- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยเมนูอสูรในห้องเผาซาก สู่เส้นทางอมตะ
- บทที่ 60 หญ้าดาวเทียนหลาง หมาป่าแปดปีกชั้นเลิศ!
บทที่ 60 หญ้าดาวเทียนหลาง หมาป่าแปดปีกชั้นเลิศ!
บทที่ 60 หญ้าดาวเทียนหลาง หมาป่าแปดปีกชั้นเลิศ!
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อู๋เหลียงและเย่เหยาสบตากัน ก่อนจะพากันวิ่งตรงไปยังทิศทางที่เสียงของหมาป่าแปดปีกดังขึ้น
ณ ส่วนที่ลึกที่สุดของหุบเขา หมาป่าแปดปีกยืนอยู่หน้าปากถ้ำแห่งหนึ่ง จ้องมองเข้าไปข้างในเขม็ง
ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในหุบเขา มันก็รู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังเรียกหามันอยู่
ในตอนนี้ความรู้สึกนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีเส้นด้ายที่มองไม่เห็นฉุดรั้งมันไว้ นำทางมันมาจนถึงที่นี่ทีละก้าว
มันกดข่มแรงกระตุ้นในใจเอาไว้ ใช้กรงเล็บตะกุยลงบนพื้นหินจนเกิดเป็นรอย เพื่อรอให้อู๋เหลียงและเย่เหยาตามมา
ไม่นานนัก ทั้งสองคนก็ปรากฏตัวที่หน้าปากถ้ำ
พี่ใหญ่ ข้ารู้สึกได้ว่ามีบางอย่างอยู่ข้างในกำลังเรียกหาข้า
หมาป่าแปดปีกร้อนรนจนแทบจะอดใจไม่ไหว
เย่เหยาพยักหน้า มีดสั้นในมือหมุนพลิกแล้วพุ่งนำเข้าไปข้างใน อู๋เหลียงและหมาป่าแปดปีกรีบตามไปติดๆ
ภายในถ้ำไม่กว้างนัก แต่พอเข้ามาก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังวิญญาณที่ผิดปกติ
พลังวิญญาณงั้นหรือ? อู๋เหลียงชะงักไป รังของราชาอสูรสงเอ้อร์เนี่ยนะมีพลังวิญญาณ? ตามหลักแล้วสถานที่แบบนี้ควรจะมีแต่ไออสูรที่หนาทึบถึงจะถูก
เสี่ยวปา อย่าเพิ่งผลีผลาม
อู๋เหลียงกล่าวเสียงต่ำ เพราะกลัวว่าหมาป่าแปดปีกจะตื่นเต้นจนไปรบกวนราชาอสูรสงเอ้อร์ที่กำลังปะทะกันอยู่ภายนอก
พวกเจ้าดูนั่น
เย่เหยาหยุดลงหน้าก้อนหินยักษ์ก้อนหนึ่ง
ก้อนหินนั้นสูงสามชั้น ตัวก้อนหินเป็นสีดำสนิทและแผ่คลื่นพลังที่ทำให้รู้สึกขนลุกซู่ บนหินสลักไว้ด้วยค่ายกลที่ซับซ้อน ลวดลายหนาแน่นราวกับใยแมงมุมที่ปกคลุมไปทั่วทั้งก้อน
นี่เป็นค่ายกลส่งผ่านทางเดียว
เย่เหย้ายื่นมือไปลูบไล้ลวดลายบนค่ายกล แววตาฉายประกายกล้า หากเดาไม่ผิด ปลายทางของการส่งผ่านนี้คือฐานที่มั่นของสำนักเทพเซียนอสูรในป่าอสูรเทียนเหยียน
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อู๋เหลียงก็ประหลาดใจ แต่เขาก็กล่าวต่อว่า ถ้าอย่างนั้นถ้าเราใช้ค่ายกลนี้ เราก็สามารถไปถึงสำนักเทพเซียนอสูรได้โดยตรงเลยน่ะสิ?
หากเป็นแบบนั้น เขาก็คงได้อาละวาดแน่
เย่เหยาลูบค่ายกลไปมาแล้วส่ายหน้า
ค่ายกลนี้ส่งจากสำนักเทพเซียนอสูรมาที่นี่ได้อย่างเดียว เป็นเพียงค่ายกลทางเดียวเท่านั้น
อู๋เหลียงส่ายหน้าอย่างเสียดายเมื่อได้ยินดังนั้น
แต่ข้าสามารถอาศัยร่องรอยไออสูรที่หลงเหลืออยู่บนค่ายกล เพื่อคาดการณ์ขอบเขตที่ตั้งโดยประมาณของสำนักเทพเซียนอสูรได้
เย่เหยากล่าวเสริมขึ้นมาอีกครั้ง
มั่นใจแค่ไหน? อู๋เหลียงหันไปถามนาง
วางใจให้ข้าเถอะ
เย่เหยามีจิตสังหารที่เย็นยะเยือกแผ่ออกมา
คราวที่แล้วขุนพลอสูรเนตรอัคคีทำให้ข้าต้องเสียท่า ความแค้นนี้ต้องชำระ ตอนนี้มันบาดเจ็บสาหัส ถือเป็นโอกาสดีที่สุด
อู๋เหลียงพยักหน้า ถ้าอย่างนั้นฝากด้วยนะ
พูดจบเขาก็หันไปมองรอบๆ แล้วพบว่าหมาป่าแปดปีกหายไปอีกแล้ว
ไอ้เจ้าตัวนี้ หันมาอีกทีก็วิ่งหายไปไร้ร่องรอยเสียแล้ว
เย่เหยากำลังเริ่มคำนวณทิศทางของปลายอีกด้านหนึ่งของค่ายกล ส่วนหมีเกราะปฐพีข้างนอกก็ถูกกำจัดไปเกือบหมดแล้ว ตราบใดที่ราชาอสูรสงเอ้อร์ไม่กลับมา ที่นี่ก็นับว่าปลอดภัย
แต่ก็ไม่รู้ว่ากู่เต้าเสวียนกับคนกลุ่มนั้นจะยื้อเวลาไว้ได้นานแค่ไหน ต้องรีบหน่อยแล้ว
เสี่ยวปา
อู๋เหลียงก้าวเดินไปข้างหน้าไม่กี่ก้าว ก็เห็นหมาป่าแปดปีกยืนอยู่หน้ากองดินกองหนึ่ง
เมื่อเขาเหลือบมองไปก็ต้องเบิกตากว้างขึ้นทันที
กองดินเบื้องหน้าแผ่ซ่านด้วยกลิ่นอายลึกลับ บนกองดินนั้นมีต้นหญ้าต้นหนึ่งกำลังค่อยๆ ผลิบาน รากของมันชอนไชลงไปในดิน ดูดซับสารอาหารให้เห็นด้วยตาเปล่า ใบของมันคลี่ออกและแต่ละใบต่างเปล่งประกายรัศมีจางๆ
[หญ้าดาวเทียนหลาง มีคุณสมบัติแห่งเทพ หากมนุษย์กินเข้าไปจะเพิ่มพลังวิญญาณในร่างอย่างรวดเร็ว มีผลทำให้เลื่อนระดับได้ถึงสองขั้น หากเผ่าอสูรกินเข้าไปจะทะลวงขีดจำกัดของระดับพลังและปลุกสายเลือดในกายให้ตื่น]
[วิธีรับประทาน เมื่อหญ้าสุกงอม ให้นำไปย่างด้วยดินราชาและไฟแรงเป็นเวลาเจ็ดเจ็ดสี่สิบเก้าวัน]
[คำแนะนำ: เจ้าสุนัขบอกว่ากินได้ แต่มันเป็นสัตว์กินเนื้อนะ]
เมื่อเห็นตัวอักษรสีทองเบื้องหน้า อู๋เหลียงก็ชะงักไป
หญ้าก็กินได้ด้วยหรือ?
ไม่สิ หรือว่านี่คือสิ่งที่ราชาอสูรสงเอ้อร์คอยปกป้องไว้ตลอดเวลา?
เขามองหมาป่าแปดปีก เห็นได้ชัดว่าสายตาของเจ้าตัวนี้ถูกต้นหญ้านี้ดึงดูดไปจนหมดสิ้นแล้ว
ในตอนนั้นเอง หญ้าดาวเทียนหลางก็ดูดซับสารอาหารคำสุดท้ายจนหมดสิ้น ต้นหญ้าทั้งต้นสั่นไหวเบาๆ ที่ปลายยอดของมันมีภาพจำลองของหมาป่าตัวเล็กๆ ขนาดเท่าฝ่ามือค่อยๆ ปรากฏขึ้น มันหมุนวนรอบลำต้นหญ้าสองรอบราวกับมีจิตวิญญาณ
ดวงตาของหมาป่าแปดปีกส่องประกาย มันรู้สึกได้ว่าต้นหญ้านี้กำลังรอคอยมันอยู่ มันยื่นกรงเล็บออกไปเพื่อสัมผัสที่ใบไม้ใบนั้น
วินาทีที่สัมผัสโดนใบไม้ ราชาอสูรสงเอ้อร์ที่อยู่บนฟากฟ้าเบื้องนอกก็แผดเสียงคำรามลั่นในทันที
โฮก!
ราชาอสูรสงเอ้อร์แผดเสียงคำรามสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งฟ้าดิน ไออสูรที่บ้าคลั่งระเบิดออกจากร่างของมันจนกู่เต้าเสวียนและพวกพ้องทั้งสามคนถูกซัดกระเด็นออกไป
ใครบังอาจมาแตะต้องหญ้าของข้า!
น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดและบ้าคลั่ง ดวงตาทั้งสองข้างเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน จ้องเขม็งมายังทิศทางที่ตั้งของรังตนเอง
ไอ้หมีตายตัวนี้มันเป็นบ้าอะไรของมัน?
กู่เต้าเสวียนพ่นลิ่มเลือดออกมา มองดูราชาอสูรสงเอ้อร์ที่ดูสติหลุดไปแล้วด้วยความงุนงง
เพิ่งจะถูกพวกเขาสามคนรุมโจมตีเมื่อครู่มันยังไม่เดือดดาลขนาดนี้เลย แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น?
เถียนเอ้อซานที่อยู่ไกลออกไปก็แปลกใจเช่นกัน เขาเตรียมจะลงมือช่วยสามคนนั้นอยู่แล้วเชียว แต่กลับกลายเป็นว่าเจ้าหมีนี่เริ่มอาละวาดไปเสียก่อน
เกิดเรื่องอะไรขึ้น?
บนฟ้า ราชาอสูรสงเอ้อร์แผดเสียงคำรามอีกครั้งก่อนจะจ้องมองมายังดินแดนของตนด้วยดวงตาที่แดงก่ำ
วินาทีต่อมา มันก็พุ่งตัวออกไปราวกับสายฟ้าแลบ
ในที่สุดวินาทีที่เข้าใกล้ดินแดนของตน มันก็เห็นศพเกลื่อนกลาดเต็มพื้น ในนั้นยังมีศพหลานของมันรวมอยู่ด้วย
โฮก~ ไอ้คนโฉด ไอ้พวกสุนัขรับใช้ ท่านปู่สงเอ้อร์จะฆ่าพวกแก จะฆ่าพวกแกให้หมด!
มันคำรามก้องอย่างคลุ้มคลั่ง ไออสูรบนร่างประทุออกมาประดุจภูเขาไฟระเบิด ซัดสาดต้นไม้โดยรอบจนราบเป็นหน้ากลอง ในดวงตาสีแดงฉานคู่นั้น เหลือเพียงจิตสังหารที่บ้าคลั่งเพียงอย่างเดียว
บนฟ้า กู่เต้าเสวียนทั้งสามไล่ตามมาเห็นภาพนี้เข้าก็มองหน้ากัน
นี่มีคนแอบมาขโมยของถึงรังหรือเปล่า? ซ่งหลินซิงกล่าวเสียงต่ำ
ไป ดูหน่อยสิ
กู่เต้าเสวียนเช็ดเลือดที่มุมปาก แล้วบินนำไปยังรังของราชาอสูรสงเอ้อร์ทันที
ลึกลงไปในถ้ำ อู๋เหลียงได้ยินเสียงคำรามนั่นก็สีหน้าเปลี่ยนไป
แต่หมาป่าแปดปีกกลับทำราวกับไม่ได้ยินอะไร มันจ้องมองหญ้าดาวเทียนหลาง จากนั้นก็อ้าปากงับเข้าไปคำหนึ่ง
[หมาป่าแปดปีก ระดับสร้างรากฐานขั้นที่ห้าขั้นสูงสุด เนื้อสัมผัสชั้นเลิศ วัตถุดิบชั้นยอดของเผ่าอสูร]
[สามารถปรุงได้หลากหลาย ถือเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศ]
[เมื่อรับประทานแล้ว จะได้รับพรสวรรค์เฉพาะตัวของหมาป่าแปดปีกร้อยเปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังสามารถขัดเกลาอวัยวะภายในและเสริมสร้างร่างกาย ทำให้ศาสตราวิญญาณทั่วไปไม่อาจสร้างความเสียหายให้ได้]
[กินแล้วเลื่อนระดับได้ถึงสามขั้น ในขณะที่ทะลวงระดับจินตานมีโอกาสได้รับจินตานสีทอง]
[คำแนะนำ: ของดีเดินได้ขนาดนี้เจ้าถึงกับไม่กิน เจ้าสุนัขเนี่ยน้ำลายไหลจนหกหมดแล้วนะ]
เมื่อเห็นตัวอักษรสีทองที่ปรากฏขึ้นเป็นครั้งที่สองเพราะหมาป่าแปดปีก อู๋เหลียงก็ชะงักไป จากนั้นอดไม่ได้ที่จะเดาะลิ้น
อย่างอื่นยังพอว่า แต่โอกาสได้รับจินตานสีทองนี่มันยั่วยวนใจเหลือเกิน
เขาเริ่มครุ่นคิดว่าวันหลังควรจะให้เจ้าหมาป่าแปดปีกเฉือนเนื้อตัวเองมาให้เขาลองชิมดูบ้างดีไหม
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนั้น
เย่เหยา
เขาหันไปมองทางข้างๆ ซึ่งในตอนนี้เย่เหยาก็คำนวณสำเร็จเรียบร้อยแล้ว
พี่ใหญ่ พวกท่านต้านไว้ก่อนนะ ข้าต้องจำศีลสักพัก
หมาป่าแปดปีกสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในร่าง หลังกล่าวจบมันก็กลายเป็นแสงสีทองบินเข้าสู่แหวนมิติของอู๋เหลียงอย่างอดใจไม่ไหว
และในตอนนั้นเอง ราชาอสูรสงเอ้อร์ก็มาถึงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
(จบบท)