- หน้าแรก
- ฝ่าวิกฤตหมอกมรณะ สู่เส้นทางเทพเร้นลับ
- บทที่ 22 - โต๊ะคราฟต์
บทที่ 22 - โต๊ะคราฟต์
บทที่ 22 - โต๊ะคราฟต์
บทที่ 22 - โต๊ะคราฟต์
ปิดประตูห้องลงพร้อมกับเสียงดังเบาๆ
ราวกับว่ามันได้ตัดขาดโลกแห่งสายหมอกออกจากเขาอย่างสิ้นเชิง ทำให้เขารู้สึกอุ่นใจขึ้นเล็กน้อย มันเป็นความรู้สึกปลอดภัยที่อธิบายไม่ถูก
เจียงหลินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปรับอารมณ์ให้สงบลง แล้วหันหลังเดินเข้าไปในห้อง
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็หยิบพิมพ์เขียวสร้างโต๊ะคราฟต์ออกมา ตัดสินใจว่าจะนำมันไปวางไว้ในห้องเก็บของ
เมื่อเดินมาถึงห้องเก็บของ เขากวาดสายตามองไปรอบๆ หีบสมบัติเปล่าถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบบนพื้น ภายในหีบเหล่านั้นบรรจุวัตถุดิบจากสัตว์อสูรชนิดต่างๆ เอาไว้
พอดีว่าห้องเก็บของยังมีพื้นที่ว่างเหลืออยู่อีกมาก เขาจึงเลือกพื้นที่ว่างจุดหนึ่งอย่างลวกๆ
กดสร้าง
แสงสีขาวสว่างวาบขึ้น พิมพ์เขียวในมือหายไป ถูกแทนที่ด้วยโต๊ะคราฟต์หินที่ดูธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง
รูปลักษณ์ภายนอกดูไม่ค่อยดีนัก ออกจะดูหยาบๆ ด้วยซ้ำ ไม่รู้เหมือนกันว่าฟังก์ชันการใช้งานจะเป็นอย่างไร
เจียงหลินเดินเข้าไปใกล้ ลองนำเคียวของตั๊กแตนกลายพันธุ์วางลงบนโต๊ะคราฟต์
หน้าต่างอินเทอร์เฟซเด้งขึ้นมาตรงหน้าทันที
[เคียวตั๊กแตนกลายพันธุ์ระดับ 1 + เหล็ก 0/5 + หิน 0/10 + หินคริสตัล 0/10 = ดาบโค้งเคียวระดับ 1]
เป็นไปตามที่ระบบแนะนำไว้จริงๆ แค่ใส่วัตถุดิบลงไปก็สร้างได้เลย สะดวกรวดเร็วมาก
หลังจากวางเคียวตั๊กแตนลง เจียงหลินก็วางหางของแมงป่องมังกรดินลงไปอีกชิ้น
[หางแมงป่องมังกรดินระดับ 1 + เหล็ก 0/5 + ไม้ 0/10 + หินคริสตัล 0/10 = หอกหางแมงป่องระดับ 1]
ดูเหมือนว่าวัตถุดิบที่ใช้สร้างอาวุธระดับ 1 จะคล้ายคลึงกันหมด
เขาลองดูอีกสองสามชิ้น ล้วนต้องใช้เหล็กทั้งสิ้น ตอนนี้จึงยังสร้างไม่ได้
น่าเสียดายที่เขายังหาวัตถุดิบระดับสูงกว่านี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคงได้เห็นแล้วว่าอาวุธระดับสูงต้องการวัตถุดิบอะไรบ้าง
เจียงหลินไม่ค่อยอยากสร้างอาวุธระดับ 1 เท่าไหร่นัก ตอนนี้เขายังไม่ต้องใช้มัน การตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อใช้สกิลกลายพันธุ์โดยเฉพาะก็ดูจะสิ้นเปลืองเกินไป
สิ่งที่ต้องจ่ายกับผลตอบแทนที่ได้มามันไม่คุ้มค่ากันเลย
เขาเตรียมที่จะลองใช้สกิลกลายพันธุ์กับโต๊ะคราฟต์โดยตรงในวันพรุ่งนี้ เพื่อดูว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นบ้าง
เมื่อจัดการธุระเสร็จสิ้น
เจียงหลินก็หยิบพิมพ์เขียวอีกแผ่นหนึ่งออกมา มันคือพิมพ์เขียวสร้างหุ่นเชิดมนุษย์แกะหิน
เมื่อเทียบกับโต๊ะคราฟต์แล้ว เจียงหลินใส่ใจกับหุ่นเชิดตัวนี้มากกว่า โต๊ะคราฟต์ต้องใช้วัตถุดิบ แต่หุ่นเชิดสร้างเสร็จก็ใช้งานได้ทันที
อันตรายที่เขาเผชิญมาในวันนี้ทำให้เขากระหายอยากได้พลังรบระดับสูงมากขึ้นไปอีก ไม่ใช่ว่าเขาจะโชคดีแบบนี้เสมอไป
อันตรายที่เขาเจอในวันนี้ยังไม่ถึงขั้นทำให้ตาย แล้วครั้งหน้าล่ะ ครั้งต่อๆ ไปล่ะ
คนเราจะพึ่งพิงแต่โชคชะตาอย่างเดียวไม่ได้
หากไม่มีอะไรผิดพลาด พรุ่งนี้เขาก็จะสามารถเลื่อนระดับหุ่นเชิดตัวนี้ได้ด้วยสกิลกลายพันธุ์ ไม่ว่ามันจะกลายเป็นอะไร เจียงหลินก็จะได้รับพลังรบระดับ 4 มาครอบครอง
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เจียงหลินก็แทบจะเก็บซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่
การมีพลังรบระดับ 4 อยู่ในมือ ย่อมทำให้เขาเป็นเหมือนพยัคฆ์ติดปีกในโลกแห่งสายหมอกแห่งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
หากมันทรงพลังมากพอ เจียงหลินถึงกับอยากจะไปลองดีกับสิ่งที่เรียกว่าข้ารับใช้เทพโบราณอย่างแกะดำแห่งความมืดมิดดูสักตั้ง
ส่วนม่านหมอกคืบคลานนั้น เจ้านั่นมันค่อนข้างจะชั่วร้ายเกินไป ตอนนี้เขายังไม่อยากไปแหยมกับมัน อีกอย่างมันก็ดูเหมือนจะไม่มีสติสัมปชัญญะอะไร ตราบใดที่มันไม่คุกคามเขา เขาก็ปล่อยมันไป
เขาสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป แล้วกดสร้าง
แสงสีขาวสว่างวาบขึ้น พิมพ์เขียวหายไป ร่างที่สูงกว่าสองเมตรค่อยๆ ปรากฏขึ้นมา
หุ่นเชิดมนุษย์แกะหินถูกสร้างขึ้นจากหินแข็งทั้งตัว ดูแข็งแกร่งทนทานอย่างผิดปกติ ทั้งน่าเกรงขามและดุดัน
ปึง
ทันทีที่มันปรากฏตัว มันก็คุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าเจียงหลิน ราวกับอัศวินที่กำลังรอรับคำสั่ง
น่าเสียดายที่พรุ่งนี้พอมันถูกกลายพันธุ์แล้วไม่รู้จะมีรูปร่างหน้าตาเป็นยังไง
เจียงหลินไม่ได้ให้ความสนใจกับมันมากนัก เพราะเขาไม่ได้เตรียมที่จะใช้งานหุ่นเชิดตัวนี้โดยตรง พอถึงเที่ยงคืนเขาก็จะใช้สกิลกลายพันธุ์กับมัน
เขาสั่งให้มันนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นอย่างลวกๆ จากนั้นเจียงหลินก็ไม่ได้รั้งอยู่ต่อ เขาเดินออกจากห้องเก็บของ
เขายังมีอีกเรื่องที่ต้องทำ หลังจากนั้นก็จะสามารถทำธุรกิจขายผลก้อนเนื้อของเขาได้ แน่นอนว่าวันนี้เขาอาจจะสวมบทบาทเป็นพ่อค้าขายเสื้อผ้าด้วย
เมื่อมาถึงห้องโถง แสงสว่างสีเหลืองอมแดงจากตะเกียงน้ำมันสุดแปลกสาดส่องลงมาอย่างสม่ำเสมอ
เสี่ยวฝู่และเสี่ยวเก่ากำลังนั่งสัปหงกอยู่บนเตียงไม้
ข้างๆ พวกมันคือกองเสื้อผ้าที่เขารับซื้อมา ซึ่งตอนนี้มันแทบจะไม่มีความจำเป็นสำหรับเขาอีกต่อไปแล้ว
"เสี่ยวฝู่"
เขาร้องเรียกเบาๆ
หนวดของเสี่ยวฝู่ยืดตรงทันที มันลุกขึ้นยืนแล้วเดินเตาะแตะมาตรงหน้าเขา
พวกมันมักจะเชื่อฟังเสมอ ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เจียงหลินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโชคดีที่ได้เพื่อนตัวน้อยสองตัวนี้มา พวกมันช่วยเขาได้มากจริงๆ ในช่วงแรก
ดังนั้นเขาจึงไม่รอช้าอีกต่อไป หยิบม้วนคัมภีร์เลื่อนระดับออกมา
[ม้วนคัมภีร์เลื่อนระดับ: ระดับ 2 สามารถยกระดับสิ่งของระดับ 1 ให้เป็นระดับ 2 ได้ ผลลัพธ์ที่แน่ชัดขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของสิ่งของนั้นๆ]
ใช่แล้ว เขาเตรียมที่จะใช้มันกับเสี่ยวฝู่ ไม่ใช่เพื่ออะไรอื่น แต่เป็นเพราะเสี่ยวฝู่คู่ควรที่จะได้รับมัน
เขาไม่อยากจะสืบเสาะด้วยซ้ำว่าม้วนคัมภีร์เลื่อนระดับมันมีค่ามากแค่ไหน นั่นไม่มีความหมายอะไรเลย
ถ้าไม่มีเสี่ยวฝู่ ในวันแรกเขาอาจจะต้องวิ่งตัดไม้อย่างเอาเป็นเอาตาย แข่งขันกับความตายไปแล้ว
เกิดเป็นคนต้องไม่ลืมบุญคุณ แม้จะเป็นเจ้านาย ก็ไม่ควรทำให้พนักงานที่ร่วมบุกเบิกมาด้วยกันต้องเสียใจ
เขาเล็งไปที่เสี่ยวฝู่ แล้วกดใช้งาน
ม้วนคัมภีร์ในมือกลายเป็นแสงสีขาวปกคลุมร่างของเสี่ยวฝู่ เสี่ยวฝู่เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงในชั่วพริบตา
หนวดเส้นใหม่สี่เส้นงอกออกมา รูปลักษณ์ของขวานก็ดูประณีตขึ้นมาก เสี่ยวฝู่ดูเหมือนจะตื่นเต้นเล็กน้อย หนวดทั้งหกเส้นของมันโบกสะบัดไปมาอย่างสะเปะสะปะ
นอกจากหนวดแล้ว ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรที่ยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ เขาเปิดระบบขึ้นมาดูคำอธิบาย
[ขวานเหล็กแปดหนวด: ระดับ 2 ขวานที่เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ไม่สามารถระบุได้ สามารถเก็บรวบรวมทรัพยากรประเภทไม้ได้โดยอัตโนมัติ มีพลังต่อสู้ในระดับที่น่าพึงพอใจ]
ดูจากคำอธิบายแล้วก็เหมือนกับเสี่ยวเก่า การเลื่อนระดับของระบบมันตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรแปลกใหม่
แต่ในเมื่อมันเลื่อนระดับแล้ว เสี่ยวฝู่ก็ไม่ถือว่าเป็นของชิ้นเดิมอีกต่อไป สามารถใช้สกิลกลายพันธุ์เพื่อเลื่อนระดับได้อีกขั้น ถึงตอนนั้นไม่รู้ว่าเสี่ยวฝู่จะเปลี่ยนไปเป็นยังไง
เจียงหลินทั้งคาดหวังและกังวลในเวลาเดียวกัน
เขาคาดหวังให้เสี่ยวฝู่กลายเป็นสิ่งมีชีวิตระดับ 3 แต่ก็กลัวว่าเสี่ยวฝู่จะเปลี่ยนไปจนไม่ใช่เสี่ยวฝู่อีกต่อไป
หวังว่าทุกอย่างจะราบรื่นนะ เจียงหลินมองดูท่าทางดีใจของเสี่ยวฝู่ พลางสวดภาวนาอยู่ในใจ
เขาสั่งให้เสี่ยวฝู่ไปพักผ่อน เจียงหลินเก็บผลก้อนเนื้อแสนอร่อยของวันนี้ ดื่มน้ำไปอึกหนึ่ง แล้วเดินเข้าไปในห้องของตัวเอง
เขานั่งลงบนเตียงนุ่มๆ เปิดช่องแชทโซนภูมิภาค
[ช่องแชทโซนภูมิภาค (5527/)]
คนในโซนภูมิภาคหายไปเกือบครึ่งหนึ่งแล้ว
เจียงหลินมองดูช่องแชทที่ไม่ได้คึกคักเหมือนเมื่อก่อน เขารู้สึกเศร้าใจอยู่ลึกๆ
แต่ไม่นานเขาก็สลัดความคิดนี้ทิ้งไป
"พี่น้อง หนาวขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ฉันรู้สึกเหมือนตัวจะแข็งตายอยู่แล้ว ไม่อยากออกไปไหนเลย"
"ยังมีใครขายเสื้อผ้าอยู่อีกไหม ฉันขอเอาหินคริสตัลแลก"
"ฉันจำได้ว่าก่อนหน้านี้พี่ก้อนเนื้อแลกเสื้อผ้าไปเยอะเลย แบ่งมาขายบ้างได้ไหม"
"ใช่ๆ ฉันก็จำได้ พี่ก้อนเนื้อ พี่คนเดียวใส่ไม่หมดหรอก แบ่งขายหน่อยเถอะ ฉันมีหินคริสตัลให้ไม่อั้น"
เจียงหลินไม่คิดเลยว่าจะมีคนพูดถึงตัวเอง แต่เขาก็มีความคิดที่จะขายเสื้อผ้าอยู่เหมือนกัน
ก่อนหน้านี้ที่รวบรวมเสื้อผ้าก็เพราะกลัวความหนาวเย็น ตอนนี้เขามีชุดควบคุมอุณหภูมิแล้ว เก็บไว้สองชุดเพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉินก็พอ
ช่องแชทในตอนนี้ดูสะอาดตาขึ้นมาก พวกที่เอาแต่โวยวายหรือขอทานในทุกๆ วันถูกคัดออกไปหมดแล้ว
คนที่เหลือรอดมาได้ล้วนเป็นคนที่มีสมอง อย่างน้อยที่สุดก็รู้สถานะของตัวเอง เวลาต้องการอะไรก็จะพูดว่าขอแลกเปลี่ยน ไม่ใช่มาขอเปล่าๆ
เจียงหลินคิดอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกว่าควรจะโฆษณาสักหน่อยก่อนค่อยเอาขึ้นชั้นวาง
เจียงหลิน "เสื้อผ้าขายไม่ออก ช่วยเราด้วย ตัวละ 10 หินคริสตัล มาก่อนได้ก่อน"
พูดจบเขาก็ไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของคนข้างล่างอีก เปิดตลาดซื้อขายแล้วนำของขึ้นชั้น
[เสื้อผ้าแบบสุ่ม แลกเปลี่ยนกับ 10 หินคริสตัล หรือ เหล็ก]
[ผลก้อนเนื้อแสนอร่อย แลกเปลี่ยนกับ หินคริสตัล วัตถุดิบจากสัตว์อสูร เหล็ก]
เขาจงใจเพิ่มทรัพยากรใหม่อย่างเหล็กที่เพิ่งรู้มาในวันนี้ เพื่อดูว่าจะมีใครหามาได้บ้างไหม หลังจากทำทั้งหมดนี้เสร็จ เขาก็กลับมาที่ช่องแชทเพื่อดูข้อความของวันนี้
เขามองข้ามคำสรรเสริญเยินยอจำพวก ชาบูเทพเจ้า ลูกพี่อันดับหนึ่งสุดยอด ที่อยู่ด้านล่างไป
เขามองขึ้นไปด้านบน ไม่นานก็สังเกตเห็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์บางอย่าง
"ฉันฆ่ามอนสเตอร์ระดับ 2 ได้หีบสมบัติหินมาใบหนึ่ง ของข้างในดีกว่าหีบไม้เยอะเลย"
"ของนายนับเป็นอะไรได้ ฉันบังเอิญไปเจอซากปรักหักพังใต้ดินด้วยนะ น่าเสียดายที่ข้างในมีสัตว์อสูรระดับ 3 ฉันเลยไม่กล้าเข้าไป"
"ฉันเจอเหมืองเหล็ก รู้สึกว่ามันน่าจะเป็นวัตถุดิบสำหรับอัปเกรดที่หลบภัยระดับสูง ใครต้องการเอาวัตถุดิบมาแลกกับฉันได้นะ"
เจียงหลินให้ความสนใจกับข้อความนี้เป็นพิเศษ
มันถูกโพสต์โดยคนที่ชื่อจางซวี่ อยู่ในอันดับที่ยี่สิบกว่าของตารางคะแนน พรสวรรค์คือสกิลความเร็ว เจียงหลินจำได้