เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 ขจัดปัดเป่าโรคร้าย

บทที่ 14 ขจัดปัดเป่าโรคร้าย

บทที่ 14 ขจัดปัดเป่าโรคร้าย


บทที่ 14  ขจัดปัดเป่าโรคร้าย

"เจ้าเป็นหมอจริงๆ หรือ?" หัวหน้าหมู่บ้านมองฉู่ชิงจื่อที่ผอมบางราวกับถั่วงอกด้วยความรู้สึกไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก หากฉู่ชิงจื่อเป็นหมอจริงๆ พ่อแม่บุญธรรมในตัวอำเภอของนางจะยอมปล่อยให้นางกลับบ้านมาอย่างนั้นหรือ?

บนใบหน้าของฉู่ชิงจื่อปรากฏรอยยิ้มบางๆ นางชี้ไปทางโจวชิงจง

โจวชิงจงสะดุ้งเฮือก เขายังไม่ทันตั้งตัวจากการถูกฉู่ชิงจื่อจี้จุดอ่อนเมื่อครู่นี้ หากเขาพูดอะไรออกไปอีก เขาอาจจะทนรับไม่ไหว

ฉู่ชิงจื่อเลื่อนนิ้วไปชี้ที่จ้าวซิ่วฮวาแล้วเอ่ยว่า "ยายเฒ่าใจร้ายผู้นี้มักจะรู้สึกเจ็บแปลบที่บริเวณซี่โครงขวาและหน้าท้องส่วนบน บางครั้งก็ปวดตื้อๆ บางครั้งก็เจ็บปวดรวดร้าวทนแทบไม่ไหว และนางเคยปวดจนหมดสติมาแล้วด้วย"

สีหน้าของจ้าวซิ่วฮวาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ฉู่ชิงจื่อพูดได้ถูกต้องทุกประการ

สายตาของฉู่ชิงจื่อเปลี่ยนไปมองถังจิ่งหง "เขาล้มป่วยจากการทำงานหนักเกินไป เขาเคยถูกธนูยิงที่ซี่โครงส่วนล่างจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เขามีแผลถูกฟัน 3 แห่งที่แผ่นหลัง และ 2 ใน 3 แห่งนั้นคือที่กระดูกสันหลังและเอวด้านข้างซึ่งเกือบจะพรากชีวิตเขาไป เขาเคยเดินผ่านประตูผีมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน"

ถังจิ่งหงตื่นตระหนกอยู่ลึกๆ ในใจ ทว่าสีหน้ากลับยังคงสงบนิ่ง

"ส่วนท่านหัวหน้าหมู่บ้านมักจะมีอาการปวดศีรษะ แขนขาอ่อนแรง และมักจะฝันร้ายอยู่บ่อยๆ ในตอนกลางคืน ทำให้ท่านนอนหลับได้ไม่เต็มอิ่มนัก"

จากนั้นฉู่ชิงจื่อก็ชี้บอกอาการเจ็บป่วยของคนอื่นๆ อีกหลายคนได้อย่างแม่นยำ

หวังชิว ภรรยาของท่านอาสาม คือหนึ่งในคนที่ฉู่ชิงจื่อวินิจฉัยอาการป่วยได้ นางเดินเข้าไปหาฉู่ชิงจื่อด้วยความประหลาดใจ "แม่หนู ในเมื่อเจ้ารู้ว่าย่าสามป่วยเป็นอะไร เจ้าพอจะจัดยาให้ได้หรือไม่?"

"แน่นอนเจ้าค่ะ" ฉู่ชิงจื่อเอ่ย "ท่านย่าสาม ข้าไม่มีกระดาษพู่กันอยู่ที่นี่ เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ข้าจะไปหาสมุนไพรมาปรุงยา แล้วนำไปส่งให้ท่านที่บ้านในภายหลัง?"

หวังชิวฉีกยิ้มและตอบตกลง "เช่นนั้นก็วิเศษไปเลย หากเจ้านำยาสมุนไพรมาให้ย่าสาม ย่าสามก็จะไม่เอาเปรียบเจ้าแน่นอน"

ฉู่ชิงจื่อพยักหน้า "ตกลงเจ้าค่ะ"

จ้าวซิ่วฮวาเห็นว่าฉู่ชิงจื่อไม่น่าจะโกหก มิเช่นนั้นคนในหมู่บ้านคงไม่ยอมปล่อยนางไว้แน่ ดวงตาของนางกลอกกลิ้งไปมา ก่อนจะเริ่มประจบประแจงด้วยถ้อยคำหวานหู "ชิงจื่อ ทุกสิ่งที่ข้าพูดไปก่อนหน้านี้ก็แค่อารมณ์ชั่ววูบ เจ้าอย่าได้เก็บไปใส่ใจเลยนะ"

ฉู่ชิงจื่อย่อมไม่ลดตัวไปต่อล้อต่อเถียงกับสตรีเหล่านี้ โลกทัศน์ของนางไม่ได้คับแคบถึงเพียงนั้น ทว่าหากจะมาขอให้นางช่วยล่ะก็ ฝันไปเถอะ

นางแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดของจ้าวซิ่วฮวา และหันไปคุยกับหวังชิวต่อ

จ้าวซิ่วฮวารู้ว่าฉู่ชิงจื่อรังเกียจตน นางจึงเดินเข้าไปหาหลี่ชิงอวี้แทน "ชิงอวี้ ครอบครัวของเราสองคนก็เป็นเพื่อนบ้านกัน ญาติห่างๆ ยังมิสู้เพื่อนบ้านใกล้ชิด ต่อให้พวกเราจะมีปากเสียงกันบ้าง แต่ก็คงไม่หมางเมินกันไปตลอดหรอก ใช่หรือไม่?"

หลี่ชิงอวี้ยังจำได้ดีว่าโจวชิงจงด่าฉู่ชิงจื่อว่าเป็นสุนัข นางจึงไม่สับปลับเล่นลิ้นกับจ้าวซิ่วฮวา "พวกเราไม่กล้าอาจเอื้อมเป็นเพื่อนบ้านกับพวกท่านหรอก และก็ไม่คิดจะปีนเกลียวตีสนิทด้วย"

ใบหน้าของจ้าวซิ่วฮวาแข็งค้าง จากนั้นนางจึงเดินไปหาหัวหน้าหมู่บ้าน "ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน พวกเราล้วนเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน หากพวกเราบาดหมางกัน แล้วต่อไปจะอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านได้อย่างไร? จะใช้ชีวิตกันอย่างไรเล่า?"

หัวหน้าหมู่บ้านปรายตามองจ้าวซิ่วฮวาอย่างเย็นชา เขารู้มาตลอดว่าหญิงชราร้ายกาจผู้นี้ปฏิบัติต่อลูกสะใภ้ไม่ดีนัก แต่ไม่คิดว่าจะดูถูกดูแคลนกันถึงเพียงนี้

เขาเมินเฉยต่อจ้าวซิ่วฮวาแล้วหันไปถามฟู่ไห่เยี่ยน "เจ้าวางแผนจะทำอย่างไรต่อไป? หากเจ้าอยากไป ข้าจะให้โจวชิงจงเขียนหนังสือหย่าให้ แต่หากเจ้าอยากอยู่ต่อก็ย่อมได้ ไม่ว่าเจ้าจะเลือกทางใด ข้าจะออกหน้าเป็นที่พึ่งให้เจ้าเอง"

ในหมู่บ้านแห่งนี้ หัวหน้าหมู่บ้านถือเป็นผู้ที่ได้รับความเคารพนับถือมากที่สุด เขาไม่เพียงแต่ตัดสินใจเรื่องการอยู่หรือไปของคนในหมู่บ้านได้เท่านั้น แต่ยังชี้เป็นชี้ตายได้อีกด้วย

โจวชิงจงถึงกับอกสั่นขวัญแขวนเมื่อได้ยินเช่นนั้น ตอนนี้ทุกคนต่างรู้ดีว่าเขาไม่สามารถมีลูกได้ หากฟู่ไห่เยี่ยนจากไป แล้วจะมีหญิงใดเต็มใจแต่งงานกับเขาอีก?

จ้าวซิ่วฮวาก็หน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวเช่นกัน หากฟู่ไห่เยี่ยนจากไป โจวชิงจงแห่งตระกูลโจวของพวกเขาก็ต้องครองตัวเป็นโสดไปตลอดกาล

"ไม่ได้นะ ไห่เยี่ยน เจ้ากับชิงจงแต่งงานกันมา 2 ปีแล้ว ย่อมต้องมีความผูกพันกันบ้าง ต่อไปข้าจะไม่ตบตีเจ้าอีกแล้ว ข้าจะดีกับเจ้า เจ้าอย่าไปเลยนะ ได้หรือไม่?"

ดวงตาของฟู่ไห่เยี่ยนแดงก่ำและเต็มไปด้วยความสับสน ผ่านไปครู่หนึ่ง นางก็หันไปถามฉู่ชิงจื่อ "ชิงจื่อ ข้าควรจะเลือกทางไหนดี?"

"ข้าไม่รู้หรอกว่าเจ้าควรจะเลือกทางไหน แต่ข้าช่วยเจ้าวิเคราะห์ได้นะ"

ฉู่ชิงจื่อรู้สึกเห็นใจฟู่ไห่เยี่ยนอย่างสุดซึ้ง หญิงสาวผู้นี้อายุเพียง 18 ปี ทว่าตระกูลโจวกลับเคี่ยวเข็ญนางจนดูราวกับหญิงอายุ 28 ปี ช่างน่าเวทนายิ่งนัก

"หากเจ้าเลือกที่จะอยู่ต่อ ก็เป็นไปได้สูงว่าเจ้าจะยังคงถูกตบตีและทารุณกรรม และถึงตอนนั้นก็จะไม่มีใครช่วยเจ้าได้อีก"

ทุกคนต่างเห็นด้วยกับสิ่งที่ฉู่ชิงจื่อพูด จึงไม่มีใครเอ่ยคัดค้าน

ฟู่ไห่เยี่ยนพูดตะกุกตะกัก "แต่แม่สามีเพิ่งบอกว่าต่อไปนางจะดีกับข้า..."

ฉู่ชิงจื่อที่ใช้ชีวิตมายาวนานย่อมเข้าใจสันดานมนุษย์ได้ดีที่สุด "เจ้าย่อมรู้ดีว่า สันดอนขุดได้ แต่สันดานคนนั้นขุดยาก"

ฟู่ไห่เยี่ยนตกอยู่ในความรู้สึกลังเลกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ฉู่ชิงจื่อตบไหล่ฟู่ไห่เยี่ยนเบาๆ แล้ววิเคราะห์ต่อไป "หากเจ้าหย่ากับเขา เจ้าก็ยังเป็นสาวบริสุทธิ์ มีบุรุษอีกมากมายที่อยากแต่งงานกับเจ้า อย่ากลัวไปเลยว่าจะไม่ได้แต่งงาน"

นางไม่มีทางเลือกอื่น สภาพสังคมมันเป็นเช่นนี้ นางจึงตั้งใจพูดเรื่องการเป็นสาวบริสุทธิ์ออกไป เพราะสิ่งนี้จะนำพาให้มีคนมาสู่ขอนางอีกมากมายในอนาคตแน่นอน

ฟู่ไห่เยี่ยนเริ่มคล้อยตาม นางอยากมีครอบครัวที่อบอุ่นและมีความสุข และอยากมีลูกหลายๆ คน หากนางทนอยู่กับตระกูลโจวต่อไป นางก็จะไม่มีวันได้เป็นแม่คน และไม่มีวันได้เติมเต็มความปรารถนาอันเรียบง่ายเหล่านั้น

"ไห่เยี่ยน อย่าไปฟังที่ฉู่ชิงจื่อพูดนะ นางกำลังปั้นน้ำเป็นตัว" โจวชิงจงรีบกล่าวอย่างร้อนรน "ต่อให้เจ้าจะยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง แต่ถึงอย่างไรเจ้าก็เคยแต่งงานมาแล้วครั้งหนึ่ง ยังไงก็ต้องถูกคนอื่นดูถูกดูแคลนอยู่ดี"

ฟู่ไห่เยี่ยนมองหน้าโจวชิงจง ก่อนจะแต่งงานกับเขา นางเคยตั้งความหวังกับชายผู้นี้ไว้มากมาย ทว่าทุกอย่างกลับกลายเป็นการทุบตีและด่าทอ นางต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดผวาตลอดเวลา กินไม่อิ่ม นอนไม่อุ่น นี่คือชีวิตที่นางต้องการอย่างนั้นหรือ?

จ้าวซิ่วฮวาถลึงตาใส่ฉู่ชิงจื่ออย่างดุร้าย จากนั้นก็หันไปฉีกยิ้มให้ฟู่ไห่เยี่ยนพลางเอ่ยว่า "ไห่เยี่ยน ก่อนหน้านี้ครอบครัวเราทำผิดต่อเจ้าเอง หากเจ้ายังอยู่กับเรา ต่อไปพวกเราค่อยไปรับเด็กมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมก็ได้ แล้วครอบครัวจะดีกับเจ้ามากๆ พวกเราจะไม่ตบตีด่าทอเจ้าอีกแล้ว"

ฟู่ไห่เยี่ยนใฝ่ฝันมาตลอดว่าอยากให้แม่สามีทักทายนางด้วยรอยยิ้ม นางไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะได้รับรอยยิ้มนั้นในสถานการณ์เช่นนี้ จู่ๆ นางก็รู้สึกว่าความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมามันช่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย

ขณะที่นางกำลังจะอ้าปากพูด พ่อสามีตระกูลโจวก็โพล่งขึ้นมาว่า "ไห่เยี่ยน พ่อเองก็หวังให้เจ้าอยู่ต่อ หากแม่สามีเจ้าตีเจ้าอีก พ่อจะห้ามนางให้เอง"

ฉู่ชิงจื่อถึงกับพูดไม่ออก แล้วก่อนหน้านี้ทำไมถึงไม่ห้ามเล่า? ช่างขี้ขลาดตาขาวเสียจริง!

เมื่อได้ยินเช่นนั้น จู่ๆ ฟู่ไห่เยี่ยนก็นึกถึงภาพตอนที่พ่อสามียื่นไม้ให้จ้าวซิ่วฮวา นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ บีบมือฉู่ชิงจื่อแน่น แล้วประกาศกร้าวอย่างหนักแน่นว่า "ข้าต้องการหย่า!"

บรรยากาศโดยรอบเงียบกริบลงในทันตา

โจวชิงจงไม่อาจยอมรับความจริงข้อนี้ได้ เขาบันดาลโทสะขึ้นมาอย่างกะทันหัน คว้าท่อนไม้ขึ้นมาฟาดใส่ฉู่ชิงจื่ออย่างเต็มแรง

ท่อนไม้นั้นพุ่งเป้าไปที่ศีรษะของฉู่ชิงจื่อ ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว ช่างโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว!

ฉู่ชิงจื่อจะยอมให้ตัวเองถูกตีได้อย่างไร? นอกจากนางจะไม่โดนตีแล้ว นางยังเตรียมพร้อมที่จะหักแขนของโจวชิงจงให้พิการอีกด้วย

ทว่า มีใครบางคนเคลื่อนไหวเร็วกว่านางก้าวหนึ่ง...

จบบทที่ บทที่ 14 ขจัดปัดเป่าโรคร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว