรื่องเขา หวังเฉินก็ไม่มีความจำเป็นต้องเกรงใจอีกต่อไป
หลังจากที่พูดประโยคเมื่อครู่นี้จบ หวังเฉินก็หมุนตัวเดินจากไปทันที
ก่อนไป เขาก็ได้ทิ้งท้ายไว้อีกประโยคหนึ่ง
"ถ้าไม่อยากตาย ก็อย่ามาขวางทางฉัน"
"วินาทีที่พวกแกเข้ามาขวาง มันก็เท่ากับพวกแกได้ประกาศศึกกับฉันแล้ว"
"และเมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น ไม่ฝ่ายแกก็ฝ่ายฉัน ที่จะต้องตายกันไปข้างนึง"
"เพราะฉะนั้น ก่อนจะลงมือขวางทางฉัน ก็หัดใช้สมองคิดไตร่ตรองดูให้ดีๆ ก่อนล่ะ"
ในระหว่างที่พูด หวังเฉินก็หันหลังเดินมาจนถึงทางเข้าแล้ว
เฉินเสี่ยวอวี่เดินตามเขาไปติดๆ อย่างว่าง่าย
สีหน้าของยอดฝีมือทั้งสองอย่างจางเฉียงและทาลิสทะมึนตึงสุดๆ
อยากจะลงมือใจแทบขาด แต่จางเฉียงเป็นคนระมัดระวังตัวมาก เขาใช้ศาสตร์ส่งสารสื่อสารกับทาลิสทันที "อย่าเพิ่งผลีผลามบุ่มบ่ามไป"
"แล้วจะปล่อยให้เหยื่อมันหนีไปต่อหน้าต่อตาแบบนี้เหรอ?"
"ถ้าเราล่าไอ้สองคนนี้ได้สำเร็จ ทรัพยากรบนตัวพวกมันก็มีมากพอให้พวกเราแบ่งกันใช้ได้อย่างอิ่มหนำสำราญเลยนะ"
ทาลิสแสดงความลังเลอย่างเห็นได้ชัด และตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงร้อนรน
ใช่แล้ว...
ภายในเวลาไม่กี่นาทีสั้นๆ ทาลิสกับจางเฉียงที่แต่เดิมเป็นศัตรูกัน กลับแอบตกลงปลงใจที่จะร่วมมือกันเพื่อจัดการกับหวังเฉินเสียแล้ว
เพียงแต่นักฝึกอสูรที่อยู่ตรงหน้านี้ มันดูมีลับลมคมนัยชอบกล
จนทำให้จางเฉียงไม่กล้าบุ่มบ่ามลงมือสุ่มสี่สุ่มห้า
แต่ถ้าไม่ลงมือ ทาลิสก็คงจะเจ็บใจแย่
ยิ่งศัตรูดูอันตรายมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ามันต้องมีทรัพยากรซุกซ่อนอยู่มากเท่านั้น
ถ้าหากสามารถฆ่าศัตรูตัวฉกาจแบบนี้ได้ล่ะก็ ผลตอบแทนที่ได้กลับมาก็ย่อมต้องคุ้มค่าเหนื่อยอย่างแน่นอน
อย่างที่เขาว่ากันว่า ลาภยศมักมาพร้อมกับความเสี่ยง ทาลิสเชื่อเสมอว่า ถ้าอยากรวยก็ต้องกล้าเสี่ยง
ตอนนี้ต่อให้รู้ทั้งรู้ว่าหวังเฉินคนนี้ไม่ธรรมดา แต่เขาก็อยากจะลองเสี่ยงดูสักตั้ง
"ใจเย็นๆ ก่อน"
"เมื่อกี้ฉันแอบใช้ไอเทมพิเศษทำเครื่องหมายไว้ที่ตัวหวังเฉินแล้ว"
"ตอนนี้การเคลื่อนไหวของมัน เราก็สามารถตามติดได้หมดทุกฝีก้าวแล้ว"
"เราก็แค่คอยสะกดรอยตามมันไปห่างๆ ก็พอ"
"รอให้จังหวะเหมาะๆ ค่อยลงมือก็ยังไม่สาย"
"แถมตอนนี้ลูกน้องเราก็กำลังวิ่งไล่กวดไอ้เปาต้าเถียนอยู่อีก"
"รอให้พวกมันกลับมารวมตัวกันให้ครบก่อน แล้วค่อยเปิดศึกจัดการกับหวังเฉินทีเดียวเลย"
จางเฉียงอธิบายแผนการของตนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
นี่คือวิธีที่ปลอดภัยและรัดกุมที่สุดแล้ว
ต่อให้ทาลิสจะไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่สุดท้ายก็ต้องยอมคล้อยตามคำแนะนำของจางเฉียงอยู่ดี
เพราะเขารู้ดีว่า ขืนบุกเข้าไปลุยเดี่ยวๆ ก็คงไม่มีปัญญาเอาชนะหวังเฉินได้หรอก
……
"พวกนั้นยอมปล่อยให้เราเดินออกมาง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอเนี่ย"
หลังจากที่เดินห่างออกมาจากจุดนั้นแล้ว เฉินเสี่ยวอวี่ก็เอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ
พูดก็พูดเถอะ
เมื่อกี้นี้เฉินเสี่ยวอวี่คิดว่าทั้งสองฝ่ายต้องเปิดฉากซัดกันแน่ๆ
เธอเองก็เตรียมตัวพร้อมลุยเต็มที่แล้วเหมือนกัน
มือก็คว้าไอเทมต่างๆ ออกมาเตรียมพร้อมใช้งานได้ทุกเมื่อ
แต่ใครจะไปนึกว่าอีกฝ่ายจะยอมปล่อยให้พวกเธอสองคนเดินออกมาได้อย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนซะงั้น ผิดคาดไปหมดเลยแฮะ
"ไอ้สองคนนั้นมันรอบคอบเกินไปหน่อย"
"ถ้าเกิดพวกมันบุ่มบ่ามบุกเข้ามาเลยล่ะก็ ฉันคงปวดหัวน่าดู"
"นึกไม่ถึงเลยว่าพวกมันจะยอมปล่อยให้เราเดินออกมาง่ายๆ แต่ก็นะ นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะยอมปล่อยพวกเราไปจริงๆ หรอก"
"ถ้าไม่มีอะไรพลิกโผนะ พอพวกเราเดินห่างออกมาอีกหน่อย ก็คงมีใครบางคนคอยสะกดรอยตามพวกเรามาแน่ๆ"
"แล้วเมื่อกี้ฉันก็ตาไวเหลือบไปเห็นไอ้จางเฉียงนั่นแอบหยิบอะไรบางอย่างขึ้นมาเล็งมาทางฉันด้วย"
"น่าจะเป็นไอเทมพวกสะกดรอยอะไรทำนองนั้นแหละ"
หวังเฉินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบขณะเดินไปข้างหน้า
"นายหมายความว่า ตอนนี้เราโดนพวกมันทำเครื่องหมายสะกดรอยไว้แล้ว แล้วทุกฝีก้าวที่เราเดินก็ตกอยู่ในสายตาพวกมันหมดเลยงั้นเหรอ?"
เฉินเสี่ยวอวี่ถามด้วยความอยากรู้
"ใช่แล้วล่ะ"
"หลังจากนี้พวกมันคงจะจับตาดูทุกการเคลื่อนไหวของพวกเราเลยแหละ"
หวังเฉินพยักหน้าตอบ
"ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็แย่น่ะสิ?"
"พวกมันรู้ความเคลื่อนไหวของเราหมดแบบนี้ นึกอยากจะลอบกัดพวกเราเมื่อไหร่ก็ได้สบายๆ เลยนี่นา"
เฉินเสี่ยวอวี่รู้สึกสงสัยว่าทำไมหวังเฉินถึงยังดูชิลๆ ไม่สะทกสะท้านอะไรเลย
โดนจับตาดูอยู่แท้ๆ ตามหลักแล้วมันก็ต้องรีบหาวิธีลบเครื่องหมายนั่นทิ้งไม่ใช่เหรอ?
แต่ดูจากท่าทางของหวังเฉินแล้ว เหมือนไม่ได้มีความคิดแบบนั้นอยู่ในหัวเลยสักนิด
"แต่ถ้าลองคิดมุมกลับกันดูสิ..."
"พวกมันรู้ที่อยู่เรา ก็ต้องตามล่าเราแน่ๆ"
"ถ้าอย่างนั้น เราก็แค่ซ้อนกล หลอกล่อพวกมันไปในที่ที่พวกเราได้เปรียบซะก็สิ้นเรื่อง"
"เพราะงั้น ไม่ต้องตกใจไปหรอก แล้วก็ไม่ต้องลบเครื่องหมายบ้าบอนั่นด้วย"
"เครื่องหมายนี่แหละที่จะกลายเป็นไพ่ตายของเรา"
หวังเฉินพูดพร้อมรอยยิ้ม
เฉินเสี่ยวอวี่พยักหน้า
เอาเถอะ...
ดูเหมือนว่านายหวังเฉินคนนี้จะวางแผนรับมือไว้หมดแล้วตั้งแต่ต้นจนจบ คงไม่มีอะไรให้เธอต้องมานั่งกังวลแล้วล่ะ
คนอื่นคิดจะฆ่าหวังเฉิน แต่หวังเฉินเองก็คงจะคิดหาวิธีตลบหลังเพื่อฆ่าอีกฝ่ายกลับไปเหมือนกันนั่นแหละ
ก็คงต้องมารอดูกันว่า ใครจะมีชั้นเชิงที่เหนือกว่ากัน
เฉินเสี่ยวอวี่ยังคงเชื่อมั่นในตัวหวังเฉินอยู่มาก ก็แหงล่ะ ผู้ชายคนนี้คือคนที่เธอแอบมีใจให้นี่นา
ช่วงเวลาที่ผ่านมา เฉินเสี่ยวอวี่ก็เริ่มชัดเจนกับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อหวังเฉินมากขึ้นแล้ว
เธอจำต้องยอมรับว่า ตัวเองตกหลุมรักผู้ชายที่แสนจะสุขุมและเยือกเย็นคนนี้เข้าอย่างจัง
พูดก็พูดเถอะ ก่อนหน้านี้...
เฉินเสี่ยวอวี่เคยเจอพวกที่เรียกตัวเองว่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์มาแล้วนับไม่ถ้วน
พอพวกอัจฉริยะรุ่นเยาว์พวกนั้นรู้ว่าเธอเป็นลูกศิษย์ของเทพธิดาจันทรากระจ่าง ก็พากันเกาะติดเธอหนึบหนับหยั่งกะปลิงเลยทีเดียว
แน่นอนล่ะว่า ในหมู่พวกนั้นก็มีคนที่หลงรักเฉินเสี่ยวอวี่ด้วยใจจริงอยู่บ้าง
แต่เฉินเสี่ยวอวี่กลับไม่ได้รู้สึกอะไรกับพวกเขาเลยสักนิด
เมื่อต้องเผชิญกับการตามจีบของพวกอัจฉริยะรุ่นเยาว์เหล่านั้น เฉินเสี่ยวอวี่ก็มักจะเมินเฉยใส่เสมอ
ในตอนนั้น เรื่องราวที่เหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์ตามจีบเฉินเสี่ยวอวี่ในโรงเรียน ก็เป็นที่โจษจันกันไปทั่ว จนทำให้สาวๆ หลายคนพากันอิจฉาตาร้อน
สาวๆ พวกนั้นต่างก็อิจฉาเฉินเสี่ยวอวี่ ที่มีอาจารย์เก่งกาจคอยหนุนหลัง แถมยังมีทั้งหน้าตาที่สะสวยและรูปร่างที่สมส่วนอีกต่างหาก
นอกเสียจากความสูงที่ค่อนข้างเตี้ยแล้ว ก็แทบจะหาที่ติไม่ได้เลย
แต่พอเห็นเฉินเสี่ยวอวี่ทำหน้าบูดบึ้งใส่พวกอัจฉริยะรุ่นเยาว์พวกนั้น หลายคนก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ผู้ชายแบบไหนกันนะที่จะสามารถคว้าหัวใจของเฉินเสี่ยวอวี่ไปครองได้?
คงจะต้องเป็นยอดอัจฉริยะเหนือคนทั่วไปแน่ๆ
ไม่อย่างนั้น จะไปคู่ควรกับเฉินเสี่ยวอวี่คนนี้ได้ยังไงกันล่ะ?
แต่ตอนนี้...
เฉินเสี่ยวอวี่กลับรู้สึกว่า ตัวเองต่างหากที่ไม่คู่ควรกับผู้ชายที่เธอแอบรัก
ถ้าเพื่อนร่วมชั้นในอดีตของเฉินเสี่ยวอวี่ มารู้เข้าว่ายอดหญิงฟ้าประทานอย่างเธอกำลังคิดแบบนี้อยู่ล่ะก็ คงต้องอ้าปากค้างกันเป็นแถบๆ แน่
ก็แน่ล่ะ ในสายตาของพวกเขา เฉินเสี่ยวอวี่คือยอดหญิงฟ้าประทานที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติไปแล้วนี่นา
แต่ผลลัพธ์คือ ยอดหญิงฟ้าประทานคนนี้ กลับรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรกับผู้ชายคนหนึ่งซะงั้น
แล้วผู้ชายคนนั้นมันจะเพอร์เฟกต์ขนาดไหนกันเชียว
เฉินเสี่ยวอวี่อ้าปากเตรียมจะพูด
เธออยากจะพูดอะไรสักอย่าง
แต่สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะเงียบ
เพราะเฉินเสี่ยวอวี่รู้ดีว่า หากเธอเอ่ยปากเปิดเผยความรู้สึกของตัวเองออกไป ช่วงเวลาดีๆ แบบนี้ก็อาจจะมลายหายไปในพริบตา
เธอยังไม่อยากได้ยินคำปฏิเสธจากปากของหวังเฉินเร็วเกินไปนัก
จึงทำได้เพียงทอดถอนใจออกมาเบาๆ
เส้นทางความรักของหญิงสาวอย่างฉันนี่มันช่างขรุขระซะจริงๆ เลย!
(จบแล้ว)