เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4: ความเหี้ยมหาญของหมาป่าสวรรค์

บทที่ 4: ความเหี้ยมหาญของหมาป่าสวรรค์

บทที่ 4: ความเหี้ยมหาญของหมาป่าสวรรค์


บทที่ 4: ความเหี้ยมหาญของหมาป่าสวรรค์

หลังจากหลินจิ่งฉียึดสำนักคุ้มภัยเจิ้นซานมาได้ เขาก็ไม่ได้เปลี่ยนชื่อสำนัก

ด้วยเหตุผลที่ว่า สำนักคุ้มภัยเจิ้นซานมีชื่อเสียงในเมืองเหลียนซานระดับหนึ่งแล้ว การเปลี่ยนชื่อสุ่มสี่สุ่มห้าอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจของสำนักได้

เวลานี้ ลานฝึกซ้อมตรงกลางสำนักมีศิษย์นับร้อยคนกำลังฝึกยุทธ์กันอยู่

พวกมือใหม่กำลังฝึกยืนหยัดทรงตัว ส่วนศิษย์ที่เรียนมานานหน่อยก็เริ่มฝึกท่า 'มือพันไหม' กันแล้ว

หลินจิ่งฉีถือป้านชาเดินตรวจตราไปรอบๆ คอยชี้แนะกระบวนท่าให้ศิษย์ทีละคน

ปีนี้เขาอายุราวสามสิบห้าสามสิบหกปี ใบหน้าเหลี่ยมคมสัน ไว้หนวดเคราดูภูมิฐานเป็นผู้ใหญ่

จู่ๆ หลินจิ่งฉีก็ขมวดคิ้ว ส่งป้านชาในมือให้ศิษย์ที่อยู่ข้างๆ

"พวกเจ้าฝึกมือพันไหมกันแบบนี้เรอะ?"

หลินจิ่งฉีแค่นเสียงเย็น มือซ้ายตวัดรัดพันรอบเสาไม้ราวกับงูเหลือมยักษ์ ก่อนจะออกแรงบิดบีบอย่างรวดเร็วและรุนแรง!

กร๊อบ! เสาไม้ส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะ ก่อนจะถูกบิดจนหักสะบั้นลงมาดื้อๆ!

"นี่สิถึงจะเรียกว่า 'มือพันไหม' วิชาลับของสำนักเรา! อ่อนโยนแฝงความแข็งกร้าว ซ่อนเร้นจิตสังหารไว้ภายใน! แล้วที่พวกเจ้าฝึกกันมันคือตัวอะไร? อ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง มีแต่ท่าสวยไปวันๆ! ถ้าตอนนี้ไม่ตั้งใจฝึก วันหน้าออกไปข้างนอกก็อย่าเที่ยวไปบอกใครเชียวว่าจบมาจากสำนักคุ้มภัยเจิ้นซาน ข้าหลินจิ่งฉีอับอายขายขี้หน้าเขา!"

ขณะที่เขากำลังสั่งสอนศิษย์ จู่ๆ ก็มีเสียงตบมือดังขึ้นจากหน้าประตูสำนัก

แปะ แปะ แปะ "เจ้าสำนักหลินช่างเป็นครูที่เข้มงวดและรับผิดชอบจริงๆ ยอดเยี่ยม... ยอดเยี่ยมมาก"

เฉินหยวนเหน็บดาบเยี่ยนหลิงไว้ที่เอว สวมเสื้อคลุมลายหมาป่า ก้าวเดินเข้ามาในสำนักพร้อมกับลูกพรรคหมาป่าสวรรค์รูปร่างสูงใหญ่กำยำนับสิบคนที่ถือดาบยาวครบมือ

แม้ในทางทฤษฎี คนเหล่านี้จะยังไม่ใช่ลูกพรรคตัวจริง เป็นเพียงเด็กฝึกหัดจากหอถ่ายทอดวิชา แต่พรรคหมาป่าสวรรค์นั้นขึ้นชื่อเรื่องการบ่มเพาะพวกเดนตายที่พร้อมแลกชีวิตอยู่แล้ว แม้เด็กพวกนี้จะยังไม่ถูกส่งไปสังกัดหอใด ทว่ารังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาก็ข่มขวัญศิษย์ในสำนักเหล่านี้ได้จนมิด

เมื่อเห็นผู้มาเยือน สีหน้าของหลินจิ่งฉีก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

เขาไม่เคยเจอเฉินหยวนตัวจริง แต่ก็พอจะเดาตัวตนของอีกฝ่ายได้ทันที

หนึ่งในสามผู้กล้าหมาป่าสวรรค์... คนที่เคยเก็บตัวเงียบที่สุด แต่ช่วงหลายวันมานี้กลับกลายเป็นคนที่ทำตัวโดดเด่นที่สุด

แต่เฉินหยวนมาทำอะไรที่สำนักของเขา? หลินจิ่งฉีไม่อยากข้องแวะกับคนของพรรคพวกนี้เลยจริงๆ

ตามหลักแล้ว สำนักคุ้มภัยเป็นองค์กรที่อยู่กึ่งกลางระหว่างชาวยุทธ์กับคนธรรมดา สำนักมีหน้าที่แค่สอนวรยุทธ์และเก็บค่าเล่าเรียน ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งในยุทธภพ ไม่แย่งชิงอาณาเขตใดๆ

ดังนั้น สำนักคุ้มภัยหลายแห่งในเมืองเหลียนซานจึงมีท่าที 'เคารพแต่ขออยู่ห่างๆ' กับพวกพรรคเหล่านี้

หลินจิ่งฉีประสานมือคารวะ "ท่านนี้คือคุณชายเฉิน เฉินหยวน หนึ่งในสามผู้กล้าหมาป่าสวรรค์ใช่หรือไม่? ไม่ทราบว่าคุณชายเฉินมาเยือนสำนักคุ้มภัยเจิ้นซานด้วยธุระอันใด?"

"พูดคุยกันง่ายๆ ละกัน ข้ามาที่สำนักคุ้มภัยเจิ้นซาน ก็เพื่อมาขอคำอธิบาย"

เฉินหยวนยิ้มกริ่มมองหลินจิ่งฉี "ศิษย์ของสำนักคุ้มภัยเจิ้นซานไปเข้าร่วมกับพรรควารีทมิฬ ฆ่าพี่น้องพรรคหมาป่าสวรรค์ของข้า ปล้นชิงเขตแดนของข้า... เรื่องนี้เจ้าสำนักหลินไม่คิดจะให้คำอธิบายกับข้าหน่อยหรือ?"

สีหน้าของหลินจิ่งฉีเปลี่ยนเป็นซีดเผือด รีบปฏิเสธทันควัน "คุณชายเฉินเข้าใจผิดแล้ว! สำนักคุ้มภัยเจิ้นซานมีหน้าที่สอนวรยุทธ์ให้ศิษย์เท่านั้น ส่วนวันข้างหน้าพวกเขาจะไปเป็นผู้คุ้มภัย ไปท่องยุทธภพ หรือไปเข้าพรรคไหน นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าจะก้าวก่ายได้เลยนะขอรับ!"

เฉินหยวนมองหลินจิ่งฉีด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกว่ายิ้มหรือเยาะ

"เจ้าสำนักหลินพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะ แล้วทำไมศิษย์ที่เจ้าสอนมา ถึงไม่มาเข้าพรรคหมาป่าสวรรค์ของข้า แต่ดันแห่ไปเข้าพรรควารีทมิฬล่ะ? หรือเป็นเพราะปกติเจ้าชอบใส่ไฟพรรคหมาป่าสวรรค์ให้ลูกศิษย์ฟัง? หรือที่จริงแล้วเจ้าแอบสมรู้ร่วมคิดกับพรรควารีทมิฬมาตั้งแต่แรก เลยตั้งใจปั้นลูกศิษย์ไปป้อนให้พวกมัน?"

"สำนักคุ้มภัยเจิ้นซานของเจ้าตั้งอยู่ในเขตอิทธิพลของพรรคหมาป่าสวรรค์แท้ๆ แต่เจ้ากลับยุยงให้ลูกศิษย์ไปอยู่กับศัตรู แบบนี้มันเนรคุณ เลี้ยงเสียข้าวสุกชัดๆ เจ้าไม่เห็นหัวพรรคหมาป่าสวรรค์ของข้าเลยสินะ?"

หลินจิ่งฉีเหงื่อตกจนเปียกชุ่มไปทั้งหน้า

คุยไปคุยมา ไหงข้ากลายเป็นพวกสมรู้ร่วมคิดกับพรรควารีทมิฬไปได้วะเนี่ย!? แค่คนของพรรคหมาป่าสวรรค์เขาก็ไม่อยากยุ่งแล้ว นับประสาอะไรกับพรรควารีทมิฬที่เขาหลบหน้ายิ่งกว่าหลบผี!

ตอนนั้นเอง สตรีสาววัยสามสิบเศษนางหนึ่งก็เดินออกมาจากเรือนด้านใน แล้วตวาดแหวขึ้น "หลินจิ่งฉี! ท่านจะไปอธิบายอะไรให้มันฟัง!? ดูไม่ออกหรือไงว่ามันตั้งใจมาหาเรื่อง! กฎของทุกสำนักคุ้มภัยในเมืองเหลียนซานคือสอนแค่วิชา ไม่ยุ่งเรื่องอนาคตศิษย์! พอศิษย์ก้าวออกจากสำนักไปแล้ว การกระทำใดๆ ก็ไม่เกี่ยวกับสำนักอีก และสำนักก็จะไม่สอดมือเข้าแทรกแซงความแค้นของศิษย์! เฉินหยวนก็ไม่ได้เพิ่งมาคลุกคลีในเมืองเหลียนซานวันแรก กฎพวกนี้มีหรือที่เขาจะไม่รู้!?"

เฉินหยวนมองสตรีนางนั้นด้วยความสนใจ

นางมีรูปร่างอวบอั๋น หน้าตาสะสวยมีเสน่ห์ จัดว่าเป็นคนสวยคนหนึ่ง คงจะเป็น 'จางชิวเหอ' คู่หมั้นของต้วนมู่ไป๋ที่ถูกหลินจิ่งฉีตีท้ายครัว แล้วให้ไปลอบวางยานั่นแหละ

แต่พอดูจากท่าทีตอนนี้ ผู้หญิงคนนี้ดูจะหัวแข็งและอารมณ์ร้อนยิ่งกว่าหลินจิ่งฉีเสียอีก ช่างต่างจากที่เขาจินตนาการไว้จริงๆ

"เจ้าหุบปากไปเลย!"

หลินจิ่งฉีถลึงตาใส่ภรรยาอย่างดุร้าย

จากนั้นเขาก็หันกลับมาประสานมือให้เฉินหยวนด้วยท่าทีต่ำต้อย

"ภรรยาข้าไม่รู้ความ หวังว่าคุณชายเฉินจะไม่ถือสา รบกวนคุณชายเฉินบอกชื่อศิษย์ที่ไปเข้าพรรควารีทมิฬมาทีเถิด ข้าจะรีบไล่มันออกจากสำนักต่อหน้าทุกคน แล้วจะจัดโต๊ะจีนไปขอขมาพรรคหมาป่าสวรรค์ด้วยตัวเองเลยขอรับ"

บรรดาศิษย์ในสำนักต่างมองหลินจิ่งฉีด้วยสายตาเหลือเชื่อ

เจ้าสำนักที่ปกติวางมาดน่าเกรงขาม วันนี้ทำไมถึงได้ยอมคุกเข่าก้มหัวให้ไอ้หนุ่มนี่ง่ายๆ แบบนี้?

ใจจริงหลินจิ่งฉีก็อยากจะแข็งกร้าว แต่เขารู้ดีว่าสำนักคุ้มภัยเจิ้นซานกระจอกๆ ของเขา เอาไปเทียบกับพรรคหมาป่าสวรรค์ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

แค่ลากหัวหน้าหอของพรรคหมาป่าสวรรค์มาสักคน ก็ล้วนเป็นยอดฝีมือขั้นทะลวงชีพจรทั้งนั้น แถมยังมีลูกน้องเดนตายที่ผ่านการนองเลือดมาอย่างโชกโชนอีกนับร้อย การจะกวาดล้างสำนักคุ้มภัยเจิ้นซานให้ราบคาบเป็นเรื่องง่ายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ

สมัยที่ต้วนเจิ้นซาน เจ้าสำนักคนเก่ายังอยู่ เขาบรรลุขั้นทะลวงชีพจรได้ สำนักจึงยังพอมีหน้ามีตาอยู่บ้าง แต่หลินจิ่งฉีฝึกมาหลายปีก็ยังก้าวข้ามคอขวดขั้นทะลวงชีพจรไม่ได้เสียที ตอนนี้ก็ยังติดแหง็กอยู่แค่หลอมกายาขั้นปลาย แล้วเขาจะเอาความกล้าที่ไหนไปงัดข้อกับเฉินหยวน หนึ่งในสามผู้กล้าหมาป่าสวรรค์?

เฉินหยวนตอบส่งๆ "มันชื่อจางซาน"

หลินจิ่งฉีตอบรับโดยสัญชาตญาณ "ข้าจะรีบไปเปิดสมุดรายชื่อหาจางซานเดี๋ยวนี้..."

แต่พูดจบ หลินจิ่งฉีก็รู้สึกทะแม่งๆ

สำนักคุ้มภัยเจิ้นซานรับศิษย์ปีละเป็นร้อย แม้เขาจะจำชื่อศิษย์ไม่ได้ทุกคน แต่เขากล้าเอาหัวเป็นประกันเลยว่า ในสำนักไม่มีใครชื่อโหลๆ อย่าง 'จางซาน' แน่นอน!

โบราณว่า 'เรียนบุ๋นต้องยากจน เรียนบู๊ต้องร่ำรวย' ลำพังแค่ค่าเทอมของสำนักก็ปาไปปีละเป็นร้อยตำลึงแล้ว ถ้าไม่มีฐานะ ใครมันจะกล้ามาเรียน?

ดังนั้นศิษย์ของสำนักอย่างแย่ที่สุดก็ต้องมาจากครอบครัวที่มีกินมีใช้ แล้วใครมันจะบ้าตั้งชื่อลูกส่งๆ ว่าจางซานกันวะ!?

"คุณชายเฉิน... ท่านแน่ใจนะว่าคนผู้นั้นชื่อจางซานจริงๆ?"

"ไม่แน่ใจหรอก เพราะชื่อนี้ข้าเพิ่งแต่งขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ เมื่อกี้เอง"

ใบหน้าของหลินจิ่งฉีแดงก่ำด้วยความโกรธจัดในพริบตา "นี่เจ้า...!"

จางชิวเหอแค่นหัวเราะหยัน "หลินจิ่งฉี ท่านยังดูไม่ออกอีกหรือ!? วันนี้มันตั้งใจจะมาเหยียบหัวพวกเรา ต่อให้ท่านคุกเข่าเลียเท้ามันก็ไม่มีประโยชน์หรอก!"

คราวนี้หลินจิ่งฉีไม่ได้ตวาดด่าภรรยาอีก เขาเพียงแค่จ้องมองเฉินหยวนด้วยดวงตาแดงก่ำ

"คุณชายเฉิน... สำนักคุ้มภัยเจิ้นซานไม่เคยไปล่วงเกินพรรคหมาป่าสวรรค์ ข้าเองก็ไม่เคยแม้แต่จะพบหน้าท่าน ต่อให้ท่านจะเอาชีวิตข้า อย่างน้อยก็ช่วยทำให้ข้าตายตาหลับทีเถอะ ว่าข้าทำอะไรผิด!?"

เฉินหยวนใช้นิ้วลูบคลำด้ามดาบเยี่ยนหลิงเบาๆ แล้วตอบด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ

"ทีตอนที่เจ้าวางแผนหักกระดูกต้วนมู่ไป๋... เจ้าก็ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าให้เขาทำใจก่อนเหมือนกันนี่?"

พอได้ยินชื่อ 'ต้วนมู่ไป๋' สีหน้าของหลินจิ่งฉีก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรงทันที

ขณะเดียวกัน จางชิวเหอก็ชักมีดสั้นคู่ออกมาจากด้านหลัง แล้วพุ่งเข้าฟันใส่เฉินหยวนอย่างไม่คิดชีวิต!

พร้อมกันนั้น นางก็ตะโกนลั่นสั่งหลินจิ่งฉี "ฆ่าเฉินหยวนซะ! แล้วหิ้วหัวมันไปสวามิภักดิ์พรรควารีทมิฬ! มันมาที่นี่เพื่อต้วนมู่ไป๋ ถ้าไม่ฆ่ามัน พวกเรานั่นแหละที่จะตาย!"

มุมปากของเฉินหยวนยกยิ้มขึ้น

ผู้หญิงอย่างจางชิวเหอนี่ตัดสินใจเด็ดขาดและหัวใสกว่าหลินจิ่งฉีตั้งเยอะ

พอนางรู้ว่าเขามาทวงแค้นให้ต้วนมู่ไป๋ นางก็รู้ตัวทันทีว่างานนี้ต้องมีคนตายกันไปข้าง คุกเข่าอ้อนวอนไปก็ไร้ค่า มีแต่ต้องสู้ตายเท่านั้น

และถ้าสู้จนชนะ การหอบหัวเขาไปซบพรรควารีทมิฬซึ่งเป็นอริกับพรรคหมาป่าสวรรค์ ก็ถือเป็นทางรอดเดียวที่เหลืออยู่

น่าเสียดายที่แม้สมองนางจะแล่นไว แต่ฝีมือกลับห่วยแตกสิ้นดี!

ชวิ้ง! ดาบเยี่ยนหลิงในมือเฉินหยวนถูกชักออกจากฝักในชั่วพริบตา เสียงดาบกรีดร้องแสบแก้วหูดังก้องไปทั่วทั้งสำนัก

ดาบนี้ออกตัวทีหลังแต่ถึงก่อน กระบวนท่าพุ่งทะยานดุจหมาป่าหิวโซตะปบเหยื่อ!

เคร้ง! สิ้นเสียงปะทะ มีดสั้นคู่ในมือจางชิวเหอก็ถูกฟันกระเด็นหลุดจากมือ ง่ามนิ้วของนางฉีกขาด เลือดสาดกระเซ็น

เฉินหยวนตวัดเท้าเตะสวนเข้าที่ยอดอกของนาง ร่างของจางชิวเหอลอยละลิ่วปลิวไปกระแทกพื้น กระอักเลือดคำโตออกมาทันที

ทั้งคู่ล้วนอยู่ระดับหลอมกายา แต่ผู้ฝึกยุทธ์สายหลอมกายาที่เดินลมปราณได้ กับพวกที่ได้แต่ขัดเกลากล้ามเนื้ออย่างเดียวนั้น พละกำลังต่างกันราวฟ้ากับเหว!

นักสู้ที่ใช้แต่กำลังกายล้วนๆ แม้จะแรงควายแค่ไหนก็เป็นเพียง 'แรงตาย' ที่ต้องพึ่งกล้ามเนื้อในการขับเคลื่อน

แต่เมื่อฝึกวิชาลมปราณแล้ว จะสามารถดึงพลังจากเส้นชีพจรและสายเลือดมาใช้ได้ ทำให้พลังทำลายล้างระเบิดออกมารุนแรงกว่าหลายเท่า!

เมื่อเห็นดังนั้น หลินจิ่งฉีก็เลิกลังเลหวาดกลัวอีกต่อไป เขาพลิกฝ่ามือ สวม 'ถุงมือเกล็ดมังกรเหล็กกล้า' เข้าที่มือทั้งสองข้าง

ถุงมือนี้ถักทอขึ้นจากห่วงเหล็กกล้าขนาดเล็กเท่าเมล็ดข้าวสารเชื่อมต่อกัน ประณีตและซับซ้อนอย่างยิ่ง

วิชา 'มือพันไหม' เป็นวิชาจับกุมระยะประชิด เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอาวุธมีคม ถุงมือเกล็ดมังกรนี้จึงเป็นตัวช่วยให้เขาสามารถรับคมดาบได้ด้วยมือเปล่า

ของชิ้นนี้ทำยากเย็นแสนเข็ญ ราคาสูงลิบลิ่วยิ่งกว่าเงินที่มีน้ำหนักเท่ากันเสียอีก มันเป็นสมบัติเก่าแก่ที่ต้วนเจิ้นซานทิ้งไว้ และตอนนี้มันตกเป็นของหลินจิ่งฉี

หลินจิ่งฉีพุ่งตัวด้วยความเร็วราวกับเสือชีตาห์ กระโจนเข้าใส่เฉินหยวนโดยตรง

ดาบเยี่ยนหลิงตวัดแทงเฉียงๆ ประกายดาบสาดซัดฟันลงมาเป็นชุด

หมาป่าสวรรค์ลอบสังหาร!

หลินจิ่งฉีตวาดลั่น ท่อนแขนทั้งสองข้างร่ายรำวาดลวดลายราวกับผีเสื้อโบยบิน เข้าปะทะกับใบดาบตรงๆ ก่อให้เกิดเสียงโลหะกระทบกันดังลั่นถี่ยิบ

จากนั้นเขาอาศัยจังหวะชุลมุน ใช้สองมือที่อ่อนช้อยดุจเส้นไหม ตวัดรัดพันรอบใบดาบเยี่ยนหลิงราวกับอสรพิษ ถุงมือเกล็ดมังกรล็อกคมดาบไว้แน่นหนา!

หลินจิ่งฉีลอบยินดีในใจ เตรียมจะอาศัยจังหวะนี้ประชิดตัว แต่พริบตาต่อมา เขากลับสัมผัสได้ถึงแรงมหาศาลที่ระเบิดออกมาจากดาบยาวที่ถูกเขาล็อกไว้!

ประกายไฟแลบแปลบปลาบจากการเสียดสีระหว่างดาบเยี่ยนหลิงกับถุงมือเกล็ดมังกร ดาบยาวถูกกระชากกลับไปอย่างดุดัน วินาทีถัดมา ประกายดาบสว่างวาบแสบตาก็พุ่งวาบเข้าใส่หน้าหลินจิ่งฉี

ประกายดาบเจิดจรัส... งดงามดุจแสงจันทร์เพ็ญ!

หมาป่าสวรรค์กลืนจันทร์!

หลินจิ่งฉีรีบยกสองมือขึ้นไขว้กันเพื่อป้องกันตัวอย่างลนลาน แต่เพลงดาบของเฉินหยวนตวัดฟันลงมา ขยี้ถุงมือเกล็ดมังกรจนขาดวิ่นไปกว่าครึ่ง พร้อมกับกระดูกแขนทั้งสองข้างของหลินจิ่งฉีที่แหลกละเอียดในพริบตา!

เพลงดาบหมาป่าสวรรค์มีแต่รุกไม่มีรับ กะล่อนและโหดเหี้ยม เป็นสุดยอดเพลงดาบสายสังหารอย่างแท้จริง

หากหลินจิ่งฉีเลือกที่จะตั้งรับและยื้อเวลาไว้ อาศัยจุดเด่นของวิชามือพันไหม เขาก็ยังพอจะยื้อยุดได้อีกหลายกระบวนท่า

แต่นี่เขากลับคิดจะแลกหมัด เอาความตายเข้าแลก... ผลลัพธ์ก็คือตายไวกว่าเดิม!

หลินจิ่งฉีก้มมองมือทั้งสองข้างที่อาบโชกไปด้วยเลือด แววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

มือถูกทำลายไปแล้ว วิชามือพันไหมก็ใช้ออกไม่ได้ เวลานี้เขาหลังชนฝา ไร้หนทางรอดโดยสมบูรณ์

เมื่อเห็นเฉินหยวนถือดาบเดินสืบเท้าเข้ามา หลินจิ่งฉีก็ร้องอ้อนวอนอย่างน่าสมเพช "อย่าฆ่าข้า! ตอนที่หักกระดูกต้วนมู่ไป๋น่ะ ข้าลงมือก็จริง แต่ข้าไม่ใช่ตัวการใหญ่นะ!"

จู่ๆ หลินจิ่งฉีก็ชี้ไปที่จางชิวเหอที่นอนบาดเจ็บสาหัสอยู่บนพื้น แล้วกัดฟันกรอด

"เป็นนังนี่! นังผู้หญิงแพศยานี่ต่างหากที่ยุยงให้ข้าลงมือกับต้วนมู่ไป๋! ท่านเจ้าสำนักต้วนมีพระคุณกับข้าล้นหัว ข้าไม่เคยคิดจะไปแย่งชิงอะไรกับต้วนมู่ไป๋เลย เป็นนังนี่ที่เป่าหูข้าว่าต้วนมู่ไป๋ไม่มีปัญญาปกป้องสำนักได้ ยุให้ข้ายึดสำนักมา! นังนี่แหละที่เป็นคนเสนอตัวไปวางยาต้วนมู่ไป๋ แล้วสั่งให้ข้าลงมืออย่างเหี้ยมโหด! ถ้าท่านอยากจะล้างแค้นให้ต้วนมู่ไป๋ ท่านต้องฆ่านังนี่ ไม่ใช่ข้า!"

---

จบบทที่ บทที่ 4: ความเหี้ยมหาญของหมาป่าสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว