- หน้าแรก
- แอปพลิเคชันหรรษา บัญชาเหล่าเทพี
- บทที่ 16
บทที่ 16
บทที่ 16
บทที่ 16
เจียงฟานลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปดึงม่านปิดลงมา
ซูโหรวคงจะเคยพบเจอพวกผู้ชายที่เข้ามาเกี้ยวพาราสีมาทุกรูปแบบแล้ว
การจงใจรักษาความห่างเหินเอาไว้อย่างเหมาะสมย่อมสามารถช่วยเพิ่มค่าความประทับใจของเธอได้ดีกว่า
น้ำเสียงของซูโหรวฟังดูมีความโศกเศร้าอยู่เล็กน้อย "อาคอยควบคุมเขาเข้มงวดเกินไปหรือเปล่าจ๊ะ"
"เอ่อ...อาจารย์หมายถึงซูหมิงใช่ไหมครับ มันเป็นเรื่องจริงที่เขาไม่ควรจะไปทำตัวเหลวแหลกเกี่ยวกับความสัมพันธ์รัก ๆ ใคร่ ๆ แบบนั้นนะครับ"
สีหน้าของเธอผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด "ขอบคุณนะจ๊ะ...อาคิดว่าวิธีการสั่งสอนของอาจะผิดพลาดไปเสียแล้ว"
"เสี่ยวหมิงในตอนเด็ก ๆ ช่างประจบออเซาะอาเหลือเกิน...ทว่าพอเติบโตขึ้น เขากลับยิ่งทวีความเกลียดชังอามากขึ้นเรื่อย ๆ"
เจียงฟานเอ่ยหยั่งเชิง "อาจารย์ซูครับ อาจารย์ไม่มีแฟนคอยอยู่เคียงข้างบ้างเหรอครับ เขาควรจะสามารถเข้าใจความรู้สึกของอาจารย์ได้ไม่ใช่เหรอครับ"
"เอ๋" ซูโหรวส่ายหน้าด้วยความตื่นตระหนก "ไม่มีหรอกจ้ะ อาจารย์ซูกลายเป็นคุณป้าแก่วัยทองไปตั้งนานแล้ว ไม่มีใครเขาต้องการอาแล้วล่ะ..."
"ไม่มีทางหรอกครับ อาจารย์ซูช่างดูสง่างามและนุ่มนวลขนาดนี้...ขอเพียงอาจารย์เอ่ยปากคำเดียว พวกผู้ชายที่ยินยอมพร้อมใจจะตามจีบอาจารย์คงจะยืนตั้งแถวยาวตั้งแต่ประตูร้านไปจนถึงถนนสายหลังนู่นเลยครับ" เจียงฟานเอ่ยพลางเผยรอยยิ้ม
ซูโหรวมองเจียงฟานด้วยความประหลาดใจและมีความสุขอย่างยิ่ง
มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมากทีเดียวที่ได้รับคำชื่นชมจากชายหนุ่มรูปงามที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจ
ความทุ่มเทในการออกกำลังกาย เล่นโยคะ และควบคุมอาหารตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่ได้สูญเปล่าเลยจริง ๆ
เธอเริ่มบอกเล่าเรื่องราวในอดีตตอนที่เธอต้องเลี้ยงดูซูหมิงมาด้วยตัวคนเดียวตามลำพัง
"เฮ้อ เขาไม่ควรจะมาแสดงท่าทีขัดเขินหรือเอ่ยคำพูดดูถูกเหยียดหยามอาจารย์ต่อหน้าสาธารณชนเลยนะครับ" เจียงฟานส่ายหน้าพลางเอ่ย "หากอาจารย์ซูไม่รังเกียจ ในอนาคตอาจารย์สามารถมาพบผมเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจได้เสมอนะครับ"
หัวใจของซูโหรวสั่นสะท้านขึ้นมาทันที
มีผู้คนมากมายเคยตามจีบเธอในยามที่เธอยังเป็นหญิงสาว
ทว่าคนพวกนั้นไม่หวังในความงดงามในตัวเธอก็หวังในทรัพย์สมบัติอันมั่งคั่งของเธอทั้งนั้น
เจียงฟานช่างมีความแตกต่างไปจากคนพวกนั้นโดยสิ้นเชิง
มีเพียงเขาเท่านั้นที่หลงใหลในเสียงเปียโน และมีเพียงเขาเท่านั้นที่ยินยอมพร้อมใจจะรับฟังความทุกข์ใจของเธอ
เจียงฟานเหลือบมองโทรศัพท์มือถือของตนเองพลางพบว่าค่าความประทับใจของซูโหรวได้บรรลุตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว
ลูกผู้ชายย่อมต้องเป็นฝ่ายเริ่มต้นรุกคืบก่อน
เจียงฟานเกาศีรษะของตนเองเบา ๆ "อันที่จริง ที่ผมรบกวนนัดอาจารย์ออกมาในครั้งนี้ เพราะผมอยากจะจองบทภาพยนตร์สักหน่อยครับ...ผมรู้สึกว่าในเวลานี้อาจารย์จำเป็นต้องบรรเลงเพลงเปียโนเพื่อปลดปล่อยความเครียดออกมานะครับ ใช่ไหมครับ"
ซูโหรวรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าหัวใจที่เคยแห้งเหี่ยวของเธอเริ่มที่จะกลับมาเต้นรัวเร็วอีกครั้ง
ที่แท้เขาก็แค่ต้องการเรียนเปียโนจากฉัน และเขาก็แค่กำลังให้ความเคารพสิทธิ์ในการเลือกของฉันอย่างนั้นหรือ
ตำแหน่งในหัวใจที่เคยถูกซูหมิงยึดครองไว้ได้พังทลายลงไปครึ่งหนึ่ง ก่อนจะถูกเติมเต็มด้วยความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาแทนที่
ซูโหรวยิ้มหวาน "อืม...อาจารย์ซูเองก็อยากจะบรรเลงเพลงเปียโนอยู่พอดีเลยจ้ะ คงต้องรบกวนเธอหน่อยนะจ๊ะ"
เจียงฟานไม่ลังเลใจรีบเปิดโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทันที: แอปพลิเคชันเล่อเซียง - อาจารย์สอนเปียโนส่วนตัวผู้โดดเดี่ยว - เยว่โหรวกวาง - ระดับสามร้อย สั่งซื้อ
ตึ่ง
ซูโหรวเปิดโทรศัพท์มือถือของตนเองขึ้นมาพลางพบว่าบทภาพยนตร์ในครั้งนี้อยู่ในระดับสามร้อย เธอรู้สึกทั้งคาดหวังและมีความหวาดกลัวอยู่ลึก ๆ
เธอเชื่อมั่นว่าเจียงฟานไม่มีทางบังคับขืนใจเธอแน่นอน
ทว่าหากเจียงฟานคือคู่แท้ทางจิตวิญญาณของเธอจริง ๆ เธอหวาดกลัวเหลือเกินว่าจะไม่สามารถถอนตัวขึ้นมาจากความลุ่มหลงนี้ได้ในอนาคต
ซูโหรวยังคงหวาดกลัวว่าช่องว่างระหว่างวัยจะทำให้ความเสน่หาในครั้งนี้ไม่สามารถผลิบานออกดอกออกผลได้
ทว่ามีกระแสเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากส่วนลึกของหัวใจ: ซูโหรว ซูหมิงได้ทอดทิ้งเธอไปแล้วนะ
เธอก็แก่ตัวลงทุกวันแล้ว อย่ามัวแต่ลังเลใจอยู่อีกเลย
ซูโหรวขบเคี้ยวฟันแน่นก่อนจะกดปุ่มยืนยันตกลง
เธอยอมเดิมพันว่าเจียงฟานไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่มักมากในกามารมณ์หรือหวังในทรัพย์สมบัติแน่นอน
อย่างไรเสีย ในชีวิตจริงมันก็ปั่นป่วนจนเป็นกังวลไปหมดแล้ว เธอสู้ยอมเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงในพื้นที่เสมือนจริงแห่งนี้ดีกว่า
ชื่อบทภาพยนตร์: การบรรเลงเพลงคู่ครั้งแรก (สามร้อยเหรียญความสุข)
นักศึกษาฝึกหัดเปียโนได้ส่งคำเชิญให้เยว่โหรวกวางมาร่วมฝึกซ้อมวิธีการบรรเลงเพลงคู่กันอีกครั้ง ท่วงทำนองอันแสนสง่างามและไพเราะจะช่วยจุดประกายความรู้สึกภายในห้องซ้อมเปียโนได้หรือไม่
นับถอยหลังเริ่มขึ้น 30:00
การจัดวางสถานที่ในบทภาพยนตร์ครั้งนี้คือห้องซ้อมเปียโนที่มีความกว้างขวางและเงียบสงบยิ่งกว่าเดิม พลางมีทัศนียภาพของท้องฟ้าเต็มไปด้วยหมู่ดาวอันแสนเงียบเชียบอยู่นอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่จรดพื้น
ภายในห้องซ้อมเปียโน มีทั้งโซฟาสำหรับนั่งพักผ่อน และมีเตียงขนาดใหญ่สำหรับจัดกิจกรรมเตรียมพร้อมไว้ด้วย
จากการแนะนำของแอปพลิเคชัน ซูโหรวได้เปลี่ยนมาสวมเสื้อไหมพรมถัก กระโปรงทรงสอบรัดรูป และถุงน่องผ้าไหมสีดำที่ช่วยเน้นส่วนโค้งเว้าของร่างกายให้เด่นชัดขึ้นมา ช่างดูเป็นผู้ใหญ่และเย้ายวนใจเหลือเกิน
เจียงฟานเลือกสวมเสื้อฮู้ดและกางเกงยีนส์ซึ่งมีความเหมาะสมกับลักษณะนิสัยของตัวละครในบทภาพยนตร์
ตามลักษณะนิสัยของตัวละครในบทภาพยนตร์ เจียงฟานคือตัวแทนของนักศึกษาที่มีความเจ้าเล่ห์และมีความดื้อรั้นอยู่เล็กน้อย
ทางด้านหน้าของทั้งสองคนมีแกรนด์เปียโนหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่
เจียงฟานเผยรอยยิ้มบาง ๆ "อาจารย์ซูครับ ผมอยากฟังสียงเปียโนจากอาจารย์ครับ"
แววตาที่เคยมืดมนของซูโหรวพลันสว่างไสวขึ้นมาในทันที
เธอพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า พลางขยับจัดกระโปรงทรงสอบรัดรูปของตนเองเล็กน้อย ซึ่งมันช่วยเน้นส่วนโค้งเว้าของสะโพกและบั้นท้ายอันงดงามให้ออกมาเป็นรูปทรงที่กลมกลึงเต่งตึงอย่างยิ่ง
ลิ่มนิ้วเปียโนเริ่มตื่นขึ้นภายใต้เรียวนิ้วอันบอบบางของซูโหรว
ท่วงทำนองค่อย ๆ หลั่งไหลออกมา มันช่างงดงามและไพเราะทว่ากลับเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจอยู่ลึก ๆ
ทุกตัวโน้ตล้นปรี่ไปด้วยความเหนื่อยล้าและความไร้กำลัง
เจียงฟานรับรู้ได้ทันทีว่าเสียงเปียโนอันแสนงดงามนี้เปรียบเสมือนฝ่ามือที่กำลังบีบรัดหัวใจของเขาเอาไว้แน่น
มันไม่มีเรื่องของเทคนิคใด ๆ มีเพียงเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกล้วน ๆ
ซูโหรวมีความโศกเศร้าและมีความเจ็บปวดอย่างมาก
ตัวโน้ตยาวตัวสุดท้ายสิ้นสุดลง
"อาจารย์ซูครับ อาจารย์บรรเลงเพลงได้งดงามเหลือเกินครับ" เจียงฟานเอ่ยชื่นชมออกมาจากส่วนลึกของหัวใจ
"เจียงฟาน ขอบคุณนะจ๊ะ"
เจียงฟานค่อย ๆ ขยับเข้าไปนั่งลงข้างกายของเธอ โดยเว้นระยะห่างไว้ไม่ใกล้และไม่ห่างจนเกินไป
ซูโหรวบรรเลงท่วงทำนองอันแสนงดงามพลางเอ่ยว่า "ครั้งก่อนเธอไม่ได้เอ่ยถามเกี่ยวกับเทคนิคเรื่องท่วงท่าการนั่งบรรเลงเปียโนหรอกเหรอจ๊ะ"
"ยื่นมือของเธอออกมาสิ เดี๋ยวอาจารย์จะช่วยสอนให้เอง"
เจียงฟานยื่นมือซ้ายของตนเองออกมา
มือเล็ก ๆ ของอาจารย์สาวผู้เลอโฉมช่างบอบบางและเนียนลื่น มันคงจะรู้สึกสบายมากแน่ ๆ หากได้สัมผัสเย้าแหย่
"ผ่อนคลายช่วงแขนลง วางฝ่ามือของเธอลงแบบนี้นะ..." เธอยังคงเป็นฝ่ายขยับเข้ามาเบียดเสียดกับเขาอย่างเป็นธรรมชาติ
เจียงฟานเอ่ยถาม "อาจารย์ซูครับ ทำไมอาจารย์ถึงชื่นชอบเปียโนล่ะครับ"
ซูโหรวเผยรอยยิ้มบาง ๆ "อาจารย์หวังว่าจะมีใครสักคนที่สามารถเข้าใจในเสียงเปียโนของอาจารย์ได้น่ะจ้ะ"
ในเวลานี้ เธอช่างดูเหมือนเทพธิดาผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องภายใต้แสงจันทร์ไม่มีผิด
ความสง่างามและความบริสุทธิ์ผุดผ่องนี้ทำให้เจียงฟานแอบมีความรู้สึกลังเลใจขึ้นมาเล็กน้อย
"ที่บ้านของอาจารย์ไม่มีเปียโนเหรอครับ"
"เสียงดนตรีที่ไร้ซึ่งผู้รับฟัง มีแต่จะทำให้ผู้คนรู้สึกโดดเดี่ยวและอ้างว้างมากขึ้นเท่านั้นแหละจ้ะ"
เจียงฟานจู่โจมกลับด้วยการกุมมือของซูโหรวเอาไว้แน่น พลางเอ่ยคำพูดที่มีความหมายลึกซึ้งซ่อนอยู่ "มันคงจะมีความเจ็บปวดมากเลยใช่ไหมครับ ทว่าในตอนนี้สิ่งต่าง ๆ ได้แปรเปลี่ยนไปแล้ว และความงดงามในอดีตไม่มีวันย้อนกลับคืนมาได้อีกแล้วครับ"
ซูโหรวเอียงศีรษะลงพลางเผยรอยยิ้ม ถือเป็นการยินยอมให้เขาทำพฤติกรรมที่ล้ำเส้นโดยปริยาย: "เพราะฉะนั้น ในอนาคตก็ต้องมาจองบทเรียนเปียโนกับอาจารย์ซูให้มากขึ้นนะจ๊ะ มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นแหละที่ยินยอมพร้อมใจจะรับฟังเสียงเปียโนของอาจารย์"
โดยที่เจียงฟานไม่จำเป็นต้องขยับตัวเข้าไปใกล้เลยด้วยซ้ำ ซูโหรวยังคงเป็นฝ่ายเอนตัวเข้าหาเขาอยู่เรื่อย ๆ จนกลิ่นอายอันหอมหวนของเธออบอวลไปทั่วทั้งชั้นบรรยากาศ
เจียงฟานกลับกลายเป็นฝ่ายถูกเธอเกี้ยวพาราสีกลับจนหัวใจเต้นรัวเร็วขึ้นมาเสียเองงั้นเหรอ
การล่อลวงอันแสนนุ่มนวลหลังจากความสง่างามได้พังทลายลงไปนั้นช่างยากที่จะต้านทานได้จริง ๆ
เขาไม่มีวันยอมปล่อยให้เธอเป็นฝ่ายจูงจมูกเขาได้เด็ดขาด
เจียงฟานจงใจสะบัดมือออกจากอุ้งมือของซูโหรวพลางพลิกเปิดหน้าโน้ตเพลงเสียงดัง เพื่อตั้งใจสร้างสถานการณ์แห่งความขัดขืนขึ้นมา
"อาจารย์ซูครับ เปียโนมันช่างดูหรูหราและมีระดับก็จริงนะครับ...ทว่าช่วงเวลาในการเรียนรู้มันค่อนข้างน่าเบื่อและจืดชืดเกินไปหน่อยครับ"
ซูโหรวมองดูนักศึกษาที่มีความขัดขืนของตนเอง
ทั้งเจียงฟานและซูหมิงต่างก็เป็นเด็กหนุ่มวัยยี่สิบปีด้วยกันทั้งคู่
มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่พวกเขาจะไม่สามารถนั่งนิ่ง ๆ เป็นเวลานี้ได้
"ที่เธอรู้สึกว่าการเรียนรู้น่าเบื่อ เป็นเพราะเธอยังมีความชอบมันไม่มากพอต่างหากล่ะจ๊ะ ค่อย ๆ สร้างความสนใจจากท่วงทำนองพวกนี้ไปเถอะนะ"
เรียวขาอันงดงามที่แสนอบอุ่นและนุ่มนวลซึ่งห่อหุ้มด้วยถุงน่องผ้าไหมสีดำของเธอ เป็นฝ่ายขยับเข้ามาแนบชิดกับเรียวขาซ้ายของเจียงฟานอย่างเป็นธรรมชาติ
"มาเถอะ เดี๋ยวอาจารย์ซูจะช่วยสอนท่วงทำนองสั้น ๆ ให้เธอเอง ต่อเมื่อเธอพบเจอกับความสำเร็จในการเรียนรู้แล้ว เธอถึงจะค่อย ๆ แปรเปลี่ยนมาเป็นความชอบมันเองนั่นแหละจ้ะ"
ส่วนโค้งเว้าอันอวบอิ่มทั้งสองข้างของเธอเคลื่อนไหวขยับขึ้นลงตามจังหวะท่วงทำนองของบทเพลง
การเกี้ยวพาราสีเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเธอทำให้ความคิดของเจียงฟานเริ่มเตลิดเปิดเปิงไปไกล
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย เธอมีความรู้สึกชอบผมงั้นเหรอ
ปลายใบหูของเจียงฟานเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อขึ้นมาเบา ๆ
จากการดื่มด่ำไปกับท่วงทำนอง ซูโหรวก็เพลิดเพลินกับการได้ชื่นชมความไร้เดียงสาตามแบบฉบับของเด็กหนุ่มในตัวเจียงฟานอย่างเต็มที่
ตรรกะแห่งการทดแทนกัน
ซูหมิงเป็นคนทำลายสถานะในหัวใจของซูโหรวลงด้วยน้ำมือของตนเอง
ซูโหรวเองก็เริ่มแปรเปลี่ยนความรู้สึกและอารมณ์ของตนเองมาทางเจียงฟานโดยไม่รู้ตัว
เจียงฟานถูกหญิงสาวผู้สง่างามและเลอโฉมจับจ้องจนใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ
บ้าเอ๊ย ทำไมมันถึงรู้สึกเหมือนผมกลายเป็นฝ่ายถูกเธอสยบไปเสียเองล่ะเนี่ย ขิงยิ่งแก่ก็ยิ่งเผ็ดร้อนจริง ๆ
เจียงฟานรีบหยิบเอาบทเพลงเดี่ยวใต้แสงจันทร์ออกมาวางไว้บนเปียโนทันที "อาจารย์ซูครับ ช่วงนี้ผมเพิ่งค้นพบเพลงบรรเลงบรรยากาศอันยอดเยี่ยมเพลงหนึ่งครับ เวลาบรรเลงเพลงนี้พลางรับฟังไปด้วย มันจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายร่างกายได้อย่างดีเยี่ยมเลยครับ"
บทที่ 27 เสน่ห์ภายในใจของซูโหรว
"อาจารย์ซูครับ ให้ผมช่วยบรรเลงให้อาจารย์ฟังดีไหมครับ"
ซูโหรวเผยรอยยิ้มราวกับสตรีผู้เป็นมารดา "ได้สิคะ"
นี่คือฉากเหตุการณ์ที่นักศึกษาหนุ่มผู้เป็นรุ่นน้องมีความปรารถนาอยากจะครอบครองมากที่สุด
เจียงฟานสูดหายใจเข้าลึก ๆ พลางเปิดใช้งานสิ่งของชิ้นนั้นในทันที
ความรู้เกี่ยวกับเปียโนมากมายมหาศาลพวยพุ่งเข้าสู่สมองของเขา
เขาจงใจบรรเลงเพลงอย่างเชื่องช้าโดยใช้เทคนิคที่ยังคงมีความไร้เดียงสาและไร้การขัดเกลา
ท่วงทำนองอันแสนผ่อนคลายและงดงามหลั่งไหลอบอวลไปทั่วทั้งห้องซ้อมเปียโน
ท่วงทำนองนี้เปรียบเสมือนพลังงานบางอย่างที่โอบล้อมรอบร่างกายของซูโหรวเอาไว้
เธอรับรู้ได้ทันทีว่าหัวใจของเธอเปิดกว้างขึ้นอย่างมาก และทั่วทั้งร่างกายก็รู้สึกผ่อนคลายอย่างถึงที่สุด
ความเจ็บปวดและความโศกเศร้าได้รับการบรรเทาให้ลดน้อยลงไปหลายส่วนในทันที
หลังจากนั้น กระแสเสียงอันแสนนุ่มนวลก็แทรกซึมเข้าสู่สมองของเธอ รูขุมขนทั่วทั้งร่างกายเปิดออกเพื่อรับความสบายตัวอย่างเต็มที่
เปลวไฟแห่งความปรารถนาที่เคยถูกกดทับเอาไว้ภายในร่างกาย เริ่มถูกจุดประกายให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างเงียบเชียบด้วยท่วงทำนองของบทเพลง
ซูโหรวหนีบเรียวขาเข้าหากันเล็กน้อย "เจียงฟาน...เธอไปเรียนรู้เพลงนี้มาจากที่ไหนกันจ๊ะ"
เจียงฟานหัวเราะเบา ๆ "ค้นเจอในโลกออนไลน์ครับ มันไพเราะมากใช่ไหมครับ"
ซูโหรวพยักหน้าด้วยความขัดเขิน
ยอดปทุมถันของเธอเกิดอาการตึงเต่งเตะตาขึ้นมา ช่างเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดเหลือเกิน
ทว่าหากคนที่กำลังนั่งบรรเลงเพลงอยู่ข้างกายเธอคือเจียงฟาน เธอก็ไม่ได้มีความรู้สึกรังเกียจมันเลยแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้ามเธอกลับมีความรู้สึกยินดีอยู่เล็กน้อยเสียด้วยซ้ำ
เจียงฟานเป็นฝ่ายขยับตัวเข้าไปแนบชิดกับเรียวขาอันงดงามของซูโหรว พลางคว้าจับเข้าที่มือขวาอันนุ่มนวลและบอบบางของเธอเอาไว้
"อาจารย์ซูครับ เรามาบรรเลงเพลงร่วมกันดีไหมครับ"
ไม่มีการใช้งานสิ่งของใด ๆ ไม่มีบทสนทนาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
การหยั่งเชิงในครั้งนี้ไม่ใช่พฤติกรรมที่บุ่มบ่าม
เขาต้องการที่จะรับรู้ให้แน่ชัดว่าซูโหรวมีท่าทีความรู้สึกอย่างไรต่อเขาแน่
แววตาคู่สวยราวกับระลอกคลื่นฤดูใบไม้ร่วงอันเปี่ยมล้นไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกเหลือบลืมมองมาที่เจียงฟาน
สิ่งที่เขาเรียกว่าการสบสายตาเพียงแวบเดียวทว่าตราตรึงใจไปแสนนานมันเป็นเช่นนี้เองใช่ไหมครับ
สายตาของเธอช่างดูมีความอาลัยอาวรณ์เหลือเกิน...เธอต้องมีความรู้สึกชอบผมแล้วแน่ ๆ ใช่ไหมครับ
การได้รับความรู้สึกชอบจากหญิงสาวผู้สง่างาม เลอโฉม และมีความเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวขนาดนี้ ตัวผมช่างมีเสน่ห์ดึงดูดใจเหลือเกิน
ช่วงแขนของทั้งสองสัมผัสกันเบา ๆ และสามารถรับรู้ได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของกันและกัน รวมถึงอาการแข็งทื่อไปชั่วขณะหนึ่ง
ความคลุมเครืออันแสนพร่าเลือนนี่แหละคือสิ่งที่มีเสน่ห์เย้ายวนใจที่สุด
หัวใจของซูโหรวสั่นสะท้านจากการถูกกระตุ้นด้วยเสียงเปียโน และความรู้สึกส่วนลึกภายในใจก็เริ่มมีความชื้นแผ่ซ่าน
เหตุผลที่ยังหลงเหลืออยู่คอยย้ำเตือนตัวเธอว่าห้ามดำเนินเหตุการณ์เช่นนี้ต่อไปเด็ดขาด
เพราะหากอารมณ์ความรู้สึกที่ถูกกดทับเอาไว้ตลอดระยะเวลากว่ายี่สิบปีเกิดการปะทุออกมา...มันจะต้องรุนแรงเปรียบเสมือนภูเขาไฟระเบิดแน่นอน
เจียงฟานในปีนี้มีอายุเพียงยี่สิบปีเท่านั้น ส่วนตัวเธอมีอายุล่วงเลยไปถึงสามสิบหกปีแล้ว
ในอีกสิบปีข้างหน้า เขาจะเข้าสู่ช่วงเวลาที่สง่างามและมีพละกำลังที่สุด ในขณะที่ตัวเธอจะกลายเป็นหญิงชราคนหนึ่ง
ฉันไม่มีวันยอมทำลายอนาคตของเขาเด็ดขาด
ซูโหรวยังคงมีเส้นแบ่งศีลธรรมภายในใจของตนเองอยู่
เธอเบือนหน้าหนีพลางสะบัดมือออกจากการเกาะกุม "อาจารย์ซูรู้สึกกระหายน้ำเล็กน้อยน่ะจ้ะ"
เจียงฟานถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะ: ทั่งที่เมื่อสักครู่เธอยังแอบเกี้ยวพาราสีผมอยู่เลยไม่ใช่เหรอครับ
ทำไมจู่ ๆ ถึงแกล้งทำเป็นหลบหนีไปอีกแล้วล่ะ หรือว่าเธอเองก็ชอบเล่นเกมเล่นตัวเหมือนกันงั้นเหรอ
จังหวะการบรรเลงเพลงของเจียงฟานเริ่มทวีความรวดเร็วและรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
ซูโหรวที่กำลังดื่มน้ำอยู่ถึงกับร่างกายแข็งทื่อ เกือบจะพ่นน้ำในปากออกมาเสียแล้ว
บทเพลงนี้มันช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน...ร่างกายของฉันรู้สึกเสียวซ่านไปหมดแล้ว
เจียงฟานจงใจบรรเลงตัวโน้ตผิดไปสองสามตัวเพื่อขัดจังหวะท่วงทำนองของบทเพลง "แย่แล้วครับ บรรเลงผิดอีกแล้วครับ"
"อาจารย์ซูครับ...อาจารย์ช่วยขยับมาจับมือสอนผมตรงส่วนนี้หน่อยได้ไหมครับ"
ซูโหรวเผยรอยยิ้มอันแสนรักใคร่เอ็นดูออกมาเล็กน้อย "ได้สิคะ"
เธอไม่สามารถปฏิเสธการดูแลเด็กดีที่ตั้งใจอยากจะเรียนรู้เรื่องเปียโนได้เลยจริง ๆ
มือเล็ก ๆ อันแสนนุ่มนวลของเธอกดแนบลงบนหลังมือของเขา ค่อย ๆ ช่วยประคองเรียวนิ้วของเขาให้เคลื่อนไหวไปตามจังหวะอย่างช้า ๆ: "เบามือลงอีกหน่อยนะจ๊ะ...ใช่แล้ว จังหวะแบบนี้แหละจ้ะ"
หลังจากผ่านพ้นไปสามนาที เจียงฟานก็หยิบยกข้ออ้างเรื่องการกระหายน้ำขึ้นมาบ้าง
เขาลอบนำเครื่องหอมไปจุดไว้ที่บริเวณข้าง ๆ โซฟาอย่างเงียบเชียบ
ความขัดขืนของเสิ่นถิงทำให้เจียงฟานเข้าใจถึงความสำคัญของการสร้างสิ่งปกบังอย่างดี—พยายามอย่าให้เหล่าเทพธิดาจับสังเกตถึงการมีตัวตนอยู่ของสิ่งของในระบบได้เด็ดขาด
การจู่โจมร่วมกันของท่วงทำนองบทเพลงเดี่ยวใต้แสงจันทร์และเครื่องหอมประหลาด
ซูโหรวรับรู้ได้ถึงอาการชาหนึบไปทั่วทั้งร่างกาย และมีความรู้สึกว่าช่วงไหล่ของตนเองมีความเหนื่อยล้าอย่างมาก
ความคลุมเครือจากการจับมือสั่งสอน การผสมผสานของท่วงทำนองบทเพลง
ความเคารพและความนุ่มนวลที่เจียงฟานแสดงออกมาทำให้เธอรู้สึกสบายตัวอย่างถึงที่สุด
ซูโหรวเอนกายพิงลงบนช่วงไหล่ของเจียงฟานเบา ๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานและนุ่มนวล: "เจียงฟาน เธอรู้ไหมจ๊ะ การต้องอยู่ตัวคนเดียวตามลำพังมันช่างเหนื่อยล้าเหลือเกิน..."
"ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้อาจารย์นึกเสียใจอยู่ลึก ๆ มาโดยตลอด ทำไมในยามที่ยังเป็นหญิงสาวอาจารย์ถึงไม่ยอมหาผู้ชายที่เหมาะสมแต่งงานให้เป็นเรื่องเป็นราวไปนะ"
"เสี่ยวหมิง...ทำไมเขาถึงต้องมีความเกลียดชังอาเพราะเรื่องเงินทองทองด้วยล่ะจ๊ะ"
"ทั้งที่อาจารย์ตั้งใจดูแลเขาเปรียบเสมือนบุตรชายแท้ ๆ ของตนเองมาโดยตลอด...ทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็ตั้งใจจะยกให้เขาอยู่แล้ว...ฮึก"
ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ความรู้สึกส่วนลึกได้อีกต่อไป หยาดน้ำตาเม็ดเล็ก ๆ ราวกับไข่มุกหลั่งไหลร่วงหล่นลงมาจากนัยน์ตาของซูโหรว
เจียงฟานโอบแขนรอบช่วงไหล่ของเธอเบา ๆ อย่างนุ่มนวล: "อาจารย์ซูครับ ไม่ต้องหวาดกลัวนะครับ อาจารย์ยังมีผมอยู่ตรงนี้ทั้งคนนะครับ"
หลังจากกล่าวจบ เขาก็ออกแรงดึงตัวซูโหรวให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขาครึ่งหนึ่ง
ท่วงท่าของทั้งสองคนช่างมีความคลุมเครือและเย้ายวนใจอย่างถึงที่สุด
หญิงสาวผู้มีความเป็นผู้ใหญ่และเลอโฉมไม่ได้แสดงอาการขัดขืนใด ๆ ขนตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อย: "จริงเหรอจ๊ะ"
"ในอนาคตผมจะคอยอยู่เคียงข้างอาจารย์เองครับ จะไม่ปล่อยให้อาจารย์ต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้วครับ"
เธอถึงกับเป็นฝ่ายขยับจัดท่วงท่าของร่างกายตนเอง เพื่อหาองศาและมุมที่สบายที่สุดในการเอนกายพิงซบลงบนแผงอกของเจียงฟาน
เจียงฟานใช้มือขวาบรรเลงเพลงอย่างเชื่องช้า
ส่วนมือซ้ายค่อย ๆ ลูบไล้ไปตามช่วงไหล่และเรียวแขนของเธอเบา ๆ
สัมผัสอันแสนอบอุ่นภายใต้ผิวพรรณอันเนียนลื่น
ความรู้สึกเสียวซ่านจากเส้นผมของเธอที่เบียดเสียดกับลำคอของเขา
กลิ่นอายอันหอมหวนของหญิงงามที่โชยเข้าสู่รูจมูก
ชั้นบรรยากาศเริ่มทวีความเสน่หามากขึ้นเรื่อย ๆ
ซูโหรวเพลิดเพลินกับการถูกลูบไล้จากชายหนุ่ม ท่วงทำนองอันแสนไพเราะ และความปรารถนาอันแสนเงียบเชียบอย่างเงียบ ๆ
ในเวลาต่อมาอย่างรวดเร็ว
มือของเจียงฟานค่อย ๆ เลื่อนไถลลงต่ำสู่บริเวณเอวบาง ก่อนจะโอบกอดหน้าท้องส่วนล่างของเธอไว้เบา ๆ
แววตาของซูโหรวสั่นไหวเล็กน้อย: เธอควรจะเอ่ยปากหยุดยั้งเขาดีไหมนะ
ทว่าในความเป็นจริงเธอกลับเพลิดเพลินกับชั้นบรรยากาศอันแสนคลุมเครือนี้อย่างมากทีเดียว
เขามีความปรารถนาต่อร่างกายของฉัน นั่นย่อมเป็นสิ่งยืนยันได้เป็นอย่างดีไม่ใช่หรอกเหรอว่าฉันยังไม่ได้แก่ตัวลงไป...และยังคงมีเสน่ห์ดึงดูดใจอยู่
ซูโหรวใช้เรียวนิ้วสะกิดที่บริเวณเอวของเจียงฟานเบา ๆ "เจียงฟานจ๊ะ"
มือของเจียงฟานหยุดชะงักลงในทันที
หญิงสาวผู้มีความเป็นผู้ใหญ่และเลоโฉมรวบรวมความกล้าของตนเองพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา: "เธอมีความคิดเห็นอย่างไรต่อตัวอาจารย์งั้นเหรอจ๊ะ"
เจียงฟานออกแรงนวดเฟ้นเนื้อนุ่มของเธอเบา ๆ รอยยิ้มอันเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา: "อาจารย์ซูคือสตรีที่มีความนุ่มนวลที่สุดเท่าที่ผมเคยพบเจอมาเลยครับ"
"ขอเพียงอาจารย์ไม่ผลักไสผมออกไป...ผมก็ไม่มีวันยอมปล่อยมือเด็ดขาดครับ"
หน้าท้องอันแสนนุ่มนวลของซูโหรวถูกนวดเฟ้น เธอรู้สึกทั้งขัดเขินและมีความพึงพอใจอยู่ลึก ๆ
สารแห่งความสุขที่หลั่งไหลออกมาในยามแก่ชราทำให้สมองของเธอรู้สึกวิงเวียนไปหมด
ความรู้สึกอันแสนหวานล้ำนี่แหละคือความสุขใช่ไหมนะ
เจียงฟานเมื่อได้รับการยอมรับโดยปริยายจากเธอ ก็เริ่มโลภมากพลางลูบไล้หน้าท้องส่วนล่างของเธออย่างตะกละตะกลาม
มันมีความเจ้าเนื้ออยู่เล็กน้อย ทว่ามันกลับรู้สึกสบายมืออย่างมากทีเดียว
หัวใจของทั้งสองคนเต้นรัวเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
เจียงฟานเริ่มไม่มีความพึงพอใจเพียงเท่านี้ เรียวนิ้วของเขาเริ่มที่จะเลื่อนไถลลงต่ำต่อไปอีก
ผ่านร่มผ้าเนียนลื่น ฝ่ามือของเขาไปหยุดลงตรงบริเวณผลท้ออันอวบอิ่มเต่งตึงของเธอเบา ๆ
จากนั้น ด้วยความเจ้าเล่ห์ตามแบบฉบับของตัวละคร เขาจึงออกแรงบีบเค้นมันเบา ๆ หนึ่งที
ร่างกายของซูโหรวสั่นสะท้านไปทั้งตัว ปลายใบหูเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำในพริบตา
เขาช่างมีความอาจญ์เอื้อมเหลือเกิน
เธอจะปล่อยให้เขาดำเนินเหตุการณ์เช่นนี้ต่อไปไม่ได้เด็ดขาด...เธอรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังจะถูกเด็กหนุ่มสยบลงได้อย่างง่ายดายเสียแล้ว
เจียงฟานเผยรอยยิ้มอันเจ้าเล่ห์ "อาจารย์ซูครับ...ตรงส่วนนี้ของอาจารย์" หลังจากกล่าวจบ เขาก็ออกแรงบีบเค้นมันเบา ๆ อีกครั้ง "ดูเหมือนมันจะมีความตึงเครียดและเหนื่อยล้ามากเลยนะครับ ให้ผมช่วยนวดเพื่อความผ่อนคลายดีไหมครับ"
ซูโหรวกำลังครุ่นคิดว่าตนเองควรจะเอ่ยปากปฏิเสธดีไหม
ทันใดนั้น หน้าต่างข้อความสามบานก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเธอ
ตึ่ง ฝ่ายแรกได้ส่งบทสนทนาที่มีตัวเลือกกำหนดไว้ให้
หนึ่ง: พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า: ฉันมีความเข้มแข็งมากพอ และไม่จำเป็นต้องได้รับการปลอบโยนจากเธอหรอกนะ
สอง: พูดด้วยน้ำเสียงปกติว่า: อันที่จริงอาจารย์ซูมีความเหนื่อยล้ามากมาโดยตลอดเลยจ้ะ อาจารย์ต้องการอ้อมกอดของเธอนะจ๊ะ