- หน้าแรก
- เบอร์เซิร์กเกอร์สุดโกง ผู้มีเลือดหนึ่งแต้มและโล่หมื่นชั้น
- บทที่ 11: ผู้อำนวยการ: เดี๋ยวก่อน!
บทที่ 11: ผู้อำนวยการ: เดี๋ยวก่อน!
บทที่ 11: ผู้อำนวยการ: เดี๋ยวก่อน!
บทที่ 11: ผู้อำนวยการ: เดี๋ยวก่อน!
"คุณกำลังจะบอกว่ามีคนไปถึงเลเวล 7 งั้นเหรอ?"
ภายในห้องทำงาน หานหมิงรุ่ยเงยหน้าขึ้นพร้อมกับสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังขา
"ใช่ค่ะ เป็นความจริงทุกประการเลย ดิฉันเห็นมากับตาตัวเองเลยนะคะ"
หวังฮุ่ยหลินกลับมาที่ห้องทำงาน ในใจลอบกระหยิ่มยิ้มย่อง
เธออยากเห็นหานหมิงรุ่ยเสียอาการมานานแล้ว เขาเอาแต่ทำตัวเฉยชาไม่สนโลกอยู่ได้
ผลงานของหลินอวี่ได้ทำลายสถิติในหน้าประวัติศาสตร์ลงอย่างราบคาบ และมันอาจจะนำพาโรงเรียนมัธยมที่หนึ่งก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดใหม่ได้เลยด้วยซ้ำ!
เธอจินตนาการถึงสีหน้าของหานหมิงรุ่ยในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าออกเลยล่ะ!
ทว่า
แววตาของหานหมิงรุ่ยเพียงแค่วูบไหวเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะกลับมาสงบนิ่งตามเดิม
"คนที่คุณพูดถึงน่าจะเป็นหลินอวี่สินะ"
??
หวังฮุ่ยหลินงุนงงไปชั่วขณะ "ท่าน... ท่านรู้ได้ยังไงคะ?"
หานหมิงรุ่ยเลิกคิ้วขึ้น "อาชีพธรรมดาไม่มีทางไปถึงเลเวล 7 ได้ภายในวันเดียวหรอก ปีนี้โรงเรียนเรามีอาชีพระดับซ่อนเร้นแค่คนเดียว ซึ่งก็คือหลินอวี่"
หวังฮุ่ยหลินยังคงซักไซ้ต่อไป "แต่ท่านไม่รู้สึกประหลาดใจบ้างเลยเหรอคะ?"
เธอไม่เห็นร่องรอยของความตกตะลึงบนใบหน้าของหานหมิงรุ่ยเลยสักนิด
ต่อให้เขาจะเดาได้ว่าเป็นหลินอวี่ แต่การที่เขายังคงสงบนิ่งได้ขนาดนี้มันปกติแล้วเหรอ?
หรือว่าหานหมิงรุ่ยไม่ได้ใส่ใจกับผลงานระดับนี้เลยด้วยซ้ำ?
หานหมิงรุ่ยราวกับมองทะลุความคิดของเธอ เขาหัวเราะเบาๆ "ผมรู้ว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่ ผลงานของหลินอวี่นั้นน่าทึ่งมากจริงๆ และถ้าเป็นอาชีพทั่วไป มันคงเป็นเรื่องที่น่ายกย่องอย่างหาที่สุดไม่ได้"
"แต่เขาเป็นเบอร์เซิร์กเกอร์"
"ความยากของดันเจี้ยนมือใหม่นั้นค่อนข้างต่ำ ซึ่งเปิดโอกาสให้เบอร์เซิร์กเกอร์สามารถกดพลังชีวิตของตัวเองได้ มันก็เหมือนกับการใช้ทริคนั่นแหละ แต่พอดันเจี้ยนในระดับต่อไปมีความยากเพิ่มขึ้น ข้อได้เปรียบของเขาก็จะหายไปเองโดยปริยาย"
"แน่นอน การที่เขาทำผลงานได้ถึงระดับนี้ ก็ยังคงเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าหลินอวี่มีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ที่ดีและมีความมุมานะ อย่างไรก็ตาม เขาจะต้องเผชิญกับปัญหาใหม่: ยิ่งเบอร์เซิร์กเกอร์ฆ่ามากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะยิ่งบ้าคลั่งมากขึ้นเท่านั้น การที่เขาไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ ย่อมเป็นการเร่งให้ตัวเองตกหลุมพรางแห่งความบ้าคลั่งเร็วขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้"
"มันก็เหมือนกับ... การยอมทำลายตัวเองเพียงเพื่อแลกกับผลการเรียนนั่นแหละ..."
"โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการแบบนี้นัก การค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปอาจจะทำให้ไปได้ไกลกว่า แต่ก็นั่นแหละ ต่างคนต่างความคิด มันตัดสินกันยาก"
ขณะที่หานหมิงรุ่ยพูด ดูเหมือนเขาจะเริ่มสนใจเรื่องนี้ขึ้นมาบ้าง ถึงขั้นลูบคางตัวเองขณะที่วิเคราะห์สถานการณ์ให้ฟัง
หวังฮุ่ยหลินนิ่งเงียบไป
เธอเข้าใจแล้ว
หานหมิงรุ่ยหมายความว่าหลินอวี่ไม่ใช่อัจฉริยะ
แต่เขากำลังจะพังทลายลงต่างหาก
และเขาอาจจะพังทลายลงในวันพรุ่งนี้เลยก็ได้!
ทันทีที่ความยากของดันเจี้ยนเพิ่มขึ้น หลินอวี่ก็จะล้มเหลว และวันพรุ่งนี้ก็เป็นวันเริ่มต้นของการทดสอบในดันเจี้ยนขนาดใหญ่พอดี ซึ่งเป็นการทดสอบที่บังคับให้ต้องจัดทีมด้วย
อารมณ์ของหวังฮุ่ยหลินดิ่งลงเหวทันที
เธอเชื่อคำพูดของหานหมิงรุ่ยอย่างหมดใจ หานหมิงรุ่ยเป็นคนที่มีความลึกซึ้งและมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกว่าเธอมากนัก
อีกอย่าง สิ่งที่เขาพูดก็มีเหตุผลมาก และตอนนี้เธอเองก็เข้าใจมันอย่างถ่องแท้แล้ว
แต่แล้วดันเจี้ยนวันพรุ่งนี้ล่ะจะทำยังไง? เธอเพิ่งจะวาดฝันว่าจะพึ่งพาคะแนนที่นำโด่งของหลินอวี่เพื่อกู้หน้าในวันพรุ่งนี้ แต่ความหวังนั้นก็ถูกบดขยี้ลงอย่างรวดเร็ว
และตามที่หานหมิงรุ่ยบอก หลินอวี่กำลังเร่งรัดให้ตัวเองเข้าสู่สภาวะบ้าคลั่ง ดังนั้นเป้าหมายเรื่องอัตราการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในอนาคตก็กลายเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ ไปด้วย
ผีซ้ำด้ามพลอยจริงๆ
ในขณะที่หวังฮุ่ยหลินกำลังรู้สึกหดหู่อยู่นั้น ข่าวร้ายอีกเรื่องก็ผุดขึ้นมาในหัว
เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเพิ่งจะรับปากมอบอาวุธระดับสีม่วงให้กับหลินอวี่ไปหมาดๆ!
ถ้าหลินอวี่กำลังจะพังทลายลง แล้วเธอจะมอบอาวุธระดับสีม่วงให้เขาไปทำไมกัน!
หรือว่าเธอจะต้องควักเนื้อจ่ายเอง?
หลายแสนเชียวนะ??
หานหมิงรุ่ยสังเกตเห็นสีหน้าที่ย่ำแย่ของหวังฮุ่ยหลิน จึงเอ่ยปลอบใจ "คุณหวัง ไม่ต้องผิดหวังไปหรอก ผลงานแค่ปีเดียว ไม่ว่าจะดีหรือแย่ มันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากมายนักหรอก ทำหน้าที่ของคุณต่อไปก็พอ"
ริมฝีปากของหวังฮุ่ยหลินกระตุก "ค่ะ... ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วงนะคะท่านผู้อำนวยการ"
"เอาล่ะ คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว กลับไปพักผ่อนเถอะ"
หานหมิงรุ่ยโบกมือไล่ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อไป
ฟุบ ฟุบ—
เสียงเปิดหน้าหนังสือดังขึ้นสองครั้ง แต่หวังฮุ่ยหลินก็ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
??
หานหมิงรุ่ยขมวดคิ้ว
"คุณหวัง มีอะไรอีกหรือเปล่า?"
ริมฝีปากของหวังฮุ่ยหลินกระตุกอีกครั้ง เอาล่ะ เธอตัดสินใจสารภาพกับผู้อำนวยการและลองต่อสู้เพื่อมันดูสักตั้ง
ก็แหม ตั้งหลายแสนเชียวนะ! ถ้าเธอต้องจ่ายเอง สามีเธอคงขอหย่าแน่ๆ!
แต่ถ้าเธอไม่ให้ เธอก็รับปากไปแล้วนี่นา หลินอวี่จะมองเธอยังไง แล้วนักเรียนคนอื่นๆ จะมองเธอยังไงล่ะ!
"เอ่อ... คือว่าผู้อำนวยการหานคะ มีเรื่องเล็กๆ อีกเรื่องหนึ่งค่ะ..."
หวังฮุ่ยหลินอธิบายเรื่องที่รับปากจะมอบอาวุธระดับสีม่วงให้หลินอวี่อย่างตะกุกตะกัก
ทว่าผิดคาด หานหมิงรุ่ยไม่ได้มีท่าทีตำหนิติเตียนเธอเลย เขากลับพูดอย่างใจกว้างว่า "ไม่เป็นไร ไปเบิกที่คลังแสงได้เลย"
"อนาคตก็คืออนาคต แต่ผลงานของหลินอวี่ในวันนี้คือของจริง โรงเรียนมัธยมที่หนึ่งของเราจะไม่ทำลายกฎของตัวเองเพียงเพราะเรื่องแค่นี้หรอก"
หวังฮุ่ยหลินดีใจจนเนื้อเต้นและอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเลื่อมใส เธอรีบกล่าวขอบคุณและขอตัวลา
ขณะที่เธอกำลังจะเดินพ้นประตู หานหมิงรุ่ยก็เรียกเธอไว้อีกครั้ง
"อ้อ คืนนี้ช่วยแจ้งสถานการณ์ของหลินอวี่ให้ทุกคนทราบในกลุ่มโรงเรียนด้วยนะ เผื่อว่านักเรียนจะไปตั้งปาร์ตี้กับเขาโดยไม่รู้ตัว เบอร์เซิร์กเกอร์ที่เสียสติไม่ใช่เรื่องล้อเล่นหรอกนะ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังฮุ่ยหลินก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอีกครั้ง
ดันเจี้ยนขนาดใหญ่ในวันพรุ่งนี้ก็ยากกว่าเดิมอยู่แล้ว แถมตอนนี้เขายังไปเข้าร่วมปาร์ตี้กับใครไม่ได้อีก
หลินอวี่เด็กคนนั้น
ช่างน่าสงสารจริงๆ
...
ระหว่างทางกลับบ้าน หลิวเมิ่งหานเดินเคียงคู่ไปกับหลิวเสี่ยวเสวี่ยเพื่อนสนิทของเธอ
"เมิ่งหาน ตอนนี้หลินอวี่ชิงที่หนึ่งไปแล้ว พอกลับถึงบ้านเธอจะทำยังไงล่ะ?"
หลิวเสี่ยวเสวี่ยมองหลิวเมิ่งหานด้วยความเป็นห่วง ในฐานะเพื่อนสนิท เธอรู้ซึ้งถึงสถานการณ์ครอบครัวของหลิวเมิ่งหานเป็นอย่างดี
เธอมีพ่อที่เข้มงวดเอามากๆ ความปรารถนาที่จะเป็นที่หนึ่งในทุกๆ เรื่องของหลิวเมิ่งหานล้วนถูกยัดเยียดมาจากเขา
เขาถึงขั้นลงไม้ลงมือและด่าทออย่างรุนแรงเมื่อรู้สึกไม่พอใจแม้แต่น้อย ตอนนี้เธอถูกคนอื่นแซงหน้าไปแล้วตั้งแต่วันแรก แค่คิดว่าเธอจะต้องกลับบ้านก็รู้สึกน่ากลัวแล้ว
สีหน้าของหลิวเมิ่งหานยังคงเรียบเฉย "จะให้ทำยังไงล่ะ? ก็ต้องเผชิญหน้ากับมันตอนกลับไปนั่นแหละ"
"เอ๋? แบบนั้นไม่ได้นะ! เอาเป็นว่า... พอเธอกลับไปก็ไม่ต้องพูดถึงหลินอวี่สิ! บอกไปเลยว่าเธอได้ที่หนึ่ง!"
"ยังไงซะ ตอนนี้เธอก็เลเวล 4 แล้ว พ่อของเธอคงคิดไม่ถึงหรอกว่าจะมีใครเลเวลสูงกว่าเธอได้น่ะ!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวเมิ่งหานก็ขมวดคิ้ว
เธอรู้จักพ่อของเธอดี ต่อให้เขาจะไม่ได้อยู่ที่นั่น แต่เขาก็น่าจะรู้ผลการทดสอบดันเจี้ยนในวันนี้ดีกว่าเธอเสียอีก
ไม่มีทางที่เธอจะหลอกเขาได้เลย
แน่นอนว่าเธอเองก็ไม่อยากจะหลอกเขาเหมือนกัน เรื่องมันเกิดไปแล้ว เธอจะไม่ยอมเปลืองแรงไปกับความพยายามที่ไร้ประโยชน์หรอก
ตั้งแต่ดันเจี้ยนจบลง เธอก็เอาแต่ครุ่นคิดถึงเลเวลของหลินอวี่
เธอไม่ใช่คนที่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ แต่เลเวลของหลินอวี่ทำให้เธอรู้สึกพ่ายแพ้อย่างแท้จริง
เขาไปถึงเลเวลสูงขนาดนั้นได้ยังไงกันนะ?
หลิวเมิ่งหานเมินเฉยต่อเสียงเจื้อยแจ้วและคำแนะนำของหลิวเสี่ยวเสวี่ย เธอเอาแต่ขบคิดถึงคำถามของตัวเองต่อไป
เดินผ่านสัญญาณไฟจราจรไปอีกสองแยก
จู่ๆ หลิวเสี่ยวเสวี่ยที่อยู่ข้างๆ ก็กรีดร้องขึ้นมา "เมิ่งหาน! ฉันรู้แล้วว่าทำไมหลินอวี่ถึงไปแตะเลเวล 7 ได้!"
หืม?
หลิวเมิ่งหานหันขวับไปด้วยความงุนงง เธอเห็นหลิวเสี่ยวเสวี่ยกำลังทำหน้าตาระรื่นและตื่นเต้นสุดขีด พลางโบกโทรศัพท์มือถือไปมาไม่หยุด
"เมิ่งหาน! โรงเรียนส่งประกาศมาแล้ว! เขาบอกว่าที่วันนี้หลินอวี่อัปเลเวลได้เร็วขนาดนั้น ก็เพราะว่าดันเจี้ยนมือใหม่มันเอื้อประโยชน์ให้กับอาชีพของเขา เขาก็แค่ใช้ทริคบังเอิญผ่านไปได้! พรุ่งนี้ความเร็วในการอัปเลเวลของเขาก็จะลดลงแล้ว!"
"แล้วเขาก็บอกด้วยว่าพวกเราควรจะหลีกเลี่ยงการจับกลุ่มกับเขา!"
ดวงตาของหลิวเมิ่งหานเป็นประกาย "ขอดูหน่อยสิ"
หลิวเสี่ยวเสวี่ยยื่นโทรศัพท์ให้
ในกลุ่มใหญ่ของโรงเรียน มีประกาศยาวเหยียดที่โพสต์โดยหัวหน้าฝ่ายปกครอง เนื้อหาโดยรวมก็คล้ายๆ กับที่หลิวเสี่ยวเสวี่ยพูด แค่มีรายละเอียดมากกว่านิดหน่อย
ใจความสำคัญคือ สาเหตุที่หลินอวี่อัปเลเวลได้รวดเร็วนั้นเป็นเพราะดันเจี้ยนมือใหม่มันง่าย และเปิดโอกาสให้เบอร์เซิร์กเกอร์กดพลังชีวิตได้ และทุกคนก็ไม่ควรรีบไปจัดตั้งกลุ่มกับหลินอวี่เพียงเพราะเหตุผลนี้
เบอร์เซิร์กเกอร์นั้นอันตราย และความเร็วในการอัปเลเวลของเขาในภายหลังก็จะลดลงด้วย
ด้านล่างโพสต์นั้นมีคอมเมนต์ตอบกลับจากนักเรียนอยู่ไม่น้อย
【 ว่าแล้วเชียว จะมีใครอัปเลเวลได้เร็วขนาดนั้นได้ยังไง? ที่แท้ก็แค่ใช้ช่องโหว่นี่เอง! 】
【 แล้วฉันก็หลงคิดว่าเขาเจ๋งซะอีก ที่แท้ก็แค่ฟลุค น่าขันชะมัด 】
【 ฉันกะว่าจะไปขอร่วมทีมกับเขาอยู่พอดี โชคดีนะที่ไม่ได้ทำ เกือบตายแล้วไหมล่ะ 】
【 พอได้แล้วน่าพวกนาย ไม่ว่ายังไงตอนนี้เขาก็เก่งกว่าพวกนายอยู่ดี พวกนายมีสิทธิ์อะไรไปวิจารณ์เขา? 】
【 โอ๊ะโอ ดูสิ มีติ่งผู้ซื่อสัตย์โผล่มาปกป้องแล้วว่ะ ถ้าเขาไม่สามารถเข้าร่วมปาร์ตี้ได้ แล้วเขาจะเอาชนะฉันได้ยังไงล่ะ? ไหนลองบอกมาสิ! 】
...
"เห็นมั้ย! ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว! บัลลังก์อันดับหนึ่งก็ยังคงเป็นของคุณหนูหลิวของเราอยู่ดี!"
เมื่อเห็นว่าหลิวเมิ่งหานอ่านจบแล้ว หลิวเสี่ยวเสวี่ยก็โอบคอเธอและเริ่มเย้าแหย่อีกครั้ง
หลิวเมิ่งหานเงยหน้าขึ้น "ฉันไปกังวลตอนไหนกัน?"
"ชิ ปากแข็งไปเถอะ!" หลิวเสี่ยวเสวี่ยฉวยโทรศัพท์กลับมาแล้ววิ่งนำหน้าไป
หลิวเมิ่งหานมองตามแผ่นหลังของหลิวเสี่ยวเสวี่ย แววตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อย
งั้นเหรอ...
เป็นแบบนี้เองสินะ?