เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6

บทที่ 6

บทที่ 6


บทที่ 6

【เทพธิด】: เยว่โหรวกวาง 【อายุ】: 36 ปี 【อาชีพ】: ไม่มี

【สัดส่วน】: ทรวดทรงเอิบอิ่มและเซ็กซี่ มีสะโพกกลมกลึงชูชันที่โดดเด่นเป็นพิเศษ

【ส่วนสูง】: 165 เซนติเมตร 【น้ำหนัก】: 62 กิโลกรัม 【ค่าความรู้สึกดี】: 0

"แอปพลิเคชันเล่อเซียงนี่มันสุดยอดเกินไปแล้วใช่ไหมเนี่ย? เทพธิดาทั้งสองคนที่แนะนำมาล้วนแต่เป็นสาวงามระดับแนวหน้าที่มีทรวดทรงองค์เอวเหนือมนุษย์ทั้งนั้นเลย"

"เธอเตี้ยกว่าอาจารย์เสิ่นอย่างเห็นได้ชัด... แต่ทว่าน้ำหนักกลับพอๆ กันเลยแฮะ"

ในหัวของเขาพลันจินตนาการถึงภาพของหญิงสาวผู้สูงศักดิ์และสง่างามที่มีเนื้อตัวนุ่มนวลและหอมกรุ่น ทั่วทั้งเรือนร่างของเธออบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นผู้ใหญ่ที่โตเต็มวัย ผู้หญิงก็เปรียบเสมือนน้ำจิ้มชั้นเลิศ ยิ่งบ่มไว้นานเท่าไหร่ก็ยิ่งมีกลิ่นหอมและกลมกล่อมมากขึ้นเท่านั้น

"ก๊อก ก๊อก ก๊อก~" เสียงเคาะประตูพลันดังขึ้น

เจียงฟานรีบวิ่งไปเปิดประตูด้วยความตื่นเต้นยินดี

"สวัสดีค่ะ?" น้ำเสียงอันอ่อนหวานราวกับสายน้ำพลันดังขึ้น

ผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องคือหญิงสาววัยกลางคนที่มีอายุประมาณสามสิบห้าปี ทั่วทั้งเรือนร่างของเธออบอวลไปด้วยเสน่ห์ของความเป็นผู้ใหญ่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ซึ่งแตกต่างจากความงดงามอันเย็นชาและเปิดเผยของเสิ่นถิงอย่างสิ้นเชิง เยว่โหรวกวางคือสาวงามที่มีความนุ่มนวลและสงบเสงี่ยม

เธอเปรียบเสมือนหยกเนื้อดีที่อบอุ่นและทอประกาย แฝงไปด้วยกลิ่นอายของความมีปัญญาและความสูงศักดิ์ที่ดูเกียจคร้านเล็กน้อยอันยากจะสังเกตเห็น

เธอสวมใส่ชุดกระโปรงยาวผ้าไหมสีขาวคอวี ซึ่งคอเสื้อถูกตัดเย็บไว้อย่างพอเหมาะพอเจาะ เผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าอันบอบบางและร่องอกรำไร แสดงถึงเสน่ห์ของหญิงสาววัยกลางคนโดยไม่ได้ดูหยาบโลนต่ำต้อยเลยสักนิด

เรือนผมสีน้ำตาลเข้มของเธอถูกรวบขึ้นไปปักไว้ทางด้านหลังศีรษะ โดยมีปอยผมบางส่วนปลิวไสวอยู่ตรงหน้าผาก

มันเป็นความเซ็กซี่อันเป็นเอกลักษณ์ของแม่บ้านที่โตเต็มวัย ใบหน้าของเจียงฟานพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อในทันที

เธอช่างงดงามเหลือเกิน... "สวัสดีครับ เชิญเข้ามาข้างในก่อนครับ"

เยว่โหรวกวางวางกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงไว้บนชั้นวางของ นัยน์ตาคู่สวยของเธอแอบสำรวจห้องเช่าราคาถูกเงียบๆ

"ขอโทษนะค่ะ... คุณคือฝ่ายเอที่เป็นคนกดสั่งซื้อใช่ไหมค่ะ?"

"ครับผม ผมชื่อเจียงฟานครับ"

เยว่โหรวกวางพยักหน้าลงเล็กน้อย น้ำเสียงของเธอช่างอ่อนโยนและนุ่มนวลเป็นที่สุด: "สวัสดีตอนเย็นค่ะ นักศึกษาเจียงฟาน~ ฉันชื่อซูโหรวค่ะ และนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปฉันจะทำหน้าที่เป็นอาจารย์สอนเปียโนชั่วคราวให้แก่เธอนะค่ะ"

แม้ว่าเธอจะกล่าววาจาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและไม่ได้ดูเข้มงวดเหมือนอย่างอาจารย์เสิ่น แต่เธอก็ยังคงให้ความรู้สึกของความห่างเหินอันยากจะบรรยายอยู่ดี

รูปโฉมของซูโหรวมีความงดงามและนุ่มนวล ผิวพรรณขาวผ่องและเนียนนุ่ม คิ้วเรียวสวยราวกับใบหลิวดูอ่อนหวาน และนัยน์ตาก็ดูลึกซึ้ง เธอคือสาวงามตามตำรับตะวันออกที่มีกลิ่นอายเฉพาะตัวอย่างแท้จริง

สิ่งที่ดึงดูดสายตามากที่สุดก็คือส่วนโค้งเว้าบริเวณเอวและสะโพกที่อวบอิ่ม กลมกลึง และเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของความเป็นผู้ใหญ่ ภาพถ่ายบนแอปพลิเคชันเป็นความจริงแท้แน่นอนไม่มีหลอกตา!

แม้ว่าเอวของซูโหรวจะไม่ได้รับกิ่วเหมือนอย่างอาจารย์เสิ่นเนื่องจากอายุที่มากขึ้น แต่ก็ยังคงมีความเล็กบางพอที่จะใช้สองมือโอบกอดเอาไว้ได้หมด หน้าอกอวบอิ่มและสะโพกที่ดูผายเย้ายวนใจช่วยสร้างทัศนียภาพที่ส่งผลกระทบต่อสายตาอย่างรุนแรง

ทรวดทรงองค์เอวอันอวบอิ่มราวกับลูกพีชที่โตเต็มวัยถูกโอบอุ้มอยู่ภายใต้ชุดกระโปรงยาวผ้าไหมสีขาว ขยับไหวไปมาเล็กน้อยตามจังหวะการก้าวเดินอันสง่างามราวกับแมวสาว ส่งกลิ่นอายเย้ายวนใจอันเงียบเชียบและบ้าคลั่งออกมาตลอดเวลา

"พวกเรา... มาเริ่มเรียนกันเลยไหมค่ะ?"

"ครับ ได้ครับ อาจารย์ซู"

ซูโหรวรับรู้ได้ถึงสายตาอันร้อนแรงของเจียงฟานแต่เธอไม่ได้เอ่ยปากตำหนิแต่อย่างใด อย่างไรเสียเจียงฟานก็เป็นเพียงนักศึกษาหนุ่มผู้ใสซื่อ และการเพิ่มค่าเสน่ห์ดึงดูดใจอีก 1 แต้มก็ช่วยให้เขาดูมีความไร้เดียงสามากขึ้นกว่าเดิม 【ชื่อบทบาทสมมติ: คาบเรียนแรก (100 เหรียญเล่อเซียง)】

【เจียงฟาน นักศึกษาฝึกหัดเปียโนได้ยอมเสียเงินจำนวนมากเพื่อว่าจ้างเยว่โหรวกวาง อดีตอัจฉริยะทางด้านเปียโนมาร่วมสั่งสอน ภายในห้องเปียโนอันแสนสง่างาม ตัวโน้ตหลั่งไหลไปมา และในอากาศก็ดูเหมือนจะอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความคลุมเครือเล็กน้อย】

【เริ่มนับถอยหลัง】 【15:00】

ฝ่ามือของทั้งสองฝ่ายสัมผัสกัน พื้นที่มิติพลันแปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง "!!!" ที่นี่คือห้องเปียโนส่วนตัวที่แอปพลิเคชันจัดเตรียมไว้ให้

มันมีความกว้างขวางและสว่างไสว โดยภายนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่จรดพื้นเต็มไปด้วยแสงไฟนีออนของเมืองใหญ่อันคึกคัก

เปียโนหลังใหญ่สีดำทมิฬตั้งตระหง่านอยู่ทางด้านหน้าของพวกเขา นัยน์ตาของซูโหรวหดตัวลงอย่างรุนแรง เพราะนี่เป็นคำสั่งซื้อครั้งแรกของเธอ ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติเช่นนี้ช่างน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว

"อาจารย์ซูไม่ต้องหวาดกลัวไปหรอกครับ นี่เป็นความสามารถของแอปพลิเคชันครับ" เจียงฟานได้ทำการศึกษาเนื้อเรื่องของบทบาทสมมติมาล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว

ตามการตั้งค่าของเนื้อเรื่อง เยว่โหรวกวางคือสาวงามผู้สงบนิ่งซึ่งภายในใจมีความโดดเดี่ยวแต่ทว่าลักษณะนิสัยกลับมีความสงบเสงี่ยมรักนวลสงวนตัว

เธอเคยเป็นอัจฉริยะทางด้านเปียโนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก แต่ทว่าจำเป็นต้องละทิ้งความฝันไปเนื่องจากปัญหาทางด้านการเงิน โดยที่ภายในใจลึกๆ ของเธอยังคงมีความรักมั่นต่อเปียโนอยู่เสมอ อืม~ นี่คือการตั้งค่าตัวละครของเธอในบทบาทสมมติต่างหาก

เปียโนคือสื่อกลางที่จำเป็นในการก้าวเข้าสู่โลกแห่งจิตวิญญาณของเธอ

ซูโหรว มองดูเปียโนอันแสนคุ้นตาตรงหน้า นัยน์ตาคู่สวยของเธอสั่นระริกด้วยความถวิลหา ไม่นานนักเธอ ก็กลับคืนสู่ความสงบนิ่งและเผยรอยยิ้มอันอ่อนหวานออกมา

"นักศึกษาเจียง ยินดีต้อนรับสู่ห้องเปียโนของฉันค่ะ เชิญนั่งลงก่อนสิค่ะ"

เธอเป็นฝ่ายเอื้อมมือไปประคองเพื่อนำทางให้เจียงฟานลงไปนั่งตรงบริเวณด้านขวาของเก้าอี้ม้านั่งเปียโน ในขณะที่ตัวเธอนั่งลงตรงบริเวณด้านซ้ายเยื้องไปทางด้านหลังเล็กน้อย "พวกเรามาทำความรู้จักกับโครงสร้างพื้นฐานของเปียโนและตัวโน้ตโดกลางที่สำคัญที่สุดกันก่อนดีกว่าค่ะ" ระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งสองคนไม่ได้อยู่ไกลหรือใกล้จนเกินไป

เจียงฟานสามารถสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่โชยออกมาจากร่างกายของซูโหรวได้ มันเป็นกลิ่นน้ำหอมบางเบาผสมปนเปกับกลิ่นกายของหญิงสาวที่โตเต็มวัย สำหรับไอ้หนุ่มหนุ่มแน่นไร้เดียงสาแล้ว รสสัมผัสเช่นนี้เปรียบเสมือนการโจมตีที่ทำลายขีดจำกัดทางมิติเลยทีเดียว! เจียงฟานรีบตั้งสติของตนเองให้มั่นคั่ง

บทบาทสมมติราคา 100 เหรียญเล่อเซียงคือรากฐานในการสร้างค่าความรู้สึกดี เขาจะมัวทำความผิดพลาดไปลอยๆ ไม่ได้เด็ดขาด! ค่าความรู้สึกดีที่ซูโหรวมีต่อเขาขยับเพิ่มขึ้นมาเป็น 10 แต้มแล้ว

จงตั้งใจแสดงให้ดีแล้วค่อยหาโอกาสกระตุ้นความโดดเดี่ยวภายในใจของเธอ... การจะสั่งซื้อบทบาทสมมติราคา 300 เหรียญเล่อเซียงในครั้งต่อไปก็คงไม่ใช่เรื่องยากอีกแล้ว!

ซูโหรวไม่ได้คิดอ่านอะไรมากมาย นิ้วมืออันเรียวสวยของเธอสไลด์เลื่อนผ่านฝาครอบคีย์บอร์ดเปียโนไปอย่างสง่างาม

"นักศึกษาเจียง ดูตรงนี้สิค่ะ คีย์สีขาวที่อยู่ทางด้านซ้ายของกลุ่มคีย์สีดำสองคีย์นี้ก็คือโน้ตโดกลางค่ะ"

ฝ่ามือของซูโหรวช่างเรียวยาว ขาวผ่อง และงดงามยิ่งนัก หากคิระ โยชิคาเกะมาเห็นเข้าก็คงต้องยอมยกนิ้วโป้งให้แน่นอน

เธอใช้นิ้วมือกดลงไปบนโน้ตโดกลางเบาๆ เปียโนพลันส่งเสียงตัวโน้ตอันใสกระจ่างและเป็นมาตรฐานออกมา

"จงจดจำตำแหน่งของมันเอาไว้ให้ดีนะค่ะ มันคือจุดอ้างอิงสำหรับการวางตำแหน่งค่ะ"

"ครับ ได้ครับ อาจารย์ซู"

แม้ว่าภายในใจของเจียงฟานจะคิดอยากจะตั้งอกตั้งใจเรียนเปียโนอย่างจริงจัง แต่อัญมณีฝ่ามืออันขาวผ่องเรียวยาวของซูโหรวและรอยยิ้มอันอ่อนหวานของเธอในยามที่โน้มตัวเข้ามาอธิบายมันช่างมีเสน่ห์ดึงดูดใจเหลือเกิน สายตาของเขาเผลอเหลือบไปมองตรงบริเวณร่องอกรำไรของเธออยู่เรื่อยเลยตามสัญชาตญาณ

สมอง: จงตั้งใจเรียนเปียโนเพื่อสะสมค่าความรู้สึกดีสิ ไอ้บ้าเอ้ย! ร่างกายส่วนล่าง:! เธอช่างงดงามเหลือเกิน

อันที่จริงเจียงฟานเป็นคนที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดมาก เขาแกล้งใช้นิ้วมือกดลงไปบนคีย์บอร์ดอย่างรุนแรงเพื่อทำให้เกิดเสียงที่ฟังดูแหบพร่าไร้จังหวะ

ซูโหรวเผยรอยยิ้มอันหมดหนทางแต่ทว่าเต็มไปด้วยความผ่อนปรนออกมา "นักศึกษาเจียง อย่ากดคีย์บอร์ดรุนแรงเกินไปสิค่ะ~" เธอเอื้อมมือไปดึงชายกระโปรงขึ้นเล็กน้อยแล้วเป็นฝ่ายขยับกายเข้าไปแนบชิดติดกับเจียงฟาน

สะโพกอันอวบอิ่มราวกับลูกพีชของเธอเบียดเสียดจนแผ่ขยายออกเป็นรูปทรงกลมกลึงบนเก้าอี้ม้านั่งเปียโน ส่วนโค้งเว้าอันแน่นหนานั้นทำให้สติสัมปชัญญะของคนมองแทบจะมลายหายไป

"จงจินตนาการว่าปลายนิ้วมือของเธอกำลังตั้งตรงอยู่บนคีย์บอร์ด ข้อมือผ่อนคลาย และส่งผ่านพละกำลังลงไปตามธรรมชาติค่ะ"

"ทำแบบนี้ค่ะ" ซูโหรว ดำเนินกิจกรรมการสาธิตที่เป็นมาตรฐานให้ดู

"มาค่ะ~ เธอเองก็ลองทำดูบ้างสิค่ะใช้นิ้วชี้ตั้งตรงลงไปบนโน้ตโดกลางเบาๆ แล้วค่อยๆ กดลงไปค่ะ"

เจียงฟานแสร้งทำเป็นนิ้วมือซุ่มซ่ามไร้เดียงสา เสียงที่เขากดออกมาจึงฟังดูอุดอู้ไร้ทิศทาง "...อาจารย์ซูครับ... ผมรู้สึกว่าตนเองเริ่มมีอาการประหม่าขัดเขินนิดหน่อยครับ"

ซูโหรวให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคุณแม่ที่โตเต็มวัย นัยน์ตาของเธอไม่มีแววแห่งการตำหนิติติงเลยสักนิด "มันเป็นเรื่องธรรมดามากค่ะสำหรับผู้เริ่มต้นที่จะบังเกิดความรู้สึกประหม่า สภาพจิตใจที่ผ่อนคลายถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด พวกเราค่อยเป็นค่อยไปกันดีกว่าค่ะ~" เธอขยับกายเข้ามาแนบชิดทางด้านข้างของเจียงฟานตามธรรมชาติ กลิ่นกายของหญิงสาวที่โตเต็มวัยเริ่มอบอวลและกลมกล่อมมากขึ้นเรื่อยๆ

เธอเป็นฝ่ายยื่นมือออกไปเพื่อช่วยปรับเปลี่ยนท่าทางข้อมือซ้ายของเจียงฟาน: "อาจารย์จะช่วยปรับให้เองนะค่ะ จดจำเอาไว้ว่าข้อมือต้องตั้งตรง~ ราวกับกำลังประคองชามที่บรรจุน้ำเอาไว้..." ในยามที่ปลายนิ้วมืออันอบอุ่นและเนียนนุ่มของซูโหรวสัมผัสโดนฝ่ามือซ้ายของเจียงฟาน ร่างกายของเธอพลันบังเกิดอาการสั่นสะท้านและแข็งทื่อไปชั่วขณะอย่างเห็นได้ชัด เจียงฟานจะมัวทำตัวซื่อบื้อเกินไปไม่ได้แล้ว

ภายใต้การจับมือสอนอย่างใกล้ชิดของซูโหรว ในที่สุดเขาก็สามารถกดเสียงตัวโน้ตที่เป็นมาตรฐานออกมาได้สำเร็จ

"ทำได้ดีมากเลยค่ะ อันที่จริงมันก็เป็นเรื่องง่ายๆ ใช่ไหมค่ะ?" เจียงฟานพยักหน้าลงอย่างแข็งขัน ดูท่าทางใสซื่อบริสุทธิ์ราวกับเด็กน้อย

ซูโหรวยกยิ้มที่มุมปากด้วยความดีใจ: "หากเสี่ยวหมิงยอมเชื่อฟังและน่ารักเหมือนอย่างเธอได้ก็คงจะดีไม่น้อยเลยนะค่ะ..."

"เสี่ยวหมิงงั้นหรือครับ?"

"อืม ใช่ค่ะ~ เขาเป็นหลานชายของฉันเองค่ะ ตั้งแต่เด็กเขาก็เป็นคนที่มีนิสัยลอกแลกไม่อยู่นิ่งและชอบสร้างปัญหาความเดือดร้อนอยู่เรื่อยเลย ฉันเป็นคนคอยดูแลเอาใจใส่ชีวิตความเป็นอยู่ของเขามาโดยตลอดค่ะ"

ซูโหรวหลับตาลงเล็กน้อย ฝ่ามือของเธอเริ่มบรรเลงบทเพลงโปรดของตนเองอย่างสง่างาม เปียโนที่บ้านมันก็ถือว่าดีอยู่หรอกนะ... แต่ทว่าสุดท้ายมันก็ไม่ใช่เปียโนหลังนี้อยู่ดี

"ฉันอยากจะสอนให้เขาเล่นเปียโน แต่เขากลับรู้สึกเบื่อหน่ายและรำคาญใจ... เฮ้อ... โชคดีเหลือเกินที่คุณยอมมาเรียนเปียโนร่วมกับฉันค่ะ"

ซูโหรว บรรเลงบทเพลงจบลงไปหนึ่งบทเพลงพลางเผยรอยยิ้มอันมีความสุขออกมา: "นักศึกษาเจียง ขอบคุณมากนะค่ะ"

เจียงฟานรู้สึกตกตะลึงอย่างรุนแรงกับท่วงทำนองอันแสนงดงามที่ซูโหรวบรรเลงออกมา ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ความเข้าใจเลยว่ามันคือบทเพลงอะไร แต่เขาสามารถรับรู้ได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกที่พุ่งพล่านอยู่ภายในใจของเธอ หญิงสาวที่สมบูรณ์แบบและอ่อนหวานเช่นนี้... ทำให้เขาเริ่มบังเกิดความรู้สึกขัดเขินที่จะลงมือล่วงเกินร่างกายของเธอขึ้นมาเล็กน้อย

เจียงฟานเอ่ยปากถามออกไปตามสัญชาตญาณ "อาจารย์ซูครับ~ หลานชายที่อาจารย์พูดถึงเมื่อสักครู่นี้... ใช่คนที่มีชื่อว่าซูหมิงหรือเปล่าครับ?"

"ตรงบริเวณใต้ดวงตาซ้ายของเขามีไฝเสน่ห์อยู่เม็ดหนึ่งใช่ไหมครับ?"

นัยน์ตาคู่สวยของซูโหรวช้อนขึ้นมองเล็กน้อย พลางเผยรอยยิ้มอันผ่อนคลายออกมา: "อ้าว? เธอรู้จักเสี่ยวหมิงด้วยงั้นหรือค่ะ?"

บทที่ 10 กลยุทธ์ที่แตกต่าง

ซูโหรวสังเกตเห็นว่าสีหน้าท่าทางของเจียงฟานเริ่มมีความผิดปกติไปเล็กน้อย เขาเฝ้าคอยแอบชำเลืองมองร่างกายของเธออยู่เป็นระยะ ถึงแม้ว่าเขาจะรู้จักวิธีปกปิดอำพรางสายตาได้เป็นอย่างดี แต่ทว่านัยน์ตาคู่นั้นกลับเคลือบแฝงไปด้วยความถวิลหาและความปรารถนาลึกลับ

ในยามที่ซูโหรวยังเป็นเด็กสาวเธอ ก็เป็นสาวงามระดับแนวหน้าอยู่แล้ว เธอจึงมีความเคยชินหรือแปรเปลี่ยนเป็นมีภูมิคุ้มกันต่อสายตาของพวกผู้ชายมานานแล้ว ความคิดอ่านอันชั่วร้ายในนัยน์ตาของเจียงฟานไม่ได้มีความรุนแรงอะไรเลย และเขาก็ไม่ได้อาศัยสิทธิ์อำนาจของบทบาทสมมติเพื่อขยับเข้ามาล่วงเกินร่างกายตามใจชอบ ค่าความรู้สึกดีที่ซูโหรวมีต่อเขาก็ถือว่าอยู่ในระดับที่สูงมากทีเดียว

มันเป็นเรื่องยากมากที่จะได้พบเจอใครสักคนที่มีความสนใจในงานอดิเรกแบบเดียวกัน และเขาก็เป็นเด็กหนุ่มที่หล่อเหลาภูมิฐานซึ่งตรงตามรสนิยมของเธอพอดี ซูโหรวคาดหวังว่าเจียงฟานจะสามารถอยู่เคียงข้างคอยเป็นเพื่อนเธอไปได้อีกนานเพื่อช่วยบรรเทาความโดดเดี่ยวและความตื่นตระหนกภายในใจ ในเมื่อเขารู้จักเสี่ยวหมิง อัตลักษณ์ในโลกแห่งความเป็นจริงของเขาก็ควรจะเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยตงเฉิงใช่ไหมนะ? แปลกจัง ทำไมอยู่ๆ เขาถึงเลิกมองฉันแล้วล่ะ?

เจียงฟานจ้องมองตรงไปยังเปียโนสีดำทมิฬพลางคอยตักเตือนตนเองให้หักห้ามอารมณ์ความรู้สึกเอาไว้ ซูหมิง ไอ้ทายาทคนรวยรุ่นที่สองผู้เย่อหยิ่งทระนงตนที่แย่งชิงหลินเสวี่ยไปจากเขา ถึงแม้ว่าหลินเสวี่ยจะไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีอะไรเลย แต่การถูกแย่งชิงแฟนสาวไป... มันก็ยังคงสร้างความเสียหายต่อศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของเขาอยู่ดี

ซูหมิง แกกล้าดียังไงมาแย่งชิงแฟนสาวของฉัน ถ้างั้นฉันก็จะแย่งชิงคุณอาของแกกลับคืนมาบ้าง!

เดิมทีเจียงฟานรู้สึกว่าการใช้กลยุทธ์อันชั่วร้ายกับเทพธิดาผู้อ่อนหวานและสมบูรณ์แบบเช่นซูโหรวถือเป็นการเหยียบย่ำทำลายศีลธรรม ภายในใจลึกๆ ของเขาจึงอาจจะบังเกิดความรู้สึกต่อต้านอยู่บ้างเล็กน้อย

ทว่าในเวลานี้เขาสามารถดำเนินกิจกรรมในบทบาทสมมติได้โดยปราศจากภาระทางจิตใจใดๆ ทั้งสิ้น เจียงฟานแอบเปิดเข้าไปดูในหน้าต่างร้านค้าของแอปพลิเคชันเงียบๆ

【ครีมทามือช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด】: จำกัดการใช้งานเพียงครั้งเดียวต่อหนึ่งเนื้อเรื่อง โดยมีผลลัพธ์ยาวนานครั้งละ 5 นาที หลังจากทาลงบนฝ่ามือแล้วไปสัมผัสร่างกายของผู้อื่น จะช่วยให้พวกเขาก้าวเข้าสู่สภาวะผ่อนคลายได้อย่างรวดเร็ว และช่วยสร้างความรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนมและความผ่อนคลายสบายตัวขึ้นมาเล็กน้อย ราคา: 1,000 เหรียญเล่อเซียง กดสั่งซื้อทันที!

ไอเทมอุปกรณ์ที่มีฤทธิ์รุนแรงเช่นเครื่องหอมควรจะเก็บรักษาเอาไว้ใช้ในช่วงครึ่งหลังของบทบาทสมมติระดับ 300 เหรียญเล่อเซียงดีกว่า หากใจร้อนดำเนินงานรุนแรงเกินไปจะทำให้ซูโหรวบังเกิดความรู้สึกต่อต้านหรืออาจจะเตลิดหนีไปเลยก็ได้!

เจียงฟานเผยรอยยิ้มออกมาพลางเอ่ยว่า: "ผมไม่ได้มีความสนิทสนมคุ้นเคยกับซูหมิงเท่าไหร่หรอกครับ พวกเรามาเริ่มเรียนหนังสือกันต่อดีไหมครับ?"

"อืม ได้สิค่ะ" ทว่า ความรู้สึกประหลาดอันยากจะบรรยายกลับค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ เจียงฟานเริ่มรวมสมาธิไปจดจ่ออยู่กับการเรียนและไม่ได้แอบชำเลืองมองเธออีกเลย ทุกครั้งที่เธอโน้มตัวเข้ามาคอยนำทางสั่งสอน และปลายนิ้วมือของเธอสัมผัสโดนฝ่ามือซ้ายของเขา ความรู้สึกชาหนึบและความผ่อนคลายสบายตัวอันน่าประหลาดก็ค่อยๆ แผ่ซ่านไปตามเส้นประสาทของเธออย่างเงียบเชียบ

ทั้งยังมีกลิ่นหอมสดชื่นบางอย่างโชยออกมา ซึ่งมันทำให้เธอรับรู้ได้ถึงความตื่นเต้นยินดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนอดไม่ได้ที่จะคิดอยากจะรักษาระยะห่างให้อยู่ใกล้ชิดกันต่อไปอีกสักหน่อย เจียงฟานแสร้งทำเป็นไม่รู้ความเข้าใจ นัยน์ตาคู่สวยของเขาดูใสซื่อบริสุทธิ์เป็นที่สุด: "อาจารย์ซูครับ ทำแบบนี้ถูกต้องไหมครับ?"

ซูโหรวสะกดกลั้นความรู้สึกประหลาดภายในใจเอาไว้พลางเผยรอยยิ้มออกมา: "อืม ใช่ค่ะ~ จังหวะทำได้ดีมากเลยค่ะ!" เดิมทีเธอเป็นคนที่ค่อนข้างรักนวลสงวนตัวอยู่แล้ว เธอจึงไม่กล้าแสดงความคิดอ่านที่แท้จริงในใจออกมา ทุกครั้งที่เธอช่วยเจียงฟานปรับเปลี่ยนท่าทางข้อมือ เสร็จสิ้น เธอ ก็จะขยับตัวถอยกลับไปรักษาระยะห่างตามเดิม ทว่า ความผ่อนคลายสบายตัวที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนปลายนิ้วมือกลับวนเวียนอยู่ภายในใจของเธอไม่ยอมเลือนหายไปไหน

เธอแอบขมวดคิ้วอยู่ลึกๆ: ตัวฉันกำลังเป็นอะไรไปเนี่ย? ทำไมถึงได้มีความคิดอยากจะขยับเข้าไปแนบชิดติดกับเขาโดยไม่รู้ตัวอยู่เรื่อยเลยล่ะ?

เจียงฟานคอยเฝ้าสังเกตดูพฤติกรรมของซูโหรวผ่านทางหางตาอยู่ตลอดเวลา ตรรกะทางพฤติกรรมของหญิงสาวที่โตเต็มวัยและสง่างามคนนี้ดูจะมีความแปลกประหลาดไปเล็กน้อยนะเนี่ย

เธอคิดอยากจะเป็นฝ่ายเริ่มเข้าหาเพื่อสัมผัสร่างกายของผม... แต่ทว่าในขณะเดียวกันก็คิดอยากจะรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยเอาไว้ด้วยใช่ไหมนะ? เธอช่างเหมือนกับแมวสาวที่คอยยื่นเท้าไปทดสอบตรงขอบเส้นแบ่งความปลอดภัยอยู่เรื่อยเลย ขยับเข้าหา สัมผัสร่างกาย แล้วก็ขยับถอยห่าง สายตาของเขาเหลือบไปเห็นกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงที่ตั้งอยู่บนชั้นวางของ

ได้ยินมาว่าซูหมิงเป็นถึงนายน้อยของซูกรุ๊ป และครอบครัวของเขาก็มีความร่ำรวยมหาศาลมาก ในฐานะที่เป็นคุณอาของเขา ตัวซูโหรวเองก็น่าจะมีเงินทองมากมายมหาศาลใช่ไหมนะ? สถานะภาพและการอบรมสั่งสอนหล่อหลอมให้เธอไม่มีวันยอมเปิดเผยความนึกคิดในใจออกมาให้คนอื่นเห็นได้ง่ายๆ หรอก หากเลือกใช้บทพูดเพื่อบังคับขู่เข็ญโดยตรงก็อาจจะไปกระตุ้นมาตรการระแวดระวังของเธอให้ตื่นขึ้นมาก็ได้ใช่ไหมล่ะ?

สู้ลองใช้วิธีการหยั่งเชิงทัศนคติของเธอไปลอยๆ จะดีกว่า เจียงฟานแสร้งทำเป็นกดเสียงตัวโน้ตยาวผิดจังหวะ หญิงสาวที่โตเต็มวัยและสง่างามพลันโน้มตัวเข้ามาหาในทันที ชายกระโปรงของเธอปัดผ่านร่างกายของเขาไปเบาๆ พร้อมกับส่งกลิ่นหอมอบอวลโชยชายออกมา "นักศึกษาเจียง ตรงนี้จำเป็นต้องมีความต่อเนื่องมากกว่านี้หน่อยนะค่ะ..."

"อาจารย์ซูครับ ผมยังไม่ค่อยเข้าใจเลยครับ... จะรบกวนอาจารย์ช่วยจับมือสอนผมสักครั้งได้ไหมครับ?" เจียงฟานยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความผ่อนคลายสบายตัวที่ได้รับมาจากครีมทามือช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดยังคงมีผลลัพธ์ใช้งานอยู่ ประกอบกับท่าทางที่ "เชื่อฟัง" และ "น่ารัก" ของเจียงฟานก่อนหน้านี้ มาตรการระแวดระวังของซูโหรวพลันลดระดับลงไปจนถึงจุดต่ำสุดในทันที "ได้สิค่ะ~ เธอต้องตั้งใจเรียนให้ดีๆ นะค่ะ"

ในครั้งนี้ ซูโหรวเลือกนั่งลงในตำแหน่งที่อยู่ใกล้ชิดติดกับเจียงฟานมากเป็นพิเศษ เรียวขาอันอวบอิ่มและงดงามของเธออยู่ห่างจากขาซ้ายของเจียงฟานเพียงนิดเดียวเท่านั้น เจียงฟาน แกต้องหักห้ามใจเอาไว้ให้ดีนะ ลักษณะนิสัยของเธอไม่ได้มีความเหมือนกับอาจารย์เสิ่นเลยสักนิด หากวู่วามจู่โจมออกไปจะทำให้แผนการพังทลายลงได้ง่ายมาก เนื่องจากเขาต้องฝืนสะกดกลั้นอารมณ์ความรู้สึกเอาไว้ ร่างกายของเจียงฟานจึงบังเกิดความตึงเครียดขึ้นมาตามธรรมชาติ

ในยามที่ซูโหรวยื่นมือมาสัมผัสร่างกายของเขา ฝ่ามือซ้ายของเขากลับมีปฏิกิริยาตอบสนองมากเกินไปจนเกิดอาการสั่นสะท้าน เดิมทีเธอตั้งใจจะใช้ปลายนิ้วมือกดลงไปบนหลังมือของเจียงฟานเท่านั้น ทว่าผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่าฝ่ามือของเธอแนบชิดติดลงไปบนนั้นจนแน่นหนา! คลื่นความอบอุ่นและความผ่อนคลายสบายตัวอันรุนแรงพลันพุ่งพล่านเข้าสู่ร่างกายของซูโหรวในทันที "อุ๊ย อ้า~" หญิงสาวที่โตเต็มวัยและสง่างามถึงกับเผลอเปล่งน้ำเสียงครางกระเส่าอันแสนน่ารักและมีเสน่ห์ออกมาอย่างเหนือความคาดหมาย นัยน์ตาคู่สวยของเธอทอแว่วมึนงงไปชั่วขณะ

ในวินาทีที่ร่างกายของเธอผ่อนคลายลง ขาขวาของเธอก็ยื่นออกไปตามสัญชาตญาณโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้เนื้อขาทางด้านนอกปัดผ่านขาซ้ายของเจียงฟานไปเบาๆ!

ร่างกายของพวกเขาทั้งสองคนพลันแข็งทื่อไปพร้อมๆ กัน ในอากาศดูเหมือนจะจับตัวเป็นน้ำแข็งไปในทันที

เธอรีบชักมือของตนเองกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงเคลือบแฝงไปด้วยอาการสั่นเครืออันยากจะสังเกตเห็น: "ฝ่ามือ... ฝ่ามือของอาจารย์เริ่มบังเกิดอาการเคล็ดขัดยอกขึ้นมานิดหน่อยแล้วค่ะ เธอตั้งใจฝึกซ้อมไปพรางๆ ก่อนนะค่ะ" "โอ้~ ครับ ได้ครับ"

ซูโหรวรับรู้ได้ถึงความอับอายอันเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นภายในใจ: เขาต้องได้ยินน้ำเสียงเมื่อสักครู่นี้แล้วแน่นอนใช่ไหมนะ? มันช่างน่าอับอายขายหน้าเหลือเกิน... ฉันถึงกับสูญเสียความสง่างามไปเสียแล้ว!

ในยามที่เธอแอบชำเลืองมองเจียงฟานเงียบๆ ก็พบว่าเขากำลังตั้งอกตั้งใจรวมสมาธิไปกับการเล่นเปียโนอยู่ ความอบอุ่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ตรงบริเวณเนื้อขาทางด้านนอกทำให้หัวใจของเธอเริ่มเต้นรัวเร็วมากขึ้นกว่าเดิม

ภายใต้แสงไฟสีเหลืองนวลอันอบอุ่น ใบหน้าของซูโหรวพลันถูกย้อมไปด้วยรอยยิ้มสีแดงระเรื่ออันแสนคลุมเครือ แปลกจัง ทำไมฉันถึงได้มีความคิดอยากจะไปสัมผัสร่างกายของเขาอยู่เรื่อยเลยล่ะ? หรือว่าตัวฉันจะเป็นผู้หญิงที่ไร้ยางอายกันแน่นะ? หืม... ไม่ใช่หรอกมั้ง!

เจียงฟานเป็นเพียงนักศึกษาที่ดีที่กำลังตั้งใจเรียนเปียโนอยู่นะ พฤติกรรมอันแสนคลุมเครือของฉันเมื่อสักครู่นี้มันไม่ใช่... การเกี้ยวพาราสีหรอกหรืออย่างไรกัน? ซูโหรวบังเกิดความตื่นตระหนกตกใจขึ้นมาภายในใจและคิดอยากจะขยับตัวถอยกลับไปรักษาระยะห่างตามเดิม ทว่าเจียงฟานที่คอยเป็นฝ่ายยอมตามมาโดยตลอด กลับเป็นฝ่ายเริ่มเปิดฉากจู่โจมขึ้นมาอย่างกะทันหัน: "ขอบคุณครับอาจารย์ซู ตอนนี้ผมรู้สึกว่าตนเองเริ่มมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นมาบ้างแล้วครับ!"

นัยน์ตาของเขาดูเปิดเผยและซื่อสัตย์เป็นที่สุด: "หลงเหลือเวลาอีกเพียงแค่ 2 นาทีก็จะสิ้นสุด คาบเรียนแล้วครับ... อาจารย์ตั้งใจสั่งสอนผมมาเป็นเวลานานขนาดนี้ต้องรู้สึกเหน็ดเหนื่อยมากแน่นอนเลยครับ ให้ผมช่วยนวดเพื่อผ่อนคลายร่างกายให้อาจารย์ดีไหมครับ?"

สีหน้าท่าทางของซูโหรวดูมีความประหลาดใจอยู่ไม่น้อย สติปัญญาคอยตักเตือนเธอว่าควรจะเอ่ยปากปฏิเสธคำชวนนั้นเสีย ทว่าระลอกคลื่นที่ถูกกระตุ้นขึ้นมาภายในก้นบึ้งของหัวใจกลับยังไม่ยอมสงบลงเลยสักนิด เธอรู้ดีอยู่แก่ใจว่าสายตาที่เจียงฟานใช้มองตรงมามันไม่ใช่สายตาของนักศึกษาที่มองอาจารย์อย่างแน่นอน แต่มันก็ไม่ได้ดูเหมือนสายตาของพวกคนมักมากในกามที่กำลังจ้องมองเหยื่ออยู่เช่นกัน ความผ่อนคลายสบายตัวที่ได้รับมาจากครีมทามือช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดช่วยให้เธอละทิ้งมาตรการป้องกันลงไปจนหมดสิ้น

เสน่ห์ดึงดูดใจและความเชื่อฟังของเจียงฟานสามารถตอบสนองต่อความต้องการภายในใจของเธอได้อย่างแม่นยำไร้ที่ติ ความรู้สึกคับข้องใจที่เคยมีอยู่ภายในใจหลงเหลืออยู่เพียงนิดเดียวและถูกทดแทนด้วยความเพลิดเพลินที่กำลังจะตามมาในไม่ช้า อย่างไรเสียเรื่องนี้ก็เป็นเพียงกฎเกณฑ์ข้อบังคับของบทบาทสมมติเท่านั้นเอง... มันคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง?

หากจะพูดถึงเรื่องการหลอกลวงตนเองแล้ว ตัวซูโหรวเองดูจะมีความรุนแรงมากกว่าเสิ่นถิงเสียอีกนะเนี่ย ความรู้สึกหวั่นไหวที่ถูกสะกดเอาไว้มาเป็นเวลานานหลายปีเริ่มมีแนวโน้มที่จะปะทุขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว

ซูโหรวเผยรอยยิ้มอันสง่างามออกมา: "ได้สิค่ะ~ อาจารย์เชื่อใจนักศึกษาเจียงอยู่แล้วค่ะ"

แว่นตาของเจียงฟานทอแววตื่นตะลึงไปชั่วขณะ เขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าเธอจะยอมตกลงตามคำชวนจริงๆ อย่างนั้นหรือ?

หากเปลี่ยนไปเป็นอาจารย์เสิ่น เธอไม่มีวันยอมให้ความร่วมมืออย่างเชื่อฟังเช่นนี้แน่นอนหากไม่ได้ใช้อำนาจของบทพูดเข้าช่วย เจียงฟานไม่ได้รีบร้อนจู่โจมอย่างรุนแรง ประโยคคำพูดที่ว่า 【อาจารย์เชื่อใจนักศึกษาเจียงอยู่แล้วค่ะ】 มันทำให้หัวใจของเขาบังเกิดความรู้สึกสั่นไหวขึ้นมาเล็กน้อย

เขารู้สึกอยู่เสมอว่าซูโหรวเป็นคนที่เอาชนะได้ยากมากกว่าอาจารย์เสิ่นเสียอีก อย่างน้อยที่สุดมันก็เป็นเรื่องยากมากที่จะตัดสินความนึกคิดที่แท้จริงภายในใจของเธอผ่านทางสีหน้าภายนอกได้ อาจารย์เสิ่นเป็นคนปากแข็งทระนงตน หากเธอต้องเผชิญหน้ากับปัญหาเรื่องเส้นแบ่งศีลธรรมเธอก็จะเลือกใช้วันฟาดโต๊ะเสียงดังทันที

ทว่าซูโหรวกลับคอยส่งรอยยิ้มละมุนมาให้ตลอดเวลา และยอมให้ความร่วมมือต่อคำร้องขออยู่เรื่อยเลย แต่มันช่างยากเหลือเกินที่จะเสาะหาเส้นแบ่งศีลธรรมที่แท้จริงของเธอเจอ!

จบบทที่ บทที่ 6

คัดลอกลิงก์แล้ว