เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1540 กองทัพที่บุกทะลวงเข้ามา (ฟรี)

บทที่ 1540 กองทัพที่บุกทะลวงเข้ามา (ฟรี)

บทที่ 1540 กองทัพที่บุกทะลวงเข้ามา (ฟรี)


“พวกเรา... พวกเราก็ไม่ทราบครับ

จู่ ๆ ก็มียานทิ้งระเบิดล่องหนสองกลุ่มพุ่งออกมาจากความว่างเปล่าจริงๆ

ยานทิ้งระเบิดล่องหนสองกลุ่มนี้ แต่ละกลุ่มมียานรบถึง 20,000 ลำ ส่งผลให้แนวรบของพวกเราต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันมหาศาล!” ผู้ใต้บังคับบัญชารายงานด้วยน้ำเสียงลนลาน เม็ดเหงื่อผุดซึมเต็มหน้าผาก

ราชาภัยแล้งจ้องมองแบบจำลองสงครามอวกาศตรงหน้า ปากก็พึมพำกับตัวเองไม่หยุด “เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง? มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้สิ ภายใต้การทำงานของอุปกรณ์ตรวจจับการล่องหนของพวกเรา ศัตรูจะมียานทิ้งระเบิดล่องหนซุกซ่อนอยู่ได้ยังไง พวกมันจะไปซ่อนตัวอยู่ที่...”

ทันใดนั้น เสียงของราชาภัยแล้งก็หยุดชะงัก

สายตาของเขาจับจ้องไปยังตำแหน่งที่ยานทิ้งระเบิดล่องหนทั้งสองกลุ่มปรากฏตัวขึ้น พลางขยายภาพบริเวณนั้นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อมองเห็นทุกอย่างชัดเจน รูม่านตาของเขาก็หดตัวลงอย่างรุนแร

เพราะเขาค้นพบว่า ณ ตำแหน่งที่ยานทิ้งระเบิดล่องหนทั้งสองกลุ่มปรากฏตัวขึ้นนั้น ยานทิ้งระเบิดล่องหนลำอื่นๆ ที่เปิดเผยตัวตนออกมาก่อนหน้านี้ ดูเผิน ๆ เหมือนกำลังสู้รบตามปกติ

แต่หากสังเกตให้ดี รูปขบวนของยานทิ้งระเบิดล่องหนเหล่านั้นกลับมีลักษณะคล้ายร่มขนาดยักษ์

และบังเอิญเหลือเกินที่อุปกรณ์ตรวจจับการล่องหน ซึ่งกองทัพของราชาภัยแล้งใช้อยู่ในเวลานี้ เป็นระบบตรวจจับแบบสแกน

แม้มันจะสามารถเปิดโปงการพรางตัวของยานรบทุกลำได้ และยังมีขอบเขตการตรวจจับกว้างขวางอย่างยิ่ง

แต่การสแกนแบบนี้ก็มีจุดอ่อนอยู่อย่างหนึ่ง คือคลื่นสัญญาณที่ปล่อยออกมาสามารถถูกบดบังได้

และเมื่อคลื่นถูกบดบัง พื้นที่ทางด้านหลังย่อมกลายเป็นเขตอับสัญญาณ

อย่างไรก็ตาม กองทัพของราชาภัยแล้งมียานรบถึง 100,000 ลำ ทอดตัวเป็นกระบวนทัพขนาดมหึมา และรอบกองทัพทั้งหมดยังเต็มไปด้วยอุปกรณ์ตรวจจับการล่องหนเหล่านี้

ในช่วงแรกเริ่ม พวกเขาจึงเชื่อว่า ต่อให้เกิดจุดบอดจากการที่คลื่นถูกบดบังขึ้นมาบ้าง แต่ด้วยอุปกรณ์ตรวจจับหลายชุดขนาดนี้ สแกนซ้ำครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่เช่นนี้ เขตอับสัญญาณจะเหลือสักเท่าไหร่กันเชียว?

ทว่าในปัจจุบัน คำตอบก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้ว

มันหลงเหลือมุมอับสัญญาณที่กว้างขวางพอจะบรรจุยานทิ้งระเบิดล่องหนได้ถึง 20,000 ลำ

และมุมอับสัญญาณนี้ ก็เป็นสิ่งที่กองทัพนักล่าเงาของฝ่ายตรงข้ามจงใจสร้างขึ้น

พวกมันรู้แต่แรกแล้วว่า กองทัพภัยแล้งมีอุปกรณ์ประเภทนี้อยู่ จึงอาศัยกระบวนทัพรูปทรงร่มคันนั้น สร้างมุมอับสัญญาณขึ้นมาด้วยตนเอง

จากนั้นก็ให้ยานทิ้งระเบิดล่องหนส่วนที่ยังคงรักษาสถานะล่องหน หลบซ่อนอยู่ภายในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับของกองทัพภัยแล้ง

สร้างภาพลวงตาให้กองทัพภัยแล้งตายใจว่า กองทัพนักล่าเงามียานรบเพียง 60,000 ลำเท่านั้น

แต่ในความเป็นจริง ภายใต้ผืนน้ำอันนิ่งสงบ กลับยังมียานทิ้งระเบิดล่องหนซุกซ่อนอยู่อีกถึง 40,000 ลำ!

“พวกมันทำแบบนี้ได้ยังไง? พวกมันทำเรื่องระดับนี้สำเร็จได้ยังไงกัน” ราชาภัยแล้งกล่าวด้วยความไม่อยากเชื่อ

แม้เขาจะเข้าใจหลักการของมัน แต่ในมุมมองของเขา ปฏิบัติการลักษณะนี้แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำสำเร็จ

ยานรบที่ทำหน้าที่สร้างเขตอับสัญญาณเหล่านั้น ขอเพียงเกิดความคลาดเคลื่อนขึ้นแม้แต่นิดเดียว ก็อาจเปิดเผยตำแหน่งของยานทิ้งระเบิดล่องหนที่ซ่อนอยู่ด้านหลังได้ทันที

ยิ่งไปกว่านั้น กองทัพหลงเซี่ยวคำนวณรัศมีการสแกนของอุปกรณ์ตรวจจับฝั่งเขาได้อย่างแม่นยำขนาดนี้ได้อย่างไร?

เรื่องทั้งหมดนี้มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว

แต่ในเวลานี้ ไม่มีใครสามารถอธิบายคำตอบให้เขาได้

หลังจากตกตะลึงอยู่เพียงชั่วครู่ ราชาภัยแล้งก็ไม่มีเวลามาคิดเรื่องพวกนี้อีกต่อไป

เพราะช่องโหว่ในคราวนี้ เพราะยานทิ้งระเบิดล่องหนที่งอกเพิ่มขึ้นมาอีก 40,000 ลำนี้ กำลังเปิดฉากโจมตีกองทัพภัยแล้งของเขาจากสองทิศทางพร้อมกัน

ซ้ำการบุกโจมตียังรวดเร็วและราบรื่นเป็นอย่างยิ่ง!

บนแบบจำลองสงครามอวกาศ ราชาภัยแล้งสามารถมองเห็นสัญลักษณ์รูปลูกศรสองดอกพุ่งทะลวงจากปีกข้าง ปักลึกเข้ามาในกองทัพของเขามากขึ้นเรื่อยๆ

ที่สำคัญ ทิศทางการโจมตีของมันยังมุ่งตรงมายังยานพิฆาตยุทธศาสตร์หนักผสมผสานระดับกึ่ง T7 ฮั่นป๋ากุ่ยหวังของเขา

เห็นได้ชัดว่า เป้าหมายของพวกมันคือมุ่งตรงมาเด็ดหัวยานธงลำนี้

หากเป็นเพียงยานทิ้งระเบิดล่องหนกลุ่มละ 20,000 ลำจากสองทิศทางนี้ ราชาภัยแล้งอาจจะไม่ถึงขั้นต้องตื่นตระหนกขนาดนี้

เพราะต่อให้พวกกุ้งหอยปูปลาจะมีจำนวนมากแค่ไหน ก็ไม่มีปัญญาคุกคามผู้แข็งแกร่งตัวจริงได้

แต่ทว่า! เขาเห็นแล้ว!

เขามองเห็นว่าในเส้นทางการบุกโจมตีทั้งสองเส้นทางนี้ ยานเดรดนอตหนักระดับกึ่ง T7 โกลเด้นสคารับของศัตรู กำลังเร่งความเร็วขยับเข้าใกล้เส้นทางสองสายนั้น

ทันทีที่เห็นภาพนี้ ม่านตาของราชาภัยแล้งต้องหดเกร็งขึ้นมาอีกครั้ง ความเย็นเยียบสายหนึ่งแล่นวาบไปทั่วร่างกาย

เขาเข้าใจแล้วว่าศัตรูกำลังคิดจะทำอะไร

พวกมันใช้ยานทิ้งระเบิดล่องหนเปิดทางอย่างรวดเร็ว ฉีกแนวป้องกันจนเกิดเส้นทางโจมตีที่พุ่งตรงไปยังยานฮั่นป๋ากุ่ยหวัง เพื่อเปิดโอกาสให้ยานเดรดนอตหนักระดับกึ่ง T7 โกลเด้นสคารับ สามารถเข้าประชิดยานพิฆาตยุทธศาสตร์หนักผสมผสานระดับกึ่ง T7 ฮั่นป๋ากุ่ยหวังได้โดยตรง

นี่คือแผนการเด็ดหัวของกองทัพหลงเซี่ยว และหัวที่พวกมันต้องการเด็ด ก็คือตัวเขาผู้เป็นราชาภัยแล้ง!

หลังจากได้เห็นพลังรบของยานเดรดนอตหนักระดับกึ่ง T7 โกลเด้นสคารับด้วยตาตนเองก่อนหน้านี้

ราชาภัยแล้งย่อมรู้ดีว่า ยานสงครามระดับกึ่ง T7 จากจักรวรรดิหลงเซี่ยวรุ่นนี้ มีความสามารถมากพอที่จะทำลายยานพิฆาตยุทธศาสตร์หนักผสมผสานระดับกึ่ง T7 ฮั่นป๋ากุ่ยหวังของเขาลงได้อย่างแน่นอน!

“ส่งคำสั่งของฉันลงไป! ให้ทุกกองพันหดแนวป้องกันเข้ามาเดี๋ยวนี้ รีบถอยกลับมาป้องกันโดยด่วน!

ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม ต้องสกัดกั้นยานทิ้งระเบิดล่องหนพวกนั้น รวมถึงยานเดรดนอตหนักระดับกึ่ง T7 โกลเด้นสคารับให้ได้!” ราชาภัยแล้งแผดเสียงคำรามลั่น เหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผาก

เขาเริ่มร้อนรนขึ้นมาจริงๆ แล้ว

ตอนนี้ราชาภัยแล้งรู้สึกเหมือนได้เห็นคมมีดประหารแขวนอยู่เหนือศีรษะ และมันกำลังค่อยๆ ลดต่ำลงมา

เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตาย

ความรู้สึกเช่นนี้ เขาเคยสัมผัสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น นั่นคือตอนที่เผชิญหน้ากับ ‘ออเดอร์’ ในอดีต

แล้วจะไม่ให้เขาหวาดหวั่นได้อย่างไร?

แต่ปัญหาก็คือ การบุกทะลวงของยานทิ้งระเบิดล่องหนทั้งสองกลุ่มนั้นรวดเร็วและดุดันเกินไป จนกองทัพภัยแล้งแทบไม่มีโอกาสตั้งแนวรับ

ยิ่งไปกว่านั้น อีกฝ่ายยังใช้ยุทธวิธีสายฟ้าแลบ

ยานทิ้งระเบิดล่องหนที่พุ่งนำหน้าจะระดมปล่อยขีปนาวุธ ตอร์ปิโดอวกาศ และระเบิดอวกาศทั้งหมดบนยานออกไปในคราวเดียวโดยไม่ลังเล

จากนั้นก็ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าผลการโจมตีจะเป็นอย่างไร ก่อนจะหักเลี้ยงออกด้านข้าง เปิดทางให้ยานของเพื่อนฝ่ายเดียวกันที่อยู่ด้านหลังเคลื่อนที่ต่อ

และยานทิ้งระเบิดล่องหนที่ไล่ตามมาด้านหลัง ก็จะทำตามขั้นตอนเดิมซ้ำๆ บุกเข้ามาอย่างไม่กลัวตาย

ด้วยวิธีการโจมตีเช่นนี้ พวกมันจึงสามารถฉีกแนวป้องกันของกองทัพภัยแล้งได้อย่างรวดเร็ว และพุ่งตรงไปยังตำแหน่งยานพิฆาตยุทธศาสตร์หนักผสมผสานระดับกึ่ง T7 ฮั่นป๋ากุ่ยหวังด้วยความเร็วอันน่าตกตะลึง

ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ มีผู้ค้นพบว่ายานทิ้งระเบิดล่องหนเหล่านี้สามารถเจาะแนวป้องกันได้รวดเร็ว จนไม่ส่งผลกระทบต่อความเร็วสูงสุดของยานเดรดนอตหนักระดับกึ่ง T7 โกลเด้นสคารับที่ไล่ตามหลังมาเลยแม้แต่น้อย

เพียงแค่นี้ก็เพียงพอจะพิสูจน์ได้แล้วว่า ความเร็วในการบุกทะลวงของยานทิ้งระเบิดล่องหนเหล่านี้ น่าสะพรึงกลัวขนาดไหน

“แบบนั้นแหละ บุกทะลวงต่อไป! เปิดฉากโจมตีต่อไป !

เราต้องฉีกแนวป้องกันออกให้ได้สองช่องทางภายในเวลาที่สั้นที่สุด เพื่อเปิดทางให้ยานโกลเด้นสคารับของพวกเราพุ่งทะลวงเข้าไป!” จ้าวหว่านเอ๋อจับจ้องไปยังแบบจำลองสงครามอวกาศตรงหน้า พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

ความจริงแล้ว กองทัพนักล่าเงาของเธอมีกำลังพลเต็มพิกัดอยู่ที่ 100,000 ลำ

แต่เนื่องจากก่อนเปิดศึกจำเป็นต้องดำเนินกลยุทธ์ แสร้งทำเป็นอ่อนแอให้ศัตรูตายใจ

อีกทั้งในสงครามครั้งแรกที่แสดงให้อารยธรรมผู้กลืนกินเห็น ก็มียานทิ้งระเบิดล่องหนเพียง 60,000 ลำเท่านั้น

นอกจากนี้ ด้วยลักษณะพิเศษของกองทัพนักล่าเงา การเสริมกำลังยานทิ้งระเบิดล่องหนใหม่ๆ จึงถูกดำเนินการอย่างลับๆ

ประกอบกับภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติก็ล้วนเป็นความลับขั้นสุดยอด

ดังนั้น หากไม่ใช่กองทัพนักล่าเงาจงใจเปิดเผยจำนวนยานรบของตนเองระหว่างปฏิบัติการ ศัตรูย่อมไม่มีทางล่วงรู้จำนวนยานรบที่ประจำการอยู่ในกองทัพนักล่าเงาได้เลย

จ้าวหว่านเอ๋ออาศัยช่องว่างด้านข้อมูลนี้ ซุกซ่อนยานรบของตนเอาไว้ถึง 40,000 ลำ เพื่อเก็บไพ่ใบนี้ไว้ใช้ในช่วงเวลาสำคัญ

เธอตั้งใจว่าจะโยนระเบิดลูกใหญ่ใส่ราชาภัยแล้ง ทำให้อีกฝ่ายตั้งตัวไม่ติด

เมื่อประเมินจากสถานการณ์ปัจจุบัน กลยุทธ์ข้อนี้ก็นับว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงามจริงๆ

ไม่นานนัก บนแบบจำลองสงครามอวกาศก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ช่องโหว่สองจุดที่ถูกกองทัพนักล่าเงาฉีกเปิดขึ้นมา แนวหน้าสุดของกองทัพที่พุ่งทะลวงเข้าไป อยู่ห่างจากยานพิฆาตยุทธศาสตร์หนักผสมผสานระดับกึ่ง T7 ฮั่นป๋ากุ่ยหวังที่เป็นเป้าหมายเพียงระยะสุดท้ายแล้ว

และยานรบที่ถูกส่งเข้าไปในคราวนี้ คือยานเดรดนอตหนักระดับกึ่ง T7 โกลเด้นสคารับจำนวนสองลำ

ไม่ใช่ว่ากองทัพหลงเซี่ยวไม่ต้องการส่งยานเดรดนอตหนักระดับกึ่ง T7 โกลเด้นสคารับเข้าไปมากกว่านี้

แต่สถานการณ์ในตอนนี้เอื้ออำนวยได้เพียงเท่านี้จริงๆ

ตัวเลขสองลำนี้ ถือเป็นจำนวนสูงสุดเท่าที่สามารถส่งเข้าไปได้ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันแล้ว

ในเวลานี้ จ้าวหว่านเอ๋อได้เปิดช่องสื่อสารไปยังกัปตันของยานโกลเด้นสคารับทั้งสองลำ

ทั้งสองลำนั้นคือยานหมายเลขสอง และยานหมายเลขห้า

“สวัสดี” จ้าวหว่านเอ๋อมองไปยังนายพลตรีผู้เป็นกัปตันทั้งสอง ก่อนจะยกมือทำความเคารพขึ้นก่อน

“ท่านจอมพล!” พลตรีทั้งสองรีบทำความเคารพตอบทันที

“สถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงภารกิจต่อจากนี้ พวกคุณคงทราบกันดีอยู่แล้ว

ตอนนี้ยานทิ้งระเบิดล่องหนของฉันได้ฉีกแนวป้องกันของศัตรูออกเป็นสองช่องทาง และส่งยานโกลเด้นสคารับของพวกคุณเข้าไปเรียบร้อยแล้ว

ฉันสร้างสนามรบและโอกาสให้พวกคุณแล้ว

พวกคุณจะคว้าโอกาสนี้เอาไว้ได้หรือไม่ และจะสามารถทำภารกิจให้สำเร็จได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับพวกคุณเองแล้ว

แต่จำเอาไว้ให้ดี ยานทิ้งระเบิดล่องหนของฉันสามารถรักษาเส้นทางทั้งสองสายนี้เอาไว้ได้มากที่สุดเพียงสิบห้านาทีเท่านั้น

หลังผ่านไปสิบห้านาที ไม่ว่าพวกคุณจะสามารถทำลายยานพิฆาตยุทธศาสตร์หนักผสมผสานระดับกึ่ง T7 ฮั่นป๋ากุ่ยหวังของศัตรูลงได้สำเร็จหรือไม่ ก็จำเป็นต้องล่าถอยกลับมาทันที

มิเช่นนั้น พวกคุณจะถูกกองทัพศัตรูล้อมเอาไว้ทั้งหมด เข้าใจไหม?” จ้าวหว่านกล่าวอย่างจริงจัง

“เข้าใจแล้ว!”

“สิบห้านาที รับประกันว่าภารกิจจะสำเร็จ!”

กัปตันยศพลตรีทั้งสองตอบพร้อมกัน

“ดี ฉันจะรอฟังข่าวดีจากพวกคุณ” จ้าวหว่านเอ๋อยกมือทำความเคารพอีกครั้ง

กัปตันยศพลตรีทั้งสองก็ทำความเคารพตอบกลับเช่นกัน

การสื่อสารก็สิ้นสุดลงชั่วคราว

จบบทที่ บทที่ 1540 กองทัพที่บุกทะลวงเข้ามา (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว