- หน้าแรก
- เล่นเกมบำเพ็ญเซียนพันล้านปี สู่โลกจริงกลายเป็นมหาจักรพรรดิไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 260 ดอกบัวสวรรค์สายอสนีสูงสุด
ตอนที่ 260 ดอกบัวสวรรค์สายอสนีสูงสุด
ตอนที่ 260 ดอกบัวสวรรค์สายอสนีสูงสุด
ดอกอสนีทั่วหล้า เบ่งบานนานัปการ
ดอกอสนีนับไม่ถ้วนร่วงหล่นดุจหยาดฝน ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดหลบพ้นได้ ขอเพียงถูกดอกอสนีสัมผัส สิ่งมีชีวิตนั้นก็จะเผชิญอสนีระดับสูงสุดในทันที ร่างระเบิดตายอย่างน่าสยดสยอง
ดอกอสนีปกคลุมทั้งเกาะสายฟ้า ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
ทุกคนยืนอยู่ห่างออกไปไกลนับพันล้านลี้ ใช้จิตสำนึกมองไปยังเกาะสายฟ้า แต่กลับพบว่ามองทะลุไม่ได้ ถูกพลังเต๋าอสนีกั้นอยู่นอกนั้น
ทำให้พวกเขายิ่งสงสัยว่า ข้างในเกิดอะไรขึ้นกันแน่?……
ควันและฝุ่นตลบอบอวล มังกรน้ำลม กระทิงมายาหมื่นวิญญาณ และหลี่จงเต้า จ้องมองเข้าไปในม่านควันอย่างเคร่งเครียด พวกเขาใช้จิตสำนึกตรวจสอบ แล้วก็หน้าถอดสีทันที
ควันและฝุ่นสลายไป เผยให้เห็นดอกบัวสีม่วงที่เต็มไปด้วยอสนีสีแดง ลอยอยู่กลางอากาศ เปี่ยมด้วยความสง่างามศักดิ์สิทธิ์และกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัว จนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
“นี่คือดอกบัวเต๋าอสนีสูงสุด?” มังกรน้ำลมเอ่ยด้วยความตื่นตระหนก ถอยหลังไปหลายก้าว
“เป็นไปไม่ได้ นี่คือขอบเขตสูงสุดของดอกบัวเต๋าอสนี ใช้ร่างกลายเป็นดอกบัว เปลี่ยนสภาพร่างกายใหม่ บรรลุเป็นจักรพรรดิอสนีสูงสุด เขาจะทำได้ยังไง?!” หลี่จงเต้าพึมพำ แม้จะไม่อยากเชื่อเพียงใด แต่ดอกบัวเต๋าอสนีที่อยู่ตรงหน้า ก็ทำให้เขาต้องเชื่อ
เฉินหลานเข้าใจเต๋าอสนีไปถึงขั้นนี้เชียวหรือ ดอกบัวศักดิ์สิทธิ์สายอสนีถูกเขาหลอมกลืนจนหมดแล้วหรือ? สมุนไพรวิญญาณระดับสูงสุดที่บรรจุวัตถุแฝงรอยวิถีเต๋าอสนีขั้นสุดยอด กลับหายไปทั้งอย่างนี้! “เขาอาจกำลังหลอมกลืนดอกบัวศักดิ์สิทธิ์อยู่ข้างใน ห้ามให้เขาสำเร็จ!” กระทิงมายาหมื่นวิญญาณเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ลงมือก่อน มือใหญ่พลิกผัน ภาพมายาของสัตว์อสูรหลากหลายพุ่งทะลักออกมา “ไม่ว่าเจ้าจะเป็นดอกบัวสายฟ้าอะไร ข้าก็จะชกให้แหลก!”
สามวิถีหลักที่กระทิงมายาหมื่นวิญญาณฝึกหลักคือวิถีภาพลวงตา วิถีพลัง และวิถีปฐพี
โดยวิถีปฐพีอ่อนแอที่สุด วิถีภาพลวงตาแข็งแกร่งที่สุด เป็นวิถีประจำกายโดยกำเนิด ตั้งแต่เกิดก็มีความเข้าใจในวิถีประเภทนี้อยู่แล้ว ทำความเข้าใจได้รวดเร็วกว่าคนอื่นหลายเท่า ส่วนวิถีพลังอยู่ในระดับกลางๆ
กระทิงมายาหมื่นวิญญาณมาถึงหน้าดอกบัวอสนีในพริบตา รวมพลังทั้งหมด ชกออกไปหนึ่งหมัด พร้อมกับพลังของพลังอภินิหารวิถีภาพลวงตาที่ปะทุขึ้นพร้อมกัน
ตูม!!! ฟ้าสะเทือนดินสะท้าน ภูเขาโยกแม่น้ำคุ้มคลั่ง พลังวิญญาณน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกจากตรงกลาง แผ่กระจายออกไป กระทิงมายาหมื่นวิญญาณกระเด็นถอยหลังไปในทันที พร้อมกับเต๋าจุนอีกสองตนที่อยู่ด้านหลังก็ถอยกรูดไปด้วย
ไถลไปไกลถึงหลายล้านลี้ กว่าจะหยุดลงได้อย่างยากลำบาก
“พลังเต๋าอสนีน่ากลัวเกินไปแล้ว” มังกรน้ำลมแยกเขี้ยวขมวดคิ้วพูดอย่างเจ็บปวด
ร่างของมันเต็มไปด้วยอสนีบ้าคลั่งนับไม่ถ้วน อสนีพวกนี้เคลื่อนไหวอยู่บนร่างของมันดุจงูตัวเล็กๆ ไปถึงตรงไหน ผิวหนังก็จะกลายเป็นสีดำไหม้ในทันที แล้วฟื้นกลับมาอย่างรวดเร็ว
ร่างกายขยับไม่ได้ ถูกทำให้ชาด้านไปแล้ว
อีกสองตนก็ไม่สู้ดีนัก บนร่างเต็มไปด้วยอสนีที่ส่งเสียงเปรี๊ยะ ๆ รอบกาย ขยับไม่ได้ ได้แต่ฝืนทนจนหน้าบิดเบี้ยว
ผู้บาดเจ็บหนักที่สุดไม่พ้นกระทิงมายาหมื่นวิญญาณ เดิมทีบนหัวมีเขาวัวอยู่คู่หนึ่ง ตอนนี้หักไปแล้วหนึ่งข้าง แขนไหม้ดำอย่างหนัก จนตอนนี้ยังไม่ฟื้นกลับมา ชุดคลุมสมบัติสูงสุดของเต๋าสวรรค์ที่สวมอยู่ก็แตกกระจาย เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง
“เวรเอ๊ย...” กระทิงมายาหมื่นวิญญาณมองดอกบัวอสนีอย่างหวาดกลัว เริ่มขลาดกลัวขึ้นมา มันอยากหนีแล้ว
หมัดเมื่อครู่ มันเป็นคนทำให้ดอกบัวอสนีระเบิดตัวเองอยู่ตรงจุดศูนย์กลาง จึงบาดเจ็บสาหัสในทันที
ดอกบัวอสนีนี้น่ากลัวเกินไป อยู่ต่อไม่ได้!
“เล่นกันพอหรือยัง? ถึงตาข้าแล้ว”
ตอนนั้นเอง เสียงหนึ่งก้องกังวานไปทั่ว กระทิงมายาหมื่นวิญญาณและคนอื่น ๆ รีบเงยหน้าขึ้น มองไปทางดอกบัวอสนีด้วยความหวาดผวา
ดอกบัวอสนีค่อย ๆ เบ่งบานออก เผยให้เห็นชายร่างสง่า ถือหอกเทพ สวมเกราะสีม่วง ปรากฏกายออกมา
หอกเทพสายฟ้าในมือของเฉินหลานตอนนี้เปลี่ยนไปมาก ลำหอกเรียวขึ้น ปลายหอกหักออก ตรงกลางแทรกด้วยอสนีครามสีม่วงอันบ้าคลั่งดังเปรี๊ยะ ๆ อสนีเชื่อมระหว่างหัวหอกกับลำหอก ปกคลุมไปด้วยสายฟ้า กลิ่นอายน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม! ส่วนเกราะก็เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวง เดิมทีมีรอยร้าวอยู่บ้าง ตอนนี้ซ่อมแซมจนหมด เกราะสีม่วงน้ำเงิน ลวดลายอสนีสีทองแดง บนหน้าผากยืดออกไปทางซ้ายและขวากลายเป็นสันคิ้วอสนี ดูสง่าและหล่อเหลาอย่างยิ่ง
การเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดคือสัญลักษณ์ดอกบัวระหว่างคิ้วของเฉินหลาน กลีบเก้ากลีบหลอมรวมจนกลายเป็นดอกบัว เปล่งประกายแสงสีม่วงจาง ๆ เส้นผมปลิวไสวตามลม เฉินหลานลอยขึ้นช้า ๆ เบิกตาทั้งสองเต็มไปด้วยอสนีสูงสุด ก้มมองลงมาทั่วหล้า
ตูม! ปีกที่แปรสภาพจากอสนีกางออกด้านหลังเขา ยิ่งดูทรงพลังและหล่อเหลาเข้าไปอีก
“ข้าบรรลุขั้นสมบูรณ์พร้อมในวิถีอสนีแล้ว วันนี้คือวันตายของพวกเจ้า!” เฉินหลานเอ่ยอย่างราบเรียบ ก่อนจะหายวับไปในพริบตา
“ความเร็วอะไรจะขนาดนั้น นี่มันบรรลุขั้นสมบูรณ์พร้อมในวิถีอสนีจริง ๆ หรือ?!” มังกรน้ำลมเอ่ยด้วยความตื่นตระหนก แม้แต่จิตสำนึกของมันก็จับเงาร่างของเฉินหลานไม่ได้ พอจะบอกได้ว่าความเร็วระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่เต๋าจุนจะมองทะลุได้แล้ว
ขั้นสมบูรณ์พร้อมในวิถีอสนี สี่คำนี้ช่างพบเห็นได้ยากยิ่งนัก
“พี่มังกร ร่วมมือกัน!” กระทิงมายาหมื่นวิญญาณตะโกนเสียงดัง รีบเคลื่อนเข้าไปหามังกรน้ำลม
เมื่อจับเงาร่างของเฉินหลานไม่ได้ ไม่รู้ว่าเขาจะโผล่ขึ้นมาข้างตัวเมื่อไร และมันก็เจ็บหนักอยู่ด้วย ตอนนี้มีแค่การอยู่ข้างมังกรน้ำลมเท่านั้นที่ปลอดภัยที่สุด
“รวมกลุ่มแล้วจะปลอดภัยงั้นหรือ?”
ตอนนั้นเอง เสียงเย็นราวกับผีดังขึ้น ข้างกายกระทิงมายาหมื่นวิญญาณในความว่างเปล่ามีเสียงอสนีดังเปรี๊ยะ ๆ แสงสีม่วงวาบผ่าน รูม่านตาของกระทิงมายาหมื่นวิญญาณหดลงอย่างรุนแรง มันรับรู้ถึงกลิ่นอายแห่งความตาย!
ในชั่วพริบตา มันถอยกรูดออกไป แต่ก็สายเกินไปแล้ว หอกเทพสายฟ้าพุ่งแทงออกมาจากความว่างเปล่า ตรงเข้าที่ใบหน้าของมัน ทำให้มันรีบใช้พลังเต๋าต้านรับ
ตูม! ปลายหอกหยุดอยู่ห่างจากใบหน้ากระทิงมายาหมื่นวิญญาณห้าเซนติเมตร มีค่ายกั้นชั้นหนึ่งสกัดไว้นอกตัวมัน
“เจ้าหนู ต่อให้ข้าบาดเจ็บ ก็อย่าหวังว่าจะฆ่าข้าได้ด้วยฝีมือเจ้า” กระทิงมายาหมื่นวิญญาณเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ระเบิดพลังเต๋าออกมา โซ่หลายสิบเส้นพุ่งออกจากความว่างเปล่า บินไปทางเฉินหลาน
เฉินหลานยิ้มบางๆ กำด้ามหอกแน่น แล้วออกแรงดันไปข้างหน้า: “เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าข้าใช้พลังเต็มที่แล้ว?”
พูดจบ เขาก็ออกแรงแทงไปข้างหน้า
ตูม! ค่ายกั้นแตกสลายในทันที กระทิงมายาหมื่นวิญญาณเบิกตากว้าง มองหอกเทพสายฟ้าที่พุ่งแทงเข้ามาหาด้วยความตื่นตระหนก
เคร้ง! ทวนศึกเล่มหนึ่งพุ่งตัดอากาศเข้ามาขวาง สกัดการโจมตีของเฉินหลานไว้ได้
“มนุษย์ อย่าลืมว่ายังมีข้าอยู่” มังกรน้ำลมที่อยู่ด้านข้างช่วยขวางการโจมตีอันถึงตายให้กระทิงมายาหมื่นวิญญาณ พร้อมเอ่ยด้วยเสียงเย็นชา
กระทิงมายาหมื่นวิญญาณจะต้องตายที่นี่ไม่ได้ หากมันตาย มันก็ต้องตายไปด้วยแน่ เพราะมันไม่อาจสู้สองต่อหนึ่งได้ และมันก็ไม่แน่ใจว่าหลี่จงเต้าจะอยู่ฝ่ายไหน
หลังจากสกัดไว้ได้ ทั้งสองอสูรถอยกรูดอย่างรวดเร็ว สีหน้าตึงเครียดมองเฉินหลานและหลี่จงเต้า ขณะที่สายตาของหลี่จงเต้าจับจ้องอยู่ที่เฉินหลานตลอด โดยเฉพาะดอกบัวระหว่างคิ้วของเขา
“เจ้าได้หลอมกลืนดอกบัวศักดิ์สิทธิ์สายอสนีแล้ว?” หลี่จงเต้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“เกี่ยวอะไรกับเจ้า?” เฉินหลานเอ่ยอย่างราบเรียบ แม้หลี่จงเต้าจะเป็นเต๋าจุนเผ่ามนุษย์ แต่เขาไม่ชอบ อีกฝ่ายหยิ่งยโสเกินไป ไม่เห็นหัวทั้งเผ่าอสูรหรือเผ่ามนุษย์ แถมยังคิดจะฆ่าเขา
หลี่จงเต้าเป็นหนึ่งในรายชื่อที่เฉินหลานต้องฆ่าให้ได้อยู่แล้ว รอให้เขาจัดการเต๋าจุนอสูรสองตนนี้เสร็จเมื่อไร ก็จะลงมือสังหารทันที
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของหลี่จงเต้าก็หม่นคล้ำอย่างยิ่ง เขาไม่รู้ว่าควรช่วยดีหรือยืนดูอยู่เฉยๆ หากช่วย เขาก็ไม่รู้ว่าควรช่วยฝ่ายไหน
เฉินหลานที่หลอมกลืนดอกบัวแล้ว ไม่ใช่สิ่งที่เขาคนเดียวจะรับมือได้
“อย่าคิดมากนักเลย จะลงมือก็เข้ามาพร้อมกันเถอะ”
(จบตอน)