เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 118 กล่องดนตรี

บทที่ 118 กล่องดนตรี

บทที่ 118 กล่องดนตรี


"มีตำหรับยาอื่น ๆ อีกไหม?"

อาเดียร์มองไปที่พ่อมดฝึกหัดชราตรงหน้า พลางยิ้มและถามขึ้น

"มีอยู่ แม้ว่าจะไม่ได้มีมากนัก  แต่ก็ยังมีอยู่บ้าง บางตำหรับก็เป็นตำหรับที่ถูกค้นพบในมิติแห่งความลับ แน่นอนว่ามันเป็นยาโบราณ"

พ่อมดฝึกหัดชราหยิบของบางอย่างขึ้นมาจัดเรียงก่อนจะถามอย่างสบายๆว่า "ทำไม เจ้าสนใจหรือ?"

"แน่นอน แม้ว่าสิ่งเหล่านี้อาจใช้งานไม่ได้อีกต่อไปแล้ว แต่ก็ยังเป็นความรู้ที่มีค่า" อาเดียร์ตอบกลับอย่างสงบนิ่ง

"ก็จริงเช่นนั้น" พ่อมดฝึกหัดชราพยักหน้าเห็นด้วย "ตำหรับยาโดยทั่วไปมักบรรจุหลักการเบื้องหลังการสร้างยา รวมถึงความรู้เกี่ยวกับการใช้พลังงานเวทมนตร์ในปริมาณมาก ยังถือว่าเป็นประโยชน์สำหรับพวกเรา"

"ถ้าเจ้าสนใจ ข้ามีอยู่ทั้งหมดสี่ตำหรับ ตามราคาขายของสถาบันก็รวมแล้ว 800 คริสตัลเวทมนตร์" เขากล่าวพลางมองอาเดียร์ "ระดับของตำหรับยาเหล่านี้ถือว่าไม่เลว แม้ว่าจะเป็นตำหรับโบราณ แต่ก็ขายได้ในราคานี้เท่านั้น อีกทั้งราคานี้ก็ถูกลงมากจากการลดราคาในช่วงนี้"

"ข้าเข้าใจแล้ว" เมื่อได้ฟังคำพูดของศิษย์ชราตรงหน้าเขา อาเดียร์พยักหน้าโดยไม่คิดจะต่อรอง

เคาน์เตอร์แห่งนี้เป็นจุดจำหน่ายอย่างเป็นทางการของสถาบัน แม้ว่าสินค้าที่นี่จะเชื่อถือได้และมีความครบถ้วนกว่าข้างนอก แต่ราคาก็มักจะสูงกว่า อีกทั้งยังไม่สามารถต่อรองราคาได้

อาเดียร์หยิบคริสตัลเวทมนตร์ระดับสูง 8 ก้อนออกมาและวางลงบนโต๊ะไม้ตรงหน้าเคาน์เตอร์

ท่าทีที่ตรงไปตรงมาของอาเดียร์ทำให้พ่อมดฝึกหัดชราตรงหน้ารู้สึกประหลาดใจ

อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้พูดอะไรและเพียงแค่ยักไหล่ "ต้องการอะไรเพิ่มไหม?"

"เจ้าต้องรู้ไว้ว่าหลังจากการสำรวจมิติลับแห่งพ่อมดก่อนหน้า ตอนนี้ข้าจึงมีของครบครันมากที่นี่"

อาเดียร์พยักหน้าและเลือกจากรายการต่อไป

หลังจากสะสมมาเนิ่นนานหลายปี เขาก็สามารถรวบรวมคริสตัลเวทมนตร์ได้จำนวนไม่น้อยจากการปรุงยาอย่างต่อเนื่องที่เมืองเกราะโบราณ เมื่อเทียบกับพ่อมดฝึกหัดระดับ 3 คนอื่น ๆ แล้ว เขาถือว่าเป็นคนที่มั่งคั่งอย่างแน่นอน

ดังนั้น ณ ที่แห่งนี้ เขาจึงไม่ลังเลเลย และเลือกกล่องที่บรรจุวัตถุดิบล้ำค่าหลายอย่าง ซื้อวัตถุดิบหายากมาไว้จำนวนหนึ่ง

"นั่นคืออะไร?"

หลังจากซื้อวัตถุดิบเสร็จ อาเดียร์ก็สังเกตเห็นว่ามีแผงขายของอยู่ข้างเคาน์เตอร์ โดยมีสิ่งของกระจัดกระจายอยู่บนนั้น

"นั่นเป็นแผงขายของส่วนตัวของข้า"

พ่อมดฝึกหัดชรานับวัตถุดิบพลางตอบ "เจ้าก็รู้ว่าหลายสิ่งที่ถูกขุดพบในมิติลับนั้นล้ำค่ามาก แต่บางอย่างก็เสื่อมสภาพจนไร้ค่าไปตามกาลเวลาอันยาวนาน"

"ยาที่หมดอายุ ต้นแบบเวทมนตร์ที่ไม่สมบูรณ์ ... โดยพื้นฐานแล้วสิ่งเหล่านี้เป็นของที่ดูดี แต่แท้จริงแล้วไร้ประโยชน์"

มองไปที่อาเดียร์ พ่อมดฝึกหัดชราทำเพียงแค่ยักไหล่ "เพราะของพวกนี้ส่วนใหญ่ไม่มีประโยชน์และมีค่าไม่เกินไม่กี่คริสตัลเวทมนตร์ ดังนั้นสถาบันจึงถือว่าสิ่งเหล่านี้ มันเป็นขยะ อย่างไรก็ตาม มันก็น่าเสียดายที่จะต้องทิ้งไป ข้าจึงรวบรวมมันไว้และตั้งแผงขายเล็กๆที่นี่"

"หากเจ้าสนใจ ลองเลือกสักอย่างดู บางทีอาจจะมีอะไรที่มีประโยชน์กับเจ้าก็ได้"

เขาพูดกับอาเดียร์

เมื่อได้ยินเช่นนั้น อาเดียร์ก็พยักหน้าและเดินไปทางด้านข้าง

บนพรมผืนใหญ่ มีสิ่งของมากมายวางอยู่กระจัดกระจาย บางอย่างก็ดูแปลกประหลาดและยากจะเข้าใจ

มองไปที่สิ่งของตรงหน้าเขา  อาเดียร์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบกล่องดนตรีสีดำขึ้นมา

ติ๊ง ติ๊ง ลิ ลิ ลิ

เสียงใสกังวานดังออกมาจากกล่องดนตรี เป็นท่วงทำนองอันแปลกประหลาดที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกสงบและชวนให้หลงใหล

เมื่อได้ยินเสียงนั้น อาเดียร์ก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่เขากลับรู้สึกถึงความคุ้นเคยบางอย่าง

"นี่คือกล่องดนตรีที่ถูกส่งต่อมาจากตั้งแต่สมัยยุคโบราณ ตามที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวไว้หลังจากทดสอบ มีอักขระรูนลึกลับบางอย่างอยู่ภายใน ซึ่งอาจมาจากอีกโลกหนึ่ง มันบรรจุบทเพลงของเอลฟ์แห่งป่าที่มีอายุหลายหมื่นปีก่อนเอาไว้"

เมื่อฟังเสียงดังกล่าวแล้ว พ่อมดฝึกหัดชราอธิบายให้เขาฟังด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจนัก "ข้าได้ตรวจสอบแล้ว อักขระรูนส่วนใหญ่ในกล่องดนตรีนี้ถูกทำลายไป ฟังก์ชันกล่อมนอนและทำให้สงบที่เคยมีอยู่ก็หายไป แม้แต่เพลงเองก็บางครั้งเล่นไม่ได้ด้วยซ้ำ"

"อย่างไรก็ตาม เอลฟ์แห่งป่าประเภทนี้ได้สูญพันธุ์ไปแล้วที่นี่ ดังนั้นกล่องดนตรีนี้จึงยังมีคุณค่าทางอนุสรณ์และการสะสมอยู่บ้าง"

เมื่อได้ยินคำอธิบายของพ่อมดฝึกหัดชรา อาเดียร์พยักหน้า หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็คิดจะวางกล่องดนตรีในมือลง

สำหรับพ่อมด สิ่งของที่ไม่สามารถใช้งาน นำไปศึกษา หรือต่อยอดความรู้ได้แทบจะไร้ประโยชน์ เว้นแต่จะเป็นคนที่มีงานอดิเรกด้านการสะสมแล้ว มิฉะนั้นแทบไม่มีใครยอมเสียคริสตัลเวทมนตร์อันล้ำค่ากับของพรรค์นี้

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เขากำลังจะวางกล่องดนตรีลง การเคลื่อนไหวของเขากลับชะงักไปทันที

ลึกลงไปในจิตวิญญาณของเขา ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างเริ่มพลุ่งพล่าน พิกัดโลกที่เคยนิ่งสงบในจิตวิญญาณของเขาเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย ราวกับว่ามันได้ตรวจพบอะไรบางอย่าง

เขาตกตะลึงไปชั่วขณะ และหยุดมือที่กำลังจะวางกล่องดนตรีลง ก่อนจะพูดขึ้นโดยรักษาท่าทีให้เป็นปกติ

"กล่องดนตรีนี้ดูไม่เลว ราคาเท่าไหร่?"

"สามคริสตัลเวทมนตร์ก็พอ มันไม่ใช่ของมีค่าอะไรแต่แรกอยู่แล้ว"

เมื่อได้ยินคำถามของอาเดียร์ พ่อมดฝึกหัดชราตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจนักโดยไม่หันมามอง

เมื่อได้ยินราคานี้ อาเดียร์พยักหน้า หลังจากยืนคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจเก็บกล่องดนตรีใส่กระเป๋า

หลังจากเก็บกล่องดนตรีเรียบร้อยแล้ว เขาก็ก้มลงมองพรมผืนใหญ่ที่มีข้าวของกระจัดกระจาย ก่อนจะเริ่มค้นหาสิ่งอื่นต่อไปอย่างไม่เร่งรีบ

จริงๆแล้ว บนพื้นมีวัสดุและสิ่งของต่างๆมากมาย แต่ส่วนใหญ่ไม่มีประโยชน์ในทางปฏิบัติ และสามารถเก็บสะสมไว้ได้เหมือนกล่องดนตรีเท่านั้น

หลังจากค้นหาอยู่เป็นเวลานาน อาเดียร์ก็พบสิ่งของบางอย่างที่มุมหนึ่งของพรมในที่สุด

มันคือกระดูกสีเทาขนาดใหญ่สองสามชิ้น กองอยู่ในมุมอย่างเงียบงัน

"กระดูกของสิ่งมีชีวิตชนิดไหนกัน?"

เขาแสดงความสนใจพลางเอ่ยถามพ่อมดฝึกหัดชราทีอยู่ข้างๆ

"ตามข้อมูลที่มีในตอนพบมัน มันน่าจะเป็นกระดูกของยักษ์ที่ราบสูง"

พ่อมดฝึกหัดชราหันมามองอาเดียร์ก่อนจะพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก "ข้าพบมันในห้องทดลอง เนื่องจากเวลาผ่านไปนานเกินไปมาก เนื้อหนังและเลือดที่ติดอยู่กับกระดูกก็สลายไปหมดแล้ว เหลือเพียงกระดูกเหล่านี้เท่านั้น ข้าเลยนำมันมาที่นี่"

ได้ยินดังนั้น อาเดียร์ก็พยักหน้า

ยักษ์ที่ราบสูงเป็นสิ่งมีชีวิตจากยุคโบราณ แต่ในปัจจุบันพวกมันได้สูญพันธุ์ไปแล้ว

แม้ว่าพวกมันจะถูกเรียกว่ายักษ์ แต่ก็ไม่ได้เป็นลูกหลานของเผ่ายักษ์โดยตรง แม้ว่าพวกมันจะมีร่างกายที่แข็งแกร่ง แต่เมื่อโตเต็มที่แล้วก็มีพลังเพียงแค่ระดับเดียวกับอัศวินผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น ไม่สามารถเทียบได้กับสัตว์ยักษ์บรอนซ์

กระดูกเหล่านี้ขอบเขาถูกเก็บรักษาไว้ในมิติลับแห่งพ่อมด มาเป็นเวลานานหลายหมื่นปี และเห็นได้ชัดว่ามันสูญเสียพลังชีวิตไปหมดแล้ว สำหรับพ่อมดในยุคปัจจุบัน มันแทบจะไม่มีคุณค่าอะไรเลย

อย่างไรก็ตาม ด้วยความช่วยเหลือจากชิป A.I. และความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับสายเลือด อาเดียร์ก็ยังสามารถลองศึกษากระดูกเหล่านี้ได้

หลังจากยืนนิ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง อาเดียร์ก็ตัดสินใจเก็บกระดูกสีเทาเหล่านั้นไว้ จากนั้นจึงเลือกสิ่งของอีกสองสามชิ้นจากแผงขายของตรงหน้า เตรียมนำติดตัวไปด้วย

"ทั้งหมดสิบคริสตัลเวทมนตร์มนตร์ก็แล้วกัน" พ่อมดฝึกหัดชรากล่าวพลางมองสิ่งของที่อาเดียร์เลือกไว้ รวมถึงกล่องดนตรีด้วย

เมื่อได้ยินราคา อาเดียร์พยักหน้า ก่อนจะหยิบคริสตัลเวทมนตร์มนตร์ระดับกลางออกมาแล้ววางไว้บนโต๊ะไม้ตรงหน้าโดยไม่พูดอะไร

หลังจากจ่ายเงินเสร็จ เขาก็ออกเดินจากไปโดยไม่ลังเล มุ่งหน้ากลับไปยังหอพักของตัวเอง

ข้างนอกตอนนี้มืดสนิทแล้ว รอบด้านเงียบสงัดแทบไร้ผู้คน ทำให้บรรยากาศดูเงียบเหงาและวังเวง

หลังจากนั้นผ่านไปไม่นาน อาเดียร์ก็มาถึงหอพักของตน เมื่อมองไปรอบๆ ที่มืดมิด เขาก็โบกมือเบาๆ

อนุภาคแสงในบริเวณโดยรอบค่อยๆ รวมตัวกัน และภายใต้การควบแน่นของรูปแบบคาถา พวกมันก็กลายเป็นลูกบอลแสงสีอ่อน แผ่ประกายเรืองรองส่องสว่างให้กับพื้นที่โดยรอบ

เมื่อเห็นว่าบริเวณรอบตัวสว่างขึ้น อาเดียร์ก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

คาถาเวทมนตร์ขนาดเล็กนี้เป็นสิ่งที่เขาได้รับจากการแลกเปลี่ยนมากับพ่อมดฝึกหัดคนอื่นๆ ในอาณาจักรกูโมโด คาถานี้มันเป็นรูปแบบพื้นฐานของการใช้อนุภาคแสง แม้ว่าจะไม่มีคุณสมบัติพิเศษอะไรก็ตาม แต่มันสามารถให้แสงสว่างที่มั่นคงได้ ตราบใดที่เขาไม่ร่ายเวทลบมันออก มันก็สามารถคงอยู่ได้นาน

หลังจากทำทุกอย่างเสร็จแล้ว เขาก็แทบรอไม่ไหวที่จะกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง

จากนั้น เขาเปิดห่อของที่วางอยู่ข้างๆ แล้วหยิบกล่องดนตรีออกมา

เมื่อสัมผัสกับกล่องดนตรีอีกครั้ง อาเดียร์ก็รู้สึกถึงความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ ความรู้สึกแปลกประหลาดนี้ทำให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้น พร้อมกับความเศร้าโศกและความหดหู่ที่ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง

และในส่วนลึกของจิตวิญญาณของเขา ดูเหมือนว่าจะมีบางสิ่งกำลังตอบสนอง พิกัดของโลกที่ซ่อนอยู่ในจิตวิญญาณของเขาสั่นไหวเล็กน้อย

"ใช่แล้ว… นี่แหละคือความรู้สึกนั้น"

เมื่อรับรู้ถึงสัญชาตญาณที่ส่งมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ อาเดียร์พึมพำกับตัวเอง "มันหมายความว่าอะไรกันแน่?"

เขารู้สึกสับสนอยู่ไม่น้อย

แม้ว่าความสามารถในการข้ามมิตินี้จะเป็นพรสวรรค์ที่ติดตัวเขามาแต่กำเนิด แต่อาเดียร์เองก็ยังไม่เข้าใจหลักการทำงานที่แท้จริงของมัน

"หรือว่าข้าต้องสัมผัสกับมันเป็นเวลานาน?"

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็จ้องมองไปที่กล่องดนตรีสีดำในมือ พร้อมกับคาดเดาถึงความเป็นไปได้ของมัน

เวลานี้ ท้องฟ้าภายนอกมืดสนิทแล้ว

อาเดียร์มองออกไปยังทิวทัศน์นอกหน้าต่าง ก่อนจะตัดสินใจนั่งลงบนเตียง

หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็วางกล่องดนตรีลงข้างตัว แล้วเริ่มทำสมาธิตามปกติของวัน

เวลายังคงดำเนินต่อไป

ในค่ำคืนแห่งนั้น อาเดียร์ฝันไป ฝันถึงภาพเหตุการณ์มากมายที่ปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กลางป่าที่เงียบสงัด หญิงสาวเอลฟ์รูปร่างสูงโปร่งและงดงาม ปรากฏตัวออกมาในเงาสลัว

เธอมีเส้นผมสีเงินยาวจรดเอว และสวมเสื้อแขนยาวสีจันทร์ ดูเงียบสงบและงามสง่า ขณะก้าวเดินไปในป่าด้วยรอยยิ้มอันแสนหวาน

"ราเดล..."

กลิ่นหอมของดอกไม้ลอยฟุ้งไปทั่วทุกแห่งหน บรรดาผีเสื้อพากันโบยบินอย่างแผ่วเบา หญิงสาวนั่งลงบนก้อนหินสีขาวสะอาด ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขและความหวัง ดวงตาของเธอเปล่งประกายเมื่อเอ่ยชื่อของใครบางคน  ราวกับว่าเธอกำลังคิดถึงคนรักของเธอ

เธอเริ่มขับร้องบทเพลงอันอ่อนหวาน ถ่ายทอดความคิดถึงทั้งหมดลงไปในกล่องดนตรีสีดำ หวังว่าเมื่อคนรักของเธอกลับมา เขาจะได้รับฟังเสียงของเธอ

กาลเวลายังคงผ่านไป ความคิดถึงยังคงสั่งสมมากขึ้น...

จนกระทั่งวันหนึ่ง ดอกไม้สีเลือดได้เบ่งบานขึ้นมาอย่างฉับพลัน

กลางอกของหญิงสาว ดาบเล่มหนึ่งได้พุ่งทะลวงผ่านหัวใจของเธอ เลือดสีแดงฉานกระเซ็นออกไปทั่วบริเวณ

เสียงขับร้องที่เคยหวานล้ำของหญิงสาวหยุดลงโดยสิ้นเชิง ใบหน้าที่เคยงดงามกลับแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า ปราศจากชีวิต ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น

และในฉากสุดท้าย เงาดำร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านหลังหญิงสาว ค่อยๆ ถอนดาบออกจากร่างของเธอ ก่อนจะเหวี่ยงมันไปด้านข้างและตัดศีรษะของเธอด้วยความไร้ปรานี...

กล่องดนตรีในมือของเขาบันทึกเสียงดาบที่แทงเข้าไปในเนื้อและเลือดอย่างเงียบ ๆ และเปียกโชกไปด้วยเลือดสีแดงเข้ม

จบบทที่ บทที่ 118 กล่องดนตรี

คัดลอกลิงก์แล้ว