- หน้าแรก
- หย่าแล้วทะลุมิติมาทำนากับอดีตสามีทรราช
- บทที่ 93: เสียงนินทาว่าร้าย
บทที่ 93: เสียงนินทาว่าร้าย
บทที่ 93: เสียงนินทาว่าร้าย
บทที่ 93: เสียงนินทาว่าร้าย
วันรุ่งขึ้น มีคนแปลกหน้าสามคนมาเยือนยังหมู่บ้านหยางหลิ่ว พวกเขาขับรถลากคันใหญ่ตรงไปยังเตาเผากระเบื้องกั่วกั่วเพื่อมารับกระเบื้อง
เซี่ยเชียนเชียนไม่เห็นชิงถงก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก
"พวกท่านคือ..."
"เตาอุ่นมือเคลือบลงยาส่งพวกเรามาน่ะ" ชายชราที่เป็นผู้นำกล่าว
เซี่ยเชียนเชียนเข้าใจได้ในทันทีว่าเป็นกู้ฉางเซิงที่ส่งพวกเขามา นางจึงรีบนำทางพวกเขาไปยังลานดินด้วยความกระตือรือร้น
กระเบื้องที่เผาเสร็จแล้วมีอยู่หลายร้อยแผ่น มากพอที่จะบรรทุกจนเต็มรถลากคันใหญ่ เพียงแค่ขนกระเบื้องขึ้นรถก็ใช้เวลาไปตลอดทั้งช่วงเช้าแล้ว
ข่าวเรื่องกระเบื้องของเซี่ยเชียนเชียนถูกขายออกไปจนหมดเกลี้ยงแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านหยางหลิ่ว ชาวบ้านบางคนที่อยากรู้อยากเห็นจึงวิ่งมาถามว่า
"เซี่ยเชียนเชียน กระเบื้องของเจ้าขายหมดแล้วจริงๆ หรือ?"
"ขายหมดแล้วเจ้าค่ะ" เซี่ยเชียนเชียนตอบพร้อมกับใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม
"ลูกค้ารายใหญ่ผู้นี้มาจากที่ใดกัน?"
เซี่ยเชียนเชียนแสร้งทำเป็นมีลับลมคมใน
"ไม่สะดวกเปิดเผยเจ้าค่ะ"
"เจ้าคงไม่ได้ไปแย่งการค้ามาจากบ้านเดิมของตระกูลเซี่ยหรอกนะ?" เจียงหมิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
"จะเป็นไปได้อย่างไรเล่า? หากข้าไปแย่งลูกค้าพวกเขามา มีหรือที่พวกเขาจะไม่บุกมาถลกหนังข้าถึงหน้าประตูบ้าน?"
เซี่ยเชียนเชียนยิ้มแย้มภายนอก ทว่าในใจกลับลอบขอบคุณที่กู้ฉางเซิงก็ช่วยรับซื้อกระเบื้องที่ท่านอารองและท่านอาสามนำไปส่งเมื่อวานนี้เช่นกัน
ทว่า เหตุใดหมอนั่นถึงต้องซื้อกระเบื้องไปมากมายขนาดนั้นด้วยนะ?
"มิน่าเล่าเมื่อวานครอบครัวของเจ้าถึงได้กินเนื้อ ข้ายังได้กลิ่นหอมของเนื้อโชยมาเลย" ลุงหลิวหัวเราะเบาๆ เขารู้สึกยินดีกับเซี่ยเชียนเชียนจากใจจริง
ทว่าเจียงหมิงกลับพูดขึ้นมาว่า
"อาศัยอยู่ในกระท่อมมุงจากที่มีแต่ลมโกรก แต่กลับมีปัญญาขยอกเนื้อหมูตุ๋น ช่างตะกละตะกลามเสียจริง!"
"ธุระกงการอะไรของท่าน" เซี่ยเชียนเชียนถลึงตาใส่เจียงหมิง
กระท่อมมุงจากหลังนี้อธิบายยากจริงๆ มันทั้งมีลมพัดลอดเข้ามาและหนาวเหน็บจนแทบจับขั้วหัวใจ
หากปีหน้าหาเงินได้เมื่อไหร่ นางจะสร้างเรือนกระเบื้องอิฐสีครามหลังใหญ่ไว้ซุกหัวนอนให้จงได้!
"ก็ใช่น่ะสิ มันไม่ใช่กงการอะไรของข้า เจ้าไม่ใช่เมียข้าเสียหน่อย ดังนั้นเจ้าจะไปพัวพันกับคุณชายบ้านไหนในเมือง มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ข้าต้องใส่ใจ"
ชาวบ้านต่างมองหน้ากัน ทุกคนล้วนเคลือบแคลงใจใน "ความสามารถ" ของเซี่ยเชียนเชียน
ท้ายที่สุดแล้ว นางก็เป็นเพียงเด็กสาวอายุสิบสามปี จะไปมีความสามารถมากมายสักเพียงใดกันเชียว?
สีหน้าของเซี่ยเชียนเชียนแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน นางก้าวยาวๆ ตรงเข้าไปหาเจียงหมิง
"ท่านพูดว่าอะไรนะ? พูดอีกทีสิ!"
นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันพลางถกแขนเสื้อขึ้น พร้อมที่จะเอาเรื่องเต็มที่
เจียงหมิงเคยถูกทุบตีมาก่อนจึงรู้สึกหวาดกลัว เขาถอยกรูดไปด้านหลังหลายก้าว
"เก่งแต่เรื่องใช้กำลังทุบตีคนอื่นหรืออย่างไร? คนทั้งหมู่บ้านเขารู้กันหมดแหละว่าเจ้าวิ่งแจ้นเข้าเมืองทุกวัน แถมยังได้ผลประโยชน์กลับมาทุกครั้ง เรื่องคาวโลกีย์ของเจ้าน่ะมันแพร่สะพัดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว"
"เรื่องคาวโลกีย์งั้นหรือ? เช่นนั้นวันนี้ท่านจงพูดมาให้ชัดเจน ว่าข้าไปทำเรื่องคาวโลกีย์อะไรไว้! หากอธิบายมาไม่กระจ่างล่ะก็ ข้าจะทุบหัวท่านให้แบะเลยคอยดู!"
เซี่ยเชียนเชียนเดือดดาลจนถึงขีดสุด นางเงื้อหมัดขึ้นสูงด้วยท่าทีดุดันพร้อมบวกเต็มที่
ชาวบ้านหลายคนรีบเข้ามาห้ามปรามและเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี
"บางคนก็แค่ทนเห็นเจ้าได้ดีกว่าไม่ได้ เลยเอาแต่เห่าหอนไปเรื่อย เจ้าอย่าได้ลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับคนพรรค์นี้เลย"
เมื่อเห็นว่ามีคนช่วยรั้งตัวนางเอาไว้ เจียงหมิงก็ยิ่งได้ใจและพ่นคำพูดที่หยาบคายมากยิ่งขึ้น
"เรื่องคาวโลกีย์พรรค์นั้น ยังต้องให้มีใครมาอธิบายให้กระจ่างอีกหรือ?"
พวกอันธพาลหางแถวในหมู่บ้านหลายคนระเบิดเสียงหัวเราะลั่น พลางจ้องมองเซี่ยเชียนเชียนด้วยสายตาหื่นกระหาย
ฉินซื่อโกรธจัดจนน้ำตาเอ่อคลอเบ้า
"พวกเจ้าพูดจาเหลวไหล! เชียนเชียนของเราเป็นเด็กดี! กระเบื้องของเรามีคุณภาพดี ลูกค้ารายใหญ่ถึงได้มาซื้อไป"
"เหอะ!" เจียงหมิงแค่นเสียงเยาะเย้ย จากนั้นชาวบ้านก็เริ่มซุบซิบนินทากันเอง
เซี่ยเชียนเชียนโกรธจัดจนขาดสติ นางสลัดตัวหลุดจากการเกาะกุมอย่างกะทันหัน แล้วพุ่งเข้าไปเอาหัวโขกเจียงหมิงอย่างแรง
ร่างของเจียงหมิงปลิวละลิ่ว...
เขากลายเป็นเส้นโค้งสีดำพาดผ่านลานหิมะขาวโพลน ก่อนจะตกลงกระแทกพื้นห่างออกไปสิบเมตร ศีรษะของเขาฟาดเข้ากับก้อนหินจนเลือดสดๆ ไหลทะลักออกมา
ชาวบ้านต่างพากันตกตะลึง ได้แต่มองภาพตรงหน้าด้วยความอึ้งงัน
แม่ของเจียงหมิงรีบวิ่งเข้าไปกอดลูกชายพลางร้องห่มร้องไห้
"สวรรค์ช่วยด้วย ฆ่าคนแล้ว! หัวลูกชายข้าแตกหมดแล้ว..."
"ตั้งแต่นี้ต่อไป หากพวกเจ้าอยากจะเห่าหอนนัก ก็จงไปทำในที่ลับตาคน และอย่าให้ข้าได้ยินอีกเป็นอันขาด มิเช่นนั้น เจียงหมิงก็คือตัวอย่างของพวกเจ้า!"
เซี่ยเชียนเชียนยืนเท้าสะเอวตวาดลั่นด้วยท่าทีน่าเกรงขาม
ท่ามกลางฝูงชนที่มุงดูอยู่มากมาย ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเจียงหมิงและแม่ของเขาเลยแม้แต่คนเดียว