เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 130 ลูกสะใภ้ใหญ่ตั้งครรภ์

บทที่ 130 ลูกสะใภ้ใหญ่ตั้งครรภ์

บทที่ 130 ลูกสะใภ้ใหญ่ตั้งครรภ์


ช่วงต้นวสันต์เหมาะกับการเพาะปลูก วันนี้ปลูกสิ่งนี้ พรุ่งนี้ปลูกสิ่งนั้น เกษตรกรทั่วทั้งเขตเนี่ยซวงว่างต่างพากันยุ่งวุ่นวาย

ส่วนหมู่บ้านน่าเยนั้น นอกจากจะยุ่งกับการเพาะปลูกแล้ว หลายครอบครัวยังต้องแบ่งแรงงานไปถางที่ทำสวนผลไม้ด้วย จึงยิ่งยุ่งจนหัวหมุนทีเดียว

เติ้งซื่อหรงเองก็ไม่ได้อยู่นิ่ง แม้ภูเขาลิ้นจี่จะเน้นปลูกลิ้นจี่กุ้ยเว่ยเป็นหลัก แต่เขาก็ยังเตรียมหลุมปลูกเผื่อไว้สำหรับปลูกลำไย ขนุน มะม่วง มะเฟือง ยัมเบอร์รี่ ลิ้นจี่สามหัว และพลับ เป็นต้น

เมื่อปลูกไม้ผลที่พบเห็นได้บ่อยในอำเภอโป๋ไป๋จนครบทุกชนิด เวลาก็ล่วงเข้าสู่ช่วงปลายเดือนอ้ายแล้ว

วันนี้ หลังจากทานมื้อค่ำเสร็จ เจียงเต๋อหู่ก็เอ่ยขึ้นว่า “ท่านน้า (ใช้คำว่าอาข่งในภาษาถิ่นแคะ มีนักอ่านบอกว่าอ่านยาก เลยเปลี่ยนกลับมาครับ) ตอนนี้ก็ได้เวลาแล้ว พรุ่งนี้ผมจะไปรับลูกสุนัขห้าตัวที่บ้านอาที่สิบหกกลับมาดีไหม?”

เติ้งซื่อหรงพยักหน้าพลางกล่าว “ได้สิ รับกลับมาเถอะ!” พูดจบเขาก็หยิบเงิน 5 หยวนส่งให้หลานเขย

เจียงเต๋อหู่เห็นดังนั้นก็รีบเอ่ย “ท่านน้า ไม่ต้องให้เงินเยอะขนาดนี้หรอก ให้สักหนึ่งหรือสองเหมาพอเป็นพิธีก็พอแล้ว!”

ในเขตเนี่ยซวงว่าง การรับลูกสุนัขมาเลี้ยงนั้นต้องให้เงินเสมอ

โดยเฉพาะลูกสุนัขที่รับมาจากบ้านเดิมฝ่ายหญิง หากไม่ให้เงินจะเรียกว่า “กัดเส้นทางบ้านเดิมให้ขาด” ซึ่งถือเป็นเรื่องอัปมงคล

แน่นอนว่าขอเพียงให้เงินแทนการรับมาฟรี ๆ ก็พอแล้ว แม้จะให้เพียงหนึ่งเหว่ย แต่นั่นก็นับว่าเป็นการให้เงินแล้ว พิสูจน์ว่าลูกสุนัขตัวนี้ซื้อมาด้วยเงิน

เติ้งซื่อหรงยัดเงินใส่มือเขาโดยตรงพลางยิ้มกล่าว “ถึงจะเป็นญาติกัน แต่จะให้เขาขาดทุนไม่ได้ อาที่สิบหกคนนี้ดูแลลูกสุนัขห้าตัวมานานกว่าสองเดือน ให้ลูกสุนัขตัวละหนึ่งหยวนก็ไม่ถือว่าเยอะหรอก”

ในเมื่อไม่ใช่ลูกสุนัขของตัวเอง เจียงเต๋อหู่จึงไม่ปฏิเสธอีก รับเงินมาไว้

เช้าวันถัดมา เจียงเต๋อหู่ก็ขี่จักรยานตราหย่งจิ่วกลับไปรับลูกสุนัขห้าตัวจากบ้านอาที่สิบหกกลับมาอีกครั้ง

เติ้งซื่อหรงเก็บไว้ที่บ้านสองตัว ส่วนอีกสามตัวให้เจียงเต๋อหู่นำไปเลี้ยงที่ภูเขาลิ้นจี่

……

วันขึ้นหนึ่งค่ำเดือนยี่ จิงเจ๋อ

นี่คือฤดูกาลที่สามในบรรดายี่สิบสี่ฤดูกาล

วันนี้ ครอบครัวเติ้งซื่อหรงมีเรื่องน่ายินดี ลูกสะใภ้ใหญ่ของเขาตั้งครรภ์แล้ว!

“ดี! ดี! ดี!”

เมื่อได้ยินข่าวนี้ เติ้งซื่อหรงก็กล่าวคำว่าดีออกมาสามครั้งด้วยความดีใจ

“นี่มันดีจริง ๆ ยินดีด้วยนะพี่สะใภ้!” เติ้งอวิ๋นเจินเองก็กล่าวแสดงความยินดีด้วยสีหน้าตื่นเต้น

จางซิ่วผิงยิ้มพลางเตือน “อวิ๋นเจิน เบาเสียงหน่อย อย่าให้คนนอกได้ยินล่ะ!”

เพราะช่วงสามเดือนแรกของการตั้งครรภ์ทารกยังไม่มั่นคง ดังนั้นไม่ว่าจะในยุคนี้หรือยุคหลัง เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ใหม่ ๆ นอกจากคนในครอบครัวแล้ว โดยปกติจะไม่บอกคนอื่น รอให้ผ่านไปสามเดือนทารกมั่นคงแล้วถึงจะประกาศข่าวออกไป

เติ้งอวิ๋นเจินย่อมเข้าใจเรื่องนี้ นางแลบลิ้นออกมาด้วยความเก้อเขิน

เติ้งซื่อหรงกำชับด้วยรอยยิ้มเต็มหน้า “อาผิง ตั้งแต่นี้ไป เธอไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ต้องระวังร่างกายให้ดี ป้องกันไม่ให้เป็นหวัด อารมณ์ก็ห้ามตื่นเต้นเกินไป ทุกเช้าให้อวิ๋นเจินพาออกไปเดินเล่นบ้าง ช่วงบ่ายอวิ๋นไท่กลับมาแล้ว ก็ให้เขาพาไปเดินเล่นด้วย……”

เขาไม่ได้เอ่ยเรื่องนอนหัวค่ำตื่นเช้า เพราะในยุคที่ชนบทยังไม่มีไฟฟ้าใช้นี้ ใครบ้างล่ะที่จะไม่นอนหัวค่ำตื่นเช้า!

ส่วนเรื่องอาหารการกิน เขาก็ไม่ได้เอ่ยเช่นกัน เพราะคนตัดสินใจว่าจะทำอะไรกินในแต่ละวันคือเขาซึ่งเป็นพ่อสามี

จางซิ่วผิงสัมผัสได้ถึงความห่วงใยจากการกำชับของพ่อสามี จึงกล่าวด้วยรอยยิ้มเบิกบาน “รับทราบแล้วพ่อ!”

ในยุคนี้ แต่ละครอบครัวในชนบทต้องมีลูกหลายคน ดังนั้นการตั้งครรภ์สำหรับคนชนบทจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แค่ต้องระวังในช่วงสามเดือนแรกเล็กน้อย หลังจากผ่านสามเดือนไปแล้ว อะไรที่เคยทำก็ต้องทำต่อไป!

แม้กระทั่งการคลอดลูกในระหว่างทำงานก็พบเห็นได้ทั่วไป

เติ้งซื่อหรงเป็นคนที่ผ่านยุคหลังมา ความคิดย่อมต่างจากคนชนบทในตอนนี้อย่างมาก หลังจากกำชับข้อควรระวังเสร็จ เขาก็คิดว่าจะทำอาหารอะไรให้ลูกสะใภ้ใหญ่ทานในช่วงบ่ายดี หญิงตั้งครรภ์ต้องเน้นโภชนาการที่สมดุล ต่อจากนี้เขาจะพยายามทำอาหารให้หลากหลายขึ้น เพียงแค่ลดปริมาณของอาหารแต่ละอย่างลงก็พอ

คิดอยู่ครู่หนึ่ง เติ้งซื่อหรงก็หยิบเงิน 5 หยวนส่งให้ลูกสาวคนโตพลางกล่าว “อวิ๋นเจิน เธอไปซื้อไก่จากบ้านชางว่างกลับมาสักตัว ช่วงบ่ายตุ๋นน้ำแกงให้พี่สะใภ้เธอดื่ม น้ำแกงไก่มีโภชนาการดี”

“ได้เลย!” เติ้งอวิ๋นเจินรับเงินมาแล้วเตรียมตัวไปซื้อไก่

หมู่บ้านตั้งแต่ปีที่แล้ว จำนวนการเลี้ยงไก่ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ละบ้านเลี้ยงไว้อย่างน้อยสิบกว่าตัว การจะซื้อไก่จึงเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก

จางซิ่วผิงเห็นดังนั้นจึงรีบเอ่ย “พ่อ ที่บ้านก็กินดีมากอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องจงใจซื้อไก่มาตุ๋นน้ำแกงหรอก”

เติ้งซื่อหรงยิ้มกล่าว “ตั้งแต่นี้ไป เธอไม่ได้กินข้าวคนเดียวแล้ว เจ้าตัวเล็กในท้องก็ต้องกินเหมือนกัน ต่อไปพ่อจะตุ๋นน้ำแกงให้เธอดื่มทุกวัน ไม่ว่าอยากอาหารหรือไม่ ก็พยายามกินอาหารแต่ละอย่างสักนิด สิ่งนี้จะช่วยให้โภชนาการสมดุล ซึ่งเป็นผลดีต่อการเจริญเติบโตของเด็ก”

จางซิ่วผิงได้ยินแล้วรู้สึกซาบซึ้งใจจริง ๆ ตอนที่พี่สะใภ้คนแรกและคนที่สองแต่งเข้ามา พวกนางได้รับการปรนนิบัติอย่างไรในยามตั้งครรภ์ นางย่อมรู้ดีที่สุด รวมถึงลูกสะใภ้คนอื่นในหมู่บ้านยามตั้งครรภ์ อย่างมากก็แค่ทำงานน้อยลงในช่วงสามเดือนแรก แต่เรื่องอาหารการกินพื้นฐานก็เหมือนเดิม ไม่มีการปรนนิบัติพิเศษอะไร

แต่จากความหมายของพ่อสามี ต่อไปจะตุ๋นน้ำแกงให้นางดื่มทุกวัน คำว่า “ตุ๋น” นี้ย่อมหมายถึงของดีแน่นอน

หญิงตั้งครรภ์คนอื่นตั้งแต่ตั้งท้องจนคลอดลูก อาจจะไม่ได้ดื่มน้ำแกงตุ๋นถึงสามครั้งด้วยซ้ำ แต่นางกลับได้ดื่มทุกวันตั้งแต่เริ่มรู้ตัวว่าท้อง อย่าว่าแต่ลูกสะใภ้ในหมู่บ้านเลย ต่อให้เป็นลูกสะใภ้ในเมือง ก็คงไม่ได้รับการปรนนิบัติแบบนี้ใช่ไหม?

จางซิ่วผิงกล่าวด้วยดวงตาแดงก่ำด้วยความซาบซึ้ง “ขอบคุณพ่อมาก!”

……

ช่วงบ่าย เมื่อเติ้งอวิ๋นไท่กลับจากการทำงาน เขาก็ถูกภรรยาลากเข้าไปคุยในห้อง

เติ้งอวิ๋นไท่ยิ้มถาม “อาผิง เธอมีเรื่องอะไรถึงได้ทำลับ ๆ ล่อ ๆ แบบนี้?”

หลังจากจางซิ่วผิงปิดประตูแล้วก็นางกล่าวด้วยรอยยิ้ม “พี่ไท่ ฉันมีข่าวดีจะบอกพี่”

“ข่าวดีอะไร?”

“ในท้องของฉันมีเจ้าตัวเล็กแล้ว!”

เติ้งอวิ๋นไท่ได้ยินดังนั้นก็ตื่นเต้นจนแทบจะกระโดดตัวลอย ถามด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจ “อาผิง นี่เรื่องจริงเหรอ? ข่าวชัวร์หรือเปล่า?”

จางซิ่วผิงลูบท้องพลางยิ้ม “คุณหมอเป็นคนบอกฉันเอง และประจำเดือนของฉันก็เลื่อนมาอาทิตย์กว่าแล้ว เรื่องนี้ชัวร์เก้าในสิบส่วนทีเดียว”

เติ้งอวิ๋นไท่ได้ยินดังนั้นก็รีบถามอย่างร้อนรนทันที “เธอไปหาหมอมาเหรอ? เธอไม่สบายตรงไหน?”

เห็นท่าทางกระวนกระวายของสามี จางซิ่วผิงก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาพลางกล่าว “ไม่ต้องห่วงหรอก แค่ก่อนหน้านี้รู้สึกคลื่นไส้นิดหน่อยเลยไปหาหมอ หลังจากหมอแมะชีพจรให้แล้ว ถึงได้บอกว่าฉันตั้งครรภ์”

เติ้งอวิ๋นไท่ถึงได้วางใจ จากนั้นก็กำชับว่า “อาผิง ตอนนี้เธอท้องแล้ว ต่อไปงานในบ้านก็ไม่ต้องทำ ให้เป็นหน้าที่ของอวิ๋นเจินทำก็พอ!”

“เรื่องนี้พ่อสั่งการไว้เรียบร้อยแล้ว ยังบอกให้พี่พาฉันออกไปเดินเล่นหลังทานมื้อค่ำทุกวันด้วยนะ!”

“อืม เดี๋ยวพอทานข้าวเสร็จ พี่จะพาเธอออกไปเดินเล่นทันที!”

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 130 ลูกสะใภ้ใหญ่ตั้งครรภ์

คัดลอกลิงก์แล้ว