- หน้าแรก
- ฝึกเซียนสำนักพี่ ฟรีทุกอย่าง
- ตอนที่ 49 ความจงรักภักดีหนึ่งร้อย รางวัลสุดยอด
ตอนที่ 49 ความจงรักภักดีหนึ่งร้อย รางวัลสุดยอด
ตอนที่ 49 ความจงรักภักดีหนึ่งร้อย รางวัลสุดยอด
ตอนที่ 49 ความจงรักภักดีหนึ่งร้อย รางวัลสุดยอด
"อาจารย์........ท่านเดินทางมาได้อย่างไรกัน?"
จูเก๋อเฟิงจ้องมองดูซูไป๋ที่มาปรากฏตัวข้างกายตนเองอย่างกะทันหันด้วยอาการเซ่อซ่า
"ศิษย์โง่ เจ้าคิดอยากจะล้างแค้น จงบอกกล่าวแก่อาจารย์ บอกกล่าวแก่พวกหลิงซี ทุกคนในสำนักเทียนเต้าร่วมแรงร่วมใจกันต่อสู้ไม่ดีหรอกหรือ?"
ซูไป๋ทอดถอนใจคำหนึ่ง ยื่นมือออกไปสะบัด ถุงสมบัติโดยรอบย่อมถูกเขาจัดเก็บเข้าสู่แหวนสมบัติจนหมดสิ้นโดยไม่หลงลืม
"ศิษย์.......ขอกราบพระคุณอาจารย์สำหรับการอบรมสั่งสอนในช่วงวันเวลาเหล่านี้......."
จูเก๋อเฟิงคิดอยากจะคุกเข่าลงกราบคำนับ ทว่าร่างกายกลับไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่ง ล้มลงไปกองกับพื้นโดยตรง
แม้ว่าซูไป๋จะระงับการระเบิดตัวเองของเขาไว้ได้ ทว่า ชีวิตที่เผาผลาญไปแล้ว ย่อมไม่สามารถหวนคืนกลับมาได้!
อีกทั้ง ยังเผาผลาญไปเป็นเวลานานแสนนานแล้วด้วย!
เผาผลาญมาถึงขั้นนี้ ต่อให้คิดอยากจะยับยั้งก็ไม่สามารถยับยั้งได้แล้ว
รากปราณสวรรค์ทั้งหมด ล้วนถูกเผาผลาญจนหมดสิ้นแล้ว ยามนี้ยากที่จะเยียวยาได้แล้ว!
"เจ้านี่นะ!"
ซูไป๋มีความสะเทือนใจยิ่งนัก หากเขาเดินทางมาเร็วกว่านี้สักเล็กน้อย บางทีอาจจะเผาผลาญชีวิตน้อยลงหน่อย และหลงเหลือรากปราณไว้ได้บ้าง
ทว่ายามนี้.........กล่าวสิ่งใดก็ไม่ทันการณ์แล้ว
ในยามนั้นเขาจึงใช้มือข้างหนึ่งจับกุมตัวจูเก๋อเฟิงไว้ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งจับพลองเหล็กขนาดใหญ่ไว้ ปากพึมพำคำสั่งว่า "ยันต์เคลื่อนย้ายพริบตา เดินทางกลับไปข้างกายศิษย์เซียวหลิงซีในทันที!"
"แจ้งเตือน เนื่องจากโฮสต์นำพาผู้มีชีวิตเดินทางไปด้วย จำเป็นต้องจ่ายแต้มคะแนนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งร้อยแต้มคะแนน โปรดเลือกวาว่าจะจ่ายหรือไม่?"
"จ่าย รีบเคลื่อนย้ายพริบตาโดยเร็ว!"
ซูไป๋ไม่ได้มีความลังเลใจแม้แต่น้อย รีบเลือกทำการเผาผลาญยันต์เคลื่อนย้ายพริบตาในทันที
หากล่าช้าไปกว่านี้ อย่าว่าแต่รากปราณเลย ต่อให้เป็นชีวิตของศิษย์ ก็ต้องสูญสิ้นไปแล้ว!
"แจ้งเตือน หักแต้มคะแนนของโฮสต์สองร้อยแต้มคะแนน เริ่มทำการเคลื่อนย้ายพริบตา!"
รอยแยกแห่งห้วงอากาศสายหนึ่งเข้าปกคลุมร่างของซูไป๋และจูเก๋อเฟิงทั้งสองคน ในชั่วพริบตาก็เลือนหายไปโดยไร้ร่องรอย!
................
สำนักเทียนเต้า ยอดเขา
เซียวหลิงซีกำลังฝึกฝนกระบี่อยู่ ห้วงอากาศข้างกายของนาง อยู่ๆ ก็ถูกฉีกขาดเป็นช่องขนาดใหญ่ช่องหนึ่ง ร่างสองร่างก้าวเท้าออกมาจากด้านใน
เซียวหลิงซีในตอนแรกถูกความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ตกใจไปทีหนึ่ง ทว่าเมื่อเพ่งสายตามองดูอย่างละเอียด พบว่าเป็นอาจารย์ของตนเอง จึงได้ทอดถอนใจด้วยความโล่งอก
ทว่าสายตาอันแหลมคมของนางก็ค้นพบความผิดปกติของจูเก๋อเฟิงได้ในชั่วพริบตาแรก
"ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านเป็นอันใดไป?"
เซียวหลิงซีมีความตื่นตระนก รีบเอ่ยถามขึ้นมา
ส่วนซูไป๋เมื่อกลับมาถึงสำนักเทียนเต้าแล้ว พลังความสามารถก็ก้าวขึ้นสู่ขอบเขตไร้พ่ายในทันที
"สยบ!"
ในยามนั้นเขาจึงลงมือ ยับยั้งการเผาผลาญชีวิตของเขาไม่ให้ดำเนินต่อไป อีกทั้งยังช่วยยื้ออายุขัยช่วงสุดท้ายของเขาไว้
"ศิษย์พี่ใหญ่ รีบรับประทานโอสถ รักษาบาดแผลให้ดี!"
เซียวหลิงซีรีบส่งมอบโอสถหลายเม็ดให้แก่จูเก๋อเฟิง ทว่า จูเก๋อเฟิงกลับส่ายศีรษะ
"ศิษย์น้องหลิงซี อย่าได้สิ้นเปลืองโอสถเลย สถานการณ์ของตัวข้าข้ารับรู้ดี"
เขาส่งยิ้มอย่างขมขื่นออกมาเล็กน้อย จากนั้นก็พยายามฝืนร่างกาย ก้มกายคำนับต่อซูไป๋อย่างลึกซึ้ง
"ศิษย์อกตัญญู ไม่สามารถตอบแทนพระคุณอันยิ่งใหญ่ของอาจารย์ได้อีกแล้ว"
"อาจารย์ โปรดประทานอภัยด้วย!"
ในที่สุด เขา ก็หันกายกลับมา มองไปทางทิศทางของตำบลหวงถู่ซ้ำอีกครา
สำนักเทียนเต้า ท้องฟ้าแจ่มใสไร้เมฆหมอก
ตำบลหวงถู่ เมฆหมอกมืดครึ้ม
ท่ามกลางเมฆหมอกมืดครึ้ม ราวกับมีเงาร่างสมมุติสองร่างผุดผ่องขึ้นมา ฝ่าสายฝนครั้งใหญ่ มาปรากฏตัวอยู่ภายใต้แสงตะวัน กวักมือเรียกเขา
ดวงวิญญาณที่เต็มไปด้วยความแค้นจนถึงแก่ความตาย ในที่สุดก็ละทิ้งความมืดมิด มุ่งหน้าเข้าสู่แสงสว่าง
"ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านเดินทางมารับลูกแล้วใช่หรือไม่?"
จูเก๋อเฟิงพึมพำกับตนเอง
"อาจารย์ ท่านมีความเก่งกาจถึงเพียงนี้ ย่อมต้องมีวิธีช่วยเหลือศิษย์พี่ใหญ่ใช่หรือไม่?"
เซียวหลิงซีมีความสะเทือนใจ มองดูซูไป๋ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง
ส่วนซูไป๋หัวคิ้วที่ขมวดแน่นย่อมคลายออก ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาสายหนึ่ง
"วางใจเถิด ศิษย์ของอาจารย์ สวรรค์ยังคงไม่มีคุณสมบัติที่จะมารับตัวไปหรอก!"
เมื่อครู่นี้เอง ภายในหัวสมองของเขา ได้ปรากฏเสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นมาสายหนึ่ง
"แจ้งเตือน มีศิษย์ที่มีความจงรักภักดีบรรลุถึงหนึ่งร้อย รางวัลสุดยอดได้ทำการแจกจ่ายเรียบร้อยแล้ว!"
เสียงแจ้งเตือนสายนี้ ประจวบเหมาะดังขึ้นมายามที่จูเก๋อเฟิงก้มกายคำนับต่อเขาเมื่อครู่นั่นเอง
ซึ่งก็หมายความว่า ในเวลานั้น ภายในใจของจูเก๋อเฟิง ได้ปล่อยวางเรื่องราวทางโลกีย์ทั้งหมดลงแล้ว ในใจ มีเพียงสำนักเทียนเต้าเท่านั้น!
รางวัลสุดยอดของศิษย์ โอสถเก้าเปลี่ยนสรรค์สร้างเซียนหนึ่งเม็ด (จำกัดให้ศิษย์จูเก๋อเฟิงเป็นผู้ใช้)
รางวัลสุดยอดของโฮสต์ โอสถอนาคตหนึ่งเม็ด (จำกัดให้โฮสต์เป็นผู้ใช้)
โอสถเก้าเปลี่ยนสรรค์สร้างเซียน โอสถเซียนเปลี่ยนชะตากรรมอันสูงสุด สามารถทำให้ร่างกายหล่อหลอมขึ้นใหม่ ชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นคืนชีพ เปลี่ยนคนชราให้กลับคืนสู่เยาว์วัย อีกทั้งยังกระตุ้นศักยภาพประการหนึ่งให้บรรลุถึงระดับสูงสุด ศักยภาพรวมถึงทว่าไม่จำกัดอยู่เพียงกายา รากปราณ ความเข้าใจ..........
โอสถอนาคต หลังจากโฮสต์กลืนกินลงไปแล้ว สามารถหยิบยืมตบะพลังความสามารถในอีกหนึ่งร้อยปีให้หลังของศิษย์ มาใช้ได้ในช่วงเวลาหนึ่ง รวมถึงทักษะการต่อสู้และมหาเวทย์ที่จะเล่าเรียนในอนาคตเป็นต้น
รางวัลสุดยอดทั้งสองประการ ประการหนึ่งมอบให้แก่จูเก๋อเฟิง อีกประการหนึ่งมอบให้แก่ตัวเขา
สมแล้วที่เป็นรางวัลสุดยอด ไม่ทำให้ซูไป๋ต้องมีความผิดหวัง ล้วนเป็นสมบัติอันสูงสุดทั้งสิ้น!
โอสถเก้าเปลี่ยนสรรค์สร้างเซียน โอสถเซียนอันสูงสุด มีอานุภาพในการเปลี่ยนชะตากรรมทลายฟ้า เช่นนั้นวิกฤตการณ์ของจูเก๋อเฟิงในยามนี้ ย่อมสามารถคลี่คลายได้อย่างง่ายดาย!
อีกทั้ง จูเก๋อเฟิงหลังจากเปลี่ยนชะตากรรมแล้ว ย่อมต้องมีความแข็งแกร่งมากขึ้นไปอีก!
โอสถอนาคต ก็เป็นไพ่ตายอันยอดเยี่ยมประการหนึ่งเช่นกัน!
สถานที่ภายนอกสำนักเทียนเต้า พลังความสามารถของเขาย่อมมีความจำกัด ทว่าเมื่อมีโอสถอนาคตนี้ เขาก็จะมีไพ่ตายอันแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมาอีกประการหนึ่ง!
จูเก๋อเฟิงที่แข็งแกร่งมากขึ้นหลังจากกลืนกินโอสถเก้าเปลี่ยนสรรค์สร้างเซียนแล้ว เมื่อฝึกฝนต่อไปอีกหนึ่งร้อยปี ย่อมบรรลุถึงพลังความสามารถในระดับใดกัน?
แกนปราณทองคำ? ทารกเซียน?
หรือว่าตัดสลับวิญญาณ?
"จงกลืนกินมันลงไป ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมรักษาจนหายดี"
ซูไป๋หยิบโอสถเก้าเปลี่ยนสรรค์สร้างเซียนออกมา ส่งมอบให้แก่จูเก๋อเฟิง
"อาจารย์.......นี่คือสิ่งใดกัน?"
มองดูขวดหยกตรงหน้า จูเก๋อเฟิงมีความเคลือบแคลงสงสัยเล็กน้อย
เขาแม้ไม่รับรู้ว่าภายในขวดหยกคือสิ่งของอันใด ทว่า เพียงแค่ขวดใบนี้ ก็ทำให้เขารู้สึกว่าไม่ธรรมดาแล้ว
ต่อให้เป็นเพียงการสัมผัสแวบหนึ่ง กระทั่งพลังชีวิตที่เหือดแห้งภายในร่างของเขา ดูเหมือนยังคงค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมาเลยทีเดียว!
"ไม่ต้องเอ่ยถามว่าเป็นสิ่งใด กลืนกินลงไปก็พอ" ซูไป๋โบกมือ
"รับคำสั่ง ขอรับอาจารย์!"
เขาไม่มีความลังเลใจแม้แต่น้อย อ้าปากสูดลมหายใจเข้าคำหนึ่ง ในทันใดนั้น ขวดหยกก็เปิดออก โอสถเม็ดหนึ่งที่มีความใสกระจ่าง ย่อมถูกเขากลืนกินลงสู่ท้อง
ในทันใดนั้น โอสถก็แปรเปลี่ยนเป็นพลังชีวิตอันบริสุทธิ์อันลึกล้ำสายหนึ่ง แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างของเขา!
ความรู้สึกอันยากจะเอ่ยคำ กระจายไปทั่วทุกส่วนของร่างกายของจูเก๋อเฟิง
ในขณะเดียวกัน ดอกบัวหลากสีที่มีความงดงามยิ่งดอกหนึ่ง ก็ปรากฏขึ้นที่ใต้เท้าของจูเก๋อเฟิง กลีบบัวทั้งสิบสองกลีบ ค่อยๆ หุบเข้าหากัน ห่อหุ้มร่างของจูเก๋อเฟิงไว้ด้านใน
การสรรค์สร้างแห่งฟ้าดิน การกำเนิดใหม่จากกองเพลิง!
ยามที่จูเก๋อเฟิงก้าวเดินออกมา ย่อมต้องได้รับการผลัดเปลี่ยนกระดูกผลัดผิวพรรณอย่างแน่นอน!
"อาจารย์ นี่คือสิ่งใดกัน ช่างงดงามยิ่งนัก!"
เซียวหลิงซีเบิกดวงตาคู่งามที่ใสกระจ่าง จ้องเขม็งไปที่ดอกบัวหลากสีดอกนั้นแล้วเอ่ยถาม
"นี่คือปทุมสรรค์สร้าง ในอนาคตวันใดวันหนึ่ง เจ้าก็จะได้ครอบครองมันเช่นเดียวกัน" ซูไป๋ส่งยิ้มให้แผ่วเบา
"อืม!"
เซียวหลิงซีพยักหน้าอย่างว่าง่าย ในดวงตา เริ่มมีความคาดหวังต่อปทุมสรรค์สร้างที่เป็นของตนเองแล้ว
ซูไป๋สะบัดมือปิดกั้นปทุมสรรค์สร้างไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นอายรั่วไหลออกไป
หลังจากเขาจัดการเรื่องราวทั้งหมดนี้เสร็จสิ้นลง บริเวณเชิงเขา อยู่ๆ ก็มีน้ำเสียงอันเปี่ยมไปด้วยพลังสายหนึ่งดังแว่วมา
"เจ้าบ้านตระกูลเซียวแห่งจักรวรรดิต้าจ้าว เดินทางมาเข้าพบสำนักเทียนเต้า!"
เมื่อได้ยินน้ำเสียงนี้ ซูไป๋ยังไม่ได้แสดงท่าทีอันใด เซียวหลิงซีก็เกิดอาการสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่างแล้ว
นางมองลงไปทางเชิงเขา พบเห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่บริเวณประตูสำนักของสำนักเทียนเต้า
ในชั่วพริบตาที่ได้พบเห็นกลุ่มคนกลุ่มนี้ เซียวหลิงซีราวกับกระต่ายที่ตื่นตูมตัวหนึ่ง หลุดปากอุทานออกมาว่า
"แย่แล้ว คนในครอบครัวของข้าสืบหาตัวพบแล้ว!"
...