- หน้าแรก
- บันทึกตำนานจักรพรรดิแมลง
- EP 438: 【อ่านฟรี!】 จิตวิญญาณอันเด็ดเดี่ยวของปรมาจารย์เย่
EP 438: 【อ่านฟรี!】 จิตวิญญาณอันเด็ดเดี่ยวของปรมาจารย์เย่
EP 438: 【อ่านฟรี!】 จิตวิญญาณอันเด็ดเดี่ยวของปรมาจารย์เย่
EP 438: 【อ่านฟรี!】 จิตวิญญาณอันเด็ดเดี่ยวของปรมาจารย์เย่
ทว่าผู้ที่หลอมสร้างชุดของวิเศษระดับสูงชุดนี้ เมื่อไม่นานมานี้ เพิ่งจะหลอมโอสถมารฟ้าระดับสุดยอดสำเร็จไปหมาดๆ!
นี่คือเรื่องที่นางไม่เคยพบเห็น และไม่เคยได้ยินมาก่อน
ความคิดอันบ้าบิ่นนั้น กลับเข้ามาครอบงำจิตใจของนางอีกครั้ง...
“บนโลกใบนี้ จะมีตัวตนเช่นนี้อยู่จริงๆ หรือ!”
ทว่าฟางชิงหย่าก็ว้าวุ่นใจอยู่เพียงชั่วครู่ ไม่นานนางก็ดึงสติกลับมา นางปรายตามองเย่หลินด้วยสายตาลึกล้ำ ก่อนจะก้มหน้าลงจับจ้องกระบี่บินจิ๋วสีแดงเพลิงทั้งห้าเล่มอีกครั้ง
เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วน รูม่านตาของฟางชิงหย่าก็หดเกร็ง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอีกเล็กน้อย
“นี่มัน... กระบี่อัคคีผลาญมารหรือ?!”
แม้แต่นางที่มากด้วยประสบการณ์ ยามนี้ก็ยังไม่กล้าฟันธง ประกายแสงสว่างวาบขึ้นในมืออีกข้าง ม้วนหยกเก่าแก่ก็ปรากฏขึ้น บนม้วนหยกมีตัวอักษรขนาดเล็กสลักไว้ว่า 'บันทึกประเมินสมบัติหอว่านเซียน - บทกระบี่บิน'
สัมผัสเทวะของนางจมดิ่งลงสู่ม้วนหยก ข้อมูลกระบี่บินล้ำค่าหลากหลายชนิดไหลผ่านเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว ผ่านไปราวห้าลมหายใจ ในที่สุดนางก็พบข้อมูลที่ต้องการ
ความจริงแล้ว ในฐานะผู้ฝึกตนขั้นก่อกำเนิดวิญญาณ ตำราทุกเล่มที่นางเคยอ่านในช่วงร้อยสองร้อยปีมานี้ นางล้วนจดจำได้ขึ้นใจ และ 'บันทึกประเมินสมบัติหอว่านเซียน' เล่มนี้ ก็ถูกรวบรวมโดยปรมาจารย์ประเมินสมบัติของหอว่านเซียน ถือเป็นความลับที่ไม่เปิดเผยให้คนนอกรู้ เป็นหนึ่งในตำราที่ฟางชิงหย่าท่องจำจนขึ้นใจมาตั้งแต่เด็ก
นางเพียงแค่ไม่อยากเชื่อสายตา ว่าของในมือคือสิ่งนั้นจริงๆ จึงต้องนำออกมาตรวจสอบให้แน่ใจ
“กระบี่อัคคีผลาญมาร เป็นกระบี่บินของผู้ฝึกตนยุคโบราณที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบันซึ่งหาได้ยากยิ่ง สามารถเพิ่มอานุภาพของค่ายกลกระบี่ธาตุไฟและเคล็ดวิชาธาตุไฟได้อย่างมหาศาล ระดับความหายาก: หายากยิ่ง ระดับของวิเศษ: มีทั้งสูงและต่ำ”
“มีการขุดพบเคล็ดวิชาการหลอมสร้างหลากหลายเวอร์ชันจากถ้ำและโบราณสถานของผู้ฝึกตนยุคโบราณหลายแห่ง คาดว่าวัตถุดิบในการหลอมสร้างสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามเงื่อนไขที่แตกต่างกัน เนื่องจากกระบวนการหลอมสร้างนั้นซับซ้อนและยากลำบากยิ่ง หากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญระดับปรมาจารย์ด้านการหลอมศาสตรา ก็ยากที่จะหลอมสำเร็จได้”
“ข้อเสนอแนะในการประเมินราคา: หากชุดกระบี่บินไม่สมบูรณ์ กระบี่บินแต่ละเล่มจะถูกประเมินราคาเป็นสองเท่าของของวิเศษกระบี่บินธาตุไฟในระดับเดียวกัน หากชุดกระบี่บินสมบูรณ์ จะถูกประเมินราคาเป็นสามเท่า!”
จากนั้นนางก็ตรวจสอบรูปแบบของกระบี่บิน รวมถึงลวดลายและอักขระโบราณบนกระบี่บินอย่างละเอียดอีกครั้ง ในที่สุด ฟางชิงหย่าก็มั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่า เย่หลินสามารถหลอมชุดกระบี่อัคคีผลาญมารที่หาได้ยากยิ่งออกมาได้จริงๆ!
และในเวลานี้ เย่หลินก็กำลังแย้มยิ้มให้นาง พร้อมกับพยักหน้าเบาๆ เป็นการยอมรับในความสามารถในการประเมินสมบัติของฟางชิงหย่า
ฟางชิงหย่าสะกดข่มความตื่นเต้นในใจ พยายามทำให้น้ำเสียงไม่สั่นไหวขณะประกาศว่า “จากการตรวจสอบซ้ำหลายครั้งของข้า ของวิเศษที่ปรมาจารย์เย่หลอมขึ้นมานั้น คือชุดกระบี่อัคคีผลาญมารที่สมบูรณ์แบบ สหายเต๋าหลายท่านอาจจะไม่คุ้นเคยกับชื่อกระบี่บินนี้ ข้าจะขออธิบายข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบี่อัคคีผลาญมารให้ฟังคร่าวๆ”
“กระบี่อัคคีผลาญมารนี้...”
แม้ภายในใจจะตื่นเต้น ทว่าด้วยความเป็นมืออาชีพที่สั่งสมมา ฟางชิงหย่าจึงสามารถอธิบายข้อมูลที่เปิดเผยได้ของกระบี่อัคคีผลาญมารให้ทุกคนฟังได้อย่างไม่เร่งรีบ
ทุกคนที่ได้ฟัง ต่างก็เบิกตากว้าง อ้าปากค้างอีกครั้ง
บางคนมองเย่หลินราวกับมองเทพเซียน บางคนก็มองราวกับเห็นผี
เดิมทีคิดว่าการที่เย่หลินหลอมกระบี่บินระดับสูงได้ห้าเล่มก็ถือว่าสุดยอดแล้ว แต่ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าก็คือ สิ่งที่เขาหลอมออกมากลับเป็นของหายากที่ตกทอดมาจากผู้ฝึกตนยุคโบราณ ซึ่งมีราคาประเมินเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตัว
ฟางชิงหย่ากล่าวต่อ
“โดยสรุปแล้ว ราคาประเมินที่ข้าให้สำหรับกระบี่อัคคีผลาญมารทั้งห้าเล่มของปรมาจารย์เย่ คือศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ระดับสุดยอดสามสิบห้าก้อน แน่นอนว่านี่เป็นเพียงราคาประเมินเท่านั้น ของวิเศษที่มีคุณภาพและความหายากระดับนี้ มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะถูกนำไปประมูลในงานชุมนุมใหญ่ของหอว่านเซียนได้เลย และราคาประมูลสุดท้าย ก็ไม่น่าจะต่ำกว่าราคานี้อย่างแน่นอน!”
เมื่อผู้คนได้ยินเช่นนั้น ก็สูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึงอีกครั้ง
ต้นทุนวัตถุดิบหลอมศาสตราเพียงศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ระดับสุดยอดสามก้อน เมื่อผ่านมือเย่หลิน กลับเพิ่มมูลค่าขึ้นเกือบสิบเท่า...
นี่มันเกินจริงไปแล้ว ผู้ฝึกตนหลายคนถึงกับรู้สึกว่ามันไม่เป็นความจริง และไม่อยากจะเชื่อสายตา
เมื่อได้ยินราคาประเมินที่น่าตกตะลึง เย่หลินก็ดีใจจนแทบเนื้อเต้น รีบส่งกระแสจิตชื่นชมเสี่ยวชี่ชุดใหญ่
ทว่ายามนี้เสี่ยวชี่ไม่มีอารมณ์มารับฟังคำชมของเขาหรอก เพราะตอนนี้เขาล้มพับลงบนเตียงในห้องนอนของตัวเอง แล้วก็กรนเสียงดังลั่นราวกับฟ้าร้อง
คาดว่าถ้าไม่นอนสักห้าหกวัน ก็คงไม่ตื่นขึ้นมาง่ายๆ และต่อให้ตื่นขึ้นมา วิญญาณของเขาก็ยังคงอ่อนแออยู่ ไม่สามารถหลอมศาสตราต่อไปได้ในทันที
นี่แสดงให้เห็นว่า การหลอมศาสตราไม่ได้ง่ายและทำกำไรได้งามอย่างที่ทุกคนคิด
หากสามารถหลอมศาสตราได้อย่างต่อเนื่อง ชิ้นแล้วชิ้นเล่า เย่หลินก็คงจะรวยเละไปแล้ว
เมื่อสัมผัสได้ว่าเสี่ยวชี่เหนื่อยล้าถึงเพียงนี้ เย่หลินก็รีบปรับสีหน้าให้ซีดเผือดลงทันที แถมยังมีรอยคล้ำใต้ตาสองข้าง แววตาก็ล่องลอย...
“โชคดีที่รู้ตัวทัน เนื่องจากเสี่ยวชี่ไม่เคยหลอมของวิเศษระดับนี้มาก่อน จึงไม่รู้ว่าหลังจากหลอมเสร็จแล้วจะมีอาการเช่นไร เกือบจะความแตกซะแล้ว”
เย่หลินที่มีสภาพ 'เหนื่อยล้าสุดขีด' ราวกับมะเขือม่วงโดนน้ำค้างแข็ง นั่งขัดสมาธิลงบนพื้น แล้วประสานมือคารวะฟางชิงหย่า
“การหลอมศาสตราเป็นงานที่หนักหน่วงและเหน็ดเหนื่อยยิ่งนัก ดูเหมือนข้าต้องพักผ่อนให้เต็มที่สักหน่อย เมื่อสหายเต๋าท่านอื่นหลอมเสร็จ และการแข่งขันรอบต่อไปกำลังจะเริ่มขึ้น หลงจู๊ใหญ่ฟางอย่าลืมปลุกข้าด้วยนะ...”
ฟางชิงหย่าได้ยินดังนั้น ก็แย้มยิ้มหวานทันที
“ปรมาจารย์เย่พักผ่อนให้เต็มที่เถิด ข้าจะปลุกท่านตรงเวลาแน่นอน ทว่าข้ายังมีความกังวลอยู่บ้าง การหลอมศาสตรานั้นสิ้นเปลืองพลังวิญญาณเป็นอย่างมาก ว่ากันว่าหลังจากหลอมศาสตราเสร็จแต่ละครั้ง ปรมาจารย์ด้านการหลอมศาสตราอย่างน้อยต้องพักผ่อนเป็นเดือนสองเดือน เวลาเพียงไม่กี่วันนี้ ปรมาจารย์เย่จะมีแรงไปแข่งต่อในรอบคัดเลือกผู้จัดหาสินค้าด้านการสร้างยันต์จริงๆ หรือเจ้าคะ?”
เย่หลินกัดฟันแน่น ทำทีเป็นฝืนดึงสติกลับมา ด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว “หลงจู๊ใหญ่ฟางไม่ต้องกังวล ข้าไม่เป็นไร ข้ายังไหว อาการเหนื่อยล้าทางวิญญาณแค่นี้ อดทนสักหน่อยก็ผ่านไปได้ สำหรับข้าแล้ว มันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเลย!”
ฟางชิงหย่าได้ยินเช่นนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเลื่อมใส นางประสานมือคารวะเย่หลิน
“มิน่าล่ะ ปรมาจารย์เย่ถึงได้เชี่ยวชาญศาสตร์แขนงรองหลากหลายแขนง จิตวิญญาณที่เด็ดเดี่ยวไม่ย่อท้อเช่นนี้ สมควรเป็นแบบอย่างให้แก่ผู้ฝึกตนทุกคน ไม่ว่าผลการแข่งขันในรอบที่สามจะเป็นเช่นไร ข้าก็ขอคารวะท่านจากใจจริง!”
เย่หลินไม่ได้ตอบกลับ ดวงตาของเขาปิดลงพร้อมกับเสียงกรนที่ดังขึ้น
สิ่งที่ทำให้ผู้คนหลงเชื่อสนิทใจที่สุดก็คือ ทันทีที่เย่หลินผล็อยหลับ งูขาวตัวน้อยก็เลื้อยออกมาจากแขนเสื้อของเขา แล้วเลื้อยวนรอบตัวเย่หลินอย่างระแวดระวัง เห็นได้ชัดว่ามันกำลังทำหน้าที่คุ้มครองเจ้านายที่กำลังหลับสนิท
ผู้ฝึกตนคนอื่นๆ ที่ได้ยินบทสนทนาต่างก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะบังเกิดความเคารพเลื่อมใสขึ้นมาในใจ ผู้ฝึกตนบางคนถึงกับลุกขึ้นยืนและโค้งคำนับเย่หลินอย่างสุดซึ้ง
“เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ ความเป็นยอดอัจฉริยะไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วย อย่างที่หลงจู๊ใหญ่ฟางกล่าวไว้ จิตวิญญาณของปรมาจารย์เย่เป็นสิ่งที่พวกเราสมควรนำมาเป็นแบบอย่าง หากข้ามีความพยายามสักหนึ่งในสิบของปรมาจารย์เย่ ข้าก็คงไม่ติดแหง็กอยู่ที่ขั้นก่อผลึกทองคำระดับสูงสุดโดยไม่ก้าวหน้าไปไหนเลย ปรมาจารย์เย่ ข้ากระจ่างแจ้งแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะยึดท่านเป็นแบบอย่าง ในเมื่อระดับพลังบำเพ็ญก้าวหน้าได้ยาก ข้าก็จะพยายามฝึกฝนเคล็ดวิชาอื่นๆ และตั้งใจศึกษาศาสตร์แขนงรองให้แตกฉาน...”