- หน้าแรก
- ฝึกเซียนสำนักพี่ ฟรีทุกอย่าง
- ตอนที่ 51 สรรค์สร้างเสร็จสิ้น กายาศักดิ์สิทธิ์เทพยุทธ์!
ตอนที่ 51 สรรค์สร้างเสร็จสิ้น กายาศักดิ์สิทธิ์เทพยุทธ์!
ตอนที่ 51 สรรค์สร้างเสร็จสิ้น กายาศักดิ์สิทธิ์เทพยุทธ์!
ตอนที่ 51 สรรค์สร้างเสร็จสิ้น กายาศักดิ์สิทธิ์เทพยุทธ์!
มุมปากของเซียวหลิงซีถูกขบจนมีโลหิตซึมออกมา ในดวงตาคู่งามปรากฏแววตาอันทุกข์โศก นางคิดไม่ถึงเลยว่า คนที่ทำร้ายนางในท้ายที่สุด จะเป็นบิดาที่สนิทสนมที่สุดของตนเอง!
"ท่านพ่อ......"
"อย่าได้มาเรียกข้าว่าท่านพ่อ ข้าไม่มีบุตรสาวเช่นเจ้า!" เซียวเทียนหลงใบหน้าดุร้าย กล่าวคำอันพิษร้ายออกมาประโยคหนึ่ง
จากนั้น เขาก็ก้าวเท้าเดินออกไปภายนอกโถงใหญ่ คนของตระกูลเซียวก็รีบก้าวเท้าติดตามไปทันที
ทว่า ในใจของเขา กลับส่งเสียงหัวเราะเยาะหยันออกมา
ด้วยความเข้าใจต่อบุตรสาวของตนเอง กลยุทธ์ข้อนี้ ย่อมต้องได้ผลอย่างแน่นอน!
ย่อมเป็นไปตามคาด เขาเพิ่งจะก้าวเท้าออกไป น้ำเสียงของเซียวหลิงซี ก็ดังแว่วมาจากทางด้านหลัง
เพียงแต่ สิ่งที่เซียวหลิงซีเอ่ยปาก ไม่ใช่การยินยอมกลับไปกับเขา!
"ตกลง ในเมื่อท่านไม่เคยมองข้าเป็นบุตรสาวเลย เช่นนั้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตัวข้าเซียวหลิงซีและท่านเซียวเทียนหลง ย่อมไม่มีความเกี่ยวพันใดๆ ต่อกันอีกต่อไป!"
ตูม!
เมื่อประโยคนี้กล่าวออกมา เซียวเทียนหลงทั่วทั้งร่างก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เขาหันกายกลับมาอย่างฉับพลัน ดวงตาทั้งสองข้างจ้องเขม็งไปที่ร่างของเซียวหลิงซี เอ่ยคำด้วยน้ำเสียงอันเย็นเยียบว่า
"เจ้ากล่าวสิ่งใดกัน?"
ภายในสายตาของเขา ถึงกับแฝงไปด้วยจิตสังหารสายหนึ่ง!
บุตรสาวของตนเอง ถึงกับบังอาจกล่าววาจาเช่นนี้ต่อเขา บักหน้าของเขาถึงเพียงนี้!
หากอยู่ที่บ้าน เขาขอรับประกันว่าจะต้องทุบตีให้อยู่กึ่งตายอย่างแน่นอน!
"ข้าบอกว่า พวกเราตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างบิดาและบุตรสาวจากกัน!"
เซียวหลิงซีจ้องมองเซียวเทียนหลงตรงๆ ยกมือขึ้น ถอดแหวนสมบัติในมือออกมา หลังจากนำกระบี่วิญญาณออกมาแล้ว ก็โยนไปที่ใต้เท้าของเซียวเทียนหลง
"สิ่งนี้เดิมทีเป็นของตระกูลเซียว คืนให้แก่ท่าน!"
แหวนสมบัติกลิ้งหล่นลงบนพื้น ส่งเสียงกระทบอันใสสะท้อนกังวาน ส่วนเซียวเทียนหลงกวาดสายตาลงต่ำ สายตากลับมองเห็นกระบี่วิญญาณที่เซียวหลิงซีเพิ่งจะนำออกมาเมื่อครู่
เรื่องราวนี้ทำให้ดวงตาทั้งสองข้างของเขาหดตัวลงเล็กน้อย
ต้องรับรู้ว่า ก่อนที่เซียวหลิงซีจะเดินทางออกมา บนร่างมีเพียงกระบี่ล้ำค่าธรรมดาเล่มหนึ่ง อย่างมากที่สุดก็เป็นเพียงอาวุธในระดับรวบรวมปราณขั้นต้นเท่านั้น
ทว่ายามนี้ ในมือ กลับเป็นถึงอาวุธวิญญาณ!
นั่นคือสมบัติล้ำค่าที่ผู้บำเพ็ญเพียรในระดับก่อเกิดรากปราณใช้กันเชียวนะ!
ต่อให้เซียวหลิงซีเดินทางไปที่สำนักหลิงเซียว ก่อนที่จะถึงระดับก่อเกิดรากปราณ ย่อมไม่มีทางที่จะได้รับอาวุธวิญญาณมาครอบครองอย่างแน่นอน!
สำนักเทียนเต้าแห่งนี้ ถึงกับมอบอาวุธวิญญาณให้แก่ศิษย์เลยอย่างนั้นหรือ?
เรื่องราวนี้ทำให้เขาบังเกิดความเคลือบแคลงสงสัยขึ้นมา!
หลังจากจัดการเรื่องราวทั้งหมดนี้เสร็จสิ้นลง เซียวหลิงซีก็หันกายวิ่งหนีไป เดินทางจากไปทางประตูหลังของโถงใหญ่
เซียวเทียนหลงยังคงคิดอยากจะวิ่งตามไป ทว่าสายตาของซูไป๋กลับตกลงบนร่างของเขาอย่างกะทันหัน
"ก่อนหน้านี้ เจ้าคือญาติมิตรของศิษย์ของข้า ข้ายินยอมให้เจ้าเข้ามาได้"
"ยามนี้ สำนักเทียนเต้าของข้าไม่ต้อนรับคนนอก!"
น้ำเสียงเฉยชาดังแว่วมา ซูไป๋ท่วงท่ากิริยาสงบราบเรียบจ้องมองเซียวเทียนหลง
"ท่านเจ้าบ้าน หากคุณหนูไม่ยอมกลับไป ของขวัญชิ้นใหญ่ที่สำนักหลิงเซียวมอบให้แก่ตระกูลเซียว เกรงว่าคงต้องส่งคืนกลับไปจนหมดสิ้นแล้ว......" ผู้บำเพ็ญเพียรระดับก่อเกิดรากปราณของตระกูลเซียวคนหนึ่งเอ่ยคำกระซิบข้างใบหูของเซียวเทียนหลง
เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ บนใบหน้าของเซียวเทียนหลงพลันปรากฏความโกรธเคืองแวบหนึ่ง
ยามนี้ไม่เพียงแต่ต้องส่งคืนของขวัญกลับไป ตระกูลเซียวของเขา เกรงว่าคงต้องสูญเสียทรัพย์สินครั้งใหญ่แล้ว!
ทว่า ยามที่เขามองดูสายตาอันเฉยชาของซูไป๋กลับทำได้เพียงต้องกดข่มความโกรธเคืองในใจลงไป
สำนักเทียนเต้า!!!
คอยดูเถิด!!!
"พวกเราไป!"
เขาสะบัดชายเสื้อ ในท้ายที่สุดเลือกที่จะล้มเลิก นำพากลุ่มผู้ใต้บังคับบัญชา เดินทางจากไปอย่างอับอาย
หลังจากทุกคนเดินทางจากไปจนสิ้น ซูไป๋จึงค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เดินทางมายังหลังเขา พบเห็นเซียวหลิงซีที่นั่งร้องไห้อยู่ริมหน้าผา
ดรุณีผู้รักความยุติธรรมที่มีรูปโฉมภายนอกอันแข็งแกร่ง ภายในใจก็มีส่วนที่อ่อนแอเช่นกัน
ในเวลานี้ นางขดตัวอยู่ที่สถานที่แห่งนั้น หัวไหล่สั่นเทา ร้องไห้ราวกับเด็กคนหนึ่งก็ไม่ปาน
ซูไป๋ยืนอยู่ข้างกายของนาง รอคอยให้จิตใจของนางมีความสงบมั่นคงขึ้นมาเล็กน้อย
ไม่รับรู้ว่าร้องไห้ไปนานเท่าใด เซียวหลิงซีเงยหน้าขึ้น มองเห็นซูไป๋ที่อยู่ข้างกาย
"อาจารย์ ไม่ว่าจะกล่าวอย่างไร เขาก็เป็นบิดาของข้า ข้ากระทำผิดไปแล้วใช่หรือไม่?"
เซียวหลิงซีเช็ดหยาดน้ำตา ใบหน้าแฝงไปด้วยความมืดมนและความทุกข์โศก พึมพำกับตนเอง
ตามการศึกษาที่นางได้รับมาตั้งแต่เยาว์วัย นี่ถือเป็นพฤติกรรมที่อกตัญญูอย่างยิ่ง
"ไม่ เจ้าไม่ได้กระทำผิด หากวันนี้เจ้ายอมตามเขากลับไปจริงๆ นั่นจึงจะทำให้อาจารย์ต้องมีความผิดหวัง" ซูไป๋ส่ายศีรษะ
"อาจารย์.......ท่านก็สนับสนุนข้าด้วยอย่างนั้นหรือ?" บนใบหน้าของเซียวหลิงซีปรากฏความหวัง อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้นมา
"มนุษย์เรา มักจะถูกเหนี่ยวรั้งไว้ชั่วชีวิตด้วยสิ่งของที่ไม่สามารถครอบครองได้ในยามเยาว์วัย อีกทั้งยังคงมีความยึดมั่นไปชั่วชีวิตด้วยวิถีทางที่ไม่สามารถเลือกได้ในยามเยาว์วัยเช่นเดียวกัน"
"ตั้งแต่เยาว์วัยจนเติบใหญ่ เจ้าไม่สามารถเลือกสิ่งที่ตนเองชอบได้ ไม่สามารถเดินตามเส้นทางของตนเองได้ ทว่ากลับถูกจัดวางเรื่องราวทุกสิ่งไว้ให้"
"เขาไม่เคย มองเจ้าเป็นบุตรสาวเลย ทำเพียงมองเป็นชิ้นส่วนที่ใช้ในการประจบสอพลอสำนักหลิงเซียว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนเช่นนี้ เจ้าจะมีความละอายใจไปเพื่ออันใด?"
ซูไป๋ส่ายศีรษะ กล่าวคำออกไปอย่างเชื่องช้าเป็นระบบระเบียบ
"อาจารย์......."
จิตใจของเซียวหลิงซีมีความซับซ้อนยิ่งนัก นางขบฟันเงินแน่น สายตาค่อยๆ กลับคืนสู่ความฉ่องสดใส
ไม่ผิด!
นางตั้งแต่เยาว์วัยจนเติบใหญ่ ไม่ถูกบิดาควบคุมก็ถูกเขาจัดวางเรื่องราวให้ ย่อมไม่มีชะตากรรมเป็นของตนเองตั้งนานแล้ว
เมื่อหนึ่งปีก่อน เป็นงานอวยพรวันเกิดครบรอบของบิดาของนาง จ้าวมู่เซียวแห่งสำนักหลิงเซียวเดินทางมาที่ตระกูลเซียว ได้พบเจอนางแวบหนึ่ง ก็พากันพัวพันไม่หยุดหย่อน
คนประเภทนั้น นางเพียงแค่พบเจอแวบหนึ่ง ก็รู้สึกสะอิดสะเอียนแล้ว ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงการไปเป็นอนุรับใช้ของอีกฝ่ายเลย
เพียงแค่คิดก็รู้สึกว่าวันหน้าจะมีความอึดอัดใจถึงเพียงใด!
ไม่ ไม่ใช่ความอึดอัดใจ นั่นย่อมหมายความว่าไม่มีอนาคตเลยต่างหาก!
"นับจากนี้เป็นต้นไป วิถีชีวิตของเจ้าจงเป็นผู้กำหนดด้วยตนเอง ไม่มีผู้ใดสามารถมาแทรกแซงอนาคตของเจ้าได้อีกต่อไปแล้ว"
"จงจดจำไว้ มนุษย์เราเกิดมาหนึ่งชาติ ภารกิจที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่การครอบครองสิ่งใด หากแต่เป็นการใช้ชีวิตอย่างมีอิสระ มีความสุข และมีความงดงาม!"
"ขอเพียงอาจารย์ยังคงอยู่ ขอเพียงสำนักเทียนเต้ายังคงอยู่ ตระกูลเซียวก็ดี สำนักหลิงเซียวก็ช่าง ย่อมไม่สามารถทำอันใดเจ้าได้ทั้งสิ้น!"
สายตาของซูไป๋ลึกล้ำยาวไกล ราวกับกำลังบอกเล่าให้เซียวหลิงซีรับฟัง อีกทั้งราวกับกำลังบอกเล่าให้ตัวเขาเองรับฟังเช่นกัน
ยามนี้ วิถีชีวิตของเขา ก็ไม่มีผู้ใดสามารถมาแทรกแซงได้แล้วใช่หรือไม่?
"อืม ศิษย์จดจำไว้แล้ว!"
เซียวหลิงซีพยักหน้า บนใบหน้าปรากฏความเด็ดเดี่ยวแวบหนึ่ง ความทุกข์โศกบนใบหน้าพลันสลายไปหลายส่วน นางสูญลมหายใจเข้าลึก ปรับเปลี่ยนจิตใจให้มีความฮึกเหิมขึ้นมาอีกครา
ใช่แล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตัวนางเซียวหลิงซี จะไม่ยอมมีชีวิตอยู่เพื่อตระกูลเซียวอีกต่อไปแล้ว!
นางต้องการมีชีวิตอยู่เพื่อตัวนางเอง!
มีชีวิตอยู่เพื่อสำนักเทียนเต้า!
ความจงรักภักดีของสำนัก (ความพึงพอใจ) เก้าสิบเจ็ด...เก้าสิบแปด....เก้าสิบเก้า!
ในเวลานี้ เมื่อไม่มีการเหนี่ยวรั้งจากคนในครอบครัว ความจงรักภักดีของเซียวหลิงซี ก็บรรลุถึงเก้าสิบเก้าโดยตรง ห่างไกลจากหนึ่งร้อยเพียงก้าวเดียวเท่านั้น!
"แจ้งเตือน ตบะของศิษย์ทะลวงขั้น มอบรางวัลแต้มคะแนนของสำนักหกสิบแต้ม"
"แจ้งเตือน ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ตบะทะลวงขั้น บรรลุเข้าสู่ระดับก่อเกิดรากปราณ"
อยู่ๆ ข้างใบหูของซูไป๋ก็มีเสียงของระบบดังขึ้นมา เรื่องราวนี้ทำให้สีหน้าของซูไป๋ไหววูบขึ้นมาเล็กน้อย
แต้มคะแนนของเขาเพิ่งจะได้รับมาอีกหกสิบแต้ม ซึ่งก็หมายความว่า มีศิษย์ จากระดับรวบรวมปราณขั้นที่ห้าบรรลุเข้าสู่ระดับรวบรวมปราณขั้นที่หกแล้ว!
ขอบเขตตบะระดับนี้ ย่อมเป็นได้เพียงจูเก๋อเฟิงที่กลืนกินโอสถเก้าเปลี่ยนสรรค์สร้างเซียนเข้าไปเท่านั้น!
พลังความสามารถของซูไป๋ย่อมเป็นสิบเท่าของผลรวมของทุกคนในสำนัก
นอกเหนือจากก่อนหน้านี้ที่จูเก๋อเฟิงเผาผลาญชีวิตจนทำให้เขาบรรลุถึงระดับก่อเกิดรากปราณในช่วงเวลาสั้นๆ แล้ว ตามปกติแล้ว ขอบเขตตบะของเขา ควรจะอยู่ในระดับรวบรวมปราณขั้นที่เก้าเท่านั้น
หากคิดจะบรรลุเข้าสู่ระดับก่อเกิดรากปราณ เช่นนั้นเหล่าศิษย์ยังคงจำเป็นต้องเพิ่มพูนตบะขึ้นมาอีกมากมาย ขั้นสองขั้นย่อมมีความไม่เพียงพออย่างเด็ดขาด!
เพราะว่าระดับรวบรวมปราณขั้นที่เก้าและระดับก่อเกิดรากปราณ มีความห่างไกลกันมากเกินไปแล้ว!
ทว่า ตัวเขา กลับทะลวงขั้นสำเร็จแล้ว!
ซึ่งก็หมายความว่า จูเก๋อเฟิงไม่เพียงแต่ทะลวงขั้นสู่ระดับรวบรวมปราณขั้นที่หก พลังความสามารถในการต่อสู้ของเขา ยังคงได้รับการเพิ่มพูนขึ้นอย่างน่าสะพรึงกลัว กระทั่งไม่จำเป็นต้องเผาผลาญชีวิตก็สามารถต่อสู้กับระดับรวบรวมปราณขั้นสูงสุดได้เลยทีเดียว!
"แกรก แกรก!"
ภายในพื้นที่ที่ถูกซูไป๋ปิดกั้นไว้ก่อนหน้านี้ มีเสียงแผ่วเบาดังแว่วมา ร่างกายของซูไป๋ขยับวูบหนึ่ง ก็ไปปรากฏตัวขึ้นที่ข้างกายของปทุมสรรค์สร้าง
ปทุมสรรค์สร้างในยามนี้ สูญเสียพลังปราณไปแล้ว เริ่มค่อยๆ แตกสลาย เผยให้เห็นเงาร่างที่อยู่ด้านใน
จูเก๋อเฟิงสวมใส่เกราะโลหิตพลังปราณ ทั่วทั้งร่างแผ่ซ่านกลิ่นอายอันหนาแน่นสายหนึ่ง ราวกับเทพแห่งสงครามตนหนึ่งก็ไม่ปาน มีอานุภาพสยบไปทั่วทั้งแปดทิศทาง!
เขาเบิกดวงตาทั้งสองข้างขึ้น ในชั่วพริบตา แสงสว่างพุ่งทะยาน ราวกับคมมีดล้ำค่า เลื่อนผ่านห้วงอากาศ พุ่งตรงขึ้นสู่เก้าชั้นฟ้า!
โลหิตปราณอันลึกล้ำถึงเพียงนี้ ทำให้ดวงตาทั้งสองข้างของซูไป๋ทอประกายขึ้นมา
การสรรค์สร้างทลายฟ้าของจูเก๋อเฟิง ปรากฏขึ้นในส่วนของกายาที่มีความอ่อนแอที่สุดของเขา!
กายาของเขา ยามนี้ได้รับการเพิ่มพูนขึ้นสู่ระดับสูงสุดโดยตรง กลายเป็นกายาทลายฟ้าที่โดดเด่นและแข็งแกร่งที่สุดในโลกหล้า!
โลหิตปราณอันลึกล้ำถึงเพียงนี้ ปณิธานในการต่อสู้ที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ซูไป๋แทบจะไม่จำเป็นต้องใช้ความคิด ก็รับรู้ได้ในทันทีว่าเป็นกายารูปแบบใด
"ที่มีชื่อเสียงระบือไกลไปทั่วทั้งฟ้าดิน.......กายาศักดิ์สิทธิ์เทพยุทธ์!"