- หน้าแรก
- ฝึกเซียนสำนักพี่ ฟรีทุกอย่าง
- ตอนที่ 129 เหล่าผู้อาวุโสอวิ๋นเทียนจงตกตะลึง
ตอนที่ 129 เหล่าผู้อาวุโสอวิ๋นเทียนจงตกตะลึง
ตอนที่ 129 เหล่าผู้อาวุโสอวิ๋นเทียนจงตกตะลึง
ตอนที่ 129 เหล่าผู้อาวุโสอวิ๋นเทียนจงตกตะลึง
คนของอวิ๋นเทียนจงยากจนถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
อวิ๋นเทียนจงก็คือสำนักเล็กๆ อย่างไรเล่า!
ประโยคแล้วประโยคเล่าที่ดังเข้าหูคนของอวิ๋นเทียนจง ทำให้พวกเขาแทบจะเป็นลม
สำนักเล็กๆ........
เมื่อร้อยปีก่อน อวิ๋นเทียนจงของพวกเขาคืออันดับหนึ่งแห่งหนานหลิ่งเชียวนะ!
ตอนนี้กลับถูกปุถุชนกล่าวว่าเป็นสำนักเล็กๆ เสียแล้ว
แต่พวกเขากลับหัวเราะไม่ออก
ปุถุชนของเขายังสามารถใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายได้เลยนะ!
ผู้อาวุโสขอบเขตจินตานของสำนักเจ้ามีทรัพย์สินมากมายถึงเพียงนั้นหรือ?
เดี๋ยวก่อน เงินสองเหวิน........
"ข้านึกขึ้นมาได้แล้ว เงินหนึ่งตำลึงคือเงินหนึ่งพันเหวิน......" ผู้อาวุโสท่านหนึ่งร้องอุทานขึ้นมาทันที
ซี้ด~~~
ในชั่วพริบตา ผู้คนรอบด้านก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ หัวใจเต้นระรัวขึ้นมาถึงคอหอย
สวรรค์ ราคาถูกถึงเพียงนี้!!!
เมื่อผ่านทางเข้าแถวมาได้ ด้านนอกค่ายกลเวทเคลื่อนย้ายก็เต็มไปด้วยผู้คนเบียดเสียดกัน ม่านพลังด้านบนเพิ่งจะหายไป กลุ่มคนก็เบียดเสียดกันเข้าไปด้านใน
กลุ่มคนของอวิ๋นเทียนจง ก็เดินตามฝูงชนเข้าไปในค่ายกลเวทเคลื่อนย้ายเช่นกัน
เหรียญตราในมือของพวกเขาแต่ละคนส่องประกายแสงออกมา คงเป็นเพราะค่ายกลเวทกำลังตรวจสอบสถานที่ที่พวกเขาต้องการจะไป
เมื่อคนเต็มแล้ว เสียงฟุบก็ดังขึ้น ทุกคนถูกเคลื่อนย้ายจากไป
บนยอดเขาสำนักเทียนเต้า เหล่าผู้อาวุโสของอวิ๋นเทียนจงเดินออกมาจากด้านใน ยังคงมีสีหน้าตื่นตะลึง
ค่ายกลเคลื่อนย้ายแห่งนี้สรุปได้ในประโยคเดียว
รวดเร็ว มั่นคง ไม่วิงเวียนศีรษะ!
นี่เหนือกว่าค่ายกลเคลื่อนย้ายของสำนักพวกเขาไม่รู้กี่เท่าตัว!
ค่ายกลเคลื่อนย้ายอันทรุดโทรมของพวกเขานั้น หากทำการเคลื่อนย้ายเป็นครั้งแรก คนสิบคนก็ต้องอาเจียนไปเสียสิบเอ็ดคน!
และเมื่อพวกเขาเดินออกมาจากค่ายกลเคลื่อนย้ายของสำนักเทียนเต้า ก็ต้องตื่นตะลึงอีกครั้ง
ค่ายกลเคลื่อนย้ายของสำนักเทียนเต้าแห่งนี้ มัน.........ใหญ่โตเกินไปแล้ว!
"นี่คือค่ายกลเคลื่อนย้ายหรือ?"
"มารดามันเถอะ ข้ามีชีวิตมาค่อนชีวิต วันนี้เพิ่งจะเข้าใจว่าความใหญ่โตที่แท้จริงคือสิ่งใด!"
ทุกคนตื่นตะลึงอย่างไม่หยุดหย่อน ค่ายกลเคลื่อนย้ายแห่งนี้ใหญ่โตเกินไปจริงๆ!
ใหญ่กว่าค่ายกลเคลื่อนย้ายของอวิ๋นเทียนจงเป็นร้อยเท่าไม่หยุดเพียงแค่นี้แน่!
"นี่เกรงว่าการเคลื่อนย้ายหนึ่งครั้งคงสามารถส่งคนได้เป็นล้านคนกระมัง?"
"สวรรค์ ค่ายกลเคลื่อนย้ายแห่งนี้ช่างฝืนลิขิตสวรรค์นัก หากอวิ๋นเทียนจงของข้ามีสักแห่งก็คงดี!"
"ได้แค่คิดก็พอแล้ว ต่อให้มีจริงๆ การเปิดใช้งานแต่ละครั้งก็ต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล เจ้าก็ไม่มีปัญญาจ่ายหรอก!"
"อย่าเพิ่งไปสนใจค่ายกลเคลื่อนย้ายเลย ความหนาแน่นของปราณวิญญาณฟ้าดินในที่แห่งนี้.......สูงกว่าสำนักของพวกเราหลายพันเท่าไม่หยุดเพียงเท่านี้แน่!"
เสียงร้องอุทานดังขึ้นอีกครั้ง ดึงดูดความสนใจของทุกคนในพริบตา
"ใช่แล้ว ข้าก็สัมผัสได้เช่นกัน สวรรค์ เป็นปราณวิญญาณที่บริสุทธิ์ยิ่งนัก!"
"ข้ารู้สึกว่าปราณวิญญาณในร่างของข้ากำลังเดือดพล่าน บริสุทธิ์เกินไปแล้ว!"
"ปราณวิญญาณที่หนาแน่นถึงเพียงนี้ ชายชราเช่นข้าเดิมทีหมดหวังกับขอบเขตหยวนอิงแล้ว ตอนนี้กลับมองเห็นความหวังที่จะทะลวงสู่ขอบเขตหยวนอิงแล้ว!"
ฝีเท้าของเหล่าผู้อาวุโสอวิ๋นเทียนจงเบาหวิว วันนี้พวกเขาถูกความตื่นตะลึงอย่างต่อเนื่องกระตุ้นจนแทบจะบ้าคลั่งอยู่แล้ว
"ทุกท่าน มาที่สำนักเทียนเต้าด้วยเรื่องอันใดหรือ?"
เสียงหัวเราะราบเรียบดังขึ้น ทุกคนเงยหน้ามองไป เห็นเพียงบุรุษหนุ่มชุดขาวผู้หนึ่งยืนมองพวกเขาอยู่ไม่ไกล
เจ้าสำนักแห่งสำนักเทียนเต้า ซูไป๋!
"คารวะเจ้าสำนักซู!" ทุกคนรีบเดินเข้าไปโค้งคำนับอย่างเคารพ
"ไม่ปิดบังเจ้าสำนักซู การมาของพวกเราในครั้งนี้ คือมาเพื่อ......."
ผู้อาวุโสใหญ่แห่งอวิ๋นเทียนจงกล่าวถึงตรงนี้ ก็หันไปมองเจ้าสำนักของตนและเหล่าผู้อาวุโสด้วยรอยยิ้มขมขื่น
เดิมทีพวกเขาวางแผนไว้ว่าจะมาเจรจาเงื่อนไขเล็กน้อย เพื่อเรียกร้องผลประโยชน์สักหน่อย
แต่หลังจากผ่านเหตุการณ์เมื่อครู่ พวกเขาก็พบว่า เมื่ออยู่ต่อหน้าสำนักเทียนเต้า อวิ๋นเทียนจงของพวกเขาก็เป็นเพียงสำนักเล็กๆ จริงๆ!
สำนักเล็กๆ ยังคิดจะมาเจรจาเงื่อนไขอีกหรือ?
"เฮ้อ อวิ๋นเทียนจงของพวกเรา ขอสวามิภักดิ์ต่อสำนักเทียนเต้าโดยไม่มีเงื่อนไข" ผู้อาวุโสใหญ่แห่งอวิ๋นเทียนจงถอนหายใจในท้ายที่สุดและกล่าวออกมา
อย่างไรเสียก็มาถึงที่นี่แล้ว สู้ยอมลดท่าทีลงมาหน่อย ไม่แน่อาจจะทิ้งความประทับใจที่ดีไว้ได้บ้าง
"ไม่มีเงื่อนไขหรือ?"
ซูไป๋ขยับตัวเล็กน้อย สายตามองไปยังเจ้าสำนักแห่งอวิ๋นเทียนจง อวิ๋นจื่อ
สีหน้าของอวิ๋นจื่อซับซ้อนอยู่บ้าง แต่นางก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใด เห็นได้ชัดว่ายอมรับโดยปริยาย
นางได้มอบอำนาจทั้งหมดให้ผู้อาวุโสใหญ่เป็นตัวแทนแล้ว ไม่เช่นนั้นด้วยนิสัยของนาง คงไม่รู้ว่าจะต้องลังเลไปอีกนานเท่าใด
"ขอเพียงพวกเจ้ายอมรับกฎเกณฑ์ของสำนักเทียนเต้าได้ก็พอ สำนักเทียนเต้าของข้า ยินดีต้อนรับทุกสำนักที่มาสวามิภักดิ์"
ซูไป๋พยักหน้าเบาๆ สีหน้ายังคงราบเรียบ ไม่ได้ดีใจกับคำตอบของทุกคน หรือแสดงสีหน้าผิดปกติอันใดออกมา
"ใช่ ใช่ ใช่!"
"พวกเราจะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสำนักเทียนเต้าอย่างแน่นอน"
"พวกเราจะกำชับให้ศิษย์ในสำนักปฏิบัติตามด้วยเช่นกัน!"
เหล่าผู้อาวุโสของอวิ๋นเทียนจงรีบรับรอง เกรงว่าหากชักช้าไปสักนิดจะทำให้ซูไป๋ไม่พอใจ
ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง ในใจของพวกเขาก็แอบมีแผนการเล็กๆ อยู่เช่นกัน
"อะแฮ่ม เจ้าสำนักซู ข้าเห็นป้ายประกาศของพวกท่านเขียนว่าเปิดรับสมัครผู้อาวุโสหนึ่งตำแหน่ง ท่านเห็นว่าชายชราเช่นข้าเป็นอย่างไรบ้าง?"
"ตาเฒ่า เจ้าถึงกับมาแย่งกับข้าเชียวหรือ!"
"เหลวไหล! ข้าเป็นคนพูดก่อนชัดๆ!"
เหล่าผู้อาวุโสของอวิ๋นเทียนจงต่างพากันโต้เถียง ความหนาแน่นของปราณวิญญาณในสำนักเทียนเต้านี้เกินจริงถึงเพียงนี้ การฝึกตนในที่แห่งนี้ ดีกว่าอวิ๋นเทียนจงไม่รู้กี่เท่าตัว!
ขอบเขตจินตานขั้นที่สาม ขอบเขตจินตานขั้นที่ห้า ขอบเขตจินตานขั้นที่เจ็ด........
เมื่อเป็นผู้อาวุโสของขุมกำลังระดับหยวนอิงได้ไม่เลวแล้ว มาเป็นผู้อาวุโสของสำนักเทียนเต้าเล่า?
"ขออภัยด้วย พวกท่านยังไม่ถึงมาตรฐานต่ำสุดของผู้อาวุโสสำนักเทียนเต้าของข้า"
ซูไป๋มองดูอย่างเรียบเฉยปราดหนึ่ง แล้วจึงส่ายหน้า
ปัจจุบันเขาบรรลุขอบเขตฮวาเสินขั้นที่สี่แล้ว ตามมาตรฐานต่ำสุดของระบบ ผู้อาวุโสต้องมีขอบเขตหยวนอิงขั้นที่สี่!
"ไม่ทราบว่ามาตรฐานต่ำสุดของผู้อาวุโสสำนักเทียนเต้าคือสิ่งใดหรือ?" ผู้อาวุโสใหญ่แห่งอวิ๋นเทียนจงเอ่ยปากถาม
คนอื่นๆ ก็เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจเช่นกัน
"มาตรฐานต่ำสุด ขอบเขตหยวนอิงขั้นที่สี่.......โอ้ ไม่ใช่สิ ตอนนี้คือขอบเขตหยวนอิงขั้นที่ห้าแล้ว" ซูไป๋หยุดชะงักไปครู่หนึ่งแล้วกล่าว
เหล่าผู้อาวุโสแห่งอวิ๋นเทียนจง ........
อย่าว่าแต่ผู้อาวุโสขอบเขตจินตานอย่างพวกเขาเลย แม้แต่เจ้าสำนักของพวกเขา ก็ดูเหมือนจะไม่มีคุณสมบัติใช่หรือไม่?
หลังจากพูดคุยกันต่อไปอีกครู่หนึ่ง กลุ่มคนของอวิ๋นเทียนจงก็ยังไม่มีความคิดที่จะจากไป
หากซูไป๋ไม่ส่งแขก คนเหล่านี้คงจะหน้าด้านอยู่ที่นี่ตลอดไปแน่!
ใครใช้ให้ปราณวิญญาณของสำนักเทียนเต้าหนาแน่นถึงเพียงนี้เล่า?
เมื่อกลุ่มคนของอวิ๋นเทียนจงจากไป ล้วนมีท่าทีอาลัยอาวรณ์ แทบจะอยากสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อย่างบ้าคลั่ง ก่อนไปพยายามสูดปราณวิญญาณให้มากที่สุด
เพราะเมื่อกลับไปแล้ว ก็ทำได้เพียงสูดอากาศอันด้อยคุณภาพของอวิ๋นเทียนจงเท่านั้น!
ช่วยไม่ได้ เมื่อได้ลิ้มรสอาหารชั้นเลิศแล้ว รำข้าวย่อมไร้รสชาติประดุจเคี้ยวเทียนไข