- หน้าแรก
- ฝึกเซียนสำนักพี่ ฟรีทุกอย่าง
- ตอนที่ 56 สำนักที่แจกเงิน จักรวรรดิสั่นสะเทือน
ตอนที่ 56 สำนักที่แจกเงิน จักรวรรดิสั่นสะเทือน
ตอนที่ 56 สำนักที่แจกเงิน จักรวรรดิสั่นสะเทือน
ตอนที่ 56 สำนักที่แจกเงิน จักรวรรดิสั่นสะเทือน
ยามที่ศิษย์ชุดแรกเดินทางลงจากเขาเข้าสู่เมืองแล้ว เรื่องราวที่สำนักเทียนเต้าแจกเงินทอง ก็ค่อยๆ แพร่กระจายออกไป
แรกเริ่มผู้ที่รู้เรื่องราวมีน้อย แพร่กระจายเชื่องช้า ทว่าข่าวคราวอันโด่งดังระดับระเบิดเช่นนี้ ขอเพียงผู้ที่รู้เรื่องราวเริ่มมีจำนวนมากขึ้น ทิศทางการแพร่กระจายนั้น จะไม่สามารถควบคุมได้อย่างสิ้นเชิง!
และผลลัพธ์ก็เป็นจริงดังที่ซูไป๋คาดเดาไว้ ในอีกไม่กี่วันต่อมา ชื่อเสียงของสำนักเทียนเต้า ก็ระเบิดออกอย่างสมบูรณ์แล้ว!
"อะไรนะ สำนักเทียนเต้าเข้าสำนักเปล่าวิชาเซียนเปล่าในแต่ละเดือนไม่เพียงแต่ไม่ต้องส่งมอบเงินทองทั้งยังแจกเงินทองด้วยหรือ"
"มารดาเถอะ เรื่องจริงหรือเรื่องเท็จ อย่าได้หลอกลวงข้านะ! โลกใบนี้ยังมีสำนักที่แจกเงินทองอยู่ด้วยหรือ"
"วิชาเซียนเปล่า แจกเดือนละสามสิบตำลึง ฝึกปราณสำเร็จได้รับรางวัลหนึ่งร้อยตำลึง ตบะยิ่งสูงยิ่งแจกมากอย่างนั้นหรือ"
"ทั้งยังไม่จำกัดอายุการทดสอบคัดเลือก ไม่ดูหน้าตา ยากจนอัปลักษณ์ล้วนสามารถเข้าร่วมได้หรือ"
"นี่จะเป็นสำนักเซียนได้อย่างไร นี่ก็คือบิดาบังเกิดเกล้าของข้าชัดๆ !"
ประชาชนในเมืองอวิ๋นสุ่ย คนจำนวนมากต่างชะงักไป
จากนั้น บนใบหน้าของพวกเขาเผยความยินดีและตื่นเต้นออกมา ความยินดีอันยิ่งใหญ่มหาศาลในชั่วพริบตาได้แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกายของพวกเขา!
สำนักเช่นนี้ หากพวกเขาได้เข้าร่วมแล้ว นั่นน่ะจะเป็นโชคดีเพียงใด!
ดังนั้น ผู้คนจำนวนมากขึ้นจึงพากันมาเบียดเสียดจนเต็มประตูเขาของสำนักเทียนเต้า ต่างปรารถนาจะผ่านพ้นการทดสอบคัดเลือกเพื่อเข้าสู่สำนักเทียนเต้า ช่างเป็นภาพเหตุการณ์ที่มีความคึกคักอย่างยิ่ง
ประกอบกับเรื่องราวการแจกเงินทองนี้ปรากฏขึ้นมา ไม่เพียงแต่ผู้ที่มาเข้าร่วมการทดสอบคัดเลือกมีจำนวนเพิ่มขึ้นตั้งหลายเท่า ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ ความเลื่อมใสศรัทธาต่อสำนักของคนเหล่านี้ ก็พุ่งทะยานขึ้นมาตั้งมากมายเช่นกัน!
ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ที่มากที่สุด วันหนึ่งมีคนใหม่ผ่านพ้นการสอบคัดเลือกไม่เกินสิบกว่าคนเท่านั้น
ทว่าในยามนี้ จำนวนนี้ ในชั่วพริบตาได้เพิ่มขึ้นมาตั้งหลายเท่า!
ในชั่วพริบตา เรื่องราวนี้ร่ำลือกันอย่างบ้าคลั่งในเมืองอวิ๋นสุ่ย ในเวลาไม่นานก็ร่ำลือไปทั่วบรรดาอำเภอและมณฑลรอบด้าน!
ยิ่งกว่านั้น ยังคงแผ่ขยายไปยังสถานที่ที่ห่างไกลยิ่งขึ้น
สำนักเทียนเต้า มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งจักรวรรดิอย่างสมบูรณ์แล้ว!
ก่อนหน้านี้สำนักเทียนเต้าสังหารผู้เฒ่าและศิษย์ของสำนักหลิงเซียว ชื่อเสียงนั้นก็เป็นเพียงแค่เล่าขานกันในหมู่บรรดาสำนักใหญ่ของจักรวรรดิเท่านั้น ประชาชนย่อมไม่มาสนใจสิ่งของเหล่านี้หรอก
สำหรับพวกเขา ขอเพียงมีข้าวให้กิน ต่อให้ใต้หล้าจะเปลี่ยนเจ้าของไปคนแล้วคนเล่า จะเป็นอย่างไรเล่า
ทว่าครั้งนี้มีความแตกต่างไปแล้ว!
เดิมทีทุกคนวันหนึ่งสามารถกินได้เพียงอาหารหยาบๆ มื้อเดียว เนื้อสัตว์หนึ่งปีทานได้ยากสักมื้อ ผ่านพ้นวันเวลาไปอย่างกระเบียดกระเสียร
ทว่าในยามนี้ มีสำนักเซียนแห่งหนึ่ง กินเปล่าอยู่เปล่า เข้าสำนักเปล่า ศึกษาวิชาเซียนเปล่านอกเหนือจากนั้นแล้ว ในแต่ละเดือนยังแจกเงินสามสิบตำลึงอีกด้วย!
สามสิบตำลึงเชียวนะ!
ภายใต้การกดขี่ของสำนักเจ้าที่และตระกูลผู้มีอำนาจในปัจจุบัน พวกเขากระทั่งการกินข้าวยังกลายเป็นปัญหา คิดปรารถนาจะหาเงินสามสิบตำลึง ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลายาวนานเพียงใด
ทว่าการได้กลายเป็นศิษย์สำนักเทียนเต้า ในแต่ละเดือนล้วนสามารถมารับได้สามสิบตำลึง!
บ้าคลั่งไปแล้ว บ้าคลั่งไปโดยสมบูรณ์แล้ว!
.............
ในเมืองใหญ่แห่งหนึ่งที่อยู่ห่างไกลจากสำนักเทียนเต้าไปนับพันลี้
บริเวณหัวมุมถนนแห่งหนึ่ง ขอทานคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงมุมกำแพง สายตาเหม่อลอยไร้แววมองไปทางด้านหน้า
ขอทานคนนี้หนวดเคราเฟิ้ม ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบสกปรก เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ผมเผ้าพะรุงพะรัง ดูมีความสกปรกโสมม มองใบหน้าของเขาไม่แน่ชัด
เขาเอาแต่จับจ้องไปที่ทิศทางหนึ่ง ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งไม่รู้ว่ามีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว
"เฮ่ เจ้าได้ยินเรื่องราวของสำนักเทียนเต้านั่นมาบ้างหรือไม่"
"สำนักเทียนเต้าหรือ ก็คือสำนักใหม่ที่มีผู้แข็งแกร่งระดับหยวนอิงที่เล่าลือกันอย่างอึกทึกครึกโครมในช่วงไม่กี่วันมานี้ใช่หรือไม่"
"ถูกแล้ว ข้าได้ยินมา สำนักเทียนเต้านั่นเข้าสำนักเปล่าทั้งหมด ในแต่ละเดือนยังแจกเงินตั้งหลายสิบตำลึงเชียวนะ!"
"ข้าก็ได้ยินมาเหมือนกัน นี่เป็นเรื่องเท็จใช่หรือไม่ สำนักเหล่านั้นปรารถนาจะเก็บเงินให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ จะมีความเป็นไปได้ที่จะเปล่าทั้งยังแจกเงินทองได้อย่างไร"
"ไม่รู้สิ อย่างไรเสียพวกเราอยู่ที่นี่ก็ทำได้เพียงฝืนประทังชีวิตไปมื้อๆ ลองไปดูหน่อยเป็นอย่างไร เผื่อว่าเป็นเรื่องจริงขึ้นมาเล่า"
คนเดินถนนไม่กี่คนเดินผ่านไปด้านข้าง พูดคุยสนทนาเกี่ยวกับเรื่องราวของสำนักเทียนเต้า ทีละคนละคำดูมีความตื่นเต้นอย่างยิ่ง
หลังจากได้ยินคำพูดของคนเหล่านี้ สายตาของขอทานที่เดิมทีไม่มีความเคลื่อนไหว พลันขยับเขยื้อนคราหนึ่งอย่างกะทันหัน
ในดวงตาอันฝ้าฟาง ค่อยๆ รวมประกายแสงแห่งความตระหนักรู้ออกมาสายหนึ่ง
"เข้าสำนักเปล่า......ในแต่ละเดือนแจกเงิน........"
ในปากของเขาพึมพำ และประกายแสงในดวงตา ก็ค่อยๆ มีความแจ่มชัดขึ้นมา
คิดได้ถึงตรงนี้ เขาค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นมา เดินไปที่กลางถนน
"มารดามันเถอะ เดิมทีก็มีความโกรธเต็มอก เห็นบรรดาขอทานเหม็นๆ อย่างพวกเจ้าแล้วยิ่งหงุดหงิด ทุบตีมันให้ตายเพื่อข้า!"
คุณชายเจ้าสำราญที่สวมเสื้อผ้าหรูหราคนหนึ่ง ไม่รู้ว่าไปโมโหมาจากที่ใด แผดเสียงร้องดุดันคราหนึ่ง
ในทันใด บรรดาลูกน้องสุนัขรับใช้ที่ติดตามอยู่ด้านหลังของเขา ก็พากันพุ่งทะยานมุ่งหน้าไปทางขอทานคนนั้นทันที
"หึ วันนี้ต่อให้ท่านพญายมมาถึงก็ช่วยเจ้าไม่ได้ กล้ามาขวางทางของข้า ชาติหน้าค่อยระมัดระวังหน่อยละกัน!"
คุณชายคนนั้นกล่าวอย่างโอหัง มุมปากประดับไปด้วยประกายอันดุดันรุนแรง
"ปัง!"
ท่อนไม้หลายท่อนฟาดลงตรงบนศีรษะของขอทานโดยตรง ขอทานกลับไม่มีเรื่องราวอันใด ทว่าท่อนไม้เหล่านั้น กลับหักสะบั้นลงทั้งหมด!
ในเวลาเดียวกัน ขอทานคนนั้นค่อยๆ หันหน้ากลับมา สายตาอันลึกล้ำคู่หนึ่งกวาดผ่านคุณชายคนนั้นและบรรดาลูกน้องสุนัขรับใช้อย่างไม่รีบร้อน
ในชั่วพริบตา ไม่ว่าจะเป็นคุณชายคนนั้นก็ตาม หรือบรรดาลูกน้องสุนัขรับใช้เหล่านั้นก็ตาม ต่างราวกับถูกวิชาสะกดตรึงร่าง ยืนนิ่งอยู่กับที่ตรงจุดเดิม
ในรูม่านตาที่เบิกกว้างทีละคู่ของพวกเขาเผยสีหน้าตื่นตระหนกตกใจ ทว่าประกายแสงในนั้นกลับค่อยๆ ดับมืดลงไป
"ฟุ่บ!"
ลมหายใจต่อมา ห้วงมิติข้างกายของขอทานถูกฉีกขาด และเงาร่างของเขา ก็เลือนหายไปในชั่วพริบตา
"ตุ้บ!"
ติดตามมาด้วยการจากไปของขอทาน คุณชายคนนั้นและบรรดาลูกน้องสุนัขรับใช้ต่างล้มลงตรงบนพื้นโดยตรง ไม่มีกลิ่นอายของอายุขัยอีกต่อไปแล้ว.....
.............
ห่างไกลออกไปนับพันลี้ บนเขาหลิงเซียวที่สูงเทียมเมฆ มีสิ่งปลูกสร้างอันมหึมาสายหนึ่ง นามว่าสำนักหลิงเซียว!
ในยามนี้ บนยอดเขาที่สูงที่สุดของสำนักหลิงเซียว มีเงาร่างสองสายยืนหยัดอยู่
ชายหนุ่มคนหนึ่งที่สะพายกระบี่ล้ำค่าไว้สองเล่ม เสื้อคลุมสีดำห่อหุ้มร่างกาย ทั่วทั้งตัวแผ่กระจายเจตนาแห่งกระบี่อันพุ่งทะยานฟาดฟันกระบี่ออกไปคราหนึ่ง ราวกับสามารถเปิดฟ้าตัดขาดสมุทรได้!
อีกคนหนึ่ง เป็นชายชราคนหนึ่ง ผมขาวหน้าตาเยาว์วัย
ชายชราไพล่มือยืนหยัด ยืนอยู่ตรงบริเวณขอบของยอดเขา ทอดสายตามองลงไปยังผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาลใต้ฝ่าเท้า
"หลิงเซียว เกี่ยวกับสำนักเทียนเต้า เจ้ามีความเห็นอย่างไร"
ชายชรากล่าวออกมาอย่างราบเรียบ น้ำเสียงทุ้มต่ำ ทว่ากลับแฝงไปด้วยบารมีอันยิ่งใหญ่มหาศาล
นี่คือยอดฝีมือผู้เหนือโลกคนหนึ่งที่ไม่สามารถจินตนาการได้!
"ท่านอาจารย์ ซูไป๋เจ้าสำนักเทียนเต้านั่น สังหารผู้เฒ่าของสำนักหลิงเซียวของข้า ทั้งยังเข่นฆ่าศิษย์ของสำนักข้า เด็ดขาดไม่สามารถอภัยให้ได้!" ชายหนุ่มเสื้อคลุมสีดำหัวเราะฮึ ในดวงตามีประกายเย็นชาส่องแสง
"ไม่ใช่เรื่องนี้ ที่เรา(เจิ้น - เป็นคำแทนตัวเองของฮ่องเต้)ถามคือเรื่องการที่สำนักเทียนเต้าแจกเงินทองให้แก่บรรดาศิษย์ในสำนักต่างหาก" ชายชราโบกมือ
"แจกเงินทองหรือ ฮ่าฮ่า ข้าไม่เชื่อโลกใบนี้จะยังมี ยอดฝีมือระดับหยวนอิงที่มีความซื่อบื้อขนาดนี้ แจกเงินทองให้แก่บรรดามดปลวกเหล่านั้น ตามที่ศิษย์มอง นี่เป็นเพียงกลอุบายของสำนักเทียนเต้าเท่านั้น!"
"ท่านอาจารย์ ให้ศิษย์เดินทางไปเถอะ ให้สำนักเทียนเต้าได้รับสิ่งตอบแทนต่อพฤติกรรมของพวกเขาเถอะ!"
ชายหนุ่มเสื้อคลุมสีดำส่ายหน้าหัวเราะเยาะ ในดวงตาเต็มไปด้วยสีหน้าดูแคลน
เมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ ชายชราหัวคิ้วขมวดเล็กน้อย ทอดถอนหายใจว่า "หลิงเซียว แม้ว่าเจ้าจะมีพรสวรรค์อันดีเลิศ ทว่าในรอบร้อยปีมานี้ราบรื่นเกินไป จนบ่มเพาะนิสัยเย่อหยิ่งทนงตนขึ้นมา"
"จำไว้ ในยามที่เจ้ายังไม่ได้ก้าวเข้าสู่ระดับหยวนอิง ห้ามดูถูกยอดฝีมือทั่วแผ่นดินโดยเด็ดขาด"
ชายหนุ่มเสื้อคลุมสีดำกล่าวอย่างไม่ยินยอมว่า "ไม่ใช่ยังมีท่านอาจารย์อยู่หรอกหรือ ซูไป๋เจ้าสำนักเทียนเต้านั่น จะสามารถพลิกฟ้าได้เชียวหรือ"
ชายชราส่ายหน้า "แม้ว่าเราจะมีกำลังอันแข็งแกร่ง ทว่าหยวนอิงในโลกใบนี้ผู้ใดบ้างเป็นคนธรรมดาทั่วไป หากไม่มีคนในระดับเดียวกันสามคนร่วมมือลงมือพร้อมกัน คิดจะรั้งเขาไว้ ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายนัก"
"ยอดฝีมือเช่นนี้ หากครั้งเดียวไม่สามารถสังหารเขาได้ ปล่อยให้เขาหลบหนีไป เช่นนั้นต่อไป ก่อนที่เขาจะจบชีวิตลง เจ้าและเรานอนหลับย่อมไม่สามารถสงบสุขได้"
ชายหนุ่มเสื้อคลุมสีดำส่งเสียงฮึดฮัดว่า "หรือว่าพวกเราจะนั่งดูดาย มองดูสำนักเทียนเต้าพัฒนาเติบโตขึ้นมา ข่มขู่ฐานะของพวกเราอย่างนั้นหรือ"
"วางใจ อาจารย์มีหนทางตั้งนานแล้ว" มุมปากของชายชราเผยรอยยิ้มเย็นชาสายหนึ่งปรากฏขึ้น "ล่วงเกินสำนักหลิงเซียวของข้า จะปล่อยเขาไปได้อย่างไร"
"เรา ได้รายงานต่อสมาพันธ์เซียนตั้งนานแล้ว ในอีกไม่ช้า สมาพันธ์เซียนก็จะจัดส่งยอดฝีมือมาถึง!"
---