เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Eternal Martial Sovereign ตอนที่ 18 – เจ้ายังเป็นแค่เด็กน้อย

Eternal Martial Sovereign ตอนที่ 18 – เจ้ายังเป็นแค่เด็กน้อย

Eternal Martial Sovereign ตอนที่ 18 – เจ้ายังเป็นแค่เด็กน้อย


Chapter 18 – เจ้ายังเป็นแค่เด็กน้อย

ดวงตาที่สวยงามของหยานซือเฟยกระพริบแล้วมองไปยังเด็กหนุ่มด้านขางนางขณะที่นางถอนหายใจอยู่ในใจ

 

2 ผ่านปีได้ผ่านไปในพริบตาเด็กหนุ่มครึ่งผู้ใหญ่ก็ได้เติบโตอย่างช้าๆ

 

อย่างไรก็ตามหลังจากที่คิดแบบนั้น นางก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะว่าเด้กหนุ่มเริ่มจ้องมองนางด้วยสายตาที่ร้อนแรง การจ้องมองนี้ทำให้นางเข้าใจว่าบางทีเด็กหนุ่มคนนี้ก็ไม่ได้เป็นเด็กอีกต่อไป

 

ดวงตาของหยานซือเฟยได้เปล่งรัศมีและนางดูน่าหลงใหลอย่างน่าเหลือเชื่อ ราวกับว่านางเป็นปีศาจจอมยั่วยวน

 

ขนตาของนางสั่นไหวขณะที่นางมองไปยังเด็กหนุ่มแล้วถามว่า “พี่ใหญ่คนนี้สวย?”

 

“สวยอย่างมาก” เซี่ยวหยุนตอบทันทีโดยไม่ต้องคิดมาก

 

“แล้วเจ้าต้องการดู?” หยานซือเฟมอบรอยยิ้มที่ดูไม่เหมือนรอยยิ้ม นางสูดลมหายใจเบาๆ ทำให้เซี่ยวรู้สึกราวกับว่าวิญญาณกำลังจะออกจากร่างของเขา

 

“แน่นอน” ได้ยินเสียงนั้นเซี่ยวหยุนรู้สึกราวกับร่างกายของเขากำลังล่องลอย

 

“เจ้าสารเลวน้อย เจ้ายังไม่ได้แก่เท่าไหร่แต่เจ้าก็เป็นเช่นนี้แล้ว” หยานซือเฟยหัวเราะด้วยความสุขและมอบการชำเลืองที่เจ้าชู้ให้เขา ซึ่งสามารถขโมยหัวใจของบุรุษไปได้ นางได้กระแอมเบาๆ ซึ่งเต็มไปด้วยร่องรอยของความโกรธ

 

ได้ยินเสียงกระแอมนี้ เซี่ยวหยุนได้กลับมารู้สึกตัวและรู้สึกอึดอัดอย่างมาก

 

เขาถูกสะกดจิตโดยสมบูณ์โดยพี่สาวใหญ่ซือเฟย

 

มันไม่ใช่ทักษะล่อลวงแต่อย่างใด แต่เพียงแค่ความงามที่น่าทึ่งของนาง มันก็น่ากลัวยิ่งกว่าทักษะล่อลวงแล้ว

 

หยานซือเฟยหัวเราะเมื่อเห็นเซี่ยวหยุนเป็นเช่นนี้ “ในท้ายที่สุด เจ้ายังคงเป็นแค่เด็กที่ขัดเขินได้อย่างง่ายดาย” นางรู้สึกค่อนข้างพอใจขณะที่นางยังแกล้งเขาต่อ “เจ้าต้องการดูไหม?”

 

หน้าของเซี่ยวหยุนกลายเป็ยนสีแดงแต่เขากลับมาตั้งสติได้อย่างรวดเร็วขณะที่เขาหัวเราะหึๆ “ถ้าพี่สาวใหญ่ซือเฟยเต็มใจ ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะชื่นชมทิวทัศน์ที่สวยงาม” ถ้าเขาให้ในอีกครั้งนั้นจะเป็นเรื่องน่ากลัว

 

เขาไม่ได้ต้องการให้หญิงสาวคนนี้คิดว่าเขาเป็นเจ้าสารเลวน้อยอยู่

 

หยานซือเฟยกระพริบตาและมองไปยังเด็กหนุ่มที่กลายเป็นไร้ยางอายมากยิ่งขึ้น นางตระหนักได้ว่าเขาได้เติบโตขึ้นแล้วอย่างแท้จริง และไม่ได้มีหลักเกณฑ์อีกต่อไป กลับกันนางยิ้มและถามว่า “น้องชายเซี่ยวหยุนมาหาพี่สาวเพื่ออะไร? แน่นอนว่าเข้าไม่ได้อยู่ที่นี่เพียงเพื่อจะพบข้า”

 

ตอนนี้พวกเขาพูดถึงบางสิ่งที่จริงจังมากขึ้น รอยยิ้มล้อเล่นของเซี่ยวหยุนหายไปขณะที่เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้าจะไปที่ภูเขาเมฆาม่วง”

 

หยานซือเฟยยกคิ้ว “ภูเขาเมฆาม่วง? เพราะเรื่องกับฝางเฮ่าหรือ?”

 

เซี่ยวหยุนพยักหน้าและกล่าวว่า “แก่นแท้ปราณมีหนาแน่นเป็นพิเศษเฉพาะที่บริเวณภูเขาเมฆาม่วงเท่านั้น ดังนั้นข้าจะสามารถทะลวงผ่านไปยังขอบเขตต้นกำเนิดได้ที่นั่น”

 

“แต่ที่นั่นมีสัตว์อสูรจำนวนมากเช่นเดียวกับกล่มนักผจญภัยจำนวนมาก มันจะอันตรายอย่างมากสำหรับเจ้าที่จะไปคนเดียว!” หยานซือเฟยดูค่อนข้างกังวล ย้อนกลับไปเมื่อนางได้ไปที่ภูเขาเมฆม่วงกับเซียนขอบเขตต้นกำเนิดหลายคน

 

แม้จะมีจำนวนเช่นนี้ นางก็ยังคงได้รับบาดเจ็บกลับมา

 

เซี่ยวหยุนโบกมือของเขาและพูดว่า “ไม่ต้องห่วง ข้าจะระมัดระวังตัวให้มาก”

 

“มีอะไรที่พี่สาวสามารถช่วยเจ้าได้บ้าง?” หยานซือเฟยถาม

 

เซี่ยวหยุนกล่าวในขณะที่เขายิ้ม “เพียงแค่ให้แผนที่ที่ท่านใช้ในตอนนั้นให้กับข้า และบอกข้าด้วยว่าเถาวัลย์จิตวิยญาณม่วงอยู่ที่ไหน ตอนนี้ผ่านมาถึง 2 ปีแล้ว เถาวัลย์จิตวิยญาณม่วงน่าจะมีพลังมากยิ่งขึ้น”

 

หัวใจของหยานซือเฟยกระตุก “เถาวัลย์ม่วง? เจ้าต้องการไปหาเถาวัลย์จิตวิญญาณม่วงเพื่อข้า?”

 

“เนื่องจากพี่สาวต้องการเถาวัลย์จิตวิญญาณม่วง ข้าจะพยายามมองหามันในขณะที่ข้าอยู่ที่นั่น” เซี่ยวหยุนยักไหล่ขณะที่เขายิ้ม

 

คำพูดของเด็กหนุ่มและท่าทางสบายๆแต่พวกมันสามารถสัมผัสหัวใจของหยานซือเฟยได้

 

ดังนั้นเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้มาที่นี่เพียงแค่แผนที่เฉยๆ เขายังคงต้องการจะรู้ถึงสถานที่ที่เถาวัลย์จิตวิญญาณม่วงอยู่!

 

“ที่นั่นมันอันตรายมาก – ไอพิษที่นั่นหนาแน่นอย่างไม่น่าเชื่อและมีแมลงพิษอยู่เต็มไปทั่ว แม้กระทั่งเซียนแก่นแท้ที่แท้จริงยังไม่กล้าที่จะวิ่งไปอย่างซี้ซั้ว มันจะดีที่สุดถ้าเจ้าไม่ไป” หยานซือเฟยรู้สึกตื่นเต้นและมีความหวังเล็กน้อย - ถ้าเด็กหนุ่มคนนี้สามารถให้เถาวัลย์จิตวิญญาณม่วงกับนางได้จริงๆ มันน่าจะมีค่าน่าจดจำ?

 

ถ้ามันน่าจะเป็นเหมือนเจ้าชายรูปงามที่จัดช่อดอกไม้ที่สวยงามไปมอบให้กับหญิงสาว

 

การได้รับบางสิ่งเช่นนี้จะทำให้คนอื่นรู้สึกอิจฉาอย่างไม่น่าเชื่อ  แต่เหตุผลของนางกำลังบอกนางว่านี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่ชาญฉลาด

 

“อย่ากังวล ข้าจะระวังอย่างมาก ข้าไม่เล่นกับชีวิตตัวเองหรอก” เซี่ยวหยุนยิ้มขณะที่มองไปยังหยานซือเฟยและกล่าวว่า “ถ้าข้าตายข้าเกรงว่าพี่สาวใหญ่ซือเฟยจะกลายเป็นเศร้าอย่างไม่น่าเชื่อ ข้าจะอนุญาตให้มันเกิดสิ่งนั้นได้อย่างไร?”

 

หยานซือเฟยกลิ้งตาของนาง แต่ลึกลงไปนั้นนางรู้สึกมีความสุขมาก “เจ้าจะไปจริงๆหรือ?”

 

“อืม” เซี่ยวหยุนพยักหน้าและมองอย่างจริงจัง “ท่านควรรู้ว่าไม่กี่วันที่ฝางเฮ่าได้มาสร้างปัญหาให้กับตระกูลของข้า ถ้าข้าไม่ก้าวเข้าไปในขอบเขตต้นกำเนิด มันจะเป็นเรื่องยากสำหรับข้าที่จะจัดการเรื่องนี้”

 

“เจ้ามั่นใจไหมว่าเจ้าจะสามารถก้าวเข้าไปในขอบเขตต้นกำเนิดได้?” หยานซือเฟยถามอย่างกังวล

 

“ข้ามั่นใจเต็มที่” อันที่จริงเซี่ยวหยุนมั่นใจเต็มที่ จิตวิญญาณการต่อสู้ของเขาไม่ได้ขโมยแก่นแท้ปราณไปจากตันเถียนของเขาอีกต่อไป และตอนนี้เขาก็มีทักษะกลืนกินสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ ตราบใดที่มีแก่นแท้ปราณเพียงพอ เขาก็แน่ใจได้ว่าเขาจะสามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตต้นกำเนิดได้เร็วๆนี้

 

หยานซือเฟยไม่ได้พยายามที่จะพูดกับเขาให้ออกจากมันเมื่อนางเห็นเด็กหนุ่มคนนี้ได้ตัดสินใจไปแล้ว กลับนางได้นำแผนที่โดยละเอียดของภูเขาเมฆาม่วงออกมา

 

มีบริเวณที่เป็นอันตรายหลายแห่งที่ถูกกำกับอยู่บนแผนที่

 

“ข้าไม่แน่ใจว่าข้าจะไปนานแค่ไหนดังนั้นข้าจะช่วยท่านสกัดพิษในวันนี้” เซี่ยวหยุนกล่าวหลังจากวางแผนที่ไว้

 

ร่องรอยความลำบากใจปรากฏบนใบหน้าที่สวยงามของหยานซือเฟยขณะที่นางพยักหน้า

 

เช่นนี้เซี่ยวหยุนจึงเริ่มสกัดพิษออกจากหยานซือเฟย

 

แม้ว่าเขาจะได้กำจัดพิษภายในหยานซือเฟยออกมาเป็นจำนวนมากแล้ว แต่ก็ยังมีพิษบางส่วนตกค้างอยู่ที่สามรถแสดงอาการได้ตลอดเวลา

 

ตอนนี้ เซี่ยวหยุนกำลังพยายามที่จะกำจัดรากของพิษ

 

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเรื่องที่ยากมากว่าครั้งก่อน พิษได้เข้าสู่กระดูดของนางแล้และมันเป็นอยากมากที่จะสกัดมันโดยสมบูรณ์

 

หลังจากผ่านไป 2 ชั่วโมง สุดท้ายเซี่ยวหยุนก็สิ้นสุด

 

“จงระมัดระวังเมื่อเจ้าไปที่ภูเขาเมฆาม่วง” หยานซือเฟยกล่าวขณะที่นางเดินไปที่ประตูเพื่อส่งเด็กหนุ่มไป

 

“ให้สามงามเช่นท่านต้องกังวลเกี่ยวกับข้า แล้วข้าจะปล่อยให้มันเกิดอะไรกับตัวเองขึ้นได้อย่างไร?” เซี่ยวหยุนยิ้ม

 

“ใครกังวลเกี่ยวกับเจ้ากัน” หยานซือเฟยกลอกตาของนางไปที่เด็กหนุ่ม

 

หลังจากกล่าวลา เซี่ยวหยุนได้เดินออกมาจากห้อง ขณะที่เขาออกมาจากห้องแล้ว เขาได้พบว่ามีหญิงสาวอยู่ที่ข้างประตู มันดูเหมือนว่านางได้แอบฟังตั้งแต่ต้น นางยังดูค่อนข้างระมัดระวังอีกด้วย

 

เซี่ยวหยุนรู้สึกประหลาดใจมากและพูดว่า “น้องสาวซือหยัน? เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”

 

“มะ-ไม่มีอะไร ข้าพึ่งมาถึงที่นี่” หยานซือเฟยรีบมองไปอย่างรวดเร็ว ดูรู้สึกผิดอย่างน่าเหลือเชื่อ อย่างไรก็ตามนางชำเลืองไปที่เด็กหนุ่มขณะที่นางบุ้ยปากและดูไม่ค่อยมีความสุข “ผู้ชายคนนี้จริงๆแล้วเขาชอบพี่สาว

 

“หากไม่มีอะไรแล้ว ข้าจะไปแล้วนะ” หลังจากมองไปอย่างหยานซือหยันที่ทำตัวแปลกๆ เซี่ยวหยุนก็เริ่มก้าวออกไป

 

“ฮึ่ม!” ตั้งแต่ที่เซี่ยวหยุนไม่ได้ให้ความสนใจนาง หยานซือหยันก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟแล้วกระทืบของนางและมองดูไม่พอใจอย่างไม่น่าเชื่อ อย่างไรก็ตามในท้ายที่สุดนางก็ไล่ตามหลังเขาอย่างทำอะไรไม่ถูกและร้องออกมา “พี่ใหญ่เซี่ยวหยุนรอข้าก่อน”

 

“มีอะไรหรือ?” เซี่ยวหยุนหยุดเดินขณะที่เขาถาม

 

“พี่ใหญ่เซี่ยวหยุน ท่านจะไปที่ภูเขาเมฆาม่วงหรือ?” หยานซือหยันกล่าวขณะที่นางมองขึ้นไปที่เด็กหนุ่ม

 

“อือ” เซี่ยวหยุนตอบกลับขณะที่เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย

 

มันดูเหมือนว่าเด็กสาวได้แอบฟังเขากับพี่สาวใหญ่จริงๆด้วย

 

นางจะบอกแม่ของนางหรือ?” เซี่ยวหยุนรู้สึกกังวลเล็กน้อย

 

ถ้าเกิดขึ้นมันจะเป็นเรื่องยากที่เขาจะได้พบกับหยานซือเฟยในอนาคต

 

อย่างไรก็ตามเขารีบส่ายหัวและยิ้ม

 

เขากำลังจะไปที่ภูเขาเมฆาม่วง และเมื่อเขากลับ เขาก็จะอยู่ในขอบเขตต้นกำเนิด

 

เมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้น เขาจะต้องยังคงกังวลเกี่ยวกับแม่ของพวกนางซึ่งไม่ชอบที่เขาจะมาพบพวกนางทำไม?

 

ขณะที่เซี่ยวหยุนคิดกับตนเอง หยานซือเฟยได้พูดและมองไปที่เขาอย่างคาดหวัง “ข้าอยากจะไปด้วย”

 

“เจ้าต้องการจะไปด้วย?” เซี่ยวหยุนขมวดคิ้วแล้วมองไปยังการแสดงออกที่กระตือรือร้นบนใบหน้าของหยานซือหยัน

 

“อืม” หยานซือหยันพยักหน้า

 

เซี่ยวหยุนคิดสักครู่ก่อนจะตอบว่า “ไม่ เจ้าไม่สามารถมาได้”

 

“ทำไมกัน?” หยานซือหยันบุ้ยปากขณะที่นางขมวดคิ้ว นางรู้สึกราวกับว่ามีถังน้ำเย็นได้ราดลงบนนสงและนางรู้สึกไม่เห็นด้วยอย่างไม่น่าเชื่อ

 

นี่เป็นเหตุให้เซี่ยวหยุนสงสัยว่ามีอะไรผิดปกติกับเด็กสาวคนนี้กัน

 

“ท่านไม่พูดกับข้าเพราะว่าท่านชอบพี่สาว?” หยานซือหยันถามหลังจากรวบรวมความกล้าหาญ

 

“เจ้ายังเป็นแค่เด็กสาวตัวน้อย เจ้ากำลังทำอะไรอยู่กัน?” เซี่ยวหยุนกล่าวขณะที่เขาส่ายหัว

 

เขาจะเอาเด็กหญิงคนนี้ไปยังสถานที่อันตรายอย่างเหลือเชื่ออย่างภูเขาเมฆาม่วงได้อย่างไร?

 

“ข้าเป็นเด็กน้อยอย่างไร?” หยานซือหยันย่นจมูกของนางและไม่พอใจกับคำพูดของเซี่ยวหยุน

 

“อย่างนั้นเจ้าก็ไม่ได้เป็นเด็กน้อย?” ขณะที่เขาพูดแบบนี้ เซี่ยวหยุนได้ชำเลืองไปยังหน้าอกที่ค่องข้างแบนราบของนางอย่างช่วยไม่ได้

 

หยานซือหยันเหยียบเท้าของเซี่ยวหยุนอย่างแรงและพูดอย่างเย็นชาว่า “ฮึ่ม เจ้าโง่เซี่ยวหยุน เจ้าคนเลอะเลือน! ข้าจะเป็นเด็กน้อยได้อย่างไร? ข้าอายุ 15 ปีแล้ว ฮึ่ม ในอีก 2 ปี ข้าจะใหญ่กว่าพี่สาวนั่นอย่างแน่นอน”

 

“ฮ่าฮ่า พวกเราจะรอดูเมื่อเจ้าอายุมากกว่านี้” เซี่ยวหยุนหัวเราะขณะที่เขาบึ่งออกมาจากลานบ้าน

 

“เจ้าเลมทราวเซี่ยวหยุน เจ้าเลวเซี่ยวหยุน เจ้าผู้ชายต่ำช้า!” หยานซือหยันรู้สึกค่อนข้างโกรธ นางไปที่มองหน้าอกของนางขณะที่นางพึมพำว่า “ข้าจะเป็นเด็กน้อยได้อย่างไร? พวกมันใหญ่ทีเดียวเชียว”

 

หยานซือหยันอายุเพียงแค่ 15 ปีและแม้ว่าหน้าอกของนางจะเริ่มมีการพัฒนาขึ้นบ้างแล้ว พวกมันก็ยังดูเหมือนว่ายังไม่สุกงอมเล็กน้อย

 

อย่างไรก็ตามเห็นได้ชัดว่าเซี่ยวหยุนปฏิบัติกับนางเหมือนเด็กหญิงตัวน้อย

 

“ฮี่ฮี่ หยันเอ๋อของพวกเราโตขึ้นแล้ว เอ๋?” ในขณะนี้หยานซือเฟยได้เดินออกมาขณะที่ยิ้ม

 

“พี่สาว ท่านก็ยังเยาะเย้ยข้าด้วยหรือ?” หยานซือหยันมองไปและรู้สึกอายเล็กน้อย หลังจากเห็นหน้าอกของพี่สาวนางที่ใหญ่และกว้างขวาง ความโกรธของนางลดลงอย่างมาก นางน้อยกว่าพี่สาวอย่างมากจริงๆ

 

“ทำไมพี่สาวต้องเยาะเย้ยเจ้าด้วยเล่า?” หยานซือเฟยเดินออกมาและลูบไล้ผมของนางสาวนางด้วยความรักใคร่

 

“พี่สาว ผู้ชายทุกคนชอบหน้าอกที่ใหญ่หรือ?” หยานซือหยันถามขณะที่นางกระพริบตา

 

หยานซือเฟยหัวเราะ “เด็กโง่ เจ้าชอบผู้ชายเพียงเพราะเขาหล่อเหลา?”

 

“แน่นอนว่าไม่” หยานซือเฟยรีบสายศีรษะของนาง เมื่อนางคิดย้อนกลับไปความเจ็บป่วยที่รักษาไม่หายของนางได้รับการรักษาโดยเด็กหนุ่ม นางพบว่านางไม่สามารถลืมเกี่ยวกับเขาได้เลย

 

หยานซือเฟยยิ้มและพูดว่า “นั่นแหละถูกแล้ว หัวใจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เจ้ายังคงเป็นเด็กหนุ่ม เจ้าจะเข้าใจได้เองในอนาคต”

 

“หัวใจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด?” หยานซือหยันพยักหน้าดูเหมือนจะเข้าใจบางสิ่ง

 

อย่างไรก็ตามเมื่อนางคิดถึงประโยคสุดท้ายของพี่สาวของนาง หยานซือเฟยบุ้ยปากแล้วนางก็พูดอย่างไม่พอใจว่า “พี่สาว ข้าอายุ 15 ปีแล้ว ข้าไม่ได้เป็นเด็กอีกต่อไป เด็กสาวหลายคนในราชอาณาจักรจันทราวายุได้แต่งงานกันไปแล้วในวัยนี้”

 

หยานซือเฟยเลิกคิ้วของนางแล้วหัวเราะขณะที่นางพูดว่า “เอาล่ะ เอาล่ะ เจ้าไม่ได้เป็นเด็ก นี่ดีรึยัง? หยันเอ๋อของพวกเราได้เติบโตขึ้นแล้ว”

 

“นั่นแหละถูกต้องแล้ว ข้าได้โตขึ้นแล้ว”

หยานซือหยันกล่าวขณะที่นางแอบชำเลืองมองไปยังพี่สาวของนาง นางกำหมัดของนางไว้พร้อมกันขณะที่นางพึมพำด้วยเสียงเล็กๆ “ข้าจะต้องโตขึ้นแล้วใหญ่กว่าของท่านในอนาคตแน่นอน”

 

มันดูเหมือนว่าเด็กสาวคนนี้ได้ตัดสินที่จะ ‘เติบโต’ อย่างมหาศาล

 

จบบทที่ Eternal Martial Sovereign ตอนที่ 18 – เจ้ายังเป็นแค่เด็กน้อย

คัดลอกลิงก์แล้ว