- หน้าแรก
- ฝึกเซียนสำนักพี่ ฟรีทุกอย่าง
- ตอนที่ 89 วิถีแห่งความซุ่มซ่อน
ตอนที่ 89 วิถีแห่งความซุ่มซ่อน
ตอนที่ 89 วิถีแห่งความซุ่มซ่อน
ตอนที่ 89 วิถีแห่งความซุ่มซ่อน
บารมีของนิกายเทียนเต้ายิ่งมายิ่งยิ่งใหญ่ในจักรวรรดิ แข็งแกร่งยิ่งกว่านิกายหลิงเซียวในอดีตมากนัก
ดังนั้น ต่อให้ศิษย์นิกายเทียนเต้าตบะยังไม่สูง ยามที่พวกเขาไปรับช่วงต่อพื้นที่ของนิกายหลิงเซียว ก็ไม่มีขุมกำลังใดกล้ามาฉกชิงตัดหน้า
เชลยศึกนิกายหลิงเซียวสามแสนเก้าหมื่นคนก็เข้าสู่เหมืองแร่ในพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างราบรื่น เริ่มต้นการเดินทางขุดเหมืองในช่วงครึ่งปีแรก
ชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมา จำนวนผู้ที่เดินทางมานิกายเทียนเต้าเพื่อเข้ารับการทดสอบ ก็เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว!
ผู้ใดบ้างไม่อยากกลายมาเป็นศิษย์นิกายเทียนเต้าเล่า!
ศิษย์ของนิกายอื่นบางคนต่างก็ลอบมาเข้ารับการทดสอบ ในนั้นถึงกับมีศิษย์ทางการของนิกายอวิ๋นเทียนด้วย!
ที่หน้าประตูจวนนิกายตรงเชิงเขานิกายเทียนเต้า ผู้คนนับไม่ถ้วนเข้าแถวยาวเหยียด พยายามจะก้าวขึ้นสู่บันไดสวรรค์ ผ่านการทดสอบกลายมาเป็นศิษย์ทางการของนิกายเทียนเต้า
ส่วนซูไป๋กลับค่อยๆ เดินมาที่ใต้ต้นหลิวใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล
ใต้ต้นหลิวใหญ่ ชายหนุ่มหนวดเครารุงรังคนหนึ่ง กำลังกวาดใบหลิวบนพื้นอย่างเงียบๆ
"เรื่องที่ยอดคนนิกายหลิงเซียวรุกรานนิกายเทียนเต้า ต้องขอบคุณเจ้าที่ยื่นมือช่วยเหลือ"
ซูไป๋มาถึงข้างกายคนผู้นี้ เอ่ยปากแสดงความขอบคุณต่อเขา
คนผู้นี้ ก็คืออู๋หมิงผู้มีที่มาอันลึกลับผู้นั้นนั่นเอง!
ยอดคนขอบเขตหยวนอิงนิกายหลิงเซียวถูกสังหาร นอกจากอู๋หมิงแล้ว ยังจะมีผู้ใดมีพลังฝีมือระดับนี้อีก?
อู๋หมิงนับตั้งแต่มานิกายเทียนเต้า ไม่เคยเอ่ยปากกล่าววาจากับผู้ใดเลยสักคน มักจะไปไหนมาไหนเพียงลำพังเสมอ
ในสายตาของผู้อื่น นอกจากรู้ว่าเขาชื่ออู๋หมิงแล้ว สำหรับเบื้องหลังของเขาล้วนไม่เข้าใจสิ่งใดเลย
รู้เพียงว่านิสัยของเขาโดดเดี่ยวอย่างยิ่ง ไม่แต่งกายให้เรียบร้อย ทุกๆ เดือนที่มีการแจกเงินเงินทองก็ไม่ไปรับ ยิ่งไม่เคยเห็นเขาบำเพ็ญเพียรมาก่อนเลย
ในสายตาของฝูงชน เขาคือคนประหลาดโดยแท้!
"เจ้าแผ่ขยายขอบเขตของชีพจรปราณระดับสูงไปทั่วในจักรวรรดิ ไม่กลัวว่าจะกังวลเรื่องชีพจรปราณระดับสูงจะรั่วไหลออกไปหรือ?"
อู๋หมิงไม่แม้แต่จะเงยหน้า กล่าวพลางกวาดพื้นของตนเองต่อไป
สิ่งล่อใจของชีพจรปราณระดับสูง สำหรับผู้ใดแล้วก็ยากจะต้านทานได้!
ระดับสูงของพันธมิตรเซียนล้วนจะมาแย่งชิง!
"รั่วไหลก็รั่วไหลสิ? ปราณยิ่งเข้มข้น ศิษย์ยิ่งบำเพ็ญเพียรได้รวดเร็ว เหตุใดต้องหลบๆ ซ่อนๆ ด้วย?"
ซูไป๋เบ้ปากกล่าว ไม่เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
มาแย่งชิงหรือ?
ยิ่งมามากยิ่งดี ทางที่ดีควรพกพาทรัพยากรติดตัวมาด้วยให้มากกว่านี้หน่อย!
"หลบๆ ซ่อนๆ......."
อู๋หมิงหยุดฝีเท้าในการกวาดพื้น ชั่วเวลานั้น กลับไม่ทราบว่าควรจะกล่าวสิ่งใดดี
ซูไป๋ คือยอดคนผู้คิดคำนึงถึงศิษย์มากที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเจอมา!
"ข้าเตรียมสระปราณไว้ให้เจ้าสระหนึ่ง ไม่ว่าในอดีตเจ้าจะพบเจอสิ่งใดมา ตบะย่อมไม่ควรจะถดถอยลง" ซูไป๋กล่าวอีกครั้ง
"ขอบคุณความหวังดีของท่านเจ้าสำนัก สระปราณนี้ไม่มีประโยชน์ต่อข้า นำไปให้ศิษย์ที่มีความต้องการเถิด"
อู๋หมิงส่ายหน้า ปฏิเสธความหวังดีของซูไป๋
ทัณฑ์สวรรค์ข้ามผ่านง่าย ทัณฑ์แห่งใจข้ามผ่านยากนัก ตบะของเขา บรรลุเหนือขอบเขตที่จำต้องดูดซับปราณไปนานแล้ว
"อาจารย์ มีสองคนผ่านด่านบันไดสวรรค์ชั้นแปดสิบแล้วขอรับ" จูเก่อเฟิงเดินมาขานรายงาน
"อืม ข้ารู้แล้ว" ซูไป๋พยักหน้าเล็กน้อย หันสายตาไปมองอู๋หมิงอีกครั้ง เวลานี้อู๋หมิงกวาดพื้นต่อไป ยังคงเป็นท่าทางที่มองข้ามทุกสิ่งอย่างเช่นเดิม
บนบันไดสวรรค์ ร่างสองร่างเดินตามกันมา ทราบล้วนผ่านชั้นแปดสิบไปแล้ว
คนหนึ่งหยุดอยู่ที่ชั้นแปดสิบแปด อีกคนหยุดอยู่ที่ชั้นแปดสิบเจ็ด!
แม้ว่าจะยังไม่ถึงเก้าสิบ ทว่าก็นับเป็นระดับความจงรักภักดีที่สูงล้ำอย่างยิ่งแล้ว ห่างจากการกลายมาเป็นศิษย์สืบทอดของซูไป๋เพียงนิดเดียวเท่านั้น
สองคนนี้ ซูไป๋ล้วนไม่คนแปลกหน้า
คนหนึ่งคือจ้าวเทียนหลงแห่งราชวงศ์ต้าจ้าว อีกคนคือหานเฟยอวี่ศิษย์รับใช้ของนิกายหลิงเซียวผู้นั้น!
คาดว่าอีกไม่นาน ทราบย่อมสามารถก้าวสู่ชั้นเก้าสิบ กลายมาเป็นศิษย์รุ่นที่สอง
ที่ทำให้ซูไป๋รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยก็คือ ผู้ที่ก้าวสู่ชั้นแปดสิบแปด กลับเป็นหานเฟยอวี่!
เจ้าหมอนี่ ตอนที่พบกันครั้งแรกก็สร้างความประทับใจอันลึกล้ำให้แก่ซูไป๋ ยามนี้ ยิ่งบรรลุถึงชั้นแปดสิบแปด
"ดีมาก ครั้งแรกก็ก้าวขึ้นมาได้ถึงชั้นสูงเพียงนี้"
ซูไป๋ปรากฏตัวขึ้นข้างกายทั้งสองคน เมื่อมองเห็นซูไป๋ ทราบล้วนทำความเคารพอย่างนอบน้อมคราหนึ่ง
"ท่านเจ้าสำนัก ข้าสามารถกราบท่านเป็นอาจารย์ได้หรือไม่?" หลังจากทำความเคารพ หานเฟยอวี่ก็ถูมือ เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
ซูไป๋หัวเราะแล้ว "รอพวกเจ้าเมื่อใดก้าวสู่ชั้นเก้าสิบ ข้าจะรับพวกเจ้าเป็นศิษย์ด้วยตนเอง"
หานเฟยอวี่ได้ยินก็ยินดี รีบตอบตกลงทันที "ขอบคุณท่านเจ้าสำนัก!"
จ้าวเทียนหลงกลับสุขุมกว่ามาก ประสานมือทำความเคารพต่อซูไป๋ กล่าวว่า "ศิษย์ย่อมต้องเพิ่มความพากเพียรเป็นเท่าทวี!"
"ไปเถิด ไปเลือกสรรวิชาเซียนที่เหมาะสมกับตนเอง" ซูไป๋โบกมือ
จ้าวเทียนหลงและหานเฟยอวี่สองคนหันหลังเดินจากไป ภายใต้การนำทางของจูเก่อเฟิง มาถึงที่หน้าหอวิชาเซียน
ยามนี้หอวิชาเซียนปรับระดับขึ้นมาครั้งหนึ่ง ไม่จำต้องเหมือนก่อนหน้านี้ที่ต้องเข้าทีละคนตามลำดับอีกต่อไป
มิเช่นนั้นวันหนึ่งมีศิษย์ใหม่เพิ่มมาหลายพันคน เข้าแถวไม่รู้ว่าต้องรอไปถึงปีมะเมียศกไหนแล้ว!
ทว่า แม้ทั้งสองคนจะเข้าสู่หอวิชาเซียนพร้อมกัน หลังจากเข้าไปแล้ว ก็มองไม่เห็นการคงอยู่ของอีกฝ่าย
นี่ก็คือหอวิชาเซียนหลังจากปรับระดับแล้ว ไม่ว่าคนจะเข้าไปมากเพียงใด ล้วนจะอยู่ในมิติที่แตกต่างกัน รับประกันว่ายามที่ตนเองเลือกสรรวิชาเซียนจะไม่ถูกผู้อื่นรบกวน
ส่วนซูไป๋ เฝ้าสังเกตดูว่า "ว่าที่ศิษย์สืบทอด" สองท่านนี้จะเลือกสรรวิชาเซียนใด
วิชาเซียนไม่เหมือนกัน การสั่งสอนย่อมไม่เหมือนกันแน่นอน!
เพราะมีการอธิบายล่วงหน้าของจูเก่อเฟิง ทั้งสองคนต่อเสียงของผู้พิทักษ์วิชาล้วนแสดงท่าทางที่เป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง
"ขอผู้อาวุโสผู้พิทักษ์วิชาช่วยเลือกสรรวิชาเซียนที่เหมาะสมให้แก่ข้าด้วยเถิด" ท่าทางของทั้งสองคนแทบจะพร้อมกัน
"เจ้าคือรากปราณทองระดับสูง ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยความเที่ยงธรรม เกลียดชังความชั่วร้ายดุจศัตรู สามารถบำเพ็ญ 《เคล็ดวิชาความเที่ยงธรรมอันยิ่งใหญ่》"
"ขอบคุณผู้อาวุโสผู้พิทักษ์วิชา!"
จ้าวเทียนหลงทำความเคารพอย่างนอบน้อมคราหนึ่ง แสงสายหนึ่งเข้าสู่ระว่างคิ้วของเขา วิชาเซียนอันลึกล้ำอย่างยิ่งบทหนึ่งก็สลักอยู่ในสมองของเขา
เคล็ดวิชาความเที่ยงธรรมอันยิ่งใหญ่!
นี่คือวิชาเซียนที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งประเภทหนึ่ง บำเพ็ญถึงขอบเขตความสำเร็จครั้งใหญ่ สามารถอาศัยปราณอันเที่ยงธรรมสายหนึ่ง สยบสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง สยบราบคาบเหล่าปีศาจ!
ต่อให้จะยังมิได้เริ่มต้นบำเพ็ญ ทว่าเพียงแค่มองจากเคล็ดวิชาไม่กี่ประโยคในช่วงเริ่มต้น จ้าวเทียนหลงก็ต้องตื่นตะลึงแล้ว
ปราณเที่ยงธรรมมา สิ่งชั่วร้ายภูตผีปีศาจถอยหนี
ในใจมีความชอบธรรม มีมรรคาไฉนเลยจะไร้เทียมทาน!
จ้าวเทียนหลงสูดหายใจเข้าลึก สงบจิตใจลง เดินออกจากหอวิชาเซียน
เขาหันไปมองรอบกาย ตอนเข้าไปเข้าไปพร้อมกันสองคน ตอนออกมา กลับมีเพียงตนเองคนเดียว
อีกด้านหนึ่ง หานเฟยอวี่มุมปากกระตุกเล็กน้อย
หลังจากเขาขอร้องให้ผู้พิทักษ์วิชาเลือกสรรวิชาเซียนให้แก่เขา ผู้พิทักษ์วิชากลับเงียบสงบลงไป
ศิษย์พี่ใหญ่ไม่ได้บอกหรอกหรือ ว่าคำตอบของผู้พิทักษ์วิชาล้วนรวดเร็วมาก?
เหตุใดพอถึงตาเขา ถึงได้ช้าเพียงนี้เล่า?
"ผู้อาวุโสผู้พิทักษ์วิชา ท่านยังอยู่หรือไม่ขอรับ?"
หานเฟยอวี่เอ่ยถามเสียงเบา หวังว่าจะได้รับคำตอบจากผู้พิทักษ์วิชา
ช่างน่าเสียดาย ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ
ในใจของหานเฟยอวี่ดิ่งวูบลง หรือว่า.........ตนเองไม่เหมาะสมกับการบำเพ็ญเซียน?
"สถานการณ์ของเจ้ามีความพิเศษยิ่งนัก ดวงชะตาของเจ้างดงามเจิดจ้าเหนือล้ำ ควรต้องเดินบนวิถีแห่งอัจฉริยะผู้ไร้เทียมทาน บดขยี้ศัตรูในโลกหล้า บรรลุฐานะผู้ทรงศีล ทว่า นิสัยของเจ้า........"
เสียงของผู้พิทักษ์วิชาถ่ายทอดออกมาในที่สุด ทว่ากลับทอดถอนใจคำหนึ่ง
"นิสัยของข้าเป็นอย่างไร ขอผู้อาวุโสผู้พิทักษ์วิชาโปรดชี้แนะหนทางสว่างด้วยเถิด" หานเฟยอวี่รีบซักถามเร่งรัด
เสียงของผู้พิทักษ์วิชาชะงักไปเล็กน้อย คล้ายตกสู่ความครุ่นคิด ครู่ต่อมา จึงกล่าวว่า
"บางทีอาจเป็นเพราะประสบการณ์ต่างๆ ในอดีตของเจ้า การใช้ชีวิตจึงต้องมีความระมัดระวังอย่างยิ่ง ลดทอนการคงอยู่ของตนเองลง ขัดแย้งกับวิถีแห่งอัจฉริยะผู้ไร้เทียมทานโดยสิ้นเชิง"
"หากบุ่มบ่ามบำเพ็ญวิถีผู้ไร้เทียมทาน มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะมิอาจข้ามผ่านจิตมารในอนาคตได้"
หานเฟยอวี่ตะลึงงัน นึกไม่ถึงว่าผู้พิทักษ์วิชาจะมองออกถึงจิตใจที่แท้จริงของเขา
กล่าวเช่นนี้ ตนเองก็มิอาจบรรลุวิถีแห่งอัจฉริยะผู้ไร้เทียมทานแล้วหรือ?
"แต่ทว่า........"
น้ำเสียงของผู้พิทักษ์วิชาพลันเปลี่ยนไป น้ำเสียงแฝงไปด้วยความคาดหวังกล่าวว่า "เป็นเพราะนิสัยของเจ้าเนี่ยแหละ กลับเหมาะสมกับอีกมรรคาหนึ่งอย่างสมบูรณ์แบบ หากบำเพ็ญมรรคานี้ บางทีความสำเร็จอาจจะยิ่งสูงล้ำกว่า"
หานเฟยอวี่ได้ยินคำกล่าวนี้ ดวงตาพลันเปล่งประกายขึ้นมาทันที "ขอผู้อาวุโสโปรดชี้แนะ เป็นมรรคาอันใดหรือขอรับ?"
"วิถีแห่งความซุ่มซ่อน!" (สุนัข)
---