เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 231: ฉันไม่เคยพูดแบบนั้นเลยนะ!

บทที่ 231: ฉันไม่เคยพูดแบบนั้นเลยนะ!

บทที่ 231: ฉันไม่เคยพูดแบบนั้นเลยนะ!


บทที่ 231: ฉันไม่เคยพูดแบบนั้นเลยนะ!

เมื่อก่อน ชิอินะ มาชิโระจะเชื่อฟังริต้าที่สุด

ก็แน่ล่ะ ตอนนั้นริต้าเป็น "เจ้านาย" เพียงคนเดียวนี่นา

แต่ตอนนี้มาชิโระมีเจ้านายถึงสองคนแล้ว

คนแรกคือหลินมู่ ผู้ที่คอยปลอบโยน มอบความสุข และสอนให้เธอรู้จักไล่ตามความฝัน

อีกคนคือน้องสาวผู้แสนอ่อนโยนและใจเย็นอย่างชิอินะ มาฮิรุ

ในเมื่อริต้าไม่สนับสนุนความฝันในการเป็นนักวาดมังงะของเธอ มาชิโระก็เลิกเชื่อฟังริต้าไปโดยปริยาย

ดังนั้น ตอนนี้ถ้าริต้าอยากจะกลับมาสนิทกับมาชิโระเหมือนเดิม เธอก็ต้องพยายามเข้าหามาชิโระอย่างน่าสงสาร ด้วยการเอาอกเอาใจหลินมู่หรือมาฮิรุ

"ริต้าก็เป็นสัตว์เลี้ยงเหมือนมาชิโระใช่ไหมล่ะ"

ขณะที่กำลังแช่น้ำ มาชิโระที่เพิ่งตกลงให้ริต้านอนด้วย จู่ๆ ก็พูดขึ้นมา

ดวงตาของริต้าเบิกกว้างทันที "ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ ฉันเหมือนสัตว์เลี้ยงตรงไหนเนี่ย"

มาชิโระกะพริบตาปริบๆ และถามกลับ "ไม่ได้เป็นเหรอ"

"ริต้ามากินอยู่ฟรีๆ ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้ที่นี่เลย แถมยังชอบมาแย่งเตียงเจ้านายอีก นั่นแหละคือสิ่งที่สัตว์เลี้ยงทำไม่ใช่เหรอ"

ริต้า: "..."

"พรืด..." ชิอินะ มาฮิรุอดไม่ได้ที่จะหัวเราะลั่นออกมา

ริต้ารีบหันไปค้อนใส่สองพี่น้องชิอินะตรงหน้าทันที

"ใช่ๆๆ ฉันมันเป็นสัตว์เลี้ยงที่มากินอยู่ฟรีๆ แล้วเธอล่ะ มาชิโระ สัตว์เลี้ยงตัวน้อยอย่างเธอทำประโยชน์อะไรให้บ้านหลังนี้บ้าง อย่างน้อยฉันก็ช่วยเป็นลูกมือให้คุณมาฮิรุได้ ถ้าหลินมู่มีเรื่องให้ช่วย ฉันก็จะตั้งใจทำอย่างเต็มที่เลยด้วย"

ด้วยความรู้สึกไม่ยอมแพ้ ริต้าจึงอดไม่ได้ที่จะถลึงตาใส่มาชิโระและย้อนถาม

ใบหน้าเล็กๆ ของชิอินะ มาชิโระพองลมขึ้นเล็กน้อย ขณะที่เธอพูดอย่างมั่นใจว่า:

"แต่มาชิโระเป็นสัตว์เลี้ยงเพียงตัวเดียวนะ ส่วนริต้าน่ะยังห่างชั้นอีกเยอะ เธอไม่สมควรได้รับการปฏิบัติเหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้หรอก"

ริต้ายิ่งรู้สึกพูดไม่ออกเข้าไปใหญ่

ทำไมฉันต้องมาแข่งกับเธอด้วยเนี่ยว่าใครเหมาะสมจะเป็นสัตว์เลี้ยงมากกว่ากัน

ยังไงซะ เธอก็ดีกว่ายัยคนง่อยเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันคนนี้ก็แล้วกัน!

ริต้าพองแก้ม พ่นลมหายใจ แล้วหันหน้าหนี

เธอรู้สึกรำคาญมาชิโระขึ้นมาแล้วสิ

"ริต้าโกรธเหรอ ถ้างั้นทำไมเธอไม่กลับไปล่ะ มาชิโระอยากจะวาดมังงะอยู่ที่นี่ต่อนี่นา"

เมื่อได้ยินดังนั้น ในที่สุดริต้าก็เข้าใจว่ามาชิโระอยากให้เธอกลับไป บางทีเธออาจจะรู้สึกว่าพฤติกรรมของริต้าที่ไปแย่งเตียงหลินมู่นั้น จะกระทบต่อสถานะสัตว์เลี้ยงของเธอ

ยิ่งริต้ามีหน้าอกใหญ่กว่าเธอด้วยแล้ว มาชิโระก็ยิ่งรู้สึกกดดันเข้าไปใหญ่

เมื่อเข้าใจเจตนาของมาชิโระแล้ว ริต้ากลับเผยรอยยิ้มออกมา

เธอคว้าตัวมาชิโระมา แล้วเอาแก้มถูไถกับแก้มของมาชิโระ

"ฉันไม่กลับหรอก ถ้าไม่ได้พาเธอกลับไปด้วย ฉันก็ไม่กลับ!"

มาชิโระมองเธออย่างมึนงง "ริต้าจะยอมทิ้งการเรียนเพื่อเรื่องนี้เหรอ"

"เอ่อ..."

นี่เป็นปัญหาใหญ่จริงๆ แฮะ

เธอบินมาที่นี่โดยการลางานจากโรงเรียนที่อังกฤษ

ถึงจะเป็นนักเรียนดีเด่นแค่ไหน แต่เธอก็ขาดเรียนนานเกินไปไม่ได้

ชิอินะ มาฮิรุเองก็มองริต้าด้วยความประหลาดใจ

"คุณริต้าคะ คุณลางานมาได้กี่วันเหรอคะ"

"ก็แค่... วันเดียวเอง"

"หา? งั้นตอนนี้คุณก็หนีเรียนมาน่ะสิคะ!"

"ก็ใช่น่ะสิ"

ริต้าถอนหายใจและมองมาชิโระที่ยังคงทำหน้ามึนๆ ในอ้อมกอด

"เธอควรจะชื่อชิอินะ มาคุโระ (สีดำ) มากกว่านะ เล่นเอาเจ้านายเก่าตายสนิทเลย ฉันคงทิ้งการเรียนไม่ได้หรอก เพราะงั้นก็ต้องเตรียมตัวกลับแล้วล่ะ"

"แต่ มาชิโระ... ฉันทำใจทิ้งเธอไว้ที่นี่ไม่ได้จริงๆ จะทำยังไงดีล่ะ"

ไม่ว่าเธอจะมีปัญหาขัดแย้งกับมาชิโระเรื่องความฝันในการวาดภาพยังไง แต่เธอก็ให้ความสำคัญกับมิตรภาพของพวกเธอเสมอ

ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาเป็นสิบปี เธอคอยดูแลชีวิตประจำวันของมาชิโระอย่างอดทนมาตลอด จะให้ทิ้งมิตรภาพนี้ไปง่ายๆ ได้ยังไงล่ะ

เมื่อเผชิญกับคำพูดของริต้า คำตอบของมาชิโระก็ยังคงตรงไปตรงมาเหมือนเดิม

"ริต้าก็แค่ย้ายมาเรียนที่นี่ด้วยกันสิ"

เมื่อได้ยินดังนั้น อารมณ์ของริต้าก็เบิกบานขึ้นมาทันที "หมายความว่า มาชิโระไม่ได้ไล่ฉันกลับ แต่หวังให้ฉันมาเรียนที่นี่กับเธอเหรอ"

เมื่อเห็นสีหน้าตื้นตันของริต้า มาชิโระก็ยกมือขึ้นกอดตอบ "ฉันก็อยากให้ริต้าอยู่ต่อเหมือนกัน มาชิโระอยู่โรงเรียนคนเดียวมาตลอดเลย"

ถึงแม้จะมีอาซาดะ ชิโนะ และอาโอยามะ นานามิคอยดูแล แต่ทั้งสามคนก็อยู่คนละห้องกัน

ในห้องเรียนสายศิลปะ ชิอินะ มาชิโระต้องวาดรูปอยู่คนเดียวมาโดยตลอด

ถ้ามีริต้าอยู่ด้วย เธอคงจะไม่เหงาอีกต่อไป

คำพูดของชิอินะ มาชิโระทำให้ริต้ารู้สึกตื้นตันใจไปชั่วขณะ

"ฉันจะกลับไปคิดดูให้ดีนะ มาชิโระ เธอตัดสินใจแน่วแน่แล้วจริงๆ ใช่ไหมว่าจะเอาดีทางด้านนักวาดมังงะ และยอมทิ้งพรสวรรค์ด้านการวาดภาพของเธอน่ะ"

"มาชิโระไม่ได้ทิ้งซะหน่อย ฉันแค่ตอยนี้อยากวาดมังงะเท่านั้นเอง"

"ถ้าริต้ามาร่วมด้วย มาชิโระคงจะดีใจมากๆ เลย"

"แหม ไม่กลัวมังงะของฉันจะแซงหน้าเธอเหรอ ถึงตอนนั้นอย่ามาร้องไห้ขี้มูกโป่งก็แล้วกัน"

"ไม่กลัวหรอก เพราะฉันมีหลินมู่ไงล่ะ"

"เอ่อ... ทำไมจู่ๆ ถึงพูดถึงหมอนั่นล่ะ!"

ริต้าพองแก้ม จู่ๆ ก็หมดอารมณ์จะพูดต่อ

ชิอินะ มาฮิรุรับฟังอย่างเงียบๆ โดยไม่สอดแทรกอะไร

เมื่อเห็นสีหน้าอึดอัดของริต้าเพราะเรื่องมู่คุง เธอก็รู้สึกเหมือนได้พี่สาวเพิ่มมาอีกคน

เวลาผ่านไปเนิ่นนาน

สามสาวในชุดนอนก็มาที่ห้องของหลินมู่

หลินมู่ทำหน้าที่เป่าผมให้พวกเธออย่างเป็นธรรมชาติและชำนาญ

ยิ่งไปกว่านั้น คราวนี้เขาไม่ได้ใช้ไดร์เป่าผม แต่กลับรวบรวมเวทมนตร์แห่งสายลมด้วยมือของเขาเอง

สิ่งนี้ทำให้ดวงตาของริต้าเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง โลกทัศน์ของเธอพังทลายลงในพริบตา

เธอชี้มือสั่นๆ ไปที่แสงสว่างที่กะพริบวาบในฝ่ามือของเขา และวงเวทที่ปล่อยลมร้อนออกมา

"นี่... นี่มันอะไรกัน"

หลินมู่เลิกคิ้วและปรายตามองเธอ

"ฉันยังไม่ได้บอกเธอเหรอ ว่าจริงๆ แล้วฉันใช้เวทมนตร์ได้น่ะ"

ริต้ากระทืบเท้าด้วยความหงุดหงิด ถลึงตาใส่เขาอย่างโมโห

"นายยังไม่ได้บอกเลยสักนิด!"

ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่าทำไมมาฮิรุกับมาชิโระถึงไม่คัดค้านที่จะเป็นคู่หมั้นของเขา

ที่แท้เขาก็ไม่ใช่ผู้ชายธรรมดาๆ นี่เอง

"ฮ่าๆ ฉันยังไม่ได้บอกเหรอเนี่ย ขอโทษทีนะ แต่ตอนนี้เธอรู้มันก็สายไปแล้วล่ะ"

หลังจากเป่าผมให้มาชิโระจนแห้ง เขาก็กวักมือเรียกริต้า

"ริต้า ตาเธอแล้ว มานี่สิ"

"หึ!" ริตายังคงโกรธอยู่ หมอนี่ปิดบังเธอมาตั้งนาน

ถึงแม้จะไม่พอใจ แต่เธอก็ยอมเดินไปนั่งบนม้านั่งตัวเล็กตรงหน้าเขาอย่างว่าง่าย

ส่วนชิอินะ มาฮิรุ และ ชิอินะ มาชิโระ ก็ไปจับจองเตียงของเขาเรียบร้อยแล้ว

หลินมู่ปรายตามองพวกเธอ พลางคิดว่าคืนนี้เขาอาจจะได้ปลดล็อกบทเรียนใหม่ๆ ก็ได้

เมื่อสัมผัสได้ถึงสายลมอันอบอุ่นที่พัดผ่านใบหู ริต้าก็รู้สึกประหลาดใจ

"นี่ คุณหลินมู่ เวทมนตร์ของคุณใช้เป่าผมได้อย่างเดียวเหรอ"

"แน่นอนว่าไม่ ถ้าฉันอยากจะเป่าเมืองทั้งเมืองให้ปลิวหายไปก็ทำได้ง่ายๆ เลยล่ะ"

"จริงเหรอ คุณแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยเหรอ"

"แล้วคิดว่าไงล่ะ ถ้าฉันไม่แน่จริง ฉันคงไม่กล้าทำตัวเจ้าชู้ขนาดนี้หรอก"

ขณะที่พูด หลินมู่ก็ก้มลงหอมแก้มเธอโดยไม่ให้ตั้งตัว

ใบหน้าของริต้าแดงก่ำขึ้นมาทันที ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อย

เด็กผู้หญิงทุกคนล้วนมีความรู้สึกชื่นชมในความแข็งแกร่งกันทั้งนั้น

ถ้าหลินมู่เป็นแค่คนธรรมดาแต่ยังริอาจอยากมีฮาเร็ม ริต้าคงมองว่าเขาเป็นแค่ผู้ชายเฮงซวย โลภมาก และเธอคงจะรังเกียจและดูถูกเขาแน่ๆ

แต่เมื่อหลินมู่เป็นผู้แข็งแกร่งที่สามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

ผู้แข็งแกร่งจะมีแฟนหลายคน มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือไง

จบบทที่ บทที่ 231: ฉันไม่เคยพูดแบบนั้นเลยนะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว