- หน้าแรก
- ฝ่าวิกฤตหมอกมรณะ สู่เส้นทางเทพเร้นลับ
- บทที่ 19 - ปลอกคอไล่หมอก แกะดำแห่งความมืดมิด
บทที่ 19 - ปลอกคอไล่หมอก แกะดำแห่งความมืดมิด
บทที่ 19 - ปลอกคอไล่หมอก แกะดำแห่งความมืดมิด
บทที่ 19 - ปลอกคอไล่หมอก แกะดำแห่งความมืดมิด
เจียงหลินรู้สึกเหนียวเหนอะหนะไปทั้งตัว
เขาฝันว่าตัวเองดำดิ่งลงไปในทะเลลึก งอกเหงือกและครีบหลังออกมา
เขาเห็นเมืองแห่งหนึ่ง...
แล้วเขาก็สะดุ้งตื่น
ภาพแรกที่เห็นคือหนวดสีแดงเหนียวหนึบ เมือกสีขาวเลอะเต็มหน้า
"เวรเอ๊ย เสี่ยวฝู่!"
เจียงหลินรู้สึกว่าใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาถูกย่ำยีเข้าแล้ว
เขาจับเสี่ยวฝู่มาตีซะน่วม
น่าเสียดายที่เสี่ยวฝู่คิดว่าเขากำลังเล่นด้วย ดูจากหนวดที่แกว่งไปมาอย่างร่าเริงก็รู้แล้ว
เจียงหลินได้แต่ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ใช้น้ำจากแก้วหนวดล้างหน้าและบ้วนปาก
ดูเวลา 9 นาฬิกา 15 นาทีแล้ว
ที่แท้เสี่ยวฝู่ก็มาปลุกเขาตื่นนี่เอง เจียงหลินรู้สึกละอายใจเล็กน้อย
ตัวเองตื่นสายไม่พอ ยังไปตีเสี่ยวฝู่เพราะคิดว่ามันมาแกล้งอีก
"ฉันนี่มันแย่จริงๆ!"
เพียะ! เจียงหลินตบหน้าตัวเองเบาๆ เพื่อเป็นการลงโทษ
ในฐานะเจ้านาย ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในการเข้างานตรงเวลา
หันไปมองในห้องนั่งเล่น เสี่ยวเก่าก็ยืนตัวตรงรอรับคำสั่งอยู่แล้ว
ช่างเป็นพนักงานดีเด่นทั้งสองตัวเลยจริงๆ!
"ไปทำงานกันเถอะ"
เจียงหลินโบกมือ สองเกลอก็รีบวิ่งออกไปทันที
บ้านหินย้ายมาอยู่ที่เหมืองคริสตัลแล้ว เสี่ยวฝู่กับเสี่ยวเก่าสามารถขุดแร่ได้ตั้งแต่หน้าประตูเลย คงไม่น่าจะมีอันตรายอะไร
เขาไม่ได้ตั้งใจจะไปเก็บทรัพยากรด้วย แต่จะไปหาเบาะแสเกี่ยวกับแกนป้องกัน
เพื่อเพิ่มความเร็วในการสำรวจ เขาตัดสินใจใช้สิทธิ์กลายพันธุ์ครั้งสุดท้ายของวัน
เขาหยิบของชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า
[ไฟฉายหยาบ ระดับ 1 สามารถส่องสว่างในม่านหมอกได้ไกล 20 เมตร ไอเทมจำเป็นสำหรับการเดินทาง ไม่ต้องกลัวว่าจะเดินชนอะไรอีกต่อไป]
ใช่แล้ว ในเมื่อต้องออกสำรวจ ทัศนวิสัยก็เป็นสิ่งสำคัญ การกลายพันธุ์ไฟฉายหยาบย่อมให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าแน่นอน
ไม่งั้นด้วยระยะการมองเห็นแค่ 6 เมตรในม่านหมอก เขาจะต้องงมเข็มไปถึงชาติไหนกัน?
สกิลกลายพันธุ์ทำงาน!
ไฟฉายเริ่มบิดเบี้ยวและเปลี่ยนรูปร่าง จนกลายเป็นปลอกคอสีดำที่มีลวดลายคล้ายลูกตาสีแดงเรียงรายอยู่รอบๆ
[กลายพันธุ์ไฟฉายหยาบ สำเร็จ ได้รับปลอกคอไล่หมอก]
[ปลอกคอไล่หมอก ระดับ 2 สามารถขับไล่ม่านหมอกในรัศมี 30 เมตรได้ ถ้ามันแรงกว่านี้อีกนิด โลกม่านหมอกคงต้องเปลี่ยนชื่อแล้วล่ะ]
ผลลัพธ์เจ๋งเป้งเหมือนเคย!
มีปลอกคอไล่หมอกแล้ว ความเร็วในการสำรวจของเขาจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว
เมื่อสวมปลอกคอ เจียงหลินก็รู้สึกเหมือนกำลังเล่นบทบาทสมมติแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้
เขาสะบัดหัวไล่ความคิดบ้าๆ นั้นออกไป
ตรวจสอบอุปกรณ์ของตัวเองให้เรียบร้อย เจียงหลินก็เดินออกจากบ้านหิน
ลมหนาวพัดมาปะทะหน้า
มองไปทางไหนก็ขาวโพลนไปหมด
หิมะตกเหรอเนี่ย?
เจียงหลินมองดูอุณหภูมิที่แสดงบนเข็มขัด ติดลบห้าองศา
อุณหภูมิลดลงเร็วมากจริงๆ
ตอนนี้เขามีชุดปรับอุณหภูมิแล้ว เสื้อผ้าที่แลกมาเมื่อวานก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป เขาตั้งใจจะเอาไปขายแลกเป็นเสบียง
อากาศจะหนาวขึ้นเรื่อยๆ น่าจะทำกำไรได้งามเลยล่ะ
แต่นั่นเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เจียงหลินเลยไม่ได้เก็บมาใส่ใจมากนัก
ม่านหมอกถูกปลอกคอขับไล่ออกไปไกลถึง 30 เมตร ทำให้เจียงหลินรู้สึกปลอดโปร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
จริงๆ แล้ว 30 เมตรก็ไม่ได้ไกลอะไรหรอก ระยะมองเห็นของมนุษย์เราไกลได้ถึงหลายสิบกิโลเมตร ระยะใกล้ก็มองเห็นสิ่งของในระยะ 50 เมตรได้ชัดเจน
เมื่อเทียบกับบนโลกสีน้ำเงิน 30 เมตรถือว่าแคบมาก
เพียงแต่เจียงหลินชินกับระยะการมองเห็นแค่ 10 เมตรในช่วงหลายวันที่ผ่านมา พอจู่ๆ ระยะการมองเห็นกว้างขึ้นถึง 30 เมตร เขาก็เลยยังไม่ค่อยชิน
ทุกอย่างพร้อม เจียงหลินสุ่มเลือกทิศทางและเริ่มออกเดินทางอย่างรวดเร็ว
น้ำยาวิญญาณเร้นลับช่วยเพิ่มความเร็วในการคิดวิเคราะห์ ทำให้เขาไม่ต้องกลัวว่าจะตอบสนองต่ออันตรายไม่ทัน
รวมกับสกิลติดตัวอย่างเนตรมายาและอุปกรณ์ป้องกันตัวต่างๆ
ตราบใดที่ไม่ไปเจอสิ่งมีชีวิตระดับ 5 ที่รับมือไม่ไหว เขาก็น่าจะเอาตัวรอดได้
ระหว่างทาง เขาเจอสัตว์ร้ายและมอนสเตอร์น่าเกลียดน่ากลัวหลายตัว เจียงหลินก็แค่ใช้ใบมีดบินเขี้ยวอสรพิษจัดการพวกมันแล้วเก็บคริสตัลมา
ส่วนใหญ่จะเป็นมอนสเตอร์มากกว่าสัตว์ร้าย
สำหรับเขาตอนนี้ สิ่งมีชีวิตระดับ 1 ก็เป็นแค่เหมืองคริสตัลเคลื่อนที่เท่านั้น
เดินมาทางนี้ได้ประมาณ 4 กิโลเมตร เจียงหลินก็ได้กล่องสมบัติไม้มา 3 กล่อง วัสดุจากสัตว์ร้ายอีกนิดหน่อย และคริสตัล 60 ก้อน
ที่น่าประหลาดใจคือ เขาเจอตั๊กแตนกลายพันธุ์ ที่เคยแลกแขนกับเสี่ยวฝู่ด้วย
มันอุตส่าห์ 'บริจาค' แขนอีกข้างให้เขาอย่างใจดี
ไม่นึกเลยว่าตั๊กแตนกลายพันธุ์ตัวนั้นจะขี้ขลาดขนาดนี้ อุตส่าห์หนีมาตั้งไกล ก็ยังไม่วายมาเจอเขาอีก
กระเป๋าระบบเต็มแล้ว เขาเลยต้องเอาของเบาๆ ไปยัดไว้ตามกระเป๋าเสื้อและกางเกงของชุดปรับอุณหภูมิ
เดินหน้าต่อไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ในที่สุดเจียงหลินก็เจอตัวที่เขาไม่อยากยุ่งด้วย
ร่างใหญ่โตราวกับภูเขาลูกย่อมๆ หมอบอยู่บนพื้น รูปร่างเหมือนค้างคาว แต่หัวกลับเหมือนแกะ มีสี่ขาที่เป็นกรงเล็บนกปกคลุมด้วยเกล็ด ส่วนท่อนล่างเป็นหางงูที่ขดตัวอยู่
เจียงหลินกะว่าถ้ามันยืนขึ้นน่าจะสูงถึง 3 เมตร และยาวประมาณ 6 เมตร
มันกำลังสัปหงกอยู่
[แกะดำแห่งความมืดมิด สัตว์ร้ายระดับ 4 เผ่าพันธุ์บริวารของทวยเทพโบราณองค์หนึ่ง ทุกส่วนในร่างกายของมันสามารถใช้โจมตีได้ ทางที่ดีคุณอย่าไปแหยมกับมันเลย มันใกล้จะตื่นแล้ว]
อ่านคำอธิบายจบ เจียงหลินก็ขนลุกซู่
เขาใช้ย่างก้าวเร้นลับเผ่นกลับไปทางเดิมหลายร้อยเมตรกว่าจะหยุด
บริวารของทวยเทพโบราณ?
ระดับ 4?
ไม่คิดเลยว่าเขาจะดวงซวยขนาดนี้ ระดับ 2 หรือ 3 ก็ไม่เจอ ดันมาเจอระดับ 4 เลยเนี่ยนะ
แถมยังเป็นบริวารของทวยเทพโบราณอีก โลกนี้มีเทพเจ้าด้วยเหรอเนี่ย?
เจียงหลินเตือนตัวเองในใจ "ดูเหมือนจะทำตัวเด่นเกินไปไม่ได้แล้วสินะ"
ถ้าสัตว์ร้ายระดับ 4 ตัวนั้นไม่ได้สัปหงกอยู่ เขาไม่แน่ใจเลยว่าย่างก้าวเร้นลับของเขาจะหนีพ้นความเร็วในการบินของมันหรือเปล่า
เดิมทีเขาคิดว่าคลื่นม่านหมอกจะทำให้ม่านหมอกอันตรายขึ้นแค่ในระดับสิ่งมีชีวิตระดับ 4 ลงมา แต่เขาเดาผิดถนัด
เขาประมาทเกินไปจริงๆ
เจียงหลินหาต้นไม้ต้นหนึ่ง แล้วฝังพิกัดสัญญาณไว้ใต้ต้นไม้ ถือซะว่าทิศทางนี้เป็นเขตหวงห้ามไปก่อน
จริงๆ เขาก็สามารถลากบ้านหินมาจัดการมันได้ แต่นั่นต้องใช้เวลาถึง 8 วัน กว่าจะมาถึงมันก็คงไม่อยู่แล้ว
อีกอย่าง เขาก็ไม่อยากเอาบ้านหินมาเสี่ยงด้วย ระดับ 4 เหมือนกัน พลังต่อสู้ต่างกันแค่ไหนก็ไม่รู้
คิดไปก็เท่านั้น
เจียงหลินเปลี่ยนทิศทาง เขาตั้งใจว่าวันนี้จะสำรวจให้ได้อย่างน้อยสองทิศทาง
ทิศทางนี้คือทิศด้านหน้าของบ้านหิน เขาจะไปสำรวจทิศด้านซ้ายต่อ
ม่านหมอกไม่มีทิศเหนือ ใต้ ออก ตก เขาเลยต้องยึดทิศทางของที่หลบภัยเป็นหลัก
เขาเดินอ้อมไปมาอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งอาศัยเข็มทิศพามาถึงทิศด้านซ้ายของบ้านหินจนได้
ระหว่างทางเขาได้กล่องสมบัติมา 5 กล่อง เจอสัตว์ร้ายและมอนสเตอร์หลายตัว แต่ก็ไม่เกินระดับ 1 เลย
"แปลกจัง สิ่งมีชีวิตระดับ 2 กับ 3 หายไปไหนหมด?"
เจียงหลินรู้สึกสงสัย สถานการณ์เริ่มไม่เป็นไปตามที่เขาคาดคิดไว้แล้ว
ม่านหมอกอัปเกรดแล้ว ตามทฤษฎีเขาควรจะได้เจออันตรายระดับสูงขึ้นสิ
แต่จนถึงตอนนี้เขาเจอแค่แกะดำแห่งความมืดมิดระดับ 4 แค่ตัวเดียวเท่านั้น
เหมือนว่ามอนสเตอร์กับสัตว์ร้ายในระดับกลางๆ มันหายไปเฉยๆ เลย
นี่มันไม่ปกติแล้ว เขาแอบเข้าไปดูในช่องแชทพื้นที่ ก็เห็นหลายคนบอกว่าเจอสิ่งมีชีวิตระดับ 2
นั่นก็แปลว่าสิ่งมีชีวิตระดับ 2 ต้องมีอยู่จริงสิ
ระดับ 3 อาจจะหายากหน่อยก็พอเข้าใจได้ แต่ระดับ 2 ไม่น่าจะหายากขนาดนี้
"หรือจะเป็นเพราะแกะดำแห่งความมืดมิดตัวนั้น?"
เจียงหลินคิดว่าอาจจะเป็นเพราะมีสิ่งมีชีวิตระดับสูงอยู่ในพื้นที่นี้ พวกระดับต่ำก็เลยพากันหนีไปหมด
สัตว์ทุกตัวย่อมมีสัญชาตญาณเอาตัวรอดอยู่แล้ว
ถึงจะมีข้อสันนิษฐานนี้แล้ว แต่เจียงหลินก็ยังรู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ชอบมาพากล
'หวังว่าฉันคงคิดมากไปเองนะ'
เขาคิดในใจ พร้อมกับเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น
ตอนนี้บ่าย 2 โมงแล้ว เพื่อความปลอดภัย เขาต้องรีบเดินทางกลับแล้ว
เขาหันไปฝังพิกัดสัญญาณไว้ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าสำรวจมาถึงตรงนี้แล้ว
เหลือบมองเข็มทิศที่หลบภัยถาวร ตอนนี้เขาอยู่ห่างจากบ้านหินประมาณ 5 กิโลเมตร
ตลอดทางเงียบสงบ มอนสเตอร์และสัตว์ร้ายเหมือนจะอันตรธานหายไปหมด
เดินมาได้ประมาณ 1 กิโลเมตร เขาก็หยุดชะงัก สายตาสะดุดเข้ากับกล่องสมบัติใบหนึ่ง
[กล่องสมบัติหิน สามารถสุ่มรับไอเทม โอกาสได้ระดับ 2 อยู่ที่ 95% โอกาสได้ระดับ 3 อยู่ที่ 5%]
กล่องสมบัติหินตั้งตระหง่านอยู่ในลานกว้าง สะดุดตามาก
กับดัก?
นี่คือปฏิกิริยาแรกของเจียงหลิน
จากประสบการณ์ในโลกม่านหมอก ระบบไม่น่าจะใจดีแจกของให้ฟรีๆ แน่ๆ
แต่หลังจากซุ่มดูอยู่นาน แถมยังลองใช้ย่างก้าวเร้นลับเข้าไปแหย่ๆ ดูแล้ว
เขาก็พบว่าเขาอาจจะได้กล่องสมบัติหินมาฟรีๆ จริงๆ
"มันไม่สมเหตุสมผลเลย"
จนกระทั่งเจียงหลินใช้กำไลหนามเร้นลับเกี่ยวกล่องสมบัติมาได้ แล้ววิ่งหนีมาหลายร้อยเมตร เขาก็ยังแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง