เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 57 สองพี่น้องเริ่มคลางแคลงใจ

บทที่ 57 สองพี่น้องเริ่มคลางแคลงใจ

บทที่ 57 สองพี่น้องเริ่มคลางแคลงใจ


บทที่ 57 สองพี่น้องเริ่มคลางแคลงใจ

เซี่ยเชียนเชียนกลอกตาไปมา แผนการบางอย่างผุดขึ้นในหัว "เอาอย่างนี้เป็นอย่างไร ใครก็ตามที่พาอวี่เอ๋อร์ออกจากตระกูลเซี่ยและพาเขากลับมาหาท่านแม่ของข้าได้ ข้าจะคัดลอก 'เคล็ดวิชาเผากระเบื้อง' ฉบับสมบูรณ์จากความทรงจำให้คนผู้นั้น"

เซี่ยติ้งไห่และเซี่ยติ้งเฟิงมองหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างมุ่งมั่นที่จะเอาชนะให้ได้ สายตาของทั้งคู่ประดุจกำลังมองศัตรูคู่อาฆาต

เซี่ยเชียนเชียนแอบยินดีปรีดา ปรารถนาให้ทั้งสองเปิดฉากต่อสู้กันให้ตายไปข้าง ทว่าน่าเสียดายที่เพียงครู่เดียว พวกเขาก็เก็บงำความโกรธแค้นและกลับมาสานสัมพันธ์ฉันพี่น้องดังเดิม "น้องสาม หลานสาวตัวน้อยกำลังพยายามยุแยงตะแคงรั่วให้พวกเราแตกหักกันนะ!"

"นั่นสิ นังเด็กนี่มันร้ายกาจเกินไป ต่อให้ไม่มีเคล็ดวิชานั่น พวกเราก็ยังเผากระเบื้องชั้นดีได้ แล้วถ้านางมีตำราอยู่กับตัวแล้วจะทำไม ท้ายที่สุดก็ยังเผาออกมาเป็นแค่กองเศษกระเบื้องแตกๆ อยู่ดี" เซี่ยติ้งเฟิงกล่าว

เซี่ยเชียนเชียนยักไหล่ "ในเมื่อพวกท่านเลือกที่จะปฏิเสธ ก็อย่ามาโทษข้าก็แล้วกันที่ไม่ให้โอกาส"

"นังเด็กบ้า ตำราอยู่ที่ไหนกัน แล้วเจ้าท่องจำเคล็ดวิชานั่นได้อย่างไร" เซี่ยติ้งไห่เอ่ยถาม

"ก่อนที่ท่านพ่อจะสิ้นใจ เขาได้กำชับให้ข้าท่องจำมันไว้ เพื่อให้แน่ใจว่าหากเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับเขา ครอบครัวของเราก็ยังมีหนทางทำมาหากินต่อไป"

เซี่ยเชียนเชียนก็แค่พูดจาไปเรื่อยเปื่อย ทว่านั่นกลับทำให้ใบหน้าของเซี่ยติ้งไห่ซีดเผือดลง หรือว่าพี่ใหญ่จะคอยระแวดระวังเขามาตลอด ถ้าเช่นนั้น เรื่องที่เกิดกับพวกโจรภูเขาในวันนั้น... เขาก็รู้ด้วยงั้นหรือว่าเป็นฝีมือของตน

สีหน้าที่เปลี่ยนไปของเขาไม่อาจรอดพ้นสายตาของเซี่ยเชียนเชียนไปได้ ดูเหมือนนางจะเดาถูก การตายของเซี่ยติ้งซานเกี่ยวพันกับเซี่ยติ้งไห่จริงๆ

เซี่ยเชียนเชียนเข็นรถเข็นมุ่งหน้ากลับหมู่บ้านด้วยความสงบนิ่ง

เซี่ยติ้งเฟิงเองก็สังเกตเห็นสีหน้าที่ผิดปกติของเซี่ยติ้งไห่ เขาจึงเอ่ยทีเล่นทีจริงกึ่งหยั่งเชิง "พี่รอง พี่ใหญ่คงไม่ได้กำลังระแวงท่านอยู่ใช่ไหม"

"เหลวไหล!" เซี่ยติ้งไห่อาศัยฐานะพี่ชายบันดาลโทสะ เขาอุ้มอวี่เอ๋อร์ขึ้นหลังม้าแล้วควบออกไป ทิ้งให้เซี่ยติ้งเฟิงต้องเดินกลับหมู่บ้านเพียงลำพัง ท่ามกลางฝุ่นดินที่คละคลุ้งตลบอบอวลเต็มหน้าจากรอยเท้าม้า

เซี่ยติ้งเฟิงลูบปลายคางอย่างครุ่นคิด ขณะจ้องมองแผ่นหลังของเซี่ยติ้งไห่ที่จากไป

...

ภายในหมู่บ้าน แม่เฒ่าเซี่ยเดินเตาะแตะด้วยสองเท้าที่ถูกพันรัดเพื่อตามหาหลานชาย ปากก็พร่ำด่าทอทุกคนที่พบเจอ "นังฉินใจดำอำมหิต มันลักพาตัวหลานชายคนโตของข้าไป..."

ส่งผลให้คนทั้งหมู่บ้านรู้ว่าครอบครัวสี่คนของนางฉินหนีไปแล้ว ทุกคนต่างออกมาดูเรื่องสนุก ทว่าใครจะไปคิดว่าเซี่ยเชียนเชียนจะเดินทางกลับมา!

"ท่านย่า อย่ามาพูดจาเหลวไหล ใครลักพาตัวหลานชายของท่านกัน ลูกสะใภ้รองของท่านทำเอาท่านแม่ของข้าโกรธจนกระอักเลือดต่างหาก ข้าก็แค่จะไปตามหมอ" เซี่ยเชียนเชียนเอ่ยอย่างหงุดหงิด

นางฉินนั่งบนรถเข็นอย่างอ่อนระโหยโรยแรง "อวี่เอ๋อร์อยู่กับพี่รองน่ะ"

เมื่อได้ยินว่าหลานชายคนโตไม่ได้หนีไป แม่เฒ่าเซี่ยก็รู้สึกโล่งใจ "ตั้งแต่นี้ต่อไป พวกเจ้าห้ามมาพบหลานชายของข้าอีก"

"ด้วยสิทธิ์อะไรกัน อวี่เอ๋อร์ไม่ใช่ลูกของท่านเสียหน่อย" เซี่ยเชียนเชียนแค่นเสียงหยัน

"ข้าเป็นคนเลี้ยงเขามา!" แม่เฒ่าเซี่ยเกลียดชังเซี่ยเชียนเชียนมากที่สุด นางชี้หน้าถลึงตาจิ้มนิ้วซ้ำๆ ราวกับอยากจะทิ่มทะลุหัวของเซี่ยเชียนเชียนเสียให้ได้

เซี่ยเชียนเชียนเอ่ยถาม "คนที่ใช้นิ้วชี้หน้าจิ้มข้าคนก่อน เพิ่งจะโดนข้ากัดไปนะ..."

แม่เฒ่าเซี่ยรีบชักมือกลับทันทีพลางกล่าวด้วยความขุ่นเคืองที่ยังคงหลงเหลืออยู่ "ถึงอย่างไรอวี่เอ๋อร์ก็เป็นหลานชายคนโตของตระกูลเซี่ย ตระกูลเซี่ยเป็นคนดูแลเรื่องปากท้องและเสื้อผ้าให้เขา ถึงแม้นางฉินจะเป็นคนให้กำเนิด แต่ตอนนี้นางจะให้อะไรเขาได้ล่ะ"

"ให้ข้าวปลาอาหารและเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มน่ะสิ" นางฉินเอ่ยเสียงเบา แม้ว่าชีวิตความเป็นอยู่จะยังยากลำบาก แต่แค่เพิ่มชามกับตะเกียบอีกสักชุดก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่

"และส่งเสียให้เล่าเรียนด้วย!" เซี่ยเชียนเชียนกล่าวเสริม "ท่านย่า ข้าขอถามหน่อยเถอะ ตอนนี้ท่านจะคืนอวี่เอ๋อร์ให้พวกเราได้หรือยัง"

"เล่าเรียนงั้นรึ ถุย!" แม่เฒ่าเซี่ยหัวเราะลั่น ชาวบ้านที่อยู่รอบๆ ก็พากันหัวเราะตาม

เหตุผลที่เซี่ยติ้งซานรู้หนังสือก็เพราะเขาได้เรียนรู้ตอนที่ออกไปทำงานต่างถิ่น ในปีที่เกิดทุพภิกขภัยข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ แค่ไม่อดตายก็ถือว่าดีมากแล้ว

จบบทที่ บทที่ 57 สองพี่น้องเริ่มคลางแคลงใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว