เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP 468: 【อ่านฟรี!】 อ๋องโหมวหลินและพระชายา

EP 468: 【อ่านฟรี!】 อ๋องโหมวหลินและพระชายา

EP 468: 【อ่านฟรี!】 อ๋องโหมวหลินและพระชายา


EP 468: อ่านฟรี! อ๋องโหมวหลินและพระชายา 

ซือถูอวี่รีบก้าวเข้าไปพยุงแม่ทัพขั้นถอดวิญญาณระดับต้นที่กำลังคุกเข่าอยู่ให้ลุกขึ้น

“ท่านแม่ทัพหลี่ ไม่ต้องมากพิธีหรอก พี่น้องคนอื่นๆ ก็เช่นกัน ลุกขึ้นเถิด ก็แค่กลับบ้านธรรมดา ไม่ต้องจัดงานใหญ่โตขนาดนี้ก็ได้... เอิ่ม... พี่น้องทุกคนลำบากแล้ว กลับไปแล้ว ข้าจะตกรางวัลให้ทุกคนอย่างงาม!”

“ขอบพระทัยท่านอ๋องน้อย ท่านหญิงน้อย!”

ทันใดนั้น ทหารทุกนายก็ลุกขึ้นยืนอย่างพร้อมเพรียงกัน แม้แต่เสียงเสียดสีของชุดเกราะก็ยังดังประสานกันอย่างเป็นจังหวะ ไม่ว่าจะเป็นภาพที่ปรากฏแก่สายตาหรือเสียงที่ได้ยิน ล้วนสร้างความตื่นตาตื่นใจอย่างหาที่เปรียบมิได้

เมื่อเย่หลินได้เห็นภาพตรงหน้า ภายในใจก็อดไม่ได้ที่จะลอบเดาะลิ้น

“สมกับที่เป็นขุมกำลังระดับแนวหน้าของราชวงศ์เซียนเจิ้นไห่ เพียงแค่กองทหารต้อนรับยังแข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่อ หากนำกองทัพนี้ไปยังเทือกเขาสวินหลง คงจะกวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างราบคาบแน่”

เย่หลินไม่ใช่ว่าไม่เคยคิดอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับซือถูอวี่ ยืมอำนาจของจวนอ๋องเจิ้นไห่ไปบดขยี้สำนักศักดิ์สิทธิ์ที่สนับสนุนพันธมิตรมารในเทือกเขาสวินหลง

แน่นอนว่า เรื่องความแข็งแกร่งย่อมไม่มีปัญหา เรื่องความสัมพันธ์ก็ยิ่งไร้กังวล ขอเพียงเย่หลินเอ่ยปาก สองพี่น้องซือถูอวี่ย่อมยินดีช่วยเหลืออย่างเต็มที่โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

ทว่ามีปัญหาใหญ่ประการหนึ่งที่เย่หลินไม่อาจแก้ไขได้ นั่นก็คือต้นทุนในการเคลื่อนย้ายผ่านค่ายกลที่สูงลิบลิ่วจนยากจะจินตนาการ

ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร ผู้ฝึกตนยิ่งมีความแข็งแกร่งมากเท่าใด ระยะทางในการเคลื่อนย้ายยิ่งห่างไกลมากเท่าใด ต้นทุนในการเคลื่อนย้ายก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ตอนที่เย่หลินอยู่ในขั้นสร้างรากฐานจิตวิญญาณระดับปลาย การเดินทางจากเทือกเขาสวินหลงมายังทะเลมารฟ้า ก็ต้องเสียศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ระดับสุดยอดไปตั้งหลายก้อน เมื่อบรรลุขั้นก่อผลึกทองคำ ค่าใช้จ่ายย่อมต้องเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว... ส่วนผู้ฝึกตนขั้นถอดวิญญาณนั้น ศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องใช้ในการเคลื่อนย้าย เย่หลินในตอนนี้ไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการ

สิ่งที่ยืนยันได้ก็คือ ทรัพย์สินทั้งหมดที่เย่หลินมีอยู่ในตอนนี้ ยังไม่เพียงพอที่จะส่งผู้ฝึกตนขั้นถอดวิญญาณไปยังเทือกเขาสวินหลงได้เลย และต่อให้ประหยัดมัธยัสถ์ส่งผู้ฝึกตนขั้นก่อกำเนิดวิญญาณธรรมดากลับไปได้สักสองสามคน ก็ไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ระหว่างฝ่ายธรรมะและฝ่ายมารได้

ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุด ก็ยังคงเป็นการที่เย่หลินจะก่อกำเนิดวิญญาณด้วยตนเอง

การที่ทหารเมืองโหมวหลินออกมาต้อนรับสองพี่น้องซือถูอวี่ย่อมดึงดูดความสนใจของผู้ฝึกตนที่สัญจรไปมาในบริเวณนั้น ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ต่างก็เผยสีหน้าตกตะลึงออกมา เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า พวกเย่หลินทั้งสามคนจะมีสถานะที่ไม่ธรรมดาถึงเพียงนี้

บรรดาผู้ฝึกตนต่างสีผิวที่ลอบซ่อนตัวสะกดรอยตามพวกเย่หลินทั้งสามมา ต่างก็หน้าซีดเผือดไปในพริบตา ก่อนจะแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น และแยกย้ายกันหลบหนีไปคนละทิศละทาง ไม่กล้ามีความคิดกำเริบเสิบสานอีกต่อไป

ทว่าพวกเขายากหนี ก็ไม่ได้หมายความว่าเย่หลินจะปล่อยพวกเขาไป

เย่หลินแค่นรอยยิ้มเย็นชา ก่อนจะส่งกระแสจิตไปหาแม่ทัพหลี่ขั้นถอดวิญญาณระดับต้นผู้นั้น เมื่อแม่ทัพหลี่ได้ฟังกระแสจิตของเย่หลิน สีหน้าของเขาก็มืดครึ้มลงในทันที จากนั้นก็โบกมือให้เรือเหาะลำหน้าสุด ทหารระดับขั้นก่อกำเนิดวิญญาณระดับสมบูรณ์แบบสิบนายก็พุ่งทะยานออกมาจากเรือเหาะ

“พวกคนต่างชาตินั้นมีพฤติกรรมน่าสงสัยยิ่งนัก จับกุมตัวกลับไปสอบสวนให้ละเอียด!”

“รับบัญชา!”

ทันใดนั้น ทหารระดับขั้นก่อกำเนิดวิญญาณอีกหลายสิบนายก็กลายร่างเป็นลำแสงพุ่งทะยานไล่ตามผู้ฝึกตนต่างสีผิวที่กระจัดกระจายกันหนีไป

คราวนี้ ผู้ฝึกตนต่างสีผิวที่เพิ่งจะคิดหลบหนีก็ต้องตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ ภายในใจรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง

เดิมทีพวกเขาก็แค่สะกดรอยตามสาวงามขั้นก่อผลึกทองคำระดับกลางผู้หนึ่ง หากมีโอกาสก็ลงมือลักพาตัว หากไม่มีโอกาสก็คิดว่าคงไม่สูญเสียอันใด ทว่าใครจะคาดคิดว่า สตรีผู้นี้กลับเป็นถึงท่านหญิงน้อยแห่งเมืองโหมวหลิน เป็นสายเลือดของราชวงศ์เซียน สถานะสูงส่งจนน่าสะพรึงกลัว เป็นตัวตนที่พวกเขาไม่อาจล่วงเกินได้อย่างเด็ดขาด

หากเป็นในโลกมนุษย์ การแค่สะกดรอยตามโดยยังไม่ได้ลงมือกระทำการใดๆ ย่อมไม่ถือว่าเป็นการละเมิดกฎหมายร้ายแรง ทว่าในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร พฤติกรรมเช่นนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะเป็นข้ออ้างให้ผู้ถูกสะกดรอยตามลงมือสังหารพวกเขาได้

เมื่อเย่หลินเห็นว่ามียอดฝีมือขั้นก่อกำเนิดวิญญาณหลายสิบคนลงมือพร้อมกัน เขาก็เลิกให้ความสนใจกับเรื่องนี้อีก

คนเหล่านี้เมื่อถูกจับกุมตัวเข้าเมืองโหมวหลินแล้ว หากเป็นคนต่างชาติที่ไม่มีสถานะหรือเบื้องหลังใดๆ ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีชีวิตรอดออกมาได้ หากเป็นบุคคลสำคัญของต่างชาติที่ไม่อาจลงมือสังหารได้โดยตรง ก็ย่อมต้องชดใช้ด้วยศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์จำนวนมหาศาลจนแทบจะหมดตัวเป็นแน่

“จัดขบวน คุ้มกันท่านอ๋องน้อยและท่านหญิงน้อยกลับจวน!”

“รับบัญชา!”

เรือเหาะนับสิบลำเมื่อได้รับคำสั่ง ก็พุ่งทะยานเข้ามาล้อมรอบเสี่ยวหลานไว้ตรงกลาง ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้า ด้านหลัง ด้านซ้าย ด้านขวา หรือแม้แต่ด้านบนและด้านล่าง ก็ล้วนมีเรือเหาะบินประกบคู่ไปกับเสี่ยวหลานอย่างใกล้ชิด

ตั้งแต่เล็กจนโต นี่เป็นครั้งแรกที่เย่หลินได้รับการคุ้มกันในระดับนี้ ก็ถือว่าได้อานิสงส์จากสองพี่น้องซือถูอวี่

บินต่อไปอีกไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เสี่ยวหลานที่บรรทุกพวกเย่หลินทั้งสามคนและขบวนคุ้มกัน ก็บินข้ามกำแพงเมืองอันสูงใหญ่และแข็งแกร่งของเมืองโหมวหลิน เข้าสู่ตัวเมืองโหมวหลินในที่สุด

ภายในเมืองโหมวหลิน เสียงผู้คนจอแจอึกทึกครึกโครม บนพื้นดินมีผู้คนเดินขวักไขว่กันอย่างหนาแน่น ส่วนบนท้องฟ้าก็มีผู้ฝึกตนบินทะยานไปในทิศทางต่างๆ อย่างไม่ขาดสาย

ทันทีที่ข่าวเรื่องคลื่นวังวนมิติที่อาจจะเกิดขึ้นในทะเลมารฟ้าแพร่สะพัดออกไป ยอดฝีมือจากนับพันแคว้นโดยมีราชวงศ์เซียนเจิ้นไห่เป็นศูนย์กลาง ต่างก็หลั่งไหลกันมารวมตัวที่เมืองโหมวหลิน ล้วนหวังจะได้พบเจอวาสนาในคลื่นวังวนมิติ ส่งผลให้เมืองโหมวหลินคลาคล่ำไปด้วยผู้คน เมืองโหมวหลินได้เปิดประตูเมืองทั้งสิบหกบานแล้ว ทว่าแถวของผู้คนที่รอเข้าเมืองที่ประตูแต่ละบาน ก็ยังยาวเหยียดไปไกลหลายสิบลี้

สำหรับเมืองโหมวหลินโดยรวมแล้ว คลื่นวังวนมิตินั้นนับเป็นวิกฤต แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสทองในการกอบโกยเงินทองที่หาได้ยากยิ่ง

เมื่อเทียบกับเมืองหงโจวแล้ว เมืองโหมวหลินมีอาณาเขตกว้างขวางกว่าถึงร้อยเท่า และจวนเจ้าเมืองก็ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโหมวหลิน ขบวนคุ้มกันอันยิ่งใหญ่เกรียงไกรพาพวกเย่หลินทั้งสามคนมาส่งถึงหน้าจวนเจ้าเมืองอย่างรวดเร็ว กององครักษ์ของจวนเจ้าเมืองก็รีบเข้ามาสับเปลี่ยนเวรยามรับหน้าที่คุ้มกันต่อ และพาพวกเย่หลินทั้งสามคนไปส่งยังหน้าตำหนักอันใหญ่โตแห่งหนึ่ง

ซือถูอวี้ช่วยจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมให้ซือถูอวี่และเย่หลินอย่างใส่ใจ จากนั้นซือถูอวี่ก็เดินนำหน้าพาทั้งสามคนก้าวเข้าไปในตำหนักอันโอ่โถงและหรูหรา

ทันทีที่ก้าวเข้าไป ก็เห็นบุรุษผู้หนึ่งแต่งกายคล้ายบัณฑิต ดูมีอายุราวสามสิบกว่าปี ใบหน้าหล่อเหลาเอาการ นั่งอยู่บนบัลลังก์ ข้างกายมีสตรีรูปร่างอรชรอ้อนแอ้น รูปโฉมงดงามหยาดฟ้ามาดิน สวมชุดกระโปรงยาวสีม่วงอ่อน ดูมีอายุเพียงยี่สิบห้าหรือยี่สิบหกปี

เมื่อทั้งสองเห็นพวกเย่หลินทั้งสามเดินเข้ามา ก็เผยรอยยิ้มอันอบอุ่นออกมา

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทั้งสองนี้ก็คืออ๋องโหมวหลินผู้กุมอำนาจเหนือกองทัพทหารแปดล้านนาย ผู้มีระดับการบำเพ็ญเพียรบรรลุขั้นถอดวิญญาณระดับปลาย และพระชายาผู้เลื่องลือนั่นเอง!

เมื่อเข้ามาในตำหนักแล้ว พวกเย่หลินทั้งสามก็พากันค้อมกายทำความเคารพ

“ลูกคารวะเสด็จพ่อ เสด็จแม่!”

“ผู้น้อยคารวะผู้อาวุโสทั้งสองขอรับ”

ทั่วทั้งตำหนักตกอยู่ในความเงียบสงัดอย่างประหลาด ในขณะที่เย่หลินกำลังรู้สึกกระวนกระวายใจ อ๋องโหมวหลินซือถูเหมี่ยวก็พลันกระแอมไอสองครั้ง

“พวกเจ้าสองคน ออกจากบ้านไปสิบปี เหตุใดถึงได้มีมารยาทถึงเพียงนี้ ทำให้พ่อคนนี้รู้สึกไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย... เอาล่ะ ลุกขึ้นเถิด ไม่ต้องมากพิธี!”

พระชายาลุกขึ้นยืนและเดินมาหาพวกเย่หลินทั้งสามคนตั้งแต่แรกแล้ว นางประคองสองพี่น้องซือถูอวี่ให้ลุกขึ้น จากนั้นก็สะบัดมือเบาๆ เย่หลินรู้สึกได้ถึงพลังเวทอันอ่อนโยนที่โอบอุ้มเขาไว้ ทำให้เขาต้องลุกขึ้นยืนอย่างไม่อาจควบคุมได้

ยังไม่ทันที่เย่หลินจะได้สติ ซือถูอวี้ก็โผเข้ากอดมารดาที่ตัวสูงพอๆ กับนางอย่างแนบแน่น

“เสด็จแม่ เสี่ยวอวี้กลับมาแล้ว!”

พระชายาลูบศีรษะของซือถูอวี้อย่างทะนุถนอม

“กลับมาก็ดีแล้ว”

จากนั้นนางก็ยื่นมืออันเรียวงามหมายจะลูบศีรษะของซือถูอวี่บ้าง ทว่ากลับถูกซือถูอวี่เบี่ยงหลบ

“เสด็จแม่ ลูกโตเป็นลูกผู้ชายเต็มตัวแล้วนะ!”

แล้วซือถูอวี่ก็ถูกซือถูเหมี่ยว อ๋องโหมวหลินที่โผล่มาอยู่ข้างกายตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่รู้ ลูบหัวพร้อมกับหัวเราะร่วน

“เจ้าเด็กเหม็น ตั้งแต่อายุสิบขวบก็พูดแบบนี้มาตลอด...”

จบบทที่ EP 468: 【อ่านฟรี!】 อ๋องโหมวหลินและพระชายา

คัดลอกลิงก์แล้ว