- หน้าแรก
- เกมล่าระดับโลก: เริ่มต้นด้วยการแหกคุกระดับห้าดาว
- ตอนที่ 440 เขาคือซูอวี่เหรอ ยืนยันตัวตน
ตอนที่ 440 เขาคือซูอวี่เหรอ ยืนยันตัวตน
ตอนที่ 440 เขาคือซูอวี่เหรอ ยืนยันตัวตน
ตอนที่ 440 เขาคือซูอวี่เหรอ ยืนยันตัวตน
ซ่างกวนเยว่ได้นำเรื่องราวที่ซ่างกวนอวิ๋นเล่าให้ฟัง มาถ่ายทอดให้ทุกคนฟังอย่างละเอียด
“สาเหตุที่บอกว่าศาสตราจารย์หลินคนนี้เป็นตัวปลอม ก็เป็นเพราะเสี่ยวอวิ๋นได้รับโทรศัพท์จากอาจารย์ของเธอที่อเมริกาน่ะสิ ตอนแรกเสี่ยวอวิ๋นก็ไม่ค่อยจะเชื่อเท่าไหร่หรอกนะ”
“หลังจากนั้น เธอก็เลยติดต่อไปหาเพื่อนร่วมชั้นที่ MIT เพื่อสอบถามความจริง เพื่อนของเธอก็บอกว่า ศาสตราจารย์หลินยังคงสอนอยู่ที่อเมริกามาตลอด ไม่เคยลาออก แล้วก็ไม่เคยเดินทางมาที่จีนเลยแม้แต่ครั้งเดียว”
“ในเมื่อศาสตราจารย์หลินตัวจริงยังคงอยู่ที่อเมริกา แล้วคนที่อยู่กับพวกเราที่ฮว๋าไห่นี่ล่ะ จะเป็นใครไปได้? แล้วใครกันล่ะ ที่มีความสามารถพอที่จะปลอมตัวเป็นศาสตราจารย์หลินได้แนบเนียนจนหลอกพวกเรามาได้ตั้งหลายวันขนาดนี้? ฉันเชื่อว่าทุกคนในที่นี้น่าจะมีคำตอบอยู่ในใจกันแล้วล่ะ”
ซ่างกวนเยว่เอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้อารมณ์ความรู้สึกใด ๆ
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปตาม ๆ กัน
ตัว... ตัวปลอมเหรอ?!
ทุกคนสบตากันไปมา แววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
ศาสตราจารย์หลินคนนี้คือตัวปลอมเหรอเนี่ย?!
หลอกพวกเรามาได้ตั้งนานสองนานเลยเนี่ยนะ!?
แล้วเขาคือใครกันล่ะ?
ซูอวี่!
ต้องเป็นซูอวี่อย่างแน่นอน!
ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของทุกคนก็คือ คนคนนี้ต้องเป็นซูอวี่อย่างไม่ต้องสงสัย!
พริบตานั้น ทั่วทั้งศูนย์บัญชาการก็ตกอยู่ในความเงียบงันลงอีกครั้ง
สภาพจิตใจของหวังเทา พังทลายลงมาอย่างสมบูรณ์แบบ
ศาสตราจารย์หลินก็คือซูอวี่งั้นเหรอ?
เขาคือซูอวี่เหรอ?
คนที่คอยให้กำลังใจเขามาตลอดเนี่ยนะ?
คนที่คอยพร่ำบอกคำคมชีวิตให้เขาฟังเนี่ยนะ?
สุดท้ายแล้ว หมอนั่นก็คือซูอวี่เนี่ยนะ?!
ฉันยังอุตส่าห์ไปนั่งดวลเหล้ากับซูอวี่ แถมยังแพ้ราบคาบอีกเนี่ยนะ?
ฉันยังอุตส่าห์เชื่อฟังคำแนะนำของเขา ยอมเอาตัวเองไปเป็นเหยื่อล่อให้เขาอีกเหรอ?!
บัดซบเอ๊ย!
ในวินาทีนี้ หวังเทารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะพังทลายลงมาเลยทีเดียว
นี่มันคือการทำลายล้างความเชื่อมั่นของมนุษย์อย่างรุนแรงที่สุดเลยนะ
คนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด กลับกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่ร้ายกาจที่สุดซะงั้น
ประเด็นสำคัญก็คือ...
ไอ้ศัตรูคนนั้น มันคือศัตรูคู่อาฆาตของเขาเองด้วยไงล่ะ!
นี่มันช่างเป็นการบิดเบือนความจริงที่โหดร้ายเกินไปแล้ว!
ร่างกายของหวังเทาสั่นเทาอย่างรุนแรง เขาพยายามปฏิเสธที่จะยอมรับความจริงอันโหดร้ายนี้
“พวกคุณแน่ใจนะ ว่าหมอนั่นคือซูอวี่น่ะ?”
หวังเทาหันไปถามซ่างกวนเยว่
คนอื่น ๆ เองก็มีปฏิกิริยาไม่ต่างกันนัก
ภายในใจของพวกเขา ยังคงมีความหวังหลงเหลืออยู่ลึก ๆ
ในเมื่อตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด ที่จะสามารถยืนยันได้ว่า...
หมอนั่นคือซูอวี่จริง ๆ!
สำหรับเรื่องนี้ ซ่างกวนเยว่ก็ถอนหายใจยาว
หมอนั่นคือซูอวี่งั้นเหรอ?
เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
เพราะจนถึงตอนนี้ เธอก็ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด ที่จะสามารถยืนยันได้ว่านั่นคือซูอวี่จริง ๆ
เพียงแต่ว่า...
บนโลกใบนี้ จะมีใครที่มีความสามารถในการปลอมตัวได้ยอดเยี่ยมขนาดนี้อีกงั้นเหรอ?
นอกจากซูอวี่แล้ว เธอก็คิดไม่ออกจริง ๆ ว่าจะมีใครที่สามารถทำเรื่องบ้าบิ่นแบบนี้ได้อีก
และต่อให้จะมีคนทำได้จริง ๆ ก็เถอะ
เขาก็คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะมานั่งทำเรื่องแบบนี้หรอกนะ
ถ้าหากเขาแค่อยากจะสร้างเรื่องกลั่นแกล้งพวกเจ้าหน้าที่ไล่ล่า เขาก็คงไม่ใช้วิธีแบบนี้หรอก
สู้หาเรื่องปั่นป่วนประสาทพวกเธอให้วุ่นวายไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ?
ซ่างกวนเยว่ถอนหายใจอยู่ในใจ แต่เธอก็ไม่ได้พูดสิ่งที่คิดออกไปให้ใครฟัง
“ตอนนี้ฉันเองก็ยังไม่มั่นใจเต็มร้อยหรอกนะคะ ว่าอีกฝ่ายคือซูอวี่จริง ๆ หรือเปล่า วิธีเดียวที่จะรู้ความจริงได้ ก็คือพวกเราต้องไปที่มหาวิทยาลัยฮว๋าไห่เพื่อจับตัวเขามาสอบสวนให้รู้เรื่องไปเลยค่ะ”
ซ่างกวนเยว่เอ่ยขึ้น
การที่เธอไม่ด่วนสรุปไปในทันที ความจริงแล้วเธอก็แอบหวังอยู่ลึก ๆ เหมือนกันนั่นแหละ
หวังว่ามันจะไม่ใช่เขา
ถ้าหากเป็นเขาจริง ๆ ล่ะก็ มันคงจะเป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับได้จริง ๆ
เมื่อได้ยินดังนั้น บรรดาหัวหน้าทีมคนอื่น ๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างพร้อมเพรียง
“ว่าเขาใช่หรือไม่ใช่ ตอนนี้พวกเราก็แค่บุกไปที่มหาวิทยาลัยฮว๋าไห่เพื่อพิสูจน์ความจริงให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ถ้าหมอนั่นพยายามหลบหนีล่ะก็ แสดงว่าเขาคือซูอวี่อย่างแน่นอน!”
หวังเทากำหมัดแน่นพลางเอ่ยขึ้น
หมอนั่น... ขอให้เป็นแค่คนบ้าที่ชอบสร้างเรื่องกลั่นแกล้งพวกเจ้าหน้าที่ไล่ล่าก็พอเถอะ
ถ้าหากเขาคือซูอวี่จริง ๆ ล่ะก็...
วันนี้ฉันจะสู้ตายกับแกให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย!
บัดซบ!
ภายในใจของหวังเทาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นอย่างบ้าคลั่ง
ซ่างกวนเยว่ลุกขึ้นยืนแล้ว
“ตอนนี้พวกเราเตรียมตัวออกเดินทางกันเถอะ คืนนี้ที่มหาวิทยาลัยฮว๋าไห่จะมีการจัดงานฉลองครบรอบวันสถาปนามหาวิทยาลัย พวกเราสามารถแฝงตัวเข้าไปปะปนกับฝูงชนได้ พยายามอย่าให้เป็นที่สะดุดตาล่ะ”
“ตกลง!”
ทุกคนพยักหน้าตอบรับอย่างพร้อมเพรียงกัน
ภายในใจของพวกเขา ต่างก็รู้สึกกระวนกระวายใจอยู่ไม่น้อย
ตกลงว่าเขาจะใช่ซูอวี่หรือเปล่านะ? เดี๋ยวพอไปถึงที่มหาวิทยาลัยฮว๋าไห่ ความจริงก็จะเปิดเผยเองแหละ
บรรดาเจ้าหน้าที่ไล่ล่าจำนวนนับไม่ถ้วน ต่างพากันขึ้นรถมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยฮว๋าไห่อย่างรวดเร็ว
ในห้องถ่ายทอดสด ผู้ชมจำนวนนับไม่ถ้วนก็เริ่มจะเดือดพล่านขึ้นมาแล้ว
[เอาล่ะสิ! พวกเจ้าหน้าที่ไล่ล่ายังไม่ยอมรับความจริง ยังพยายามหลอกตัวเองอยู่อีกเหรอเนี่ย?]
[แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ เดี๋ยวพอถึงเวลาที่เทพซูเฉลยความจริงด้วยตัวเอง สภาพจิตใจของพวกเขาจะได้พังทลายลงมาเป็นสองเท่าไปเลย]
[ฮ่าฮ่าฮ่า ขำตาย ฉันล่ะตั้งตารอคอยที่จะได้เห็นสีหน้าของพวกเขาตอนที่เทพซูเฉลยความจริงจริง ๆ เลย]
[ขอไว้อาลัยล่วงหน้าให้พวกเจ้าหน้าที่ไล่ล่าสักสามวินาที ส่วนเวลาที่เหลือ... ก็ขอระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดัง ๆ ก็แล้วกัน]
[นี่มันสุดยอด! โคตรจะสุดยอดเลย!]
ในห้องถ่ายทอดสด ผู้ชมจำนวนนับไม่ถ้วนต่างพากันตื่นเต้นดีใจ
และในขณะเดียวกัน
ที่ลานกว้างของมหาวิทยาลัยฮว๋าไห่
เวทีการแสดงก็ถูกจัดเตรียมเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว การแสดงต่าง ๆ ก็กำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
ซูอวี่นั่งอยู่หลังเวที ฟังเสียงสนทนาที่ถูกส่งผ่านเครื่องดักฟังมาเข้าหู ใบหน้าของเขาก็ปรากฏความรู้สึกจนใจออกมาเล็กน้อย
นี่มัน... ความลับแตกแล้วสินะ?
เอาเถอะ เขาก็แอบรู้สึกเสียดายอยู่เหมือนกัน
ไม่คิดเลยว่า ศาสตราจารย์หลินอวี่ตัวจริง จะเตรียมตัวเดินทางมาที่จีน แถมยังติดต่อไปหาซ่างกวนอวิ๋นอีกต่างหาก
ผลสุดท้าย เขาก็เลยความลับแตกจนได้
ซูอวี่รู้สึกจนใจอยู่ลึก ๆ
แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ พวกเจ้าหน้าที่ไล่ล่านี่ช่างไว้เนื้อเชื่อใจเขามากเกินไปแล้วนะ
ถึงขนาดความลับแตกซะขนาดนี้
พวกเขาก็ยังคงแอบหวังอยู่ลึก ๆ ว่าเขาจะไม่ใช่ซูอวี่งั้นเหรอ?
เอาล่ะสิ ช่างไร้เดียงสากันซะจริง ๆ เลยนะ
ซูอวี่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม
แต่ก็ช่างมันเถอะ
ในเมื่อพวกเขาอุตส่าห์แอบหวังอยู่ลึก ๆ งั้นเดี๋ยวฉันจะเป็นคนทำลายความหวังนั้นให้พังทลายลงมาเองก็แล้วกัน
เอาให้พวกนายได้รู้ซึ้งถึงคำว่าสิ้นหวังไปเลย!
ให้พวกนายได้ร้องไห้ขี้มูกโป่งกันไปเลย!
อารมณ์ของซูอวี่ เริ่มจะเบิกบานใจขึ้นมาอีกครั้ง
และในตอนนั้นเอง นักศึกษาชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหา
“ศาสตราจารย์หลินครับ รายการแสดงของพวกเรา... ศาสตราจารย์หลินจะขึ้นไปร่วมแสดงด้วยจริง ๆ เหรอครับ?”
นักศึกษาชายเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น
สำหรับเรื่องนี้ ซูอวี่ก็พยักหน้ารับอย่างไม่ลังเล
“แน่นอนสิ พวกนายเตรียมตัวกันพร้อมแล้วใช่ไหมล่ะ?”
“เอ่อ... พวกเราก็ซ้อมกันมาหลายรอบแล้วแหละครับ แต่ก็ยังแอบกังวลอยู่ว่าตอนขึ้นเวทีอาจจะตื่นเต้นจนลืมบทน่ะครับ”
นักศึกษาชายมีสีหน้าประหม่าอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเห็นดังนั้น ซูอวี่ก็ตบบ่าของเขาเบา ๆ เพื่อให้กำลังใจ
“ไม่เป็นไรหรอก มันไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย ขึ้นไปบนเวทีก็แค่ทำใจให้สบาย ๆ ก็พอแล้ว”
ซูอวี่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
นักศึกษาชายพยักหน้ารับคำ ก่อนจะพูดคุยกันอีกสองสามประโยค ซูอวี่ก็ปล่อยให้เขาไปเตรียมตัว
หลังจากเหลือบมองดูเวลา ซูอวี่ก็เริ่มคำนวณระยะเวลาอยู่ในใจ
พวกเจ้าหน้าที่ไล่ล่า น่าจะใช้เวลาประมาณสามสิบนาทีในการเดินทางมาถึงมหาวิทยาลัยฮว๋าไห่
การแสดงของเขา ก็น่าจะเริ่มในอีกสามสิบนาทีข้างหน้าพอดี
เยี่ยมไปเลย เวลาตรงกันพอดีเป๊ะ
เดี๋ยวพอถึงเวลาที่เขาขึ้นไปแสดงบนเวที พวกเจ้าหน้าที่ไล่ล่าก็คงจะไม่กล้าผลีผลามบุกขึ้นมาจับกุมเขาบนเวทีหรอกน่า
เพราะยังไงซะ ตอนนี้พวกเขาก็ยังคงแอบหวังอยู่ลึก ๆ ว่าเขาจะไม่ใช่ซูอวี่ พวกเขาจะต้องพยายามตรวจสอบความจริงให้แน่ชัดซะก่อน
ถ้าหากขืนบุกขึ้นไปจับกุมบนเวที แล้วปรากฏว่าเขาไม่ใช่ซูอวี่จริง ๆ
แต่เป็นแค่คนบ้าที่มาสร้างเรื่องกลั่นแกล้งล่ะก็
งานนี้คงได้กลายเป็นเรื่องตลกขบขันไปทั่วประเทศแน่ ๆ
เพราะขนาดแค่คนบ้ามาสร้างเรื่องกลั่นแกล้ง พวกเจ้าหน้าที่ไล่ล่าก็ยังถูกปั่นหัวซะเปื่อยเลย
ช่างเป็นเรื่องที่น่าอับอายขายขี้หน้าจริง ๆ
ดังนั้น พวกเจ้าหน้าที่ไล่ล่าจึงมักจะเลือกใช้วิธีการจัดการที่เงียบเชียบและไม่เป็นจุดสนใจมากที่สุด
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ซูอวี่ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเปลาะหนึ่ง เขานั่งอยู่หลังเวที เฝ้าดูการแสดงของคนอื่น ๆ อย่างสบายใจเฉิบ
ในห้องถ่ายทอดสด ผู้ชมจำนวนนับไม่ถ้วนก็เริ่มจะตื่นเต้นกันขึ้นมาแล้ว
[เอาล่ะสิ! ฉันล่ะอยากรู้จริง ๆ ว่าเดี๋ยวเทพซูจะหาทางหนีทีไล่ยังไง?]
[ไม่รู้สิ เทพซูก็รู้แผนการของพวกเจ้าหน้าที่ไล่ล่าจากเครื่องดักฟังหมดแล้วนี่นา ตามหลักแล้ว ตอนนี้ก็น่าจะรีบหนีไปได้แล้วไม่ใช่เหรอ?]
[ฉันก็คิดเหมือนกันแหละ ไม่รู้ว่าเทพซูตั้งใจจะทำอะไรกันแน่]
[สุดยอดไปเลย พวกเจ้าหน้าที่ไล่ล่าคงจะโดนเทพซูปั่นหัวจนแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้วมั้ง]
ในห้องถ่ายทอดสด ผู้ชมจำนวนนับไม่ถ้วนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์
เวลา ค่อย ๆ ไหลผ่านไปอย่างช้า ๆ
และในที่สุด หลังจากผ่านการแสดงไปหลายชุด ก็ถึงคิวการแสดงของซูอวี่
ทว่าซูอวี่กลับหันหลังเดินออกจากเวทีไปเสียแล้ว
ที่ไกลออกไป เงาร่างของบรรดาเจ้าหน้าที่ไล่ล่า เริ่มปรากฏขึ้นมาให้เห็นแล้ว!