เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP 358: 【อ่านฟรี!】 ค่ายกลอสนีบาตสยบมาร

EP 358: 【อ่านฟรี!】 ค่ายกลอสนีบาตสยบมาร

EP 358: 【อ่านฟรี!】 ค่ายกลอสนีบาตสยบมาร


EP 358: อ่านฟรี! ค่ายกลอสนีบาตสยบมาร

เวลาผ่านไปไม่นานนัก มารฟ้าขั้นก่อผลึกทองคำทั้งสองตัวก็ไม่สามารถเปล่งเสียงคำรามสั่งการได้อีกต่อไป

นั่นเป็นเพราะเสี่ยวไป๋และเสี่ยวเฉียง ได้หาพวกมันพบกลางฝูงมารฟ้า และเปิดฉากโจมตีอย่างดุเดือด

แม้ขุนพลมารฟ้าทั้งสองจะมีระดับพลังขั้นก่อผลึกทองคำระดับเริ่มต้น ทว่าการโจมตีทางวิญญาณของพวกมันกลับใช้ไม่ได้ผลกับเสี่ยวเฉียงและเสี่ยวไป๋ อีกทั้งเวทมนตร์ก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกมันถนัดนัก ในขณะที่เสี่ยวเฉียงและเสี่ยวไป๋นั้น มีพลังต่อสู้ทัดเทียมกับผู้ฝึกตนขั้นก่อผลึกทองคำระดับเริ่มต้นทั่วไปมาตั้งนานแล้ว

เพียงแค่การปะทะกันในชั่วพริบตา ผลแพ้ชนะก็ปรากฏชัดเจน

เสี่ยวเฉียงใช้เพลงกระบี่ดาวตกอย่างต่อเนื่อง ร่างของมันพุ่งทะยานราวกับอุกกาบาตเพลิงขนาดยักษ์ ทุกที่ที่พุ่งผ่าน มารฟ้าขั้นสร้างรากฐานจิตวิญญาณต่างแตกพ่ายกระจัดกระจาย หากตัวใดโชคร้ายถูกโจมตีเข้า ย่อมต้องพบกับจุดจบอย่างแน่นอน มารฟ้าขั้นก่อผลึกทองคำตัวนั้นใช้เวทมนตร์ต้านทานการโจมตีของเสี่ยวเฉียงได้เพียงสามครั้ง ในครั้งที่สี่ เมื่อมันร่ายเวทมนตร์ไม่ทัน ก็ถูกฟันเข้าที่ร่างมารจนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ความตกตะลึงเข้าครอบงำจิตใจ ในที่สุดมันก็ตระหนักได้ว่าไม่อาจต่อกรกับแมลงประหลาดตัวนี้ได้ จึงหันหลังวิ่งหนีเอาชีวิตรอดโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ทอดทิ้งลูกน้องให้เผชิญชะตากรรมอย่างไม่แยแส

ส่วนมารฟ้าที่ปะทะกับเสี่ยวไป๋นั้น อาการยิ่งย่ำแย่กว่า มันไม่สามารถต้านทานการโจมตีระลอกแรกของเสี่ยวไป๋ได้ด้วยซ้ำ ร่างของมันถูกกระบี่อสนีบาตสวรรค์ที่รวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาดแทงทะลุร่าง

โชคยังดีที่มันเป็นมารฟ้าขั้นก่อผลึกทองคำ พลังวิญญาณส่วนใหญ่จึงถูกควบแน่นเอาไว้ในผลึกเวท การโจมตีครั้งนี้จึงเพียงแค่ทำให้มันได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ยังไม่ถึงขั้นปลิดชีพมันได้

ขุนพลมารฟ้าที่บาดเจ็บสาหัสตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ มันหันหลังกลับและพุ่งตัวหนีไปโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง

มารฟ้าทั้งสองตัวนี้แม้จะมีพลังต่อสู้เพียงระดับปานกลาง ทว่าด้วยความที่เป็นร่างไร้รูปร่าง และมีพลังเวทอันมหาศาลในระดับขั้นก่อผลึกทองคำคอยหนุนนำ ทำให้เสี่ยวไป๋และเสี่ยวเฉียงไม่สามารถไล่ตามพวกมันได้ทันในทันที

“ต้องรีบนำเรื่องนี้ไปรายงานท่านอ๋องโดยเร็วที่สุด ผู้ฝึกตนสายควบคุมแมลงผู้นี้ต้องเป็นยอดอัจฉริยะในหมู่มนุษย์อย่างแน่นอน หากท่านอ๋องทราบเรื่อง จะต้องลงมือด้วยตนเองเพื่อจับตัวมันมา แล้วยึดครองร่างของมันแน่! เช่นนั้นแล้ว เราก็แฝงตัวเข้าไปในหมู่มนุษย์เพื่อสืบข่าวสารได้ อีกทั้งยังสามารถรวบรวมขุมกำลังมารฟ้าระดับอ๋องตัวอื่นๆ หรือแม้กระทั่งจักรพรรดิมารฟ้าเพื่อร่วมกันโจมตีเมืองของมนุษย์ได้อีกด้วย!”

ขณะที่มารฟ้าทั้งสองคิดว่าพวกตนเริ่มทิ้งห่างจากแมลงวิญญาณของเย่หลินได้แล้ว และเริ่มวางแผนแก้แค้นเพื่อปลิดชีพเย่หลิน ทันใดนั้น พวกมันก็ได้ยินเสียงตวาดดังลั่นมาจากเบื้องบน

“ค่ายกลอสนีบาตสยบมาร ทำงาน!”

เมื่อมองขึ้นไป ก็พบกับหนอนไหมหิมะตัวน้อยน่ารักขนาดเท่าปลายนิ้ว กำลังโบกสะบัดธงค่ายกลขนาดจิ๋วที่เล็กยิ่งกว่านิ้วมือเสียอีก

เพียงชั่วพริบตาที่ธงค่ายกลโบกสะบัด ท้องฟ้าและผืนน้ำก็แปรปรวน สายฟ้าแลบแปลบปลาบพาดผ่านจากผืนน้ำขึ้นสู่ท้องฟ้า โอบล้อมรัศมีสามร้อยจั้งโดยมีเย่หลินเป็นศูนย์กลางเอาไว้จนมิดชิด

เย่หลินตั้งใจปล่อยแมลงวิญญาณจำนวนมากออกมาช่วยรบ เขาย่อมต้องมั่นใจว่าจะไม่มีข่าวรั่วไหลออกไป เขาได้แอบปล่อยเสี่ยวซูผู้มีความสามารถในการเร้นกายออกไปวางค่ายกลอสนีบาตสยบมารเตรียมเอาไว้ก่อนแล้ว

ในตอนนี้ มารฟ้าทั้งหมดที่อยู่ภายในค่ายกลเปรียบเสมือนปลาในอวน ไม่มีตัวใดสามารถหลุดรอดจากเงื้อมมือของเย่หลินไปได้

เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ความหวังที่เพิ่งจุดประกายขึ้นของขุนพลมารฟ้าทั้งสองก็มอดดับลงอีกครั้ง

ทว่าในสถานการณ์เช่นนี้ พวกมันไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องกัดฟันเสี่ยงฝ่าวงล้อมของค่ายกลอสนีบาตนี้ไปให้ได้ มิฉะนั้น หากถูกเสี่ยวเฉียงและเสี่ยวไป๋ไล่ตามทัน พวกมันต้องตายอย่างแน่นอน

มารฟ้าทั้งสองจำแลงกายเป็นมนุษย์พร้อมๆ กัน มือร่ายอาคม ปากพึมพำท่องคาถา

พลังเวทถูกควบแน่นเป็นม่านพลังป้องกันสีเงินหนาทึบสองชั้น ห่อหุ้มร่างของพวกมันเอาไว้ ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าใส่โครงข่ายสายฟ้าที่เชื่อมโยงฟ้าดินเข้าด้วยกัน เสียง ฟุ่บ!... ดังขึ้น

โครงข่ายสายฟ้าดูเหมือนจะรับรู้ได้ถึงผู้บุกรุก จากที่เคยเบาบางก็กลับกลายเป็นหนาแน่นขึ้นอย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกัน สายฟ้าหลายสายก็ฟาดผ่าลงมาราวกับจะฉีกกระชากร่างมารฟ้าที่จำแลงกายเป็นมนุษย์

ค่ายกลอสนีบาตสยบมารนี้ เดิมทีไม่ได้มีพลังโจมตีรุนแรงนัก แต่มีข้อแม้ว่า ผู้ที่ติดอยู่ในค่ายกลจะต้องไม่พยายามฝ่าโครงข่ายสายฟ้าออกไป

ในตอนแรก สายฟ้าเส้นเล็กๆ ที่ฟาดลงมาบนม่านพลังป้องกันของมารฟ้าไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมากนัก ทว่าเมื่อสายฟ้าที่ฟาดลงมามีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และพลังอสนีบาตก็ทวีความบ้าคลั่งยิ่งขึ้น ม่านพลังป้องกันของขุนพลมารฟ้าทั้งสองก็เริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง

เสี่ยวซูที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าเห็นดังนั้น ก็โบกสะบัดธงค่ายกลในมืออีกครั้ง

“อสนีบาตสังหารมาร!”

เสียงระเบิดดังกึกก้อง ท้องฟ้าพลันผ่าสายฟ้าสีเงินหนาเท่าท่อนแขนสองสายลงมาฟาดเข้าที่ม่านพลังป้องกันของขุนพลมารฟ้าอย่างจัง ม่านพลังแตกกระจายในทันที

เมื่อปราศจากม่านพลังป้องกัน สายฟ้าจำนวนมหาศาลก็ถาโถมเข้ากลืนกินร่างของขุนพลมารฟ้าทั้งสอง

อ๊ากกก...

“นายท่านแมลง โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!”

“นายท่านแมลง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าขอเป็นข้ารับใช้ ยอมสวามิภักดิ์ต่อท่านไปตลอดกาล!”

เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงม ควันดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

ทว่าเย่หลินกลับทำหูทวนลมต่อเสียงกรีดร้องและคำวิงวอนเหล่านั้น เขายังคงมุ่งมั่นเก็บเกี่ยวปราณมารฟ้าที่ล่องลอยอยู่ในอากาศอย่างมีความสุข

ปราณมารฟ้าเหล่านี้จะสลายหายไปตามกาลเวลา หากเก็บไม่ทันก็เท่ากับสูญเปล่า

ส่วนเรื่องที่จะรับขุนพลมารฟ้าขั้นก่อผลึกทองคำระดับเริ่มต้นทั้งสองตัวนี้เป็นข้ารับใช้นั้น เย่หลินไม่มีความสนใจเลยแม้แต่น้อย

สำหรับเขาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนักสู้หรือข้ารับใช้ เขาล้วนมีพร้อมพรั่ง หรือแม้กระทั่งสาวใช้ ในอนาคตเขาก็คงมีไม่ขาด มารฟ้าอาจจะมีความสามารถที่แปลกประหลาด แต่การเลี้ยงดูมารฟ้านั้นต้องหาเลือดเนื้อมาสังเวย ซึ่งยุ่งยากกว่าการเลี้ยงดูแมลงวิญญาณเป็นไหนๆ

เวลาผ่านไปไม่นาน เสียงกรีดร้องของมารฟ้าทั้งสองก็แผ่วเบาลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็เงียบเสียงไป สายฟ้าที่ฟาดกระหน่ำก็สลายตัวไปเช่นกัน ผลึกเวทสีม่วงดำทรงกลมสองเม็ดร่วงหล่นลงมาอย่างรวดเร็ว

เสี่ยวไป๋อ้าปากงับผลึกเวทเม็ดหนึ่งเอาไว้ ส่วนอีกเม็ดก็ตกไปอยู่ในก้ามของเสี่ยวเฉียง

เฉพาะมารฟ้าที่อยู่ต่ำกว่าขั้นก่อผลึกทองคำเท่านั้น เมื่อถูกสังหารจึงจะกลายเป็นปราณมารฟ้าสีม่วงดำ ส่วนมารฟ้าขั้นก่อผลึกทองคำขึ้นไป เมื่อถูกสังหาร สิ่งที่หลงเหลืออยู่คือผลึกเวทของพวกมัน แน่นอนว่าปราณมารฟ้าอันมหาศาล ล้วนถูกควบแน่นเอาไว้ในผลึกเวทนี้ทั้งหมด

เสี่ยวเฉียงกล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า “ผลึกเวทของมารฟ้านี้ น่าจะมีค่ามากกว่าผลึกเวทของผู้ฝึกตนเผ่ามนุษย์ ผู้ฝึกตนเผ่ามาร หรือมารปฐพีเสียอีกนะเนี่ย!”

เสี่ยวไป๋เสริมว่า “น่าจะเป็นเช่นนั้น ต่อให้เป็นในดินแดนหมื่นแคว้น มารฟ้าก็ยังถือว่าเป็นสิ่งหายาก การที่ผู้ฝึกตนจะเดินทางมายังทะเลมารฟ้าเพื่อล่ามารฟ้าขั้นก่อผลึกทองคำนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลย เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะมีพลังวิญญาณแข็งแกร่งทัดเทียมนายท่านของพวกเรา”

เย่หลินที่กำลังมัวแต่เก็บเกี่ยวปราณมารฟ้าในอากาศ หัวเราะด้วยความยินดีพลางกล่าวว่า “ของหายากย่อมมีราคาแพง ไม่คิดเลยว่าเพิ่งจะเดินทางมาถึงได้แค่วันเดียว พวกเราก็จะได้ลาภก้อนโตเสียแล้ว”

เมื่อเห็นขุนพลมารฟ้าทั้งสองถูกเย่หลินสังหาร มารฟ้าขั้นสร้างรากฐานจิตวิญญาณที่เหลือก็ยิ่งสิ้นหวัง ตอนนี้พวกมันจะหนีก็หนีไม่พ้น จะสู้ก็สู้ไม่ได้ ทำได้เพียงรอคอยความตายอย่างน่าสมเพช ปล่อยให้เหล่าแมลงวิญญาณสังหารพวกมันไปทีละตัว

ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ภายในค่ายกลอสนีบาตสยบมาร ก็เหลือเพียงปราณมารฟ้าสีม่วงดำอันเข้มข้น ไร้ซึ่งร่องรอยของมารฟ้าที่ยังมีชีวิตอยู่แม้แต่ตัวเดียว

ฝูงมารฟ้านับร้อยตัวที่มุ่งหน้ามาด้วยความยิ่งใหญ่เกรียงไกร สุดท้ายก็ต้องพินาศย่อยยับลงที่นี่

เหล่าแมลงวิญญาณเริ่มช่วยเย่หลินเก็บเกี่ยวปราณมารฟ้า

เวลาผ่านไปชั่วจิบชา ปราณมารฟ้าในอากาศก็สลายหายไปจนหมดสิ้น

เย่หลินทอดถอนใจด้วยความเสียดาย “พวกเราสังหารมารฟ้ามากเกินไป เก็บเกี่ยวปราณมารฟ้าไม่ทัน มันสลายหายไปเสียก่อน ดูท่าคราวหน้าเราต้องลดความเร็วในการสังหารลงหน่อยแล้ว อีกอย่าง เสี่ยวชี่เอ๋ย เจ้าจงสั่งการให้โรงงานหลอมศาสตราเร่งผลิตลูกปัดกักวิญญาณออกมาจำนวนมากโดยด่วน หากเจอฝูงมารฟ้าคราวหน้า ลูกปัดกักวิญญาณของเราอาจจะไม่พอใช้เอาได้”

“รับทราบขอรับ!”

ปราณมารฟ้าทั้งหมดที่เก็บเกี่ยวได้ บรรจุลงในลูกปัดกักวิญญาณได้มากกว่าห้าสิบลูก ส่วนเย่หลินนั้นพกติดตัวมาเพียงร้อยลูกเท่านั้น

เย่หลินหันไปพูดกับฝูงแมลงวิญญาณ “พวกเจ้ากลับไปพักผ่อนกันให้เต็มที่เถอะ เมื่อถึงเวลาต้องต่อสู้ ข้าจะเรียกพวกเจ้าออกมาอีก”

“รับทราบขอรับ/เจ้าค่ะ!”

เหล่าแมลงวิญญาณที่เพิ่งผ่านการเข่นฆ่ามาอย่างดุเดือด พากันแปรเปลี่ยนเป็นแสงวิญญาณกลับเข้าสู่แหวนโบราณของเย่หลิน

“ที่นี่เพิ่งผ่านการต่อสู้ครั้งใหญ่มา ไม่ควรอยู่ที่นี่นาน พวกเราเองก็ออกเดินทางกันเถอะ!”

เสี่ยวเฉียงย่อขนาดตัวลงแล้วมุดเข้าไปในแขนเสื้อของเย่หลินอีกครั้ง ส่วนเสี่ยวไป๋ก็พันรอบแขนของเขา แสงสีฟ้าบริเวณบั้นท้ายของเสี่ยวหลานสว่างจ้า เสียง ฟุ่บ!... ดังขึ้น ร่างของมันพุ่งทะยานหายไปในรูปของเส้นสายสีฟ้าครามด้วยความรวดเร็ว เพียงสิบกว่าลมหายใจ มันก็กลืนหายไปในหมู่เมฆสีขาว ไร้ซึ่งร่องรอยใดๆ

จบบทที่ EP 358: 【อ่านฟรี!】 ค่ายกลอสนีบาตสยบมาร

คัดลอกลิงก์แล้ว