- หน้าแรก
- ยอดภรรยาชาวนาผู้มีพลังวิเศษ
- บทที่ 142 ใจสลาย
บทที่ 142 ใจสลาย
บทที่ 142 ใจสลาย
บทที่ 142 ใจสลาย
ณ เรือนพักแยกส่วน
ภายในห้อง ถังจิ่งหงสั่งให้เหวินเส้าหยวนห่ออาหารจำนวนมากจากเหลาอาหารมาเตรียมไว้ รอให้ฉู่ชิงจื่อตื่นขึ้นมาทาน
เขาจัดเตรียมถ้วยชามและตะเกียบเรียบร้อยแล้วเดินไปที่เตียง ทว่าเวลาล่วงเลยผ่านไปถึงสามวันแล้ว ฉู่ชิงจื่อก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมา
ถังจิ่งหงเริ่มร้อนรนใจ "ชิงจื่อ ทำไมเจ้าถึงยังไม่ตื่นอีก?"
เขานั่งลงข้างเตียง กุมมือเรียวบางของฉู่ชิงจื่อไว้อย่างทะนุถนอม ความอดทนของเขากำลังหมดลงอย่างช้าๆ
เมื่อตกค่ำ เขาก็ไม่อาจรอได้อีกต่อไป "เส้าหยวน แอบพาตัวจ้านหงจวินมาที่นี่ที!"
"ขอรับ ท่านแม่ทัพ"
จ้านหงจวินเดินทางออกไปได้ครึ่งค่อนวันแล้ว แต่เรื่องแค่นั้นไม่อาจหยุดยั้งเหวินเส้าหยวนได้ เขายังคงพาตัวชายหนุ่มกลับมาได้อยู่ดี แม้จะต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อยก็ตาม
เนื่องจากไม่อาจให้ผู้ใดล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของเขาได้ เหวินเส้าหยวนจึงสับต้นคอของทั้งสองจนสลบแล้วพาตัวมา หลังจากกลับมาถึงเรือนพัก เขาก็วางทั้งคู่ทิ้งไว้ที่ลานเรือน
ความสัมพันธ์ระหว่างเปาหลินเจียงกับถังจิ่งหงก็สนิทสนมกันพอสมควร เขาจึงไม่กล้าทิ้งเปาหลินเจียงไว้ตามลำพังและหิ้วตัวติดมาด้วย
ชายหนุ่มผู้น่าสงสารทั้งสองไม่เพียงแต่ต้องเดินเท้าเปล่าประโยชน์ไปครึ่งวัน แต่ยังโดนสับเข้าที่ต้นคอจนปวดร้าวไปพักใหญ่หลังจากฟื้นคืนสติ
"พวกเราถูกลักพาตัวหรือนี่?" เปาหลินเจียงตอบสนองด้วยความตื่นเต้น นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเดินทางไกล ไม่คิดเลยว่าจะโดนลักพาตัวจริงๆ
จ้านหงจวิน "..."
"เสี่ยวเปาอวี้ ถ้าถูกลักพาตัวเจ้าอาจจะโดนฆ่าทิ้งได้นะ!" จ้านหงจวินอดไม่ได้ที่จะเตือนสติเมื่อเห็นท่าทีตื่นเต้นของเขา
แท้จริงแล้วเปาหลินเจียงค่อนข้างใสซื่อบริสุทธิ์ เขาขลุกอยู่กับตำรายาทุกวันและได้รับการปกป้องอย่างดีจากครอบครัว "ข้าไม่ได้ไปล่วงเกินเขาสักหน่อย ทำไมเขาถึงต้องฆ่าข้าด้วยล่ะ?"
จ้านหงจวินส่ายหัวจนปัญญา ช่างไร้เดียงสาเสียจริง!
ทันใดนั้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและหนักแน่นก็ดังขึ้น "หงจวิน หลินเจียง เข้ามาสิ"
ทั้งสองสะดุ้งตกใจพลางมองหน้ากัน เมื่อครู่นี้คือเสียงของพี่ถังงั้นหรือ?
จ้านหงจวินลองส่งเสียงเรียกหยั่งเชิง "พี่ถัง?"
ประตูเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งสง่างามของถังจิ่งหง ใบหน้าของเขาเคร่งขรึม แผ่กลิ่นอายกดดันออกมา "เข้ามา"
ทั้งสองรีบก้าวเข้าไปหา
จ้านหงจวินสงสัยยิ่งนักว่าเหตุใดถังจิ่งหงถึงมาอยู่ที่นี่ แต่เขาก็ไม่กล้าซักไซ้ให้มากความ ได้แต่เดินตามเข้าไปในห้องอย่างว่าง่าย
เปาหลินเจียงดึงแขนจ้านหงจวินไว้แล้วพุ่งตัวไปข้างหน้า "พี่ถัง ที่นี่คือที่ไหนหรือ? เกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
จ้านหงจวินมองเปาหลินเจียง เสี่ยวเปาอวี้ช่างหัวทึบเสียจริง มองไม่ออกหรือไรว่าพี่ถังกำลังอารมณ์ไม่ดี? เอาแต่ถามนู่นถามนี่โดยไม่สังเกตสถานการณ์เลยสักนิด
ถังจิ่งหงไม่ได้ตอบคำถามใดๆ ของเขา ทำเพียงเอ่ยสั่ง "วิชาแพทย์ของพวกเจ้าทั้งสองล้ำเลิศนัก เข้าไปดูอาการของชิงจื่อด้วยกันหน่อยสิ"
เปาหลินเจียงเต็มไปด้วยคำถาม ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าที่เย็นชาลงกว่าเดิมของถังจิ่งหง เขาก็ไม่กล้าเอ่ยปากถามอะไรอีกและรีบเดินไปที่เตียงทันที
เบื้องหลังเขา หัวใจของจ้านหงจวินกระตุกวูบ แม่นางฉู่เป็นอะไรไปได้ล่ะ?
เขารีบก้าวตามไปอย่างรวดเร็ว
เปาหลินเจียงยื่นมือออกไปจับชีพจรของฉู่ชิงจื่อ ก่อนที่คิ้วกระบี่ของเขาจะขมวดเข้าหากันในทันที
เขาลอบคิดในใจ ร่างกายของนางทั้งนุ่มนวลและอบอุ่น แต่กลับไม่มีชีพจร นี่มันโรคประหลาดอันใดกัน? พิลึกนัก!
เขาเบี่ยงตัวหลบ "หงจวิน เจ้าลองมาตรวจดูสิ"
จ้านหงจวินไม่มัวเสียเวลาพูดพร่ำทำเพลง เขารีบเข้าไปจับชีพจรของฉู่ชิงจื่อ แล้วคิ้วเรียวสวยของเขาก็ขมวดมุ่นในทันทีเช่นกัน
ฉู่ชิงจื่อไม่มีชีพจรและไร้เสียงหัวใจเต้น ทว่าร่างกายของนางกลับยังคงสภาพราวกับคนมีชีวิต เขาไม่เคยพบเห็นชีพจรที่พิลึกพิลั่นเช่นนี้มาก่อน น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!
ทั้งสองมองหน้ากัน คู่กัดตลอดกาลกลับมีความรู้ใจกันอย่างน่าประหลาด พวกเขาต่างเข้าใจความหมายผ่านสายตาของอีกฝ่ายได้ทันที
ถังจิ่งหงเห็นสายตาแปลกประหลาดของทั้งสอง หัวใจของเขาก็ดิ่งวูบ "ชิงจื่อเป็นอะไรไป?"
เปาหลินเจียงไม่รู้ว่าฉู่ชิงจื่อมีความสำคัญต่อถังจิ่งหงมากเพียงใด เขาจึงเอ่ยออกไปตามตรง "นางตายแล้ว แต่ก็เหมือนยังไม่ตาย พวกเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น"
เมื่อถังจิ่งหงได้ยินคำพูดเหล่านั้น สมองของเขาก็อื้ออึงราวกับถูกระเบิด สีเลือดบนใบหน้าจางหายไปจนขาวซีด นัยน์ตาพลันมืดบอด... เขารีบพุ่งเข้าไปที่ข้างเตียง ทรุดเข่าลงกับพื้นโดยพลัน พร้อมทั้งคว้ามือของฉู่ชิงจื่อมากุมไว้
ชิงจื่อบอกว่าจะหลับไปแค่สามวัน แล้วนางจะตายได้อย่างไร!!!
สายตาของเขาจ้องเขม็งไปยังใบหน้าที่ดูมีเลือดฝาดและซับสีชมพูระเรื่อของฉู่ชิงจื่อ ไม่เหมือนคนตายเลยสักนิด "เป็นไปไม่ได้!"
เปาหลินเจียงมองดูปฏิกิริยารุนแรงของถังจิ่งหง ก่อนจะเพิ่งตระหนักได้ในภายหลังว่าเขาดูเหมือนจะก่อเรื่องเข้าให้แล้ว
เขาหันไปมองจ้านหงจวินที่กำลังถลึงตาดุร้ายใส่เขา หัวใจของเขาร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ตอนนี้เขาควรทำอย่างไรดี?
เปาหลินเจียงรีบคิดหาวิธีแก้ปัญหาในหัวอย่างรวดเร็ว "พี่ถัง ท่านอย่าเพิ่งกังวลไป ตระกูลของข้ามียาวิเศษ ท่านปู่เคยบอกว่ามันสามารถชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นคืนได้ ข้าจะกลับไปเอามาเดี๋ยวนี้แหละ" พูดจบเขาก็วิ่งออกไปทันที
จ้านหงจวินรีบวิ่งตามออกไป "รอข้าด้วย"
ถังจิ่งหงกำลังจมดิ่งอยู่ในความโศกเศร้าอย่างแสนสาหัส จึงไม่มีกะจิตกะใจจะไปสนใจพวกเขาสองคน เขาวางหน้าผากลงบนหลังมือของฉู่ชิงจื่อ ทันใดนั้น หยดน้ำตาก็ร่วงหล่นลงบนผ้าห่ม นำพาความโศกศัลย์อันรุนแรงแตกกระจายเป็นหยดน้ำเล็กๆ
"ชิงจื่อ ข้าควรจะห้ามเจ้า ข้าไม่ควรยอมให้เจ้าทำพิธีขอฝน ไม่ควรปล่อยให้เจ้าทำเรื่องที่ฝืนกฎธรรมชาติเช่นนี้เลย"
"ชิงจื่อ ข้าเสียใจ ข้าไม่เคยเสียใจกับเรื่องใดมากเท่านี้มาก่อน"
"ชิงจื่อ ตื่นเถิดนะ ตื่นขึ้นมาเถอะ ได้หรือไม่?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำ แผ่วเบา และหนักอึ้งดังก้องกังวานอยู่ในห้อง เต็มเปี่ยมไปด้วยความเสียใจ เต็มไปด้วยความโศกเศร้า...
ทางด้านฉู่ชิงจื่อ นางกำลังรู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างมาก นางควรจะฟื้นขึ้นมาภายในสามวัน แต่ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใด วิญญาณของนางถึงถูกดีดออกจากร่าง นั่นหมายความว่านางไม่สามารถกลับเข้าร่างได้อีก
ในยามนี้ ร่างกายของนางโปร่งแสง ล่องลอยอยู่หน้าเตียง และกำลังมองดูถังจิ่งหงด้วยความปวดใจ
นางเห็นได้อย่างชัดเจนว่าจิ่งหงกำลังร้องไห้เพื่อตนเอง
น้ำตาของลูกผู้ชายไม่ไหลรินโดยง่าย จะหลั่งก็ต่อเมื่อใจสลายอย่างแท้จริงเท่านั้น บุรุษผู้นี้รักนางมากเพียงใดกัน ถึงได้ร้องไห้ออกมาปานนี้?!
นางเอื้อมมือออกไปสัมผัสถังจิ่งหง หวังจะปลอบประโลมชายหนุ่มตรงหน้า แต่มือของนางกลับทะลุผ่านร่างของเขาไป นางไม่สามารถแตะต้องตัวเขาได้เลยแม้แต่น้อย
นางควรทำอย่างไรดี?
นางเอื้อมมือไปกดที่หว่างคิ้วของร่างเนื้อ เตรียมที่จะบังคับวิญญาณกลับเข้าไป แต่กลับถูกดีดกระเด็นออกไปไกลลิบในทันที
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน? ร่างนี้ใช้งานมาหลายเดือนและเข้ากันได้ดีมากแท้ๆ แล้วทำไมจู่ๆ ถึงได้ต่อต้านนางรุนแรงถึงเพียงนี้?
ต้องมีปัญหาอะไรแน่ๆ!
นางลอยกลับมา ยืนอยู่ตรงหน้าเตียงอีกครั้ง พลางครุ่นคิดหาวิธีแก้ปัญหาไม่หยุดหย่อน
จากนั้นนางก็ลองทำอีกหลายวิธี ทว่ากลับล้มเหลวไม่เป็นท่าอย่างไม่มีข้อยกเว้น นางชักจะเริ่มร้อนใจขึ้นมาแล้ว "นี่มันผิดปกติเกินไปแล้วนะ?!"
สองชั่วยามผ่านไป เสียงฝีเท้าสองคู่ก็วิ่งกรูเข้ามา
ฉู่ชิงจื่อหันไปมองและเห็นว่าจ้านหงจวินกับเปาหลินเจียงกลับมาแล้ว เปาหลินเจียงถือขวดยาไว้ในมือ "พี่ถัง อยู่นี่ขอรับ!"
ดวงตาของถังจิ่งหงแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าเขาผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก เขาแทบจะคว้าขวดยามา เทเม็ดยาออกมาจากข้างใน แล้วป้อนเข้าปากฉู่ชิงจื่อในทันที
นอกจากชิงจื่อแล้ว ทั้งสองคนนี้ถือเป็นหมอที่เก่งกาจที่สุดในต้าหลิ่ง ถังจิ่งหงจึงป้อนยาให้นางโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
หลังจากร่างเนื้อของฉู่ชิงจื่อกลืนยาลงไปได้ครู่หนึ่ง นางก็เห็นแสงสีขาวจางๆ ปรากฏขึ้นบนผิวหน้าของร่างนั้น วิญญาณของนางถูกดึงดูดด้วยพลังบางอย่าง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นลำแสงพุ่งวาบกลับเข้าไปในร่างกาย
เมื่อฉู่ชิงจื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง นางก็พบว่ามุมมองของนางได้เปลี่ยนไปแล้ว
ในที่สุดก็กลับเข้าร่างได้เสียที นางลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
ในยามนี้ นางเข้าใจแล้วว่าเหตุใดก่อนหน้านี้จึงไม่สามารถเข้าร่างได้ ร่างกายได้รับความเสียหายอย่างหนักระหว่างการร่ายคาถา มันจึงเกิดปฏิกิริยาต่อต้านทุกสิ่งที่เข้ามาใกล้โดยสัญชาตญาณ
บัดนี้เมื่อมันฟื้นฟูกลับมาและจดจำนางได้ว่าเป็นเจ้าของร่าง มันจึงยอมให้นางกลับเข้าไปได้อีกครั้ง