เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP 68: 【อ่านฟรี!】 ทฤษฎีการเพาะเลี้ยงเสี่ยวหลานในเชิงอุตสาหกรรม

EP 68: 【อ่านฟรี!】 ทฤษฎีการเพาะเลี้ยงเสี่ยวหลานในเชิงอุตสาหกรรม

EP 68: 【อ่านฟรี!】 ทฤษฎีการเพาะเลี้ยงเสี่ยวหลานในเชิงอุตสาหกรรม


EP 68: อ่านฟรี! ทฤษฎีการเพาะเลี้ยงเสี่ยวหลานในเชิงอุตสาหกรรม

เย่หลินร่วมนั่งจ้องมดกับผู้อาวุโสซุนอยู่หลายชั่วยาม เขามักจะค้นพบเรื่องราวที่ทั้งธรรมดาและไม่ธรรมดาจากฝูงมดทั่วไปอยู่เสมอ สิ่งนี้สร้างความพึงพอใจให้กับผู้อาวุโสซุนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ด้วยความที่ผู้อาวุโสซุนไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่าง เย่หลินจึงค่อยๆ คลายความอึดอัดที่มีต่อสถานะศิษย์และอาจารย์ลง ความสัมพันธ์ของทั้งสองจึงเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นกันเองมากขึ้น

ในระหว่างนั้น ผู้อาวุโสซุนก็พร่ำบ่นว่าเสียใจที่ให้เย่หลินกราบตนเป็นอาจารย์ และอยากจะขอสาบานเป็นพี่เป็นน้องกับเขาโดยมีฝูงมดเป็นพยาน ทว่าเย่หลินก็ปฏิเสธทุกครั้งด้วยเหตุผลที่ว่า 'เป็นอาจารย์หนึ่งวัน เปรียบดั่งบิดาชั่วชีวิต'

ผู้อาวุโสซุนถึงกับทุบหัวตัวเองด้วยความเจ็บใจที่ด่วนตัดสินใจเกินไป เย่หลินอายุเพียงเท่านี้ แต่กลับมีมุมมองที่ลึกซึ้งกว่าเขามากนัก เขาจึงรู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นอาจารย์ของเย่หลินเลย...

หลังจากดูมดจนหนำใจ ผู้อาวุโสซุนก็พาเย่หลินไปดูความเป็นอยู่ของเสี่ยวหลาน แมลงตดที่ถูกปรนเปรอด้วยอาหารชั้นเลิศ

หญ้าวิญญาณที่ผู้อาวุโสซุนโยนให้เสี่ยวหลานกินเล่นนั้น ล้วนเป็นของหายากที่มีอายุสามถึงสี่ร้อยปี ซึ่งมีมูลค่ามหาศาล เสี่ยวหลานกินอย่างตะกละตะกลามจนลืมบ้านลืมช่อง เมื่อเห็นเย่หลินมา มันก็แค่คลานมาถูไถออดอ้อนเพียงครู่เดียว ก่อนจะรีบคลานกลับไปนอนหงายท้องกินอาหารอย่างสบายใจเฉิบ

บัดนี้ เลือดของเย่หลินอุดมไปด้วยสารอาหารอันทรงคุณค่า เพียงแค่ให้แมลงวิญญาณดื่มเลือดของเขาเพียงครั้งเดียว พวกมันก็ไม่จำเป็นต้องดื่มเลือดอีกไปถึงสามสี่วัน หากเสี่ยวหลานย่อยเลือดในท้องจนหมดเมื่อใด มันคงรีบคลานมาประจบประแจงเขาอย่างแน่นอน

ผู้อาวุโสซุนเอ่ยขึ้น “ตาเฒ่าอย่างข้าพอจะจับจุดกลไกการปล่อยตดระเบิดของเสี่ยวหลานได้แล้วล่ะ”

เขาชี้ไปทางเสี่ยวหลานพลางอธิบาย “เจ้าหนุ่มเย่ เจ้าสังเกตดูสิ อาหารจานโปรดของมันคือหญ้าวิญญาณธาตุไฟ ส่วนหญ้าวิญญาณธาตุอื่นๆ มันแทบจะไม่แตะเลย เมื่อมันกลืนกินหญ้าวิญญาณธาตุไฟเข้าไป มันก็จะดูดซึมสารอาหารเพียงบางส่วน ทว่าพลังธาตุไฟที่เหลือกลับถูกกักเก็บไว้ในร่างกาย เมื่อมันปล่อยตด พลังธาตุไฟก็จะถูกขับออกมาพร้อมกับก๊าซที่มีกลิ่นเหม็นเน่า เมื่อก๊าซทั้งสองทำปฏิกิริยากับอากาศภายนอก จึงเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงขึ้น!”

เย่หลินเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ เขาเลี้ยงเสี่ยวหลานมาตั้งนาน รู้แค่ว่ามันชอบกินหญ้าวิญญาณธาตุไฟเป็นชีวิตจิตใจ ทว่าไม่เคยนึกเชื่อมโยงว่าสิ่งนี้จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้มันปล่อยตดระเบิดได้

เหตุผลหลักเป็นเพราะเขาไม่เคยคิดจะศึกษาอย่างจริงจัง เนื่องจากเขาไม่มีเงินทุนมากพอที่จะเลี้ยงแมลงตดแบบเสี่ยวหลานได้อีกหลายๆ ตัว และถึงแม้เขาอยากจะศึกษา เขาก็คงไม่สามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้รวดเร็วปานนี้

เย่หลินอดไม่ได้ที่จะชื่นชมผู้อาวุโสซุนในใจ ในเรื่องของการเพาะเลี้ยงแมลงวิญญาณ ท่านคือผู้เชี่ยวชาญระดับปรมาจารย์ตัวจริง

ผู้อาวุโสซุนเอามือไพล่หลังพลางส่งยิ้มอย่างอารมณ์ดี ท่าทีของท่านในยามนี้ดูราวกับยอดฝีมือผู้หลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง ท่านหัวเราะหึหึแล้วกล่าว “แม้มุมมองในการดูมดของตาเฒ่าอย่างข้าจะเทียบเจ้าไม่ได้ ทว่าในเรื่องของการเลี้ยงแมลง เจ้าก็ยังคงเป็นแค่ลูกเจี๊ยบ ในเมื่อเจ้าดึงดันจะเป็นศิษย์ของข้า ข้าก็จะขอทดสอบเจ้าสักหน่อย ในเมื่อบัดนี้เรารู้กลไกการปล่อยตดระเบิดของเสี่ยวหลานแล้ว เจ้าคิดว่าควรจะทำเช่นไร จึงจะสามารถเพาะเลี้ยงแมลงตดที่มีคุณสมบัติเหมือนเสี่ยวหลานขึ้นมาเป็นจำนวนมากได้?”

เย่หลินเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะตอบไปตามความคิด “แมลงตดเป็นสัตว์ที่สติปัญญาต่ำต้อย ต่อให้มีบางตัวชอบกินหญ้าวิญญาณธาตุไฟเป็นพิเศษ พลังธาตุไฟในร่างกายก็มักจะถูกระบายออกไปพร้อมกับการตดพร่ำเพรื่อของพวกมัน”

“ดังนั้น หากต้องการเพาะเลี้ยงแมลงตดระเบิดจำนวนมาก ก็ต้องบรรลุเงื่อนไขสองประการ ประการแรกคือ พวกมันต้องมีความฉลาดพอที่จะควบคุมหูรูด ไม่ให้ตดเรี่ยราดตามอำเภอใจ ประการที่สองคือ พวกมันต้องชื่นชอบการกินหญ้าวิญญาณธาตุไฟเพียงอย่างเดียว ซึ่งเราสามารถใช้วิธีการเพาะพันธุ์ลูกแมลงตดจำนวนมหาศาล เพื่อคัดกรองเอาเฉพาะตัวที่มีคุณสมบัติครบถ้วน”

ผู้อาวุโสซุนพยักหน้าช้าๆ

“เจ้าหนุ่ม นับว่าพอมีไหวพริบอยู่บ้าง แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอหรอกนะ เพราะเจ้าไม่มีข้อมูลสถิติอยู่ในหัวเลย”

“เจ้ารู้หรือไม่ว่า แมลงตดที่มีความฉลาดเฉลียวอย่างเสี่ยวหลานนั้น ในหมื่นตัวอาจจะหาไม่เจอสักตัวเดียว ยิ่งต้องมีเงื่อนไขว่าต้องชอบกินแต่หญ้าวิญญาณธาตุไฟด้วยแล้ว ต่อให้มีแมลงตดเป็นล้านตัว เจ้าก็อาจจะหาตัวที่สมบูรณ์แบบไม่เจอเลยสักตัว!”

“ดังนั้น วิธีของเจ้าจึงไม่สามารถนำมาใช้เพาะเลี้ยงในระดับอุตสาหกรรมได้ จำนวนแมลงตดที่สามสำนักใหญ่ครอบครองอยู่รวมกัน ยังไม่ถึงหนึ่งล้านตัวเลยด้วยซ้ำ”

เมื่อได้ฟัง เย่หลินก็ถึงกับอ้าปากค้าง

“ก็มีเหตุผลนะขอรับ... เช่นนั้นแล้ว ท่านอาจารย์มีวิธีการเพาะเลี้ยงในปริมาณมากๆ ที่ดีกว่านี้หรือขอรับ?”

ผู้อาวุโสซุนดึงแขนเย่หลินเดินลงไปยังห้องใต้ดินที่ใช้สำหรับเพาะเลี้ยงแมลงตดโดยเฉพาะ ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่าจากการตดของพวกแมลง ทว่าทั้งสองกลับมีสีหน้าราบเรียบ ไม่ได้สะทกสะท้านอันใด

ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือ ลูกแมลงตดขนาดเท่าปลายนิ้วจำนวนนับไม่ถ้วนที่เพิ่งฟักออกจากไข่ พวกมันใช้หญ้าวิญญาณธาตุไฟอายุสั้นจำนวนมหาศาลเป็นรังนอน

ที่นี่ไม่มีอาหารอื่นใดนอกจากหญ้าวิญญาณธาตุไฟ ลูกแมลงตดจึงพากันแทะเล็มหญ้าวิญญาณอย่างเอร็ดอร่อย

“เจ้าจงจำไว้ให้ขึ้นใจ ความชอบและพฤติกรรมของแมลงวิญญาณ ล้วนสามารถปรับเปลี่ยนและฝึกฝนได้!”

“เจ้าดูสิ ตั้งแต่ลืมตาดูโลก พวกมันก็ได้กินแต่หญ้าวิญญาณธาตุไฟ และต่อไปก็จะได้รับแต่หญ้าวิญญาณธาตุไฟเท่านั้น เมื่อเติบโตขึ้น พวกมันก็จะคุ้นชินและชื่นชอบอาหารที่เคยกินมาตั้งแต่เกิด อย่างน้อยที่สุดก็เกินกว่าครึ่งที่จะเป็นเช่นนั้น”

“จากนั้น เราก็จะคัดเลือกกลุ่มที่มีความชื่นชอบเป็นพิเศษออกมา แล้วนำมาฝึกให้ควบคุมการตด หากไม่มีคำสั่งก็ห้ามตดเด็ดขาด แต่ถ้ามีคำสั่งก็ต้องตดทันที แม้แมลงตดจะโง่เขลา ทว่าหากใช้ความอดทนในการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง สักวันหนึ่งพวกมันก็จะปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด”

“ด้วยวิธีนี้ เราจึงไม่จำเป็นต้องไปงมเข็มในมหาสมุทร ควานหาแมลงตดที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมจากแมลงนับล้านตัว ซึ่งเป็นวิธีที่สิ้นเปลืองทั้งเวลาและทรัพยากรอย่างมหาศาล ต่อให้มีแมลงตดเพียงหนึ่งพันตัว ตาเฒ่าอย่างข้าก็มั่นใจว่าจะสามารถเพาะเลี้ยงแมลงตดที่เก่งกาจอย่างเสี่ยวหลานออกมาได้ถึงห้าสิบตัว!”

“แน่นอนว่า นี่เป็นเพียงขั้นตอนแรกของการเพาะเลี้ยงในระดับอุตสาหกรรมเท่านั้น แมลงตดที่ได้อาจจะยังมีพลังต่อสู้เทียบเท่าเสี่ยวหลานของเจ้าไม่ได้ เพราะเสี่ยวหลานมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ ซึ่งข้าก็ยังหาคำตอบไม่ได้ อย่างเช่น ภายในร่างกายของมันอาจจะมีพลังงานลึกลับบางอย่าง ที่ช่วยกระตุ้นให้พลังธาตุไฟระเบิดได้รุนแรงขึ้น ทำให้ตดของมันมีอานุภาพทำลายล้างเหนือกว่าคาถาระดับหวงหลายๆ บท”

ยิ่งฟัง ดวงตาของเย่หลินก็ยิ่งทอประกายเจิดจ้า

ในอนาคต เขาจำเป็นต้องเพาะเลี้ยงแมลงวิญญาณในระดับอุตสาหกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อถึงเวลานั้น เขาอาจจะมีแมลงวิญญาณหลักร้อย หลักพัน หรือแม้กระทั่งหลักหมื่นตัว เขาจะเอาเลือดของตนเองไปเลี้ยงพวกมันทุกตัวได้อย่างไรกัน ขืนทำเช่นนั้น เขาคงถูกสูบเลือดจนหมดตัวเป็นแน่

ทว่าบัดนี้ ผู้อาวุโสซุนได้ชี้แนะแนวทางการเพาะเลี้ยงแมลงวิญญาณในปริมาณมากๆ ให้เขาเห็นเป็นที่ประจักษ์แล้ว

“ความชอบและพฤติกรรมของแมลงวิญญาณ ล้วนสามารถปรับเปลี่ยนและฝึกฝนได้!”

เย่หลินสลักประโยคทองคำนี้ลงในส่วนลึกของหัวใจ

มันจะกลายเป็นกุญแจสำคัญในการเพาะเลี้ยงแมลงวิญญาณในระดับอุตสาหกรรมของเขา!

“สมกับคำกล่าวที่ว่า 'อ่านหนังสือร้อยวัน มิสู้รับฟังคำชี้แนะจากปรมาจารย์เพียงประโยคเดียว' ศิษย์กระจ่างแจ้งแล้วขอรับ!” เย่หลินค้อมกายคารวะผู้อาวุโสซุนอย่างสุดซึ้ง

ผู้อาวุโสซุนลูบเคราด้วยความภาคภูมิใจ “ด้วยสติปัญญาอันเฉียบแหลมของเจ้า ข้าเชื่อว่าอีกไม่นานเจ้าก็คงจะจับจุดเคล็ดลับนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ตาเฒ่าอย่างข้า แม้จะไม่มีพลังวิเศษในการเนรมิตให้แมลงวิญญาณกลายพันธุ์ได้ในชั่วพริบตา ทว่าข้าก็สามารถทำให้พวกมันดูเหมือนแมลงที่กลายพันธุ์แล้วได้ และยังสามารถดึงเอาศักยภาพในการต่อสู้ของแมลงกลายพันธุ์บางส่วน มาใส่ไว้ในแมลงวิญญาณธรรมดาได้ด้วย!”

“ในวันข้างหน้า ข้าจะถ่ายทอดความรู้และเคล็ดวิชาต่างๆ ให้เจ้าอีกมากมาย!”

“ยิ่งไปกว่านั้น ข้ายังมีไม้ตายก้นหีบที่สืบทอดมาจากท่านอาจารย์ของข้า นั่นคือเคล็ดวิชาควบคุมแมลงขั้นสูงสุดของสำนักไท่เสวียน ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาระดับดินขั้นล่าง ข้าตั้งใจจะถ่ายทอดมันให้กับเจ้าในอนาคต!”

“นี่คือมรดกตกทอดอันล้ำค่าที่สุดของตาเฒ่าอย่างข้า หากเจ้าสำเร็จเคล็ดวิชานี้ เจ้าจะสามารถถ่ายทอดพลังปราณของตนเองให้แก่แมลงวิญญาณได้ และในทางกลับกัน แมลงวิญญาณก็สามารถส่งมอบพลังปราณให้แก่เจ้าได้เช่นกัน เคล็ดวิชานี้มีชื่อว่า 'เคล็ดควบคุมแมลงเฉียนคุน'!”

จบบทที่ EP 68: 【อ่านฟรี!】 ทฤษฎีการเพาะเลี้ยงเสี่ยวหลานในเชิงอุตสาหกรรม

คัดลอกลิงก์แล้ว