- หน้าแรก
- ฝึกเซียนสำนักพี่ ฟรีทุกอย่าง
- ตอนที่ 99 ที่แท้ท่านเจ้าสำนักพาตนเองมา "ดูตัว" นี่เอง
ตอนที่ 99 ที่แท้ท่านเจ้าสำนักพาตนเองมา "ดูตัว" นี่เอง
ตอนที่ 99 ที่แท้ท่านเจ้าสำนักพาตนเองมา "ดูตัว" นี่เอง
ตอนที่ 99 ที่แท้ท่านเจ้าสำนักพาตนเองมา "ดูตัว" นี่เอง
"หากมีผู้ใดขวัญกล้าข่มเหงราษฎรแห่งนิกายเทียนเต้าของข้า ไม่ว่าเจ้าจะเป็นผู้ใด ไม่ว่าเจ้าจะมีเบื้องหลังอันใด ฆ่าโดยไม่มีข้อยกเว้น!"
โดยเฉพาะประโยคสุดท้าย ในดวงตาทั้งคู่ของซูไป๋ ปลดปล่อยบารมีเทียมฟ้าสายหนึ่งออกมา ราวกับกระบี่แหลมคมเล่มหนึ่งก็ไม่ปาน ทิ่มแทงเข้าสู่จิตใจของฝูงชนอย่างรุนแรง
ทุกคน ต่างก็พากันตกตะลึงไปแล้ว
"น้อมรับฟังคำสั่งอันศักดิ์สิทธิ์ของท่านเจ้าสำนัก!"
ครู่ต่อมา ผู้นำเหล่านี้ต่างก็ตอบสนองกลับมา ต่อให้ในใจจะไม่ยินยอมพร้อมใจนับพันนับหมื่นครา ทว่าก็จำต้องตอบกลับอย่างนอบน้อม
"ท่านเจ้าสำนักซู!"
ส่วนปุถุชนจำนวนมากที่อยู่รอบนอก ต่างก็พากันคุกเข่าลงบนพื้น กราบไหว้บูชาต่อซูไป๋!
พวกเขาน้ำตาคลอเบ้า รู้สึกว่านี่คือความเมตตาอันยิ่งใหญ่ที่สวรรค์ประทานให้แก่พวกเขา!
หลายพันปีผ่านพ้นไปแล้ว นายเหนือหัวของสถานที่แห่งนี้เปลี่ยนไปชุดแล้วชุดเล่า ทว่าบรรพบุรุษของพวกเขาล้วนเป็นไพร่ต่ำต้อย
เป็นพวกไพร่ต่ำต้อยประเภทที่ถูกคนเหยียบตายตามใจชอบก็ไม่มีผู้ใดชายตามองแม้แต่แววเดียว!
ทว่ายามนี้ ท่านเจ้าสำนักนิกายเทียนเต้ากลับบอกพวกเขาว่า พวกเขาไม่ใช่ไพร่ราบ ทว่าคือราษฎรแห่งนิกายเทียนเต้า!
ไพร่ราบ ไม่ใช่คน!
ราษฎร คือคน!
นี่ทำให้พวกเขาไฉนเลยจะไม่ยินดี ไฉนเลยจะไม่ร่ำไห้?
ผู้นำเหล่านั้นแม้ว่าจะก้มศีรษะลง ทว่าในใจไม่มีผู้ใดสยบยอม
พวกไพร่เหล่านั้นหากมีเงินทองแล้ว มีหรือจะยังยอมให้พวกเขาข่มเหงรังแกอีกต่อไป?
มิได้ จำต้องคิดค้นทุกวิถีทางเพื่อ "หาเงิน" จากพวกเขาคืนมา!
ซูไป๋กวาดสายตามองผ่านผู้นำเหล่านี้ พลันพ่นลมหายใจเย็นออกมาอีกครา
"ข้ารู้ว่าในใจพวกเจ้าคิดอยากจะกระทำสิ่งใด ขอเตือนให้พวกเจ้ายอมล้มเลิกความคิดนี้เสียดีกว่า!"
"ภายในขอบเขตอาณาเขตนิกายเทียนเต้า ราคาสิ่งของทั้งหมด ในแต่ละปีห้ามปรับขึ้นเกินร้อยละห้า!"
"หากขวัญกล้าทำลายกฎเกณฑ์ ไม่เพียงแต่ผู้นำอย่างพวกเจ้าเท่านั้น แม้กระทั่งกิจการทั้งหมดใต้บังคับบัญชาของพวกเจ้า ก็ห้ามทำอีกต่อไป ให้นิกายเทียนเต้าของข้าเข้าจัดการแทน!"
น้ำเสียงของซูไป๋เย็นเยือก
คำกล่าวชุดนี้ สะกดทุกคนลงโดยตรง
ผู้นำทุกคนต่างก็แสดงสีหน้าตื่นตระหนกออกมา
นิกายเทียนเต้า นี่คือตัดสินใจเด็ดขาดแล้วที่จะยืนอยู่เคียงข้างพวกไพร่ราบสินะ!
"อีกทั้ง ภายในขอบเขตอาณาเขตนิกายเทียนเต้า งานใดๆ ก็ตาม ในแต่ละสัปดาห์จำต้องมีวันหยุดสองวัน เวลาทำงานในแต่ละวันห้ามเกินสี่ชั่วยาม ค่าจ้างในแต่ละเดือนห้ามต่ำกว่าสามตำลึงเงิน!"
ค่าจ้างสามตำลึงเงินในแต่ละเดือน มากกว่าในยามปัจจุบันหลายเท่าตัวนัก!
คำกล่าวนี้ออกมา ฝูงชนยิ่งส่งเสียงโห่ร้องยินดีด้วยความเบิกบานใจ ส่วนผู้นำเหล่านี้ตะลึงงันไปโดยสิ้นเชิงแล้ว
หากเป็นเช่นนี้ พวกเขายังจะหาเงินได้สักเท่าใดกัน?
จะยังรักษาวิถีชีวิตอันหรูหราฟุ่มเฟือยที่ร้องรำทำเพลงทุกค่ำคืนได้อย่างไร?
"ต่อให้เป็นเช่นนี้ พวกเจ้าย่อมยังคงมีเงินทองให้หา เพียงแต่หาได้น้อยลงเล็กน้อยเท่านั้นเอง"
"พวกเจ้าสามารถทำตามสิ่งเหล่านี้ได้ รายได้หลังจากนี้ ย่อมมิจำต้องส่งมอบภาษีประจำปีให้นิกายเทียนเต้าอีกต่อไป"
"หากพวกเจ้าไม่พึงพอใจ สามารถนำกิจการทั้งหมดของพวกเจ้า ขายให้แก่นิกายเทียนเต้า นิกายเทียนเต้าของข้าจะเข้าจัดการแทน ส่วนพวกเจ้าจงนำเงินทอง ไสหัวไปพักผ่อนยามชราซะ!"
ซูไป๋กล่าวอย่างราบเรียบ
คำกล่าวชุดนี้ของเขาออกมา สีหน้าของผู้นำจำนวนมากแปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงทันที
กระบวนท่านี้ อำมหิตเกินไปแล้ว!
"อย่างไร ไม่ยินยอมหรือ?"
สายตาของซูไป๋เย็นเยือก จ้องมองผู้นำเหล่านั้น "เช่นนั้นข้าก็ไม่ถือสาที่จะล้างบางขุมกำลังของพวกเจ้าทั้งหมดสักรอบหนึ่ง!"
"ยินยอม พวกเรายินยอม!"
ผู้นำแต่ละคนตกใจจนรีบเอ่ยปากวาจาอย่างเร่งรีบ บนหน้าผากเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ
พวกเขาหวาดกลัวอย่างยิ่งว่าหากตอบตกลงช้าไป จะทำให้ซูไป๋โกรธเคือง แล้วล้างบางพวกเขาสักรอบหนึ่งจริงๆ
เช่นนั้นพวกเขาก็คงต้องอยากจะร้องไห้ทว่าไร้น้ำตาแล้วจริงๆ!
ซูไป๋พยักหน้าเล็กน้อย
"ในเมื่อล้วนตกลง เช่นนั้นก็จงปฏิบัติสืบต่อไปเถิด!"
ซูไป๋สะบัดแขนเสื้อ หันหลังเดินจากไป
"ท่านเจ้าสำนักซูจงเจริญหมื่นปีหมื่นๆ ปี!"
"นิกายเทียนเต้าเจริญหมื่นปีหมื่นๆ ปี!"
ด้านหลัง เต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องยินดีของฝูงชน กระแสคลื่นเสียงสั่นสะเทือนสี่ทิศ
............
สามวันหลังจากนั้น สายตาของซูไป๋ มองไปทางทิศทางหนึ่งห่างออกไปหลายพันลี้
ที่แห่งนั้น มีกลิ่นอายอันแข็งแกร่งอย่างยิ่งจุติลงมา!
ในเมื่อเป็นวันส่งมอบภาษีประจำปีประจำปี ใครคือผู้มาเยือน ย่อมมิจำต้องกล่าววาจามากความแล้ว
ขุมกำลังขนาดเล็กส่งมอบให้ขุมกำลังขนาดใหญ่ และขุมกำลังขนาดใหญ่ ย่อมต้องส่งมอบให้ขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่กว่าแน่นอน!
ขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่กว่า นอกจากพันธมิตรเซียน ยังจะมีผู้ใดอีก?
"เสี่ยวหัว!"
ซูไป๋ร้องเรียกเบาๆ คำหนึ่ง เรียกหากิเลนเพลิง
ฟุ่บ!
แสงสีแดงสายหนึ่งพุ่งทะยานมา จอดลอยอยู่อย่างมั่นคงกลางความว่างเปล่า
"ท่านเจ้าสำนัก ข้ามาแล้ว มีเรื่องต้องให้ไปสู้รบแล้วหรือ?" กิเลนเพลิงดวงตาทั้งคู่เร่าร้อน อยากจะทดลองฝีมือยิ่งนัก
ช่วงเวลานี้ มันอัดอั้นใจจะแย่ ทนทานมาเพียงพอแล้ว
"ถูกต้อง มีเรื่องให้เจ้าได้สู้รบแล้ว!"
ซูไป๋ก้าวเท้าหนึ่งก้าว ก้าวขึ้นสู่แผ่นหลังของกิเลนเพลิง
"เย่ สู้รบ ข้าถนัดที่สุดแล้ว!" กิเลนเพลิงฉีกยิ้มกว้างหัวเราะออกมา
"ไป!"
ซูไป๋หัวเราะเบาๆ ตบกิเลนเพลิงคราหนึ่ง
ตูม!
ทันใดนั้น ร่างกายของกิเลนเพลิงก็มีเปลลิงลุกโชนขึ้นมา กลายเป็นแสงสีแดงสายหนึ่ง ทะลวงผ่านความว่างเปล่า มุ่งตรงไปยังชิงโจว
ถูกต้อง สถานที่ที่ท่านเซียนแห่งพันธมิตรเซียนเก็บภาษีประจำปีในแต่ละปี ก็คือชิงโจวนั่นเอง!
เป็นเพราะชิงโจวคือตำแหน่งกึ่งกลางของสามขุมกำลังผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตของต้าจ้าว นับเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุด
ยามที่ท่านเซียนแห่งพันธมิตรเซียนมาถึง ผู้นำของสามขุมกำลังผู้ยิ่งใหญ่ล้วนต้องเดินทางไปต้อนรับ ทั้งยังส่งมอบภาษีประจำปี
แน่นอนว่า นั่นคืออดีต ยามนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว
ซูไป๋ ย่อมไม่ได้เดินทางไปเพื่อส่งมอบภาษีประจำปีแน่นอน!
เป็นเพราะ เขา สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสายนั้นที่แฝงไปด้วยไอสังหารอันเข้มข้น
คาดว่า มุ่งเป้ามาที่เขาแน่นอน!
ผู้มาเยือน ย่อมเกี่ยวข้องกับเกาเค่อพานอย่างมิอาจตัดขาดได้แน่นอน!
ชิงโจว บนยอดเขาแห่งหนึ่ง ปู้อวี่มองดูคนสองคนเบื้องหน้าด้วยสายตาเย็นชา
"ท่านเซียน นี่คือภาษีประจำปีของนิกายอวิ๋นเทียนของพวกเรา"
อวิ๋นจื่อท่านเจ้าสำนักนิกายอวิ๋นเทียนและอาวุโสใหญ่แห่งนิกายอวิ๋นเทียน ทั้งสองคนน้อมกายคุกเข่า ยื่นส่งแหวนมิติวงหนึ่งให้อย่างนอบน้อมถ่อมตนถึงขีดสุด
ผู้กุมอำนาจทั้งสองท่านของนิกายอวิ๋นเทียนที่อยู่สูงส่งเทียมฟ้าในต้าจ้าว ต่อหน้าปู้อวี่ ท่าทางเปรียบเสมือนมดปลวกไม่มีผิด!
นี่ก็คือเหตุผลที่เหตุใดอวิ๋นจื่อส่งมอบภาษีประจำปีในแต่ละครั้ง จึงไม่พาศิษย์ร่วมเดินทางมาด้วย
ความจริง มันโหดร้ายเกินไปแล้ว!
ในต้าจ้าว ท่านเจ้าสำนักนิกายอวิ๋นเทียน ช่างสง่างามเหนือล้ำยิ่งนักจริงๆ
ทว่าต่อหน้าพันธมิตรเซียน กลับยังคงเป็นเพียงสุนัขริมทางตัวหนึ่งเท่านั้นเอง!
"เหอะ!"
น้ำเสียงอันราบเรียบสายหนึ่งดังขึ้น จากนั้นแรงกดดันอันยิ่งใหญ่ดั่งมหาสมุทรสายหนึ่ง ก็แผ่กระจายออกมาจากร่างของปู้อวี่อย่างรุนแรง
"พรวด!"
แรงกดดันนี้มันแข็งแกร่งเกินไปแล้ว อวิ๋นจื่อยังคงทนทานรับไว้ได้อย่างยากลำบาก ส่วนอาวุโสใหญ่ขอบเขตจินตานขั้นสมบูรณ์แบบ กลับหมอบราบลงกับพื้นในพริบตา
"เหตุใดมีเพียงนิกายอวิ๋นเทียนของพวกเจ้า? นิกายหลิงเซียวและราชวงศ์ต้าจ้าวเล่า?" ใบหน้าของปู้อวี่มืดมนลง เอ่ยถามเสียงเย็น
อวิ๋นจื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ทว่ายังคงขบกรามเอ่ยปากว่า "รายงานท่านเซียน นิกายหลิงเซียวถูกนิกายเทียนเต้าทำลายล้างไปแล้ว ส่วนราชวงศ์ก็เข้าสวามิภักดิ์ต่อนิกายเทียนเต้าแล้วเช่นกัน......."
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ นิกายอวิ๋นเทียนของเจ้า ในครั้งนี้ภาษีประจำปี ส่งมอบสามเท่า ชดเชยในส่วนของพวกเขาซะ!" ปู้อวี่กล่าวเสียงเย็น
"อะไรนะ สามเท่าหรือ?" อาวุโสใหญ่นิกายอวิ๋นเทียนเบิกตากว้าง
สามเท่า นั่นมิใช่รายได้รวมทั้งหมดเต็มสองปีเต็มๆ หรอกหรือ?
นิกายอวิ๋นเทียนของพวกเขาทั้งบนและล่างหลายหมื่นคน ยังต้องกินข้าวปลาอาหารอยู่หรือไม่?
"ไม่ส่งมอบ ตาย!"
สายตาของปู้อวี่เย็นเยือก กล่าวออกมาทีละคำ น้ำเสียงไม่มีช่องว่างให้โต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น
เมื่อได้ยินประโยคนี้ อาวุโสใหญ่นิกายอวิ๋นเทียนทั่วทั้งร่างสั่นสะเทือน ใบหน้าซีดขาวดั่งดิน มิกล้าเอ่ยปากวาจามากความอีกต่อไป
อวิ๋นจื่อเองก็มีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความขมขื่น ทว่าภายใต้แรงกดดัน จำต้องนำของในคลังส่วนตัวออกมาทั้งหมดจึงจะพอชดเชยได้อย่างยากลำบาก
ในเวลานี้ นางกลับนึกถึงคำกล่าวประโยคหนึ่งก่อนหน้านี้ของซูไป๋ขึ้นมาได้
เข้าสวามิภักดิ์ต่อนิกายเทียนเต้าของข้า เช่นนั้นย่อมมิจำต้องส่งมอบภาษีให้พันธมิตรเซียนอีกต่อไป!
เมื่อเปรียบเทียบกับพันธมิตรเซียน การเข้าร่วมนิกายเทียนเต้า แท้จริงแล้ว.......ดียิ่งกว่า.......
เพียงแต่ พันธมิตรเซียนแข็งแกร่งเกินไป เพื่อคนหลายหมื่นคนทั่วทั้งนิกาย นางจำต้องพึ่งพิงพันธมิตรเซียนสืบต่อไป
"ราชวงศ์ที่ดี คาดว่าในมือของข้าปู้อวี่ในวันนี้ ย่อมต้องมีวิญญาณบาปเพิ่มขึ้นมาอีกหลายหมื่นดวงแล้วสินะ!"
"ยังมีนิกายเทียนเต้านั่น ขวัญกล้าต่อต้านพันธมิตรเซียนของข้า ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรืออย่างไร!"
หลังจากปู้อวี่เก็บแหวนมิติแล้ว สายตาก็มองไปทางทิศทางของราชวงศ์
"ข้ายังเยาว์วัย ไหนเลยจะมีคำกล่าวว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่เล่า" ในเวลานี้ เสียงหัวเราะเบาๆ สายหนึ่งถ่ายทอดมา
เส้นขอบฟ้า ซูไป๋ยืนอยู่บนแผ่นหลังของกิเลนเพลิง มองดูสามคนหนึ่งอสูรเบื้องหน้าอย่างราบเรียบ
ส่วนกิเลนเพลิงตัวนั้น ในพริบตาเดียวก็ล็อกตำแหน่งไปทางเสือขาวตัวนั้นข้างกายปู้อวี่ ดวงตาทั้งคู่เปล่งประกายขึ้นมาทันที
สัตว์เทพขนสีขาวขอบเขตหยวนอิง!
ฮ่า ที่แท้ท่านเจ้าสำนักพาตนเองมา "ดูตัว" นี่เอง!
...