เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Eternal Martial Sovereign ตอนที่ 15 – หัวใจแห่งความแข็งแกร่ง

Eternal Martial Sovereign ตอนที่ 15 – หัวใจแห่งความแข็งแกร่ง

Eternal Martial Sovereign ตอนที่ 15 – หัวใจแห่งความแข็งแกร่ง


*เปลี่ยนจากผู้เชี่ยวชาญเป็นเซียนนะครับ ผมพึ่งค้นเจอคำนี้ครับ

 

Chapter 15 – หัวใจแห่งความแข็งแกร่ง

 

“เป็นคลื่นกระแทกที่แข็งแกร่งอะไรเช่นนี้!” ดวงตาของเซี่ยวหยุนสว่างขึ้นขณะเขามองไปยังภายในของกล่องในมือของเขา ไม่สามารถที่เก็บอารมณ์บนใบหน้าของเขาได้ เขารู้สึกราวกับว่าเขาค้นพบสมบัติอันล้ำค่า

 

นอกจากไข่มุกสีแดงสดใสที่มีขนาดเล็กแล้ว ยังมีหอคอยสีดำซึ่งมันมีขนาดใหญ่เท่ากับนิ้ว ที่ทำให้เกิดคลื่นกระแทกแปลกๆ

 

คลื่นกระแทกเหล่านี้ทำให้หัวใจของเซี่ยวหยุนบีบรัดขึ้น

 

เซี่ยวรู้สึกว่าไข่มุกสีแดงสดใสและหอคอยสีดำว่าพวกจะต้องไม่ธรรมดาแน่นอน และมองไปยังชายชราข้างๆเขา

 

“ท่านปู่ ท่านพ่อของข้าได้ทิ้งสิ่งเหล่านี้ไว้เบื้องหลังเพื่อข้าหรือ?”

 

แม้ว่าเซี่ยวหยุนจะไม่รู้ว่าไข่มุกสีแดงสดใดและหอคอยสีดำคืออะไร เขารู้ว่าสิ่งเหล่านี้นั้นผู้ฝึกตนธรรมดาไม่สามารถที่จะครอบครองไว้ได้ ความคิดเกี่ยวท่านพ่อของเขาสามารถได้รับสมบัติเหล่านี้ทำให้หัวใจของเขาถูกเร่ง

 

เซี่ยวเต็มไปด้วยความรู้อยากเห็นเกี่ยวบิดาที่เขาไม่เคยได้พบมาก่อน

 

“นั้นถูกแล้ว สมบัติเหล่านี้ถูกไว้เพื่อเจ้าโดยพ่อของเจ้า” ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนกล่าวด้วยความดูเศร้าเล็กน้อย “ก่อนหน้านี้ ท่านปู่ได้วางแผนที่จะสิ่งเหล่านี้ให้แก่เจ้าหลังเจ้าได้ก้าวเข้าสู่ดินแดนต้นกำเนิด แต่มันช่างเสียดายที่เรื่องนี้ล่าชายไปเนื่องจากการบ่มเพาะของหลานได้หยุดการก้าวหน้ามาเป็นเวลา 8 ปี”

 

“ตอนนี้ตระกูลฝางนั้นได้บังคับให้เราตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ท่านปู่สามารถทำได้เพียงมอบสิ่งนี้ให้แก่เจ้าและหวังเจ้าจะสามารถเพิ่มการบ่มเพาะได้” ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนถอนหายใจเบาๆ เขาไม่ได้เป็นสิงโตที่อยู่เหนือคนอื่นอีกแล้ว และแทนที่ด้วยร่องรอยแห่งความกังวลบนใบหน้าของเขา

 

“ท่านปู่นี่ท่านกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ของฝางเฮ่า?” เซี่ยวหยุนถาม

 

“ถ้าฝางเฮ่าได้เข้าสู่นิกายต้นกำเนิดสวรรค์จริงๆ พวกเราจะอยู่ในปัญหาเลยทีเดียว!” เสียงของผู้ตระกูลเซี่ยวคนก่อนเต็มไปด้วยความกังวล

 

แม้ว่าเขาจะเป็นเซียนที่ทรงพลังอย่างมากภายในเขตเมฆาม่วง เขากลับไม่มีอะไรเลยเมื่ออยู่ต่อหน้านิกายต้นกำเนิดสวรรค์ พวกเขาสามารถที่จะส่งเซียนมาทำลายตระกูลทั้งหมดได้ โดยเฉพาะเมื่อฝางเฮ่าได้เปิดเผยเรื่องนี้ทำให้ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนเก่าตกอยู่ในมือของเขา แม้ว่าจะมีความโกรธของเขาในเวลานั้น

 

“ไม่ต้องห่วงท่านปู่ หลานชายของท่านจะไม่พ่ายแพ้แก่ฝางเฮ่า” เมื่อเห็นว่าท่านปู่ของเขากระวนกระวายมากแค่ไหน เซี่ยวหยุนก็กำมือของเขาเป็นหมัดอย่างหนาแน่นขณะที่เขากล่าวอย่างเฉียบขาด “ถ้าเขาสามารถถูกเลือกสรรจากนิกายต้นกำเนิดสวรรค์ได้ ถ้างั้นก็ข้าสามารถทำได้” เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เขาไม่ต้องการให้พวกเขาต้องกลัวอีกต่อไป

 

“ปู่เชื่อในตัวเจ้า” ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนกล่าวขณะที่เขาพยักหน้า แต่ก็ยังคงมีร่องรอยแห่งความกังวลภายในดวงตาของเขา

 

ถึงแม้ว่าเซี่ยวจะได้เริ่มทะลวงผ่านอีกครั้งและแสดงถึงพรสวรรค์อันน่าเกรงขาม แต่พวกเขามีเวลาห่างจากการประลองแค่ 3 เดือนเท่านั้น เขาสามารถจะปีนข้ามจากระดับ 8 ขั้นหลอมร่างกายเข้าสู่ขอบเขตต้นกำเนิดได้ในเวลานี้จริงๆ?

 

ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนยังคงรู้สึกกังขาเล็กน้อยแต่เข้าก็ไม่ได้พูดมันออกมา

 

แม้ว่าจะมองไม่เห็นมันและเกิดขึ้นเพียงชั่วครูเท่านั้น แต่เซี่ยวหยุนก็ยังมองเห็นร่องรอยของความกังขา

 

ตัวเขาเองรู้ดีว่าการก้าวเข้าสู่ขอบเขตต้นกำเนิดภายใน 3 เดือนจะเป็นเรื่องยากอย่างไม่น่าเชื่อ

 

ภายในขอบเขตหลอมร่างกาย การทะลวงผ่านระดับเดียวก็เป็นเรื่องยากอย่างน่าเหลือเชื่อแล้ว บางคนก็ต้องใช้เวลาทั้งปีเพื่อทะลวงผ่านระดับเดียวหลังจากระดับ 6 และสำหรับบางคนที่มีพรสวรรค์ที่ก้าวเข้าสู่ระดับ 9 ได้ค่อนข้างเร็ว มันจะใช้เวลาหลายปีเพื่อก้าวต่อไป

 

การก้าวเข้าสู่ขอบเขตต้นกำเนิดไม่ใช่บางที่สามารถทำได้เพียงแค่ต้องการเพียงอย่างเดียว

 

“ข้าต้องก้าวสู่ขอบเขตต้นกำเนิดโดยเร็วที่สุดและล้มฝางเฮ่าที่การประลอง ด้วยวิธีนี้ท่านปู่จะไม่ต้องกังวลอีกต่อไป”

 

เด็กหนุ่มแสดงออกถึงความเด็ดเดี่ยวอย่างเงียบๆต่อตัวเขาเอง อย่างไรก็ตาม เขาเก็บมันไว้ข้างในและไม่ได้พูดมันออกมาดังๆ

 

นี้เป็นเพราะเซี่ยวหยุนรู้ว่าหากปราศจากพละกำลังที่เพียงพอ กล่าวทั้งหมดนี้ไปก็ไร้ความหมาย มันจะดีกว่าถ้าเขาแสดงมันออกผ่านการกระทำของเขา

 

“อย่ารู้สึกกดดันเกินไป” เมื่อมองดูว่าเด็กหนุ่มมีความแน่นอนมากน้อยเพียงไร ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนก็ลูบไหล่ของเขา

 

“อืม” เซี่ยวหยุนพยักหน้าและถามด้วยความคาดหวังในสายตาของเขา “ท่านปู่ พ่อของข้ายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า?”

 

หลายปีที่ผ่านมา เมื่อเซี่ยวได้ตกลงจากอัจฉริยะเป็นขยะ เขารู้สึกว่าราวกับเขาได้ร่วงหล่นมาจากเมฆอันบริสุทธิ์ไปสู่นรก เขารู้สึกว่าเขาถูกทอดทิ้ง และได้ใช้เวลาทั้งกลางวันและกลางคืนคิดเกี่ยวกับพ่อแม่ของเขา

 

บางทีถ้าบิดาและมารยังอยู่ที่นี่ พวกเขาคงจะปลอบข้า

 

นี่คือความคิดที่เกิดขึ้นกับจิตใจของเซี่ยวมากที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

 

แม้ว่าในขณะที่เขาเติบโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่และเข้าใจว่าการคร่ำครวญนั้นไร้ความหาย เด็กหนุ่มก็ยังคงคิดเกี่ยวกับพ่อแม่ของเขา บางครั้ง เขาก็อยากจะไปตามหาพวกเขา

 

“พ่อของเจ้า ...” เห็นความหวังในสายตาของเด็กหนุ่ม ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนหยุดชั่วคราว ขณะที่ลักษณะของความเศร้าใจปรากฎขึ้นในดวงตาของเขาอีกครั้ง

 

หัวใจของเซี่ยวหยุนบีบแหน่นขึ้นขณะที่เขารู้สึกว่ามีบางสิ่งถูกปิดไว้และรีบถาม “ท่านปู่เกิดอะไรขึ้นกับท่านพ่อของข้า? ทำไมเขาไม่เคยมาพบข้าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา? เป็นไปได้ไหมที่เขาไม่ต้องการอีกต่อไปแล้ว?”

 

“เด็กโง่ พ่อของเจ้าจะไม่ต้องการเจ้าอีกต่อไปได้อย่างไร? เขาได้มอบชีวิตของตนเองให้กับเจ้า!” ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนค่อยๆลูบหลังหัวของเซี่ยวหยุนขณะที่ดวงตาของส่องแสงสะอึกสะอื้น เขาถอนหายใจเบาๆก่อนพูดต่อ “ตอนนี้เจ้าได้โตขึ้นแล้ว ข้าควรจะบอกสิ่งนี้กับเจ้า”

 

เซี่ยวหหยุนพยักหน้าขณะที่เขาจ้องไปยังท่านปู่ คอยฟังอย่างเงียบๆ

 

“พ่อของเจ้ามีนามว่า เซี่ยวซานเทียนและยังเป็นเจ้าของพรสวรรค์อย่างยิ่งใหญ่อีกด้วย เขาได้ปลุกจิตวิญญาณการต่อสู้ของเขาเมื่อตอนเขาอายุ 6 ขวบ” ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ขณะที่ลักษณะของความคิดถึงได้ปรากฏขึ้นในดวงตาของเขาแล้วพูดต่อ “บรรพบุรุษของตระกูลเซี่ยวเราได้มีมรดกจิตวิญญาณรบ เมื่อมันตื่นขึ้นแล้วคนๆนั้นจะสามารถกวาดผ่านไปทั่วแผ่นดินได้ พ่อของเจ้าได้แสดงความสามารถที่พิเศษด้วยจิตวิญญาณการต่อสู้ของเขา มันมหัศจรรย์มากในราชอาณาจักรจันทราวายุทั้งสิ้น”

 

“ในท้ายที่สุดเขาได้ถูกเลือกโดยสุดยอดเซียน คนๆนั้นได้นำเขาไปด้วย และถูกทิ้งไวที่เมืองหลวงอาณาจักรสวรรค์(อันนี้ชื่อนะครับมีชื่อดีกว่านี้ทิ้งไว้ให้หน่อยนะครับ)อันกว้างใหญ่” ผู้นำตระกูลคนก่อนกล่าว

 

“เมืองหลวงอาณาจักรสวรรค์?” ดวงตาของเซี่ยวกลายเป็นจริงจังขณะที่เขาจำชื่อนี้ได้ ดูราวกับว่าเขากำลังวางแผนจะไปที่นั่นเพื่อค้นหาพ่อของเขา

 

“สถานที่แห่งนั้นเป็นอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่เต็มไปด้วยเซียนด้านการต่อสู้ มีหลายร้อยตระกูลที่ทรงพลังที่นั่นและเซียนเต็มไปทั่วดินแดน มีหลายร้อยตระกูลที่ทรงพลังที่นั่นและเซียนเต็มไปทั่วดินแดน แม้แต่นิกายต้นกำเนิดสวรรค์ก็จำเป็นที่จะต้องน้อมคำนับให้กับหลายฝ่ายที่นั่น เจ้าสามารถจิตนาการได้ว่าสถานที่ดังกล่าวน่าอัศจรรย์อย่างไร หลังจากออกไปแล้วพ่อของเจ้าได้หายไปนานถึง 10 และไม่มีข่าวจากเขาเลย ซึ่งทำให้เราทุกคนต้องกังวล”  ได้ยินการถอนหายใจของผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อน สามารถจินตนาการได้แค่กังวลว่าเขาเคยกลับมาแล้ว

 

เซี่ยวหยุนยังฟังอย่าเงียบๆอยู่ รู้สึกอยากรู้อยากเห็นอย่างเหลือเชื่อเกี่ยวกับเมืองหลวงอาณาจักรสวรรค์นั่น สถานที่ประเภทใดที่สามารถกักตัวพ่อของเขาได้เป็นเวลาหลายปี?

 

“เมื่อเขากลับมา เขาถูกปกคลุมไปด้วยบาดแผลรายแรงและเกือบทั่งร่างกายของเขาถูกย้อมไปด้วยสีแดงของเลือด ราวกับว่าเขาพึ่งผ่านการต่อสู้เป็นตายมา ตอนนั้นเจ้าและน้องสาวของเจ้ายังคงเป็นเพียงเด็กอยู่ อายุของเข้าเพิ่งเกือบจะ 1 ขวบและร้องไห้อย่างต่อเนื่องบนหลังของเขา” ใบหน้าของผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนเต็มไปด้วยความโศกเศร้า และอีกคนหนึ่งรู้สึกเจ็บปวดหัวใจของเขาจากการได้มองไปยังดวงตาของเขา

 

หัวใจของเซี่ยวหยุนบีบรัดแน่น

 

มันดูเหมือนว่าพ่อของเขานั้นได้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายพอดู!

 

“พ่อของเข้าอยู่เพียงวันเดียวและหลังจากให้คำนแนะนำบางอย่าง เขารีบจากไปราวกับว่าเขากังวลว่าศัตรูของเขานั้นจะมาไล่ล่าเขาที่นี่” ใบหน้าของผู้นำตระกูลเซี่ยวเต็มไปด้วยความกังวลขณะที่เขาพูดต่อ “ผ่านไปกว่า 10 ปีแล้ว แต่เราไม่ได้รับข้อมูลใดๆจากเขาเลย เราไม่รู้เลยว่าเขาอยู่ที่ไหนตอนนี้”

 

“ถ้าหากเจ้าตองการจะหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพ่อของเจ้า เจ้าจำเป็นต้องไปยังเมืองหลวงอาณาจักรสวรรค์” ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนกล่าว

 

“ข้าจะไปอย่างแน่นอน!” เซี่ยวหยุนประกาศขณะที่เขากำหมัดของเขา

 

“ดีมาก” ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนยิ้มให้ความรู้สึกปลอบประโลมขึ้นโดยการจ้องมองที่มั่นคงของเด็กหนุ่ม

 

อย่างไรก็ตามหัวใจของเขากลับเจ็บปวด – เด็กหนุ่มคนนี้จะสามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัยหลังจากไปยังเมืองหลวงอาณาจักรสวรรค์?

 

เมื่อคิดอย่างนี้ ผู้นำตระกูลเซี่ยวค่อนข้างเสียใจที่บอกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้

 

อย่างไรก็ตาม ถ้าเขาซ่อนเรื่องนี้ไว้ เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกชายของเขาเป็นหรือตาย?

 

นอกจากนี้ เด็กหนุ่มคนนี้ได้เติบโตขึ่้นและมีสิทธิ์ที่จะรู้เรื่องนี้

 

“เราจะไม่ปล่อยให้สวรรค์ตัดใจสินว่าทุกสิ่งควรแสดงอย่างไร” ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนถอนหายใจภายใน

 

“ท่านปู่ ข้าจะไปแล้ว” เซี่ยวหยุนกล่าวในขณะที่เขาถือกล่อง

 

“เอาล่ะเจ้าสามารถไปได้แล้ว” ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนกล่าวขณะที่โบกมือของเขา “ดูสิ่งต่างๆในกล่องเถอะ”

 

“ขอรับ” เซี่ยวหยุนพยักหน้าและออกไปพร้อมกับกล่องเหล็ก

 

หลังจากการพูดคุยเรื่องนี้ ตอนนี้เซี่ยวได้หยุนรู้เกี่ยวกับพ่อของเขาเพิ่มอีกเล็กน้อย

 

พ่อของเขา เซี่ยวซานเทียน ก็เป็นอัจฉริยะที่น่าอัศจรรย์และยังทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ อย่างไรก็ตามยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้เขาถูกโจมตีอย่างรุนแรง

 

“ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นแน่นอน” หลังจากกลับมาที่ห้องของเขา เซี่ยวหยุนก็กลายเป็นหนักแน่นมั่นคงอย่างมาก

 

ไม่ใช่เพียงแค่แรงกดดันจากตระกูลฝางเท่านั้น แต่เขายังจำเป็นต้องไปยังเมืองหลวงอาณาจักรสวรรค์เพื่อค้นหาพ่อของเขา เขาจำเป็นต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อรับมือกับทั้งสองสิ่ง

 

ปราศจากความแข็งแกร่งที่เพียงพอ เขาจะไม่สามารถทำอะไรได้

 

“นี่เป็นสิ่งที่ถูกทิ้งไว้ทั้งหมดโดยท่านพ่อ ข้ามั่นใจว่าพวกมันจะต้องไม่ธรรมดา” หลังจากคิดกับตัวเขาเอง เซี่ยวหยุนก็หยิบตำราโบราณขึ้นมา ขณะที่เขาหยิบมันขึ้นมา ชิ้นส่วนกระดาษก็ได้ตกลงมา ในนั้นมีการเขียนตัวอักษรที่แข็งแกร่ง

 

“นี้มันเป็นจดหมายจากท่านพ่อ!” เซี่ยวหยุนรู้สึกยินดีและเรื่มอ่านมัน

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาอ่านสิ่งที่บรรจุในจดหมาย เซี่ยวก็เริ่มขมวดคิ้วลึก

 

พ่อของเขาอธิบายว่ามีอะไรอยู่ภายในกล่องบ้าง แต่กลับเตือนด้วยว่าอย่าออกตามหาเขา

 

“ศัตรูของท่านพ่อพวกมันทรงพลังเกินไปหรือไม่ ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการให้ข้าไปเสี่ยงชีวิตกับอันตราย” เซี่ยวหยุนรู้สึกว่าหัวใจของเขาอบอุ่นขณะที่เขาคิดในใจ “ท่านพ่ออาจะไม่ต้องการให้ข้าไปยังเมืองหลวงอาณาจักรสวรรค์จากความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของตัวข้าอ ย่างไรก็ตามในฐานะผู้ชาย ข้าจะมัวแต่นั่งได้อย่างไรโดยรู้ว่าท่านพ่อของข้ากำลังมีปัญหา

 

“ข้าต้องไปยังเมืองหลวงอาณาจักรสวรรค์!” เซี่ยวหยุนตัดสินใจ

 

หลังจากนั้นเขาได้หยิบตำราโบราณขึ้นและเปิดหน้าแรกของมัน

 

ศิลปะกลืนกินสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อฝึกจนเสร็จ หนึ่งจะสามารถกลืนกินแก่นแท้ปราณทั้งหมดในสวรรค์และโลกได้ และทำลายจิตวิญญาณแรกเริ่มได้ ...

 

ศิลปะกลืนกินสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์นี้ มันสามารถควบคุมการกลืนกินแก่นแท้ปราณทั้งหมดในสวรรค์และโลกได้ เช่นเดียวกันกับจิตวิญญาณการต่อสู้ของข้า อย่างไรก็ตามมันยังสามารถทำลายจิตวิญญาณแรกของผู้คนได้ ซึ่งจะทำให้มันทรงพลังมากกว่า ตำนานได้กล่าวไว้ว่ามีเพียงสุดยอดเซียนเท่านั้นที่สามารถบ่มเพาะจิตวิญญาณแรกเริ่มได้ ซึ่งทำให้พวกเขาน่าเลื่อมใสอย่างไม่น่าเชื่อ ตราบใดที่วิญญาณแรกเริ่มไม่ได้ตายไป พวกเขาก็จะไม่ตายไปด้วย ถึงกระนั้นศิลปะกลืนกินสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์นี้กลับสามารถทำจิตวิญญาณแรกเริ่มได้  – มันทรงพลังเกินไปอย่างแท้จริง” เซี่ยวหยุนคิดในใจ รู้สึกตกตะลึง

 

บางทีแม้แต่ราชอาณาจักรจันทราวายุและนิกายต้นกำเนิดสวรรค์ก็ยังไม่ได้มีศิลปะเช่นนี้

 

“ตราบใดที่ข้าเรียนรู้ศิปละนี้ แน่นอนว่าข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้น”

 

ความเชื่อมันของเซี่ยวหยุนได้อยู่ในความสำเร็จที่ได้รับการสนุบสนุน

 

“ศิลปะนี้สามารถหลอวรวมกับจิตวิญญาณการต่อสู้ได้ทั้งหมด ทำให้มันเป็นของตนเอง ... ศิลปะศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดทรงพลังมาก?”

 

เมื่อเซี่ยวหยุนอ่านหน้าถัดไป เขาก็กลายเป็นตกใจมากยิ่งขึ้น

 

จิตวิญญาณการต่อสู้ปกติมักจะสืบทอดมาจากมรดก

 

สำหรับตัวอย่างนั้นมีมากในอดีตไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมา พ่อของเซี่ยวหยุน เซี่ยวซานเทียน เป็นคนเดียวที่ปลุกจิตวิญญาณรบขึ้นมาได้

 

การได้รับมรดกนั้นเป็นเรื่องยากเกินไป

 

คนบางคนได้ไปยังเส้นทางอื่น  – พวกเขาได้ค้นพบสัตว์อสูรโบราณหรือสัตว์อสูรจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ เพื่อที่จะได้รับเศษจิตวิญญาณของพวกมัน แล้วหลอมรวมเข้ากับพวกเขา อย่างไรก็ตามอัตราสำเร็จในการหลอมจิตวิญญาณนั้นมีแทบจะแค่ 1 ในหมื่น

 

ในความเป็นจริงแล้ว มักจะมีผลกระทบรุนแรงซึ่งอาจทำให้พวกเขาตายได้

 

อย่างไรก็ตาม ศิลปะกลืนกินสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ที่เซี่ยวหยุนมันแตกต่างออกไป

 

ตามคำอธิบายของมัน หลังจากสำเร็จความเชี่ยวชาญพื้นฐานของศิลปะนั้น จะสามารถหลอมรวมจิตวิญญาณการต่อสู้ที่คล้ายกันและทำให้พวกมันกลายเป็นการสนับสนุน รวมทั้งเพิ่มความสามารถที่คล้ายกัน ในอนาคต เซี่ยวหยุนจะสามารถมีจิตวิญญาณรบของตัวเองได้

 

ด้วยจิตวิญญาณรบ ทำไมเขาต้องกลัวฝางเฮ่า?

 

จบบทที่ Eternal Martial Sovereign ตอนที่ 15 – หัวใจแห่งความแข็งแกร่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว