- หน้าแรก
- ข้าไม่ปรารถนาตำแหน่งเจ้าสำนักจริงๆ นะ
- บทที่ 7: หอสดับพิรุณล่องนภา
บทที่ 7: หอสดับพิรุณล่องนภา
บทที่ 7: หอสดับพิรุณล่องนภา
บทที่ 7: หอสดับพิรุณล่องนภา
กล่องปริศนาทั้งสิบสามใบวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ เฉินหยวนจัดการลงกลอนประตูหน้าต่างจนแน่นหนา ก่อนจะเริ่มเปิดตรวจสอบทีละใบ
จะว่าไปแล้ว บรรยากาศแบบนี้มันก็ให้ความรู้สึกเหมือนตอน 'เปิดกาชาปอง' ในเกมเป๊ะเลย
กล่องปริศนาใบเล็กๆ แบบนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นพวกจดหมายส่วนตัว เฉินหยวนถึงขั้นเปิดเจอจดหมายรักฉบับหนึ่งด้วยซ้ำ
แต่เนื้อหาข้างในนี่สิ... ดุเดือดเลือดพล่านประหนึ่งนิยายใต้ดิน!
ขนาดเขียนลงกระดาษยังกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้ ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าเจอหน้ากันจริงๆ สองคนนี้จะสรรหาท่ายากมาเล่นกันขนาดไหน...
จนกระทั่งเปิดมาถึงกล่องที่เจ็ด ในที่สุดเฉินหยวนก็พบขวดกระเบื้องเคลือบใบเล็กๆ ใบหนึ่ง
ตัวขวดทำจากกระเบื้องแตกลายงาชั้นดีของเตาเผาจวินเหยา จุกขวดทำจากไม้สนแดงอายุพันปี ซึ่งมีคุณสมบัติกันความชื้นและป้องกันไม่ให้สรรพคุณยาหมางหายไป
ที่ก้นขวดมีตราประทับของ 'หุบเขาโอสถราชัน' พร้อมกับตัวอักษรเล็กๆ ห้าตัวสลักไว้ว่า... เก้าวัฏจักรบำรุงปราณ
เฉินหยวนดึงจุกขวดออก กลิ่นหอมกรุ่นของโอสถก็โชยเตะจมูกทันที เพียงแค่สูดดมเข้าไปเบาๆ ก็รู้สึกสมองปลอดโปร่งจิตใจเบิกบาน
"ของดีสมคำร่ำลือจริงๆ"
เฉินหยวนเอ่ยปากชม แต่เขายังไม่รีบร้อนกลืนยาเม็ดนั้นลงไป เขาจัดการเปิดกล่องปริศนาที่เหลือจนครบเสียก่อน
เมื่อเปิดครบทั้งสิบสามใบ สิ่งที่อยู่ข้างในก็ทำให้เขาประหลาดใจ เพราะมันมียาของหุบเขาโอสถราชันซ่อนอยู่อีกถึงสองขวด!
ขวดแรกมีชื่อว่า 'ยาเม็ดมังกรเพลิง' สรรพคุณของมันดุดันและเกรี้ยวกราดสุดขีด เมื่อกินเข้าไปจะช่วยระเบิดพละกำลังเพิ่มขึ้นมหาศาลในช่วงเวลาสั้นๆ แต่แลกมาด้วยการที่เส้นชีพจรจะถูกความร้อนจากตัวยาแผดเผาจนบอบช้ำ ต้องใช้เวลาพักฟื้นอยู่นานกว่าจะหายเป็นปกติ
ส่วนอีกขวดคือ 'ยาเม็ดคืนปราณก่อโลหิต' มีสรรพคุณช่วยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บทั้งภายนอกและภายในได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นหนึ่งในสุดยอดยาสมานแผลของหุบเขาโอสถราชัน
"ถือว่าเป็นโบนัสก้อนโตเลยแฮะ"
ก่อนหน้านี้เฉินหยวนก็ตะหงิดๆ อยู่แล้วว่า ในกล่องปริศนาล็อตนี้น่าจะมียาเม็ดมากกว่าหนึ่งขวด ในเนื้อเรื่องเดิม ผู้เล่นคนนั้นอาจจะพลาดไม่ได้ซื้อกล่องพวกนี้ไปทั้งหมด
พอมาดูตอนนี้ก็ชัดเจนเลยว่า ยาทั้งสามขวดนี้ถูกส่งมาจากผู้ว่าจ้างคนเดียวกัน
จุดประสงค์นั้นเดาได้ไม่ยาก... คนส่งต้องการให้ผู้รับกิน ยาเม็ดเก้าวัฏจักรบำรุงปราณ เพื่อยกระดับพลังยุทธ์ จากนั้นพก ยาเม็ดมังกรเพลิง ไว้ใช้ระเบิดพลังก๊อกสุดท้ายยามต้องสู้ตายกับศัตรู และมี ยาเม็ดคืนปราณก่อโลหิต ไว้ใช้รักษาตัวหลังจบศึก
แต่ดูเหมือนผู้รับคนนั้นคงจะเกิดอุบัติเหตุตายโหงไปเสียก่อน ยาพวกนี้เลยไม่ได้ถูกใช้ กลายเป็นสินค้าตกค้าง และตกมาเป็นลาภลอยของเฉินหยวนในที่สุด
เฉินหยวนเก็บยาอีกสองขวดเข้าที่ แล้วโยน ยาเม็ดเก้าวัฏจักรบำรุงปราณ เข้าปากทันที ก่อนจะเริ่มเดินลมปราณโคจรครบวัฏจักรเพื่อย่อยสลายตัวยา
ความจริงแล้ว เฉินหยวนแทบไม่ต้องออกแรงย่อยยาเลยด้วยซ้ำ
โอสถที่ผลิตจากหุบเขาโอสถราชันนั้นคุณภาพไร้ที่ติ ยาเม็ดเก้าวัฏจักรบำรุงปราณแทบจะละลายทันทีที่เข้าปาก แปรสภาพเป็นสรรพคุณยาอันบริสุทธิ์ซึมซาบเข้าสู่จุดชีพจรทั้งแปดของเฉินหยวน
ลมปราณอันเบาบางที่มีอยู่เดิม ถูกฤทธิ์ยาชักนำให้แล่นพล่านไปทั่วร่างอย่างบ้าคลั่ง เพียงเวลาแค่หนึ่งนาที ลมปราณก็โคจรครบรอบวัฏจักร!
ทว่า การโคจรลมปราณที่รวดเร็วปานสายฟ้าแลบนี้ กลับไม่ได้ทำให้เส้นชีพจรของเฉินหยวนแบกรับภาระหนักเกินไป
ฤทธิ์ยาเม็ดนี้มีความเป็นกลางและอ่อนโยน ในขณะที่มันเร่งความเร็วในการโคจรลมปราณ มันก็ช่วยปกป้องเส้นชีพจรของเฉินหยวนไปด้วยพร้อมๆ กัน โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เลย
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม การโคจรลมปราณจึงค่อยๆ ชะลอความเร็วลง จากเชี่ยวกรากกลายเป็นไหลริน
พอครบสองชั่วยาม ฤทธิ์ยาก็ถูกดูดซับจนหมดสิ้น ร่างกายของเฉินหยวนขับเหงื่อชั้นบางๆ ออกมา เขาผ่อนลมหายใจยาว
แต่ลมที่พรูออกจากปากกลับพุ่งทะยานราวกับลูกศร ก่อให้เกิดเสียงดังแหวกอากาศ เฟี้ยว! ลั่นห้อง
แม้การดูดซับยาเม็ดเก้าวัฏจักรบำรุงปราณจะไม่สามารถดันให้เฉินหยวนทะลวงขึ้นสู่ขั้น 'โคจรโลหิต' ได้ในทันที แต่มันก็ส่งเขาขึ้นไปยืนอยู่บน จุดสูงสุดของขั้นทะลวงชีพจร เรียบร้อยแล้ว ขอเพียงแค่ก้าวข้ามคอขวดไปได้ เขาก็จะบรรลุขั้นโคจรโลหิตทันที!
จากเดิมที่ลมปราณซึ่งเกิดจาก《เคล็ดวิชาไม้เขียว》มีขนาดเล็กจิ๋วและบอบบางดั่งเส้นด้าย ตอนนี้มันขยายขนาดใหญ่ขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นมาก การโคจรลมปราณและการระเบิดพลังรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า
ฉู่จื่อผิงกับฉินหยวนเฉิงแม้จะบรรลุขั้นทะลวงชีพจรมาหลายปีแล้ว แต่ลมปราณของพวกมันก็ยังเทียบกับเฉินหยวนในตอนนี้ไม่ได้เลย
ยาเพียงเม็ดเดียว... มีค่าเทียบเท่ากับการฝืนฝึก《เคล็ดวิชาไม้เขียว》อย่างยากลำบากถึงสิบปี!
หลังจากอาบน้ำล้างตัว เฉินหยวนก็หยิบสมุดบันทึกออกมาเปิดดู นิ้วมือเคาะโต๊ะเป็นจังหวะพลางครุ่นคิด
สิ่งที่เขาต้องการด่วนที่สุดตอนนี้คือเคล็ดวิชาลมปราณ แต่ในเมืองเหลียนซานดันไม่มีอีเวนต์วาสนาแจกเคล็ดวิชาโผล่มาในช่วงนี้เลย
แต่ก็ไม่เป็นไร... ถ้ารอให้วาสนาวิ่งมาหาไม่ได้ เขาก็แค่เป็นฝ่ายบุกไปหามันเอง!
กรณีของต้วนมู่ไป๋เป็นบทเรียนชั้นดี ว่าเขาไม่สามารถยึดติดกับการทำตามเนื้อเรื่องเดิมแบบเป๊ะๆ ได้
ต่อให้เขาเลียนแบบสถานการณ์ในเกมได้เนียนแค่ไหน แต่พอตัวแปรเปลี่ยนไป ผลลัพธ์ก็อาจไม่เหมือนเดิม
ในเมื่อเป็นแบบนี้ เขาก็ไม่จำเป็นต้องเดินตามรอยเดิมทุกฝีก้าว การชิงลงมือเป็นฝ่ายรุกก็เป็นทางเลือกที่ดีไม่หยอก
เช้าวันรุ่งขึ้น เฉินหยวนก็เดินทางไปที่หอวั่งโยว
ปกติหอสุราแบบนี้คนจะพลุกพล่านตอนกลางคืน ช่วงกลางวันจึงค่อนข้างเงียบเหงา
มีชาวยุทธ์สองสามคนที่เพิ่งสร่างเมาถูกเสียงฝีเท้าของเฉินหยวนปลุกให้ตื่น พวกมันกำลังจะอ้าปากด่า แต่พอเบิกตาดูชัดๆ ว่าผู้มาเยือนเป็นใคร ก็รีบกลืนคำด่าลงคอไปทันที
ท่านเทพองค์นี้เพิ่งจะโชว์ลีลาปาดคอคนกลางหอวั่งโยวไปหมาดๆ ใครมันจะกล้าแกว่งเท้าหาเสี้ยนวะ!?
เฉินหยวนเรียกเสี่ยวเอ้อที่กำลังสัปหงกอยู่ "เถ้าแก่เนี้ยของพวกเจ้าล่ะ?"
"เถ้าแก่เนี้ยอยู่ชั้นบนขอรับ เดี๋ยวข้าน้อยไปเรียกให้..."
ตอนนั้นเอง เสียงหวานหยดย้อยแฝงความเกียจคร้านก็ดังลงมาจากชั้นบน
"คุณชายเฉินช่างโปรดปรานหอวั่งโยวของข้าเหลือเกินนะเจ้าคะ?"
เฉินหยวนเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเวินโหรวกำลังใช้สองแขนท้าวระเบียง ยิ้มหวานหยดเยิ้มมองลงมาที่เขา
นางดูเหมือนเพิ่งจะตื่นนอน มวยผมทรงทิ้งตัวหลุดลุ่ย ปิ่นทองคำระย้าปักเอียงๆ เอี๊ยมเกาะอกสีแดงทับทิมรัดไว้ต่ำจนเผยให้เห็นเนินอกขาวผ่องรำไร
ใบหน้าไร้เครื่องสำอางแต่งแต้ม ทว่ากลับมีเลือดฝาดสีระเรื่อ ดูงดงามดั่งดอกไห่ถังอาบน้ำค้างยามเช้า
สภาพของเถ้าแก่เนี้ยทำเอาพวกชาวยุทธ์ขี้เมาข้างล่างน้ำลายสอ
แต่พวกมันก็ทำได้แค่คิดอกุศลและแทะโลมในใจ ไม่มีใครกล้าปากหมาแซวเถ้าแก่เนี้ยออกไป
เพราะคนที่เคยกล้าทำแบบนั้น... วันรุ่งขึ้นศพมักจะไปลอยอืดอยู่ในคูน้ำหลังหอวั่งโยวเป็นประจำ!
"ข้าไม่ได้โปรดปรานหอวั่งโยวหรอก... ข้าโปรดปรานเถ้าแก่เนี้ยต่างหาก"
เวินโหรวยกมือป้องปากหัวเราะคิกคัก "คุณชายเฉินช่างปากหวานนัก... ขึ้นมานั่งเล่นข้างบนก่อนสิเจ้าคะ?"
เฉินหยวนพยักหน้า เดินขึ้นบันไดตามเวินโหรวเข้าไปในห้อง
ปล่อยให้พวกชาวยุทธ์ชั้นล่างด่าทอในใจด้วยความอิจฉาตาร้อน
นังจิ้งจอกเอ๊ย! ทีพวกข้ามาเที่ยวไม่เคยยอมให้แตะอั๋ง พอเห็นคุณชายเฉินแห่งพรรคหมาป่าสวรรค์หน้าตาหล่อเหลาหน่อย ก็รีบอ้าแขนรับขึ้นชั้นสองเลยนะ มึงกะจะกินหญ้าอ่อนล่ะสิ!
บนชั้นสอง เวินโหรวพาเฉินหยวนเข้ามาในห้องนอนของนาง การตกแต่งภายในห้องกลับดูเรียบง่ายสมถะ ขัดกับภาพลักษณ์อันเย้ายวนของนางอย่างสิ้นเชิง
เวินโหรวรินน้ำชาให้เฉินหยวนพลางเอ่ยยิ้มๆ
"หอวั่งโยวของข้ามีไว้ต้อนรับแต่พวกชาวยุทธ์ระดับล่างที่ไม่มีใครเอา ไม่ทราบว่าลมอะไรหอบให้คุณชายเฉินมาเยือนแต่เช้าตรู่เช่นนี้เจ้าคะ?"
"ข้าบอกไปแล้วไง ว่าข้าไม่ได้มาเพราะหอวั่งโยว แต่มาเพราะเถ้าแก่เนี้ย"
"โถ่... ข้าน้อยเป็นแค่หญิงม่ายผ่านมือชายมานักต่อนัก ต้องมาทนตรากตรำหน้าชื่นอกตรมเปิดหอสุราหาเลี้ยงชีพ... มีค่าพอให้คุณชายเฉินแห่งพรรคหมาป่าสวรรค์มาหมายปองด้วยหรือเจ้าคะ?"
เฉินหยวนจิบชาอึกหนึ่ง แล้วเอ่ยเสียงเรียบ
"เถ้าแก่เนี้ยหอวั่งโยวน่ะย่อมไม่คู่ควร... แต่ถ้าเป็น ผู้ดูแลสาขาเมืองเหลียนซานของ 'หอสดับพิรุณล่องนภา' ล่ะก็... นั่นน่ะคู่ควรแน่นอน"
สิ้นประโยคนั้น สีหน้าของเวินโหรวก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน!
กลิ่นอายความยั่วยวนมีจริตจะก้านมลายหายไปจนหมดสิ้น แทนที่ด้วยรังสีอำมหิตอันเย็นเยียบและคมกริบ!
'หอสดับพิรุณล่องนภา' คือองค์กรสายลับข่าวกรองอันดับหนึ่งในยุทธภพ มีหน้าที่ค้าขายข้อมูลและสืบข่าวโดยเฉพาะ
เครือข่ายสายลับของพวกเขากระจายอยู่ทั่วสิบเก้าแคว้นของราชวงศ์ต้าเซี่ย ลามไปจนถึงดินแดนซีอวี้ ทุ่งหญ้า ทะเลทราย และแดนโพ้นทะเล
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วหรือเรื่องคอขาดบาดตายในยุทธภพ ล้วนไม่อาจรอดพ้นหูตาขององค์กรนี้ไปได้!
และเวินโหรว... ก็คือผู้ดูแลเครือข่ายของหอสดับพิรุณล่องนภาประจำเมืองเหลียนซาน!
สาเหตุที่หอวั่งโยวขายอาหารราคาถูก เพื่อดึงดูดพวกชาวยุทธ์ระดับล่างให้มาสุมหัวกัน ก็เพื่อความสะดวกในการเก็บรวบรวมข่าวสารนั่นเอง
ในเนื้อเรื่องเดิม เวินโหรวถือเป็นตัวละครสำคัญที่มักจะโผล่มาแจกเควสต์ให้ผู้เล่นอยู่บ่อยๆ
"คุณชายเฉินทราบเรื่องนี้ได้อย่างไร?"
เวินโหรวหรี่ตาจ้องเฉินหยวนเขม็ง
เพื่อความปลอดภัยและเพื่อความสะดวกในการสืบข่าว หอสดับพิรุณล่องนภาจึงปิดบังฐานที่มั่นส่วนใหญ่เป็นความลับ
มีเพียงในเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น ที่พวกเขาจะเปิดสาขาอย่างโจ่งแจ้งเพื่อให้ชาวยุทธ์มาซื้อขายข่าวสาร
ส่วนในเมืองอื่นๆ ชาวยุทธ์ที่ต้องการติดต่อซื้อข่าว จะต้องใช้วิธีลับเฉพาะในการส่งสัญญาณเท่านั้น
เวินโหรวแฝงตัวอยู่ในเมืองเหลียนซานมาตั้งหลายปี ขนาดเจี่ยงไคไท่ที่เป็นถึงพ่อบุญธรรมของเฉินหยวนยังไม่รู้ความลับนี้ แล้วเจ้าเด็กหนุ่มตรงหน้านี่มันไปรู้มาจากไหน!?
"นั่นสำคัญด้วยรึ? วันนี้ข้ามาเยือน ก็เพื่อมา 'ทำธุรกิจ' กับเถ้าแก่เวินต่างหาก"
เวินโหรวคลี่ยิ้มบาง "ก็จริง ข้าคงถามมากไปเอง... แต่หวังว่าคุณชายเฉินจะไม่เอาฐานะของข้าไปแพร่งพรายนะเจ้าคะ ไม่อย่างนั้นข้าคงต้องถูกเบื้องบนลงโทษหนักแน่"
หอสดับพิรุณล่องนภาเป็นขุมกำลังที่เป็นกลางอย่างแท้จริง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดและไม่มีศัตรูถาวร
เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าใครก็ต้องพึ่งพาพวกเขาในการสืบข่าว
แต่ในขณะเดียวกัน ขุมกำลังส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยชอบขี้หน้าพวกเขานัก เพราะไม่มีใครอยากให้ความลับของตัวเองถูกหอสดับพิรุณล่องนภาล้วงลูกไปขายเช่นกัน
"เถ้าแก่เวินวางใจได้ ข้าไม่ทำเรื่องทุบหม้อข้าวท่านหรอก"
เฉินหยวนเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบาๆ "เถ้าแก่เวินหูตากว้างไกล ข้าอยากวานให้ท่านช่วยสืบหาคนผู้หนึ่งในเมืองเหลียนซานให้หน่อย"
"คุณชายเฉินเป็นถึงลูกบุญธรรมของท่านประมุขเจี่ยง พรรคหมาป่าสวรรค์ก็ครองเมืองเหลียนซานอยู่ครึ่งหนึ่ง... จะสืบหาใครในเมืองนี้ ทำไมถึงต้องมาพึ่งข้าด้วยล่ะ?"
พอพูดจบ เวินโหรวก็รีบตบแก้มตัวเองเบาๆ "อุ๊ย ข้าปากพล่อยอีกแล้ว... คุณชายเฉินต้องการตามหาใครหรือเจ้าคะ?"
ในเมื่อเฉินหยวนเป็นฝ่ายมาหานางด้วยตัวเอง ก็แสดงว่าคนที่เขาตามหา คงเป็นคนที่พรรคหมาป่าสวรรค์ไม่มีปัญญาหาเจอ หรือไม่ก็เป็นคนที่เขาไม่อยากให้คนในพรรครู้ว่าเขากำลังตามหาอยู่
กฎเหล็กของหอสดับพิรุณล่องนภาคือ 'ขายแต่ข่าว ไม่ซักไซ้เจตนาของลูกค้า'
ที่นางเผลอหลุดปากถามไปเมื่อครู่ เป็นเพราะถูกเฉินหยวนเปิดโปงตัวตนจนเสียอาการไปชั่วขณะเท่านั้น หากเป็นยามปกติ ด้วยความเป็นมืออาชีพ นางจะไม่มีวันถามคำถามละลาบละล้วงแบบนี้เด็ดขาด
"พันธมิตรสามสิบหกสายน้ำแห่งแม่น้ำจิ่วหลงในแคว้นหลานโจว... 'มังกรวารีจิ่วเจียง' จั่วสิงเลี่ย!"
เฉินหยวนเน้นเสียงหนักแน่น "แน่นอนว่ามาซ่อนตัวในเมืองเหลียนซาน เขาคงไม่ใช้ชื่อนี้แน่ และข้างกายเขาน่าจะมีเด็กผู้หญิงอายุราวเจ็ดแปดขวบติดตามมาด้วยคนหนึ่ง"
เวินโหรวเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด!
"อะไรนะ!? จั่วสิงเลี่ยยังไม่ตายงั้นรึ!? แถมเขายังซ่อนตัวอยู่ในเมืองเหลียนซานเนี่ยนะ!?"