- หน้าแรก
- โคตรจะเหลือเชื่อ เพิ่งเปลี่ยนอาชีพก็อัญเชิญพญามังกรฟ้าดับสูญโลกา
- บทที่ 653 - เทือกเขาภูเขาไฟสีชาด! ขุมทรัพย์วิญญาณปรากฏ?
บทที่ 653 - เทือกเขาภูเขาไฟสีชาด! ขุมทรัพย์วิญญาณปรากฏ?
บทที่ 653 - เทือกเขาภูเขาไฟสีชาด! ขุมทรัพย์วิญญาณปรากฏ?
บทที่ 653 - เทือกเขาภูเขาไฟสีชาด! ขุมทรัพย์วิญญาณปรากฏ?
การตายของลากอร์
บวกกับการทำลายตัวเองของเหล่าองครักษ์มังกรยักษ์
ถือเป็นการประกาศว่าพายุแห่งการแย่งชิงสมบัติในครั้งนี้ได้ยุติลงชั่วคราวแล้ว
ทำไมถึงบอกว่าชั่วคราวน่ะหรือ?
เหตุผลง่ายมาก
เบื้องหลังของลากอร์นั้นมีมังกรยักษ์คลุ้มคลั่งผู้ทรงพลังคอยหนุนหลังอยู่น่ะสิ
ว่ากันว่ามังกรยักษ์คลุ้มคลั่งตัวนั้นโปรดปรานลากอร์เป็นอย่างมาก การที่ลากอร์มีสถานะแบบก่อนหน้านี้ได้ ทั้งหมดก็เป็นเพราะมีมังกรยักษ์คลุ้มคลั่งตัวนี้คอยคุ้มครอง ถึงได้ทำให้เขากล้าทำตัวโอหังขนาดนี้
และในตอนนี้
ลากอร์ตายแล้ว เหล่าองครักษ์มังกรยักษ์ก็ตายแล้ว
หากมังกรยักษ์คลุ้มคลั่งตัวนั้นรับรู้เรื่องนี้ ย่อมไม่มีทางปล่อยผ่านไปง่ายๆ แน่
มันจะต้องมาหาเรื่องหวังเฉินอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นหวังเฉินจะมีชีวิตรอดต่อไปได้หรือไม่ ก็ไม่อาจล่วงรู้ได้
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร หวังเฉินในตอนนี้ก็ถือว่าผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้แล้ว และยังเป็นการพิสูจน์ความแข็งแกร่งของเขาให้ประจักษ์ต่อสายตานักเปลี่ยนอาชีพรอบข้างอีกด้วย
อีกไม่นาน ชื่อเสียงของหวังเฉินก็จะโด่งดังไปทั่วสมรภูมิเทวโองการขั้นที่สามแห่งนี้อย่างแน่นอน
เพราะเขาคือคนโหดที่สามารถต่อสู้ข้ามเลเวล โดยใช้พลังเลเวลแปดร้อย เอาชนะกลุ่มยอดฝีมือเลเวลแปดร้อยแปดสิบได้เลยนะ
"หวังเฉินคนนี้มีที่มายังไงกันแน่? โหดชะมัด"
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน น่าจะเป็นนักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยเทวโองการมั้ง"
"ถ้าพูดแบบนี้ เขาก็น่าจะเป็นอันดับหนึ่งของนักศึกษาใหม่มหาวิทยาลัยเทวโองการรุ่นนี้แล้วล่ะ"
"มีโอกาสสูงมากเลยล่ะ ปกติแล้วอัจฉริยะแบบนี้ ตราบใดที่ยังไม่ตายกลางคัน อนาคตก็ไปได้ไกลอย่างไร้ขีดจำกัดแน่นอน"
"..."
สายตาของเหล่านักเปลี่ยนอาชีพที่มองมายังหวังเฉิน ไม่มีวี่แววของความดูถูกดูแคลนอีกต่อไป สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความชื่นชม การสรรเสริญ และการเอาอกเอาใจ
ยิ่งไปกว่านั้น...
ปาร์ตี้จำนวนไม่น้อยต่างก็เริ่มมีท่าทีกระตือรือร้น อยากจะเข้าไปเชิญหวังเฉินให้มาร่วมทีมของตัวเอง
หากมีเพื่อนร่วมทีมที่แข็งแกร่งขนาดนี้อยู่ในทีม การเดินทางลงดันเจี้ยนในครั้งต่อๆ ไปก็คงจะราบรื่นขึ้นมาก
เมื่อคิดได้เช่นนี้
บรรดาหัวหน้าทีมของแต่ละปาร์ตี้ก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าระมัดระวัง
"มีธุระเหรอ?"
เมื่อหวังเฉินเห็นดังนั้น คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
เขาไม่ลืมหรอกนะ ว่าก่อนหน้านี้คนพวกนี้ทำท่าทางยังไงกับเขา
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใส่ใจเลยก็ตาม แต่เขาก็ไม่ได้หน้าด้านพอที่จะไปร่วมทีมกับคนที่เคยเยาะเย้ยเขาหรอกนะ
"คืออย่างนี้นะคะ พวกเราอยากจะเชิญคุณหวังเฉินมาร่วมทีมของพวกเรา แน่นอนว่าหากคุณเข้าร่วมทีม คุณก็จะได้เป็นหัวหน้าทีม และอำนาจการสั่งการทั้งหมดจะตกเป็นของคุณค่ะ"
"นอกจากนี้ หากคุณไม่รังเกียจ ฉันยินดีเป็นสาวใช้ส่วนตัวของคุณด้วยค่ะ"
หญิงสาวเผ่ามนุษย์กระต่ายหน้าตาสะสวยและแต่งตัวยั่วยวนนางหนึ่ง เดินเข้ามาหาหวังเฉิน พร้อมกับโค้งคำนับเล็กน้อย เผยให้เห็นร่องอกที่สะดุดตา
ในขณะเดียวกัน ดวงตาคู่สวยที่ราวกับพูดได้ ก็ยังมีแววตาหยาดเยิ้มส่งมาให้ด้วย
ช่างเป็นภาพที่เย้ายวนใจเสียจริง
เมื่อหัวหน้าทีมของปาร์ตี้อื่นๆ เห็นภาพนี้ ต่างก็พากันด่าทอนางกระต่ายร่านคนนี้ในใจ
แต่จะว่าไป เสน่ห์ที่หญิงสาวเผ่ามนุษย์กระต่ายคนนี้แสดงออกมา ก็ทำให้ผู้ชายหลายคนรอบข้างถึงกับใจเต้นรัวไปตามๆ กัน
พลางคิดในใจว่า ถ้าได้ร่วมหลับนอนกับสาวกระต่ายแสนยั่วยวนคนนี้ทุกคืน คงจะมีความสุขน่าดู
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเด็กหนุ่มที่กำลังอยู่ในวัยหนุ่มแน่นและเลือดร้อนอย่างหวังเฉินเลย
วัยนี้แหละที่ต้องการเรื่องแบบนี้มากที่สุด
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด หวังเฉินก็คงจะไม่ปฏิเสธหรอก
ทว่า...
นักเปลี่ยนอาชีพรอบข้างพวกนี้คิดผิดถนัด
เมื่อต้องเผชิญกับเสน่ห์ยั่วยวนของหญิงสาวเผ่ามนุษย์กระต่ายคนนี้ สายตาของหวังเฉินกลับไม่มีความหวั่นไหวใดๆ เลยแม้แต่น้อย
ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบเรื่องแบบนี้หรอกนะ
แต่สำหรับเสน่ห์ยั่วยวนที่แฝงไปด้วยจุดประสงค์แอบแฝงอย่างแรงกล้าแบบนี้ หวังเฉินไม่มีความสนใจเลยจริงๆ
เพราะเขารู้ดีว่า อีกฝ่ายไม่ได้ชอบพอหรือหลงรักเขาจริงๆ เป็นเพียงเพราะเห็นว่าเขายังมีผลประโยชน์ให้หลอกใช้ได้เท่านั้นเอง
แน่นอนว่า...
ต่อให้อีกฝ่ายจะชอบพอหรือหลงรักเขาจริงๆ หวังเฉินก็ไม่มีทางตกลงอยู่ดี
อีกฝ่ายไม่ใช่สเปกของเขา
ดังนั้น...
"ขอโทษด้วย ฉันขอปฏิเสธ"
หวังเฉินตอบกลับอย่างเย็นชา
คำตอบนี้ทำเอาเหล่านักเปลี่ยนอาชีพที่อยู่รอบๆ ถึงกับประหลาดใจ
ไม่คาดคิดเลยว่าเด็กหนุ่มรุ่นกระทงคนนี้จะสามารถอดทนต่อการยั่วยวนของสาวงามได้
แต่ก็ดีเหมือนกัน
หัวหน้าทีมของปาร์ตี้อื่นๆ จะได้รีบเข้ามาเสนอตัวในจังหวะนี้
แต่พวกเขายังไม่ทันได้อ้าปากพูดเลย
หวังเฉินก็พูดตัดบท ปฏิเสธไปตรงๆ เสียก่อน
"ทุกท่านไม่ต้องเข้ามาพูดจาไร้สาระให้เปลืองน้ำลายหรอก ฉันไม่มีทางเข้าร่วมทีมของพวกคุณเด็ดขาด"
"หวังว่าทุกท่านคงจะไม่ลืมนะ ว่าก่อนหน้านี้พวกคุณเยาะเย้ยและเหยียดหยามฉันยังไงบ้าง"
"เพราะฉะนั้น อย่ามาหาเรื่องหน้าแตกเลยดีกว่า"
การมาเอาอกเอาใจทีหลังแบบนี้ มันช่างดูต่ำต้อยและไร้ค่าเหลือเกิน
ถ้าหากตั้งแต่แรก ปาร์ตี้พวกนี้ยอมให้หวังเฉินเข้าร่วมทีม หวังเฉินก็คงจะเห็นแก่ความมีน้ำใจนี้ ยอมพาพวกเขาสะลุยดันเจี้ยนเก็บเลเวลไปด้วยแล้ว
อย่างเช่นตอนหน่วยหิ่งห้อย ก็เป็นเพราะพวกเธอยอมรับหวังเฉิน หวังเฉินถึงได้พาทีมคว้าแชมป์การประลองบททดสอบเทพธิดามาได้ แถมยังทำให้ความแข็งแกร่งของพวกเธอพุ่งทะยาน จนกลายเป็นนักผจญภัยระดับแพลทินัมอย่างเต็มตัว
และมีสิทธิ์เข้าไปในเมืองศักดิ์สิทธิ์ซาครอลอย่างเป็นทางการ
ส่วนปาร์ตี้ตรงหน้านี้น่ะเหรอ...
ช่างมันเถอะ
"ได้เวลากลับไปส่งภารกิจแล้ว"
หลังจากเคลียร์ดันเจี้ยนนี้สำเร็จ หวังเฉินก็ได้รับหัวใจของบอสมาเป็นที่เรียบร้อย
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หวังเฉินก็หันหลังเดินจากไป
"หวังเฉิน รอก่อนสิ"
ในตอนนั้นเอง เฉินเสี่ยวอวี่ก็ร้องเรียกหวังเฉินเอาไว้
"มีธุระอะไร?"
หวังเฉินยังคงถามสั้นๆ สองคำเช่นเดิม
แต่น้ำเสียงกลับอ่อนโยนลงมาก
ท้ายที่สุดแล้ว สาวน้อยหน้ากลมคนนี้ก็เป็นเพียงคนเดียวที่ยินดีจะร่วมทีมกับเขานี่นา
"ฉันขอร่วมทีมกับเธอได้ไหม?"
เฉินเสี่ยวอวี่ถาม
"ได้สิ แต่เป้าหมายต่อไปของฉันคือไปฟาร์มมอนสเตอร์ที่เทือกเขาภูเขาไฟสีชาดนะ"
"ถ้าอยากจะลงดันเจี้ยน คงต้องรอฉันกลับมาจากที่นั่นก่อน"
หวังเฉินตอบ
"เทือกเขาภูเขาไฟสีชาด? เธอจะไปที่นั่นเหรอ?"
เฉินเสี่ยวอวี่กลับรู้สึกตกใจมาก
"ทำไมล่ะ?"
"ไปเทือกเขาภูเขาไฟสีชาดมันแปลกตรงไหน?"
หวังเฉินถามกลับ
เทือกเขาภูเขาไฟสีชาด เป็นแผนที่ป่าที่มีเลเวลเหมาะสมอยู่ที่ 850-950
แผนที่ป่าแห่งนี้มีความพิเศษตรงที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของสมรภูมิเทวโองการ มีสภาพอากาศที่ร้อนระอุ และมีกลุ่มภูเขาไฟอยู่มากมายนับไม่ถ้วน
ที่นั่นเป็นแหล่งอาศัยของมอนสเตอร์ธาตุไฟที่แข็งแกร่งเป็นจำนวนมาก
ที่สำคัญที่สุดคือ...
ก่อนหน้านี้พื้นที่บริเวณนั้นเคยถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายเทวมาร
หลังจากผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนาน ในที่สุดมันก็ค่อยๆ เจือจางลง
แต่มอนสเตอร์ที่นั่นได้ดูดซับกลิ่นอายเทวมารมาเป็นเวลาเนิ่นนาน ทำให้พวกมันมีนิสัยดุร้าย อำมหิต และมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เมื่อเทียบกับมอนสเตอร์ในแผนที่ป่าเลเวลเดียวกันในพื้นที่อื่นๆ ถือว่ารับมือยากกว่ามาก
ข้อมูลเหล่านี้หวังเฉินรับรู้มาหมดแล้ว
แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมเฉินเสี่ยวอวี่ถึงได้ตกใจขนาดนั้นเมื่อได้ยินว่าเขาจะไปเทือกเขาภูเขาไฟสีชาด?
ตามหลักแล้วไม่น่าจะตกใจขนาดนั้นสิ
"ดูเหมือนว่านายจะไม่รู้ข่าวนี้สินะ..."
"ส่วนลึกของเทือกเขาภูเขาไฟสีชาดที่นายกำลังจะไปน่ะ เมื่อครึ่งเดือนก่อนเกิดปรากฏการณ์ประหลาดบนท้องฟ้า มีแสงเจ็ดสีสาดส่องออกมานับหมื่นจั้ง"
"จากนั้นก็มีคนไปตรวจสอบโดยเฉพาะ และบอกว่าในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า จะมีขุมทรัพย์วิญญาณปรากฏขึ้นที่เทือกเขาภูเขาไฟสีชาดแห่งนั้น"
"ตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่ครึ่งเดือนก็จะถึงกำหนดการปรากฏตัวของขุมทรัพย์วิญญาณแล้ว แต่คาดว่าที่นั่นคงจะมีผู้แข็งแกร่งไปรวมตัวกันอยู่มากมายแล้วล่ะ"
"พวกเขาก็แค่รอแย่งชิงขุมทรัพย์วิญญาณที่กำลังจะปรากฏขึ้น"
"ขุมกำลังต่างๆ ในสมรภูมิเทวโองการก็ต่างส่งสมาชิกที่แข็งแกร่งที่สุดไปเข้าร่วมการแย่งชิงในครั้งนี้"
"เพราะงั้น ตอนนี้เทือกเขาภูเขาไฟสีชาดเลยอันตรายสุดๆ ไปเลยล่ะ"
เฉินเสี่ยวอวี่อธิบายให้หวังเฉินฟังเบาๆ
(จบแล้ว)