- หน้าแรก
- ฝ่าวิกฤตหมอกมรณะ สู่เส้นทางเทพเร้นลับ
- บทที่ 9 - กระท่อมไม้สำแดงฤทธิ์
บทที่ 9 - กระท่อมไม้สำแดงฤทธิ์
บทที่ 9 - กระท่อมไม้สำแดงฤทธิ์
บทที่ 9 - กระท่อมไม้สำแดงฤทธิ์
ในโลกเอาชีวิตรอดในม่านหมอก สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคืออะไร
ไม่ใช่สภาพแวดล้อมหรืออันตรายแปลกประหลาดรอบตัว แต่เป็นพวกเดียวกันต่างหาก
อันตรายยังพอป้องกันได้ แต่เจตนาร้ายของเผ่าพันธุ์เดียวกันไม่สามารถรับรู้ได้เลย
ถ้าหลินอี้เฟิงคนนี้ไม่ได้รู้สึกไปเอง สิบกว่ากิโลเมตรก็สามารถเจอผู้เอาชีวิตรอดคนอื่นได้แล้ว
ระยะทางนี้จะว่าไกลก็ไกล แต่สำหรับผู้เอาชีวิตรอดที่มีพรสวรรค์แข็งแกร่งบางคน สิบกว่ากิโลเมตรก็ไม่ได้ไกลเกินเอื้อม
"ต้องวางแผนแต่เนิ่นๆ แล้ว"
เจียงหลินลูบคางครุ่นคิด
อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังไม่ต้องกังวลเรื่องนี้มากนัก เพราะไม่ใช่ทุกคนจะมีสกิลล่องหน
อันตรายในม่านหมอกเพียงพอที่จะหยุดยั้งคนส่วนใหญ่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น เจียงหลินก็ใช่ว่าจะไร้ทางสู้ เขามีสกิลย่างก้าวเร้นลับระดับ 3
แถมยังมีเสี่ยวเก่าระดับ 2 กับเสี่ยวฝู่ระดับ 1 เป็นกำลังรบหลักด้วย
อย่างแย่ที่สุด กระท่อมไม้มีชีวิตระดับ 2 ของเขาก็ไม่ใช่ย่อยๆ
เขาพักเรื่องนี้ไว้ก่อน สัตว์ประหลาดที่ฟู่ฮุยเจอต่างหากที่ดึงดูดความสนใจของเขา
เขาเชื่อว่าต้องมีคนเจอสัตว์ประหลาด สัตว์ร้าย หรือสิ่งลี้ลับเหมือนฟู่ฮุยอีกแน่นอน
แต่คนที่จะยอมพูดออกมาตรงๆ ว่าตัวเองเจออะไรมานั้นมีเพียงส่วนน้อย
อาจจะมีบางส่วนที่ตายไปแล้ว แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนที่เจอสิ่งเหล่านี้จะไม่รอดชีวิตเลย
เขาจำได้ว่ามีหลายคนที่มีพรสวรรค์สายต่อสู้ เช่น สกิลควบคุมไฟ สกิลแสงเจิดจ้า สกิลแทงทะลุ สกิลกลายเป็นหิน
ทุกคนพร้อมใจกันเงียบ ดูเหมือนการไม่ทำตัวเด่นจะเป็นนิสัยของคนส่วนใหญ่
สกิลแยกส่วนของฟู่ฮุยก็เก่งไม่เบา เจียงหลินเดาว่าน่าจะแยกชิ้นส่วนสิ่งของออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้
เขาเลื่อนดูอีกหลายครั้ง ก็ไม่มีข้อมูลที่มีค่าอะไรแล้ว
เจียงหลินหลับตา เตรียมตัวพักผ่อน
ก่อนนอนเขาก็ไม่ลืมสั่งให้เสี่ยวฝู่กับเสี่ยวเก่าคอยระวังภัย
เจ้าสองตัวพยักหน้าให้ ไม่รู้ว่าฟังรู้เรื่องหรือเปล่า
เขางัวเงียหลับไป
วันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน แต่เจียงหลินก็เตือนตัวเองว่าอย่าหลับสนิทจนเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องแบบเมื่อคืนอีก
กลางดึก
นอกกระท่อมไม้
เงาดำสายหนึ่งค่อยๆ คืบคลานเข้ามา ดวงตาข้างเดียวสีเขียวอมเหลืองเปล่งประกายลึกลับ
แต่ยังไม่ทันที่มันจะได้โจมตี
จู่ๆ
เส้นด้ายสีแดงเข้มบนกระท่อมไม้ก็ขยับเขยื้อน พริบตาเดียวก็เปลี่ยนเป็นปากขนาดใหญ่น่ากลัว กลืนกินเงาดำนั้นเข้าไปในคำเดียว
เส้นด้ายขยับเป็นจังหวะสองสามครั้ง จากนั้นก็คายเขาหนึ่งอันกับคริสตัลสองสามก้อนออกมา
เส้นด้ายสีแดงเข้มดูเหมือนจะลึกล้ำขึ้นอีกนิด
ไกลออกไป
ในม่านหมอกสีดำที่มองไม่เห็น ดวงตาสีแดงก่ำคู่หนึ่งจ้องมองภาพนี้อย่างตกตะลึงราวกับมนุษย์
แต่ไม่นานมันก็เปลี่ยนเป็นดุร้าย ราวกับได้เห็นอาหารรสเลิศ
มันจ้องเขม็งไปทางกระท่อมไม้ แล้วค่อยๆ เร้นกายหายไป
คืนนั้นผ่านไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น
[ขอแสดงความยินดีกับผู้เอาชีวิตรอดที่อยู่รอดมาได้อย่างปลอดภัยจนถึงวันที่สาม บททดสอบการเอาชีวิตรอดครั้งแรกได้สิ้นสุดลงแล้ว การที่คุณรอดชีวิตมาได้เป็นการพิสูจน์ว่าคุณมีความสามารถและโชคมากพอ]
[โลกเอาชีวิตรอดในม่านหมอกไม่ต้องการคนอ่อนแอ โปรดรักษาความพยายามและสติปัญญาของคุณเอาไว้ แบบนี้ถึงจะทำให้คุณไปได้ไกล]
[ระบบได้จัดเตรียมเซอร์ไพรส์ไว้รอบๆ ตัวคุณแล้ว จงออกไปค้นหาเถอะ นี่คือของขวัญสำหรับผู้ที่มุ่งมั่นพัฒนาตนเอง]
[ขอให้คุณสนุกกับการเอาชีวิตรอด]
เจียงหลินถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงแจ้งเตือนจากระบบ
เขาชินกับความจู้จี้จุกจิกของระบบแล้ว และก็จับใจความสำคัญได้
ระบบจัดเตรียมของรางวัลไว้ให้แล้ว
ไม่ว่าจะดีหรือร้าย การหาของรางวัลให้เจอและเก็บไว้กับตัวก็ไม่น่าจะมีอะไรเสียหาย
"บททดสอบการเอาชีวิตรอดงั้นเหรอ"
จู่ๆ เจียงหลินก็สังเกตเห็นข้อมูลอีกอย่างในข้อความแจ้งเตือนของระบบ
เปิดหน้าต่างระบบ เลือกช่องแชทพื้นที่
[ช่องแชท 8286/10000]
เป็นอย่างที่คิด ชั่วข้ามคืนมีคนหายไปพันกว่าคน
เจียงหลินมีสีหน้าเคร่งเครียด
เกิดอะไรขึ้นกันแน่
เมื่อคืนเขาไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ เลย หลับสนิทมาก
หลังจากอ่านข้อความของคนอื่นๆ เขาถึงได้เข้าใจสาเหตุ
รู้สึกได้ชัดเจนว่าการพูดคุยน้อยลงมาก บรรยากาศก็ค่อนข้างตึงเครียด
เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่ถูกโจมตี มีทั้งสัตว์ร้าย สัตว์ประหลาด และแม้กระทั่งสิ่งลี้ลับปริศนา
แต่ตราบใดที่อัปเกรดที่หลบภัยเป็นระดับ 1 ได้ อันตรายเหล่านั้นก็จะถูกสกัดกั้นไว้โดยตะเกียงน้ำมันสุดแปลก ไม่สามารถพังกระท่อมไม้เข้ามาได้
ส่วนพวกโชคร้ายที่ยังไม่ได้อัปเกรดที่หลบภัยก็ไม่โชคดีแบบนั้น ส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสได้พูดอะไรอีกแล้ว
มีเพียงส่วนน้อยที่โชคดีไม่ถูกโจมตี ตอนนี้กำลังร้องห่มร้องไห้อ้อนวอนขอให้คนอื่นแบ่งวัสดุมาให้อัปเกรดกระท่อมไม้
แน่นอนว่าไม่มีใครสนใจพวกเขาหรอก
เมื่อเผชิญหน้ากับการเอาชีวิตรอด ไม่มีใครใจดีถึงขนาดไม่ห่วงสวัสดิภาพของตัวเองแล้วไปช่วยคนอื่นหรอก
คนพวกนี้คงต้องพึ่งพาตัวเอง หรือไม่ก็พยายามให้มากขึ้น รวบรวมวัสดุให้ครบแล้วรีบอัปเกรดกระท่อมไม้ให้เร็วที่สุด
ดูจนครบแล้ว ไม่มีอะไรที่มีค่าเลย
เจียงหลินออกจากช่องแชทพื้นที่
เขามองดูเวลา
8 นาฬิกา 59 นาที
ใกล้จะสว่างแล้ว เตรียมตัวออกไปข้างนอกได้แล้ว
แต่ก่อนหน้านั้น เขายังมีสิทธิ์ใช้สกิลกลายพันธุ์ของวันนี้อยู่
อันดับแรกคือปัญหาเรื่องอาหาร เขามองไปที่เมล็ดมะเขือเทศ
สกิลกลายพันธุ์ทำงาน
ค่าพลังวิญญาณ 25 แต้มเอ่อล้นออกมา ปกคลุม
เมล็ดมะเขือเทศเริ่มหลอมรวมกัน พื้นผิวเริ่มบิดเบี้ยวอย่างคุ้นเคย
ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นก้อนเนื้อสีม่วงหน้าตาประหลาดๆ บนนั้นมีขนสีขาวละเอียดกับเมือกสีเขียวเกาะอยู่
ดูน่าสะอิดสะเอียนนิดหน่อย
[กลายพันธุ์เมล็ดมะเขือเทศ สำเร็จ ได้รับเมล็ดพันธุ์ก้อนเนื้อแสนอร่อย]
[เมล็ดพันธุ์ก้อนเนื้อแสนอร่อย ระดับ 1 เมล็ดพันธุ์ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ เมื่อปลูกแล้วจะเติบโตเป็นเถาวัลย์ก้อนเนื้อแสนอร่อยอย่างรวดเร็ว ออกผลเป็นผลก้อนเนื้อแสนอร่อย ให้ผลผลิตสูงมาก]
[ผลก้อนเนื้อแสนอร่อย ผลไม้ที่หน้าตาอาจจะดูไม่ค่อยดีนัก แต่มันอุดมไปด้วยสารอาหาร มีแร่ธาตุที่ร่างกายมนุษย์ต้องการมากมาย เมื่อกินเข้าไปแล้วคุณจะโหยหาความอร่อยของมัน]
มุมปากเจียงหลินกระตุก
นี่มันไม่ใช่แค่ หน้าตาอาจจะดูไม่ค่อยดีนัก แล้วมั้ง
สำหรับของที่ได้จากสกิลกลายพันธุ์ เขาไม่อยากจะวิจารณ์รูปร่างหน้าตามันแล้ว
อย่างน้อยปัญหาเรื่องอาหารก็ถูกแก้ไปแล้ว เจียงหลินทำได้แค่มองในแง่ดี
ยังไงซะเขาก็เป็นพวกเน้นการใช้งานจริงนี่นา
เขาหยิบเมล็ดพันธุ์ก้อนเนื้อแสนอร่อยขึ้นมา มันเหนียวเหนอะหนะติดมือ
เจียงหลินตั้งใจจะหาที่ปลูกข้างนอก ขืนปลูกไอ้เจ้านี่ไว้ในบ้านคงน่าขยะแขยงพิลึก
ข้างนอกสว่างแล้ว เจียงหลินรู้สึกได้ชัดเจนว่าวันนี้อากาศหนาวขึ้น
กะคร่าวๆ น่าจะเหลือแค่ 10 องศา อุณหภูมิลดลงเร็วมาก
ทำให้เขาต้องเลื่อนความสำคัญของการหาของกันหนาวขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆ
เขาตั้งใจว่าปลูกเมล็ดพันธุ์เสร็จก็จะใส่เสื้อหนังที่แลกมาเมื่อวานเลย
ม่านหมอกไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป ท้องฟ้าก็ยังคงสว่างเท่าเมื่อวาน ระยะมองเห็นยังคงอยู่ที่ 10 เมตร
เจียงหลินฝังเมล็ดพันธุ์ก้อนเนื้อแสนอร่อยลงในดินข้างๆ ประตูกระท่อมไม้อย่างลวกๆ
ระบบบอกไว้ว่า ปลูกแล้วจะเติบโตทันที ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องเสียเวลาไปรดน้ำพรวนดินให้มัน
จัดการทุกอย่างเสร็จ เจียงหลินถึงเพิ่งสังเกตเห็นเขาหนึ่งอันกับคริสตัลที่ตกอยู่ข้างกระท่อมไม้
"เอ๊ะ หรือว่าเป็นเมื่อวาน"
เจียงหลินเริ่มเดาได้ จึงเปิดระบบตรวจสอบ
[เขาของกิ้งก่าตาเดียว อวัยวะของสัตว์ร้ายกลายพันธุ์ระดับ 1 สามารถใช้เป็นวัสดุหลอมรวม หรือใช้ทุบหลุมก็ได้ หมายเหตุ ตอนนี้คุณสามารถหยอกล้อเจ้าของมันได้แล้ว แต่น่าเสียดายที่คุณจะไม่มีวันได้เห็นมันอีก เพราะมันกลายเป็นสิ่งปฏิกูลไปเรียบร้อยแล้ว]
เจียงหลินถึงบางอ้อ "ที่แท้เมื่อวานฉันก็โดนโจมตีเหมือนกัน แต่กระท่อมไม้จัดการให้เอง"
คริสตัล +4
เขาถึงได้รู้ว่าสัตว์ร้ายตายแล้วก็ดรอปคริสตัลได้เหมือนกัน
ดังนั้นคริสตัลในหลุมเมื่อวานจึงไม่ได้เกิดจากแมงป่องมังกรดินขุดออกมาทั้งหมด ยังมีส่วนที่ดรอปจากการตายของมันด้วย
ในที่สุดเจียงหลินก็เข้าใจแล้วว่าผู้เอาชีวิตรอดได้คริสตัลมาจากไหน เพราะไม่ใช่ทุกคนจะหาเหมืองคริสตัลเจอ
ดังนั้นเหมืองคริสตัลแห่งนั้นจึงเป็นทรัพยากรที่หายากจริงๆ สถานะเทียบเท่ากับเครื่องพิมพ์แบงก์ก็ไม่ผิดนัก
ต้องปกป้องเงินของฉันให้ดี
เจียงหลินตั้งปณิธานในใจ
เขาโยนเขาของกิ้งก่าตาเดียวไปไว้ที่โซนเก็บซากศพของกระท่อมไม้อย่างไม่ใส่ใจ
เจียงหลินสวมเสื้อหนัง แล้วหยิบโพชั่นสรีระออกมา
ปัญหาเรื่องอาหารแก้ได้แล้ว ถึงเวลาต้องเพิ่มความแข็งแกร่งบ้างแล้ว
ความจริงมีของอีกหลายอย่างที่เจียงหลินอยากลองทำการกลายพันธุ์ แต่จำนวนครั้งมีจำกัด จึงต้องเลือกทำสิ่งที่สำคัญกว่าก่อน
สกิลกลายพันธุ์ทำงาน
โพชั่นสรีระสีขาวเริ่มเดือดปุดๆ ไม่นานก็หยุดการเปลี่ยนแปลง แล้วกลายเป็นเมือกสีเขียว
[กลายพันธุ์โพชั่นสรีระ สำเร็จ ได้รับน้ำยาพลังเร้นลับ]
[น้ำยาพลังเร้นลับ สามารถเพิ่มสรีระได้ 5 แต้มอย่างถาวร และเพิ่มพละกำลังให้กับอวัยวะบางส่วน ผลลัพธ์เป็นการสุ่ม]
นี่มัน
เจียงหลินภาวนาขอให้มันเพิ่มพลังให้แขนทั้งสองข้างของเขาเถอะ อย่างแย่ที่สุดก็ขอเป็นขาทั้งสองข้างก็ยังดี เขามีอวัยวะส่วนหนึ่งที่ไม่ต้องการการเสริมพลังแล้ว
เจียงหลินไม่ได้ลังเล เขาพยายามลืมรูปร่างหน้าตาของโพชั่นไปซะ แล้วซดรวดเดียวหมด
ไม่นาน เขาก็รู้สึกว่าทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยพละกำลัง
แต่เหมือนมันจะสุ่มไปโดนตรงนั้นจริงๆ
ฉันแม่งเอ๊ย