เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 350 ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเป็นของปลอม บินฝ่าพายุฝนฟ้าคะนอง

ตอนที่ 350 ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเป็นของปลอม บินฝ่าพายุฝนฟ้าคะนอง

ตอนที่ 350 ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเป็นของปลอม บินฝ่าพายุฝนฟ้าคะนอง


ตอนที่ 350 ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเป็นของปลอม บินฝ่าพายุฝนฟ้าคะนอง

ภาพเครื่องบินพุ่งทะยานเข้าสู่พายุฝนฟ้าคะนอง ถูกบันทึกภาพไว้ได้โดยกล้องวิดีโอของสื่อมวลชนหลายสำนัก

มีสื่อมวลชนจำนวนมากเดินทางมาถึงที่นี่ก่อนหน้านี้แล้ว

และในขณะนี้ พวกเขาก็ได้บันทึกภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจนี้เอาไว้ได้!

“พระเจ้าช่วย! เครื่องบินบินเข้าไปในพายุจริง ๆ ด้วย!”

“จะรอดออกมาได้ไหมเนี่ย?”

“ไม่รู้สิ ในอดีตมีเครื่องบินตกเพราะพายุฝนฟ้าคะนองเยอะแยะไป”

บนพื้นดิน สื่อมวลชนจำนวนมาก รวมถึงประชาชนทั่วไปที่เฝ้ามองดูภาพเหตุการณ์นี้ ต่างก็รู้สึกตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก

บนโลกอินเทอร์เน็ต ก็มีคลิปวิดีโอที่เกี่ยวข้องถูกเผยแพร่ออกมาเช่นกัน

สิ่งนี้ ทำให้ผู้คนจำนวนมากรู้สึกหวาดผวา!

[พระเจ้าช่วย! บินเข้าไปในพายุจริง ๆ ด้วย!]

[น่ากลัวชะมัด การที่เครื่องบินบินเข้าไปในพายุฝนฟ้าคะนอง โอกาสรอดแทบจะเป็นศูนย์เลยนะ!]

[เทพซูเป็นกัปตันนะเว้ย พวกเราต้องเชื่อมั่นในตัวเทพซูสิ!]

[ใช่แล้ว! เทพซูไม่มีทางตายหรอก!]

[สู้ ๆ นะ!]

บนโลกอินเทอร์เน็ต ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนที่เฝ้ามองดูคลิปวิดีโอ ต่างก็รู้สึกตกตะลึงไปตาม ๆ กัน

และในขณะเดียวกัน

หัวหน้าหลี่ที่เฝ้ามองดูวิดีโอที่ถูกส่งมาจากแนวหน้า ก็กำหมัดแน่น

นี่คือหมากตาสุดท้ายที่เขาจำใจต้องเดิน เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นเหลืออยู่แล้ว

ถ้าทำสำเร็จ เครื่องบินก็จะสามารถบินฝ่าพายุฝนฟ้าคะนอง แล้วก็ลงจอดที่สนามบินได้อย่างปลอดภัย

แต่ถ้าล้มเหลว

ก็เท่ากับเครื่องบินตกตายยกลำ!

ในสองทางเลือกนี้ แน่นอนว่าเขาย่อมปรารถนาให้เป็นทางเลือกแรกอยู่แล้ว

แต่ในความเป็นจริง ทางเลือกที่สองกลับมีความเป็นไปได้สูงที่สุด!

เขตพายุฝนฟ้าคะนอง ถือเป็นเขตหวงห้ามสำหรับเครื่องบินมาโดยตลอด!

ต่อให้เครื่องบินในปัจจุบัน จะมีระบบป้องกันพายุฝนฟ้าคะนองที่ทันสมัยแค่ไหนก็ตาม!

แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลังของธรรมชาติ พลังของมนุษย์เรา มันก็ยังคงดูเล็กจ้อยอยู่ดี!

ในวินาทีนี้ เขาทำได้เพียงฝากความหวังเอาไว้ที่ฝีมือการขับเครื่องบินอันยอดเยี่ยมของกัปตันคนนั้น เพื่อพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสเท่านั้น

เพราะเมื่อเครื่องบินบินเข้าไปในเขตพายุฝนฟ้าคะนองแล้ว สัญญาณการสื่อสารก็จะถูกตัดขาด

ศูนย์ควบคุมการบินภาคพื้นดิน ก็จะไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใด ๆ ได้อีกต่อไป

เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาก็โบกมือเรียกเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเข้ามา

“ฉันต้องการข้อมูลของกัปตันคนนั้น”

“รับทราบครับ”

เจ้าหน้าที่คนนั้นพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินออกไปค้นหาข้อมูล

ผ่านไปไม่กี่อึดใจ รายงานฉบับหนึ่งก็ถูกส่งมาให้

“หัวหน้าครับ ข้อมูลที่ต้องการได้แล้วครับ”

รายงานฉบับนั้นถูกส่งมาให้อย่างรวดเร็ว

ทว่าเมื่อได้อ่านดู หัวหน้าหลี่ก็ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลย

“นี่มัน... นักบินฝึกหัดเหรอเนี่ย???”

หัวหน้าหลี่รู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดลงมากลางกบาล

เขาตกตะลึงยืนแข็งค้างอยู่กับที่ แม้แต่กระบวนการคิดก็ยังหยุดชะงักไปชั่วขณะ

สำหรับเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่ที่อยู่ข้าง ๆ ก็ทำได้เพียงพยักหน้ารับอย่างระมัดระวัง

“ตามข้อมูลระบุไว้แบบนั้นครับ นี่เป็นการขึ้นบินสังเกตการณ์เป็นครั้งแรกของเขาครับ”

“นี่มัน...”

หัวหน้าหลี่ตั้งใจจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับพบว่าตัวเองไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้เลย

ครั้งแรกเหรอ งั้นก็ช่างเถอะ

อย่างน้อย ๆ ก็ต้องเคยผ่านการฝึกฝนมาบ้างแหละน่า

มันยังพอมีความหวังอยู่

ใช่ ยังมีความหวังอยู่

หัวหน้าหลี่พร่ำบอกตัวเองในใจเช่นนี้ แต่ทว่ามือที่ถือบุหรี่อยู่ กลับกำลังสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด

และในตอนนั้นเอง

ผู้หญิงคนก่อนหน้านี้ ก็เดินกลับมาอีกครั้ง

“หัวหน้าคะ สถานการณ์ดูเหมือนจะมีจุดพลิกผันนะคะ!”

“จุดพลิกผันเหรอ?!”

หัวหน้าหลี่รีบหันไปมองผู้หญิงคนนั้นทันที

ทว่าสีหน้าของผู้หญิงคนนั้น กลับดูอึดอัดใจเป็นอย่างมาก

“น่าจะ... ถือว่าเป็นจุดพลิกผันนะคะ”

“พูดมาสิ!”

หัวหน้าหลี่เร่งเร้าอย่างร้อนรน

ตอนนี้ เขาต้องการข่าวดีมากระตุ้นกำลังใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก

เมื่อเห็นดังนั้น ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่กล้าอิดออด รีบรายงานทันที

“กัปตันที่ชื่อจางฉีคนนั้น น่าจะเป็นตัวปลอมค่ะ ส่วนจางฉีตัวจริง ตอนนี้ยังอยู่ที่เมืองหนานไห่อยู่เลยค่ะ จางฉีคนปัจจุบัน คือคนที่มีชื่อว่า ซูอวี่ ค่ะ”

เปรี้ยง!

ในวินาทีนี้ หัวหน้าหลี่รู้สึกเหมือนตัวเองโดนฟ้าผ่าเข้าให้จริง ๆ

ตัวปลอมงั้นเหรอ?

กัปตันเครื่องบินคนนี้ คือตัวปลอมงั้นเหรอ?

เชี่ยเอ๊ย กัปตันตัวจริงยังอยู่ที่เมืองหนานไห่อยู่เลยเนี่ยนะ?

นั่นก็หมายความว่า คนที่อยู่บนเครื่องบินลำนั้น ขับเครื่องบินไม่เป็นงั้นสิ?!

ขับเครื่องบินไม่เป็น แล้วยังจะกล้าบินฝ่าเข้าไปในพายุฝนฟ้าคะนองอีกเนี่ยนะ?!

จบกัน!

ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว!

ต้องตายกันหมดแน่ ๆ!

หัวหน้าหลี่ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ดวงตาเหม่อลอยไร้จุดหมาย สีหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด

ภายในศูนย์ควบคุม

เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ก็มีอาการไม่ต่างจากหัวหน้าหลี่เลยสักนิด

ตัวปลอมงั้นเหรอ???

กัปตันของเที่ยวบินหนานไห่ 9141 เป็นตัวปลอมเหรอ?!

แล้วแบบนี้จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย?

กัปตันตัวปลอม คงต้องตายสถานเดียวแน่ ๆ!

ต้องรู้ไว้นะว่า การขับเครื่องบิน มันไม่เหมือนกับการขับรถยนต์นะเว้ย

ขับรถยนต์ คนธรรมดาทั่วไปอาจจะพอเดาวิธีขับได้จากการสังเกตคนอื่นขับบ่อย ๆ

แต่เครื่องบินมันต่างออกไปสิ

บนแผงหน้าปัดมีปุ่มควบคุมตั้งหลายสิบปุ่ม คนธรรมดาทั่วไปอย่าว่าแต่จะขับเลย

แค่มองดูก็ตาลายแล้ว!

ในวินาทีนี้ เจ้าหน้าที่ทุกคนต่างก็ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก

และในเวลาเดียวกัน

บนท้องฟ้า

เที่ยวบินหนานไห่ 9141 ก็ได้บินฝ่าเข้าไปในเมฆพายุฝนฟ้าคะนอง จนหายลับไปจากสายตาเสียแล้ว

ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วน พากันยกโทรศัพท์มือถือและกล้องวิดีโอขึ้นมาถ่ายภาพท้องฟ้า หวังว่าจะได้เห็นเหตุการณ์อะไรบางอย่าง

ทว่าเมฆพายุมันหนาทึบเกินไป ทำให้มองไม่เห็นอะไรเลยสักอย่าง

กลับมีเพียงสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างหนักเท่านั้น

และในขณะเดียวกัน

ภายในกลุ่มเมฆพายุ

เครื่องบินลำหนึ่ง กำลังบินฝ่าพายุไปอย่างรวดเร็ว

ซูอวี่ที่นั่งอยู่ในห้องนักบิน สายตาจับจ้องไปเบื้องหน้าอย่างแน่วแน่

ทว่าเบื้องหน้ากลับมืดสนิทไปหมด เขาจึงมองเห็นได้เพียงแค่สถานการณ์ในระยะไม่กี่สิบเมตรจากแสงไฟหน้ารถของเครื่องบินเท่านั้น

ไม่นานนัก บนร่างกายของเขาก็มีหยดน้ำเกาะอยู่เต็มไปหมด

เมฆพายุมีความชื้นสูงมาก เมื่อเครื่องบินบินฝ่าเข้าไป ก็ย่อมต้องเปียกน้ำเป็นธรรมดา

แต่โชคดีที่แผงหน้าปัดของเครื่องบิน มีระบบกันน้ำและกันไฟฟ้าสถิตติดตั้งเอาไว้

มันจึงยังสามารถทำงานได้ตามปกติ

ทว่าระบบการสื่อสาร กลับถูกตัดขาดไปโดยสิ้นเชิง

ซูอวี่จ้องมองไปเบื้องหน้า สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะขับเครื่องบินต่อไป

สิ่งที่เป็นที่พึ่งพาเดียวที่ทำให้เขากล้าบินฝ่าเข้าไปในพายุฝนฟ้าคะนอง ก็คือทักษะการหยั่งรู้ถึงอันตรายระดับเทพเจ้า

มันสามารถช่วยรักษาชีวิตของเขาเอาไว้ได้ในยามคับขัน

แต่ทว่า แตกต่างจากซูอวี่ที่ยังคงมีความมั่นใจอยู่บ้าง

ในตอนนี้

ภายในห้องผู้โดยสาร

ทั่วทั้งห้องผู้โดยสาร ตกอยู่ในความเงียบสงัด

ผู้โดยสารจำนวนนับไม่ถ้วน ต่างมองดูเมฆหมอกสีดำมืดที่อยู่ด้านนอกหน้าต่างด้วยความหวาดผวา ภายในใจเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

แสงฟ้าแลบที่สว่างวาบขึ้นมาเป็นระยะ ๆ ยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัวจนแทบจะสติแตก

ทว่าในสถานการณ์เช่นนี้ กลับไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรออกมาเลย แม้แต่เด็ก ๆ ก็ยังไม่กล้าร้องไห้เลยด้วยซ้ำ

ทุกคนต่างก็หวาดกลัว

กลัวว่าตัวเองจะส่งเสียงดัง จนไปรบกวนสายฟ้าที่ซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มเมฆหมอกเหล่านั้น

ทั่วทั้งห้องผู้โดยสาร ตกอยู่ในความเงียบสงัดที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

และสถานการณ์เช่นนี้ ก็ดำเนินไปได้ไม่นานนัก

วินาทีต่อมา สายฟ้าฟาดก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นมา

เปรี้ยง!!!

สายฟ้าฟาดสายหนึ่ง พุ่งเฉียดปีกเครื่องบินไปอย่างหวุดหวิด เครื่องบินก็เริ่มเกิดอาการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเช่นกัน

สิ่งนี้ ทำให้ผู้โดยสารจำนวนนับไม่ถ้วนทนเก็บความรู้สึกเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป พากันส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดผวา

“ฉันไม่อยากตาย ฉันไม่อยากตายจริง ๆ นะ!”

“ฉันทำเวรกรรมอะไรไว้ ถึงต้องมาโดนฟ้าผ่าแบบนี้ด้วย”

“ฉันคิดถึงบ้าน ฉันอยากกลับบ้าน ฉันอยากมีชีวิตอยู่!”

ผู้โดยสารจำนวนนับไม่ถ้วน กรีดร้องด้วยความหวาดกลัว

แม้แต่บรรดาแอร์โฮสเตส ก็หมดปัญญาที่จะคอยปลอบประโลมผู้โดยสารแล้ว

พวกเธอนั่งประจำที่ของตัวเอง สีหน้าก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวไม่แพ้กัน

ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า เที่ยวบินธรรมดา ๆ เที่ยวบินหนึ่ง จะกลายมาเป็นแบบนี้ไปได้

บางที พวกเขาอาจจะต้องตายกันหมดจริง ๆ ก็ได้?!

ผู้คนนับไม่ถ้วน รู้สึกหวาดผวาเป็นอย่างมาก

และในห้องนักบินส่วนหน้า

ซูอวี่ก็เอามือปาดน้ำฝนที่เกาะอยู่บนเส้นผมออก

เมื่อกี้ สายฟ้าฟาดเกือบจะโดนปีกเครื่องบินเข้าให้แล้ว

ถ้าโดนเข้าล่ะก็ ถังน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ข้างในก็อาจจะระเบิดขึ้นมาได้เลย

แต่โชคดี ที่ในจังหวะสำคัญ เขาสามารถหักหลบได้ทันท่วงที

ทว่า ซูอวี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าเขาจะสามารถหลบหลีกได้อีกกี่ครั้ง

สายตาของเขา หันไปมองที่เรดาร์ตรวจสภาพอากาศ

เรดาร์หยุดทำงานไปตั้งแต่บินเข้ามาในเขตพายุฝนฟ้าคะนองแล้ว

แต่จากการสังเกตก่อนหน้านี้

เขตพายุฝนฟ้าคะนองครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 20 กว่ากิโลเมตร นั่นก็หมายความว่า ด้วยความเร็วของเครื่องบินในตอนนี้ จะต้องใช้เวลาประมาณ 2 นาที ถึงจะบินพ้นเขตพายุฝนฟ้าคะนองไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ

และตอนนี้ ก็เพิ่งจะผ่านไปแค่ 30 วินาทีเท่านั้น

แต่ก็เอาเถอะ

อย่างน้อย ๆ ก็ใช้เวลาไม่นานนักหรอก

ซูอวี่เพิ่งจะคิดแบบนั้น

วินาทีต่อมา ทักษะการหยั่งรู้ถึงอันตรายระดับเทพเจ้า ก็ทำงานขึ้นมาอีกครั้ง!

จบบทที่ ตอนที่ 350 ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเป็นของปลอม บินฝ่าพายุฝนฟ้าคะนอง

คัดลอกลิงก์แล้ว