- หน้าแรก
- บันทึกตำนานจักรพรรดิแมลง
- EP 168: 【อ่านฟรี!】 พิธีศพแห่งแมลง
EP 168: 【อ่านฟรี!】 พิธีศพแห่งแมลง
EP 168: 【อ่านฟรี!】 พิธีศพแห่งแมลง
EP 168: 【อ่านฟรี!】 พิธีศพแห่งแมลง
ดาบโค้งสีเลือดเหล่านี้เป็นศาสตราเวทมาตรฐานของเผ่ามารปฐพี มารปฐพีที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐานจิตวิญญาณจะได้รับเพียงหนึ่งเล่มเท่านั้น มันใช้เวลากว่าร้อยปี สั่งสมผลงานอันยิ่งใหญ่มานับไม่ถ้วน จึงจะสามารถแลกดาบโค้งมาเพิ่มได้อีกสี่เล่ม
ดาบแต่ละเล่ม มันล้วนใช้หยดเลือดแก่นแท้ของตนหล่อเลี้ยงอยู่เสมอ เพื่อเพิ่มพูนความเชื่อมโยงกับดวงวิญญาณ ดาบเหล่านี้คือศาสตราเวทประจำกายของมัน เมื่อเห็นศาสตราเวทประจำกายทั้งห้าเล่มที่กำลังจะเลื่อนขั้นเป็นศาสตราเวทระดับกลาง ต้องมาถูกหลอมละลายอยู่ในปากของอสรพิษเพลิง ความเจ็บปวดที่มันได้รับนั้น ยิ่งกว่าการทนดูบุตรชายถูกสังหารเสียอีก
นัยน์ตากลมโตดั่งกระดิ่งทองเหลืองของหัวหน้ามารปฐพีเบิกกว้าง ยามนี้โทสะในใจมันพลุ่งพล่านจนถึงขีดสุด
ทว่า มันยังไม่ทันได้เข้าใกล้เสี่ยวไป๋ หัวอสรพิษเพลิงทั้งสองก็ยอมปล่อยดาบสีเลือดออกแต่โดยดี หัวหน้ามารปฐพีชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะรีบดึงดาบสีเลือดที่ร้อนจนแดงฉานกลับคืนมาตามสัญชาตญาณ
จากนั้น มันก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติอย่างรุนแรง
ทว่า... สายเกินไปเสียแล้ว!
มันสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจากอากาศรอบกายอีกครั้ง เพียงชั่วพริบตา กรงขังน้ำแข็งลี้ลับก็ก่อตัวขึ้นกลางอากาศ กักขังมันเอาไว้อีกครา
ที่แท้ การที่เสี่ยวไป๋กักขังดาบสีเลือดไว้ และทำทีท่าว่าจะหลอมละลายมันให้จงได้ ก็เพื่อล่อลวงให้หัวหน้ามารปฐพีเข้ามาช่วยเหลือ กรงขังน้ำแข็งลี้ลับจะทรงอานุภาพยิ่งขึ้นเมื่อปลดปล่อยในระยะประชิด โอกาสที่จะกักขังศัตรูสำเร็จก็ย่อมสูงตามไปด้วย
“คราวนี้ เจ้าเหลือดาบสีเลือดเพียงสองเล่ม ซ้ำยังสูญเสียพลังไปมาก ทั้งยังร้อนจนแดงฉาน ข้าอยากจะเห็นนัก ว่าเจ้ายังกล้าแทงทะลุหน้าอกตัวเองเพื่อใช้วิชาต้องห้ามทำลายกรงขังของข้าอีกหรือไม่!” น้ำเสียงของเสี่ยวไป๋เย็นเยียบจับขั้วหัวใจ!
ในพริบตาต่อมา แมลงตดตัวน้อยที่ดูธรรมดาที่สุดที่เย่หลินนั่งอยู่ ก็พุ่งทะยานขึ้นมา และหันบั้นท้ายเล็งมาที่มัน
ทันใดนั้น ความรู้สึกอันตรายถึงชีวิตก็พุ่งจู่โจมเข้าสู่หัวใจ หัวหน้ามารปฐพีแผดเสียงคำรามก้อง มันฝืนแทงดาบสีเลือดที่ร้อนจนแดงฉานทั้งสองเล่มเข้าที่หน้าอกของตนเองอีกครั้ง เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นที่บริเวณหน้าอก กลิ่นเนื้อย่างหอมหวนลอยคละคลุ้ง
ทว่าในจังหวะเดียวกันนั้นเอง บั้นท้ายของเสี่ยวหลานก็ปลดปล่อยประกายแสงสีฟ้าออกมา
ในขณะที่หัวหน้ามารปฐพีดึงดาบสีเลือดออก และกำลังจะฟาดฟันกรงขังน้ำแข็งลี้ลับอย่างรุนแรง ประกายแสงสีฟ้าพลันขยายใหญ่ขึ้นอย่างฉับพลัน!
ตู้ม!...
เสียงกัมปนาทดั่งอสนีบาตฟาดฟันอยู่ข้างหู กลางฟากฟ้า แสงสีฟ้าหม่นหมองกลืนกินกรงขังน้ำแข็งลี้ลับ หัวหน้ามารปฐพี และดาบโค้งสีเลือดทั้งสองเล่มของมันไปในพริบตา!
อาณาบริเวณในรัศมีหลายลี้ถูกอาบไล้ด้วยสีฟ้าอันแปลกประหลาด
คลื่นความกดอากาศอันบ้าคลั่งพัดหอบออกมาจากใจกลางการระเบิด ต้นไม้รอบด้านถูกพัดจนเอนเอียงไปมา ใบไม้บนกิ่งก้านปลิวว่อนหายไปจนหมดสิ้น
หลังจากการระเบิดสิ้นสุดลง ทุกสิ่งทุกอย่างก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบ
ภายในผืนป่า หลงเหลือเพียงเสียงลมหวีดหวิว
จากนั้นก็เห็นเงาดำร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า... กระแทกพื้นจนแผ่นดินทรุดลงอีกครา ที่แท้คือซากศพของหัวหน้ามารปฐพีที่เหลือเพียงศีรษะและร่างกายซีกเดียว
เพียงแค่อีกนิดเดียว มันก็จะรอดพ้นจากการโจมตีปลิดชีพของเสี่ยวหลานมาได้
น่าเสียดายที่พลาดเพียงเสี้ยวเส้นผม กลับห่างไกลดั่งขุนเขา ระยะห่างระหว่างความเป็นและความตาย ในหลายๆ ครั้ง ก็ห่างกันเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
ต่อให้มารปฐพีตนนี้จะมีพลังบ่มเพาะขั้นสร้างรากฐานจิตวิญญาณระดับกลางอันแข็งแกร่ง และมีร่างกายที่ทนทานเหนือกว่าผู้ฝึกตนเผ่ามนุษย์ขั้นสร้างรากฐานจิตวิญญาณ ทว่าเมื่อศีรษะถูกทำลายไปครึ่งหนึ่ง ร่างกายแหว่งวิ่นไปครึ่งซีก ย่อมไม่อาจรอดชีวิตได้
ร่างของหัวหน้ามารปฐพีกระตุกเกร็งอยู่บนพื้นดินอีกสองสามครั้ง มันจ้องมองเย่หลินที่บินเข้ามาใกล้อย่างเคียดแค้น
เย่หลินปรายตามองมันอย่างเย็นชา เขายื่นมือออกไปคว้า ถุงเฉียนคุนที่ติดอยู่กับร่างกายครึ่งซีกของมันก็ลอยมาตกอยู่ในมือของเขาอย่างง่ายดาย
“ยังดีที่เจ้าหนีเร็ว มิเช่นนั้น หากตดนี้โดนเข้าไปเต็มๆ ถุงเฉียนคุนก็คงแหลกสลายไปอีก ขอขอบคุณสหายมารปฐพีผู้นี้ที่มอบถุงเฉียนคุนให้ ข้าจะใช้ประโยชน์จากสมบัติในนี้ให้คุ้มค่าที่สุด”
“สหายจงไปสู่สุคติเถิด ข้าจะจัดพิธีศพให้เจ้าอย่างสมเกียรติ จะจัดพิธีศพแห่งแมลงอย่างยิ่งใหญ่ให้เจ้าเอง...”
“พ... พิธีศพแห่งแมลง... นั่นมันคือสิ่งใดกัน!” แม้ร่างจะสิ้นลมหายใจไปแล้ว ทว่าหัวหน้ามารปฐพียังสามารถเค้นเสียงผ่านริมฝีปากที่เหลือเพียงครึ่งเดียวได้
เย่หลินเพียงแค่หัวเราะหึหึ ร่างของหัวหน้ามารปฐพีก็สิ้นลมหายใจไปอย่างสมบูรณ์ ดวงวิญญาณโปร่งแสงเตรียมพุ่งออกจากร่างเพื่อหลบหนี ทว่าเย่หลินก็เตรียมการไว้แล้ว
เขาจัดการดึงวิญญาณของหัวหน้ามารปฐพีลงสู่ลูกปัดกักวิญญาณอย่างคล่องแคล่ว หลังจากประทับตราผนึกวิญญาณเรียบร้อย ก็โยนมันลงในถุงเฉียนคุน
จากนั้นเขาก็สะบัดแขนเสื้อ ร่างของมารปฐพีก็ถูกเก็บกวาด กลายเป็นลำแสงมืดมิดพุ่งเข้าไปในแหวนโบราณจักรพรรดิแมลง
เสี่ยวเฉียงวิ่งเข้ามาหา ในก้ามของมันหนีบดาบโค้งสีเลือดสามเล่มไว้
เย่หลินปิติยินดียิ่งนัก ดาบเหล่านี้ล้วนเป็นศาสตราเวทที่เกือบจะถึงขั้นระดับกลาง ต่อให้เขาไม่ได้ใช้เอง ก็นำไปขายได้ราคางาม
“ไปเถอะ ครั้งนี้พวกเราได้กำไรมหาศาลแล้ว!”
แม้ในทางทฤษฎี ผู้ไล่ล่าทั้งหมดจะถูกเย่หลินจัดการไปหมดสิ้นแล้ว ทว่าที่นี่คือดินแดนหมื่นขุนเขา ผู้ใดจะรู้ว่ายังมีตัวตนอันตรายซ่อนเร้นอยู่อีกหรือไม่
หลังจากการต่อสู้อันดุเดือด เย่หลินไม่มีเวลามานั่งสำรวจของที่ได้มา เขารีบทิ้งตัวลงบนหลับเสี่ยวเฉียง เสี่ยวไป๋ก็จำแลงร่างเป็นอสรพิษน้อยเท่านิ้วหัวแม่มือ ซุกตัวเข้าไปในแขนเสื้อของเขา
ด้วยเหตุนี้ เสี่ยวเฉียงจึงพาเย่หลินพุ่งทะยานลึกเข้าไปในดินแดนหมื่นขุนเขาอย่างรวดเร็ว
...
ภายในมิติแห่งแหวนโบราณจักรพรรดิแมลง
เสี่ยวหลานที่อ่อนเพลียและหมดแรงจากการปล่อยตด กำลังยืนดูซากศพของหัวหน้ามารปฐพีด้วยความตื่นเต้น พร้อมส่งเสียงหัวเราะแปลกๆ ออกมา
“เป่าศัตรูขั้นสร้างรากฐานจิตวิญญาณระดับกลางตายไปอีกตน จัดการเสี้ยนหนามให้นายท่านได้สำเร็จ ถ้านายท่านว่างเมื่อไหร่ คงจะเอ่ยปากชมข้าชุดใหญ่แน่ๆ!” เมื่อคิดได้เช่นนี้ ภายในใจเสี่ยวหลานก็พองโตด้วยความภาคภูมิใจ
“ต่อไป ข้าจะต้องมุ่งมั่นในเส้นทางการปล่อยตดตามที่นายท่านสั่งสอน จะต้องพัฒนาวิชาผายลมให้ก้าวไกลและยิ่งใหญ่ หากเจอเรื่องยากลำบากอันใด ก็แค่ผายลมจัดการมันซะ!”
“เจ้าพวกตัวจ้อยทั้งหลาย ได้เวลาอาหารมื้อใหญ่แล้ว!”
พอสิ้นคำ มันก็รู้สึกโลกหมุนคว้าง ก่อนจะล้มตึงลงไปนอนกรนเสียงดังสนั่น เพื่อฟื้นฟูพลังปราณและพละกำลังที่สูญเสียไปกับการปล่อยตด
เสียงเรียกของเสี่ยวหลาน ทำให้ฝูงหนอนไหมหิมะและแมงมุมพันเส้นไหมกรูเข้ามาห้อมล้อมร่างของหัวหน้ามารปฐพีเอาไว้ ทั้งหนอนไหมหิมะและแมงมุมพันเส้นไหมต่างก็น้ำลายสอ แทบอยากจะพุ่งเข้าไปสวาปามให้เกลี้ยง
หากเย่หลินได้เห็นภาพนี้ คงจะเข้าใจแล้วว่า ความกังวลที่ว่าพวกมันจะรังเกียจเนื้อของมารปฐพีนั้น เป็นเรื่องที่คิดไปเองทั้งสิ้น
หนอนไหมหิมะที่เขาเลี้ยงดู ล้วนสืบทอดข้อดีและข้อเสียมาจากฉานอีและฉานเอ้อร์ ข้อดีคือชอบกิน ข้อเสียคือตะกละตะกลาม ย่อมไม่มีทางปฏิเสธเนื้อของผู้ฝึกตนที่เปี่ยมไปด้วยพลังวิญญาณได้
ส่วนแมงมุมพันเส้นไหมก็มีสัญชาตญาณดิบเถื่อน นอกจากจะชอบกินเส้นใยที่สัตว์อื่นคายออกมาแล้ว พวกมันก็ชอบกินเนื้อ ล่าสัตว์ที่อ่อนแอกว่า จึงทำให้น้ำลายไหลไม่หยุด
ทว่ากลับไม่มีเจ้าตัวจ้อยตนใดกล้าลงมือลิ้มรสก่อน
เพราะในยามนี้ หนอนไหมหิมะตัวใหญ่ที่สุดสองตัวได้คืบคลานขึ้นไปบนซากศพของมารปฐพี นั่นย่อมเป็นฉานอีและฉานเอ้อร์
“เจ้าพวกตัวจ้อยทั้งหลาย พวกเราต้องมีมารยาท ต้องเข้าแถว ทุกตัวจะได้รับส่วนแบ่ง เนื้อเป็นของพวกเจ้า ส่วนพวกเจ้าเคี้ยวไม่เข้า กระดูกที่ไร้สารอาหารที่สุดตกเป็นของพวกข้าสองคน”
ทันใดนั้น แมงมุมพันเส้นไหมและหนอนไหมหิมะต่างก็แสดงสีหน้าเคารพเทิดทูน
ฉานอีและฉานเอ้อร์ช่างเสียสละยิ่งนัก
ถึงขนาดยอมกินแค่กระดูก
ไม่นานนัก ฝูงหนอนไหมหิมะและแมงมุมพันเส้นไหมก็เข้าแถวเรียงกันเป็นสองแถวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่วนฉานอีและฉานเอ้อร์ก็เริ่มแจกจ่ายอาหาร...
พิธีศพแห่งแมลงอันยิ่งใหญ่ ได้เปิดฉากขึ้นในมิติแห่งแหวนโบราณแล้ว