- หน้าแรก
- เกิดใหม่โลกโปเกมอน ผมแค่จะทำฟาร์ม แต่ทำไมกลายเป็นแชมเปี้ยน
- บทที่ 32: ทำไมรู้สึกเหมือนกำลังโดนเอาเปรียบ?
บทที่ 32: ทำไมรู้สึกเหมือนกำลังโดนเอาเปรียบ?
บทที่ 32: ทำไมรู้สึกเหมือนกำลังโดนเอาเปรียบ?
หลินเหยา เด็กสาวอัจฉริยะวัย 19 ปีจากภูมิภาคคาลอส เธอคือผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและการเพาะเลี้ยงโปเกมอนที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
ด้วยการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากครอบครัว ในวัย 17 ปี เธอได้ก่อตั้งศูนย์รวมอาหารนิมเฟียขึ้นในเมืองเมียร์เรอย่างพิถีพิถัน
ใครจะคาดคิดว่าเพียงไม่นาน เมนูเด็ดประจำร้านจะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับทุกคน อาหารเหล่านี้ไม่เพียงแต่ส่งผลลัพธ์อันเป็นเอกลักษณ์ต่อโปเกมอนเท่านั้น แต่ยังมีความคิดสร้างสรรค์แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร แถมรสชาติก็ยังยอดเยี่ยม จึงได้รับคำชมเชยอย่างล้นหลามทันทีที่เปิดตัว
ตั้งแต่นั้นมา หลินเหยาก็ได้แสดงให้เห็นถึงหัวใจนักธุรกิจอันยอดเยี่ยม โดยใช้เวลาเพียงสองปีกว่าในการขยายสาขาศูนย์รวมอาหารนิมเฟียครอบคลุมทั้ง 9 ภูมิภาคหลักในโลกโปเกมอนได้สำเร็จ
อาหารที่เธอรังสรรค์ขึ้นเองนั้นมีสรรพคุณน่าทึ่ง ถึงขั้นส่งผลต่อโปเกมอนระดับยิมลีดเดอร์ในช่วงที่แข็งแกร่งที่สุดได้เลยทีเดียว
ทว่า ตัวตนของหลินเหยานั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่นี้
ภายใต้การสั่งสอนอย่างใกล้ชิดจากพ่อแม่ เธอยังเป็นโปเกมอนเทรนเนอร์ที่แข็งแกร่งอีกด้วย
นิมเฟียที่ดูนุ่มฟูน่ากอดข้างกายเธอ มีเลเวลสูงถึง 55 แล้ว หากเธอไม่ทุ่มเทให้กับการทำอาหารแสนอร่อยมากขนาดนี้ การจะผลักดันให้นิมเฟียเลื่อนขั้นเป็นระดับจตุรเทพก็คงไม่ใช่เรื่องยากนัก
พ่อแม่ของหลินเหยาต่างก็เป็นเทรนเนอร์ที่แข็งแกร่ง แน่นอนว่าพวกเขาย่อมคาดหวังให้หลินเหยาเดินตามรอยเส้นทางสายเทรนเนอร์ต่อไป
แต่น่าเสียดายที่หลินเหยาไม่ได้สนใจการต่อสู้ของโปเกมอนมาตั้งแต่เด็ก กลับกัน เธอแสดงความสนใจอย่างมากและมีพรสวรรค์สูงส่งในการทำอาหารสำหรับโปเกมอน
แม้ว่าโลกใบนี้จะไม่มีการจัดอันดับเชฟ แต่หลินเหยาก็มีความฝันมาโดยตลอด นั่นคือการก้าวขึ้นเป็นเชฟอันดับหนึ่งของโลก และใช้สุดยอดอาหารที่เธอตั้งใจปรุง พิชิตใจโปเกมอนมายาในตำนาน เพื่อให้พวกมันยอมรับในฝีมือการทำอาหารของเธอ
แต่ช่วงนี้ เส้นทางสู่การเป็นเทพแห่งอาหารของเธอกลับยากลำบากเหลือเกิน
เนื่องจากเธอไม่ต้องการพึ่งพาครอบครัว ทรัพยากรจึงมีจำกัด เธอพยายามคิดค้นเมนูที่สามารถส่งผลต่อโปเกมอนระดับจตุรเทพมาหลายครั้ง แต่ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า ลองมาแล้วสารพัดวิธีก็ยังไม่สำเร็จ
แม้เธอจะไม่ได้รีบร้อนที่จะสร้างสรรค์เมนูนี้ให้เสร็จในทันที เธอพร้อมจะใช้เวลาศึกษาค้นคว้าไปเรื่อยๆ สักสองสามปี
แต่เมื่อไม่นานมานี้ ลูคาริโอของพ่อเธอก็ได้นำข้อความมาแจ้ง
หากเธอยังไม่ประสบความสำเร็จในเร็วๆ นี้ เธอคงต้องกลับไปสืบทอดธุรกิจของครอบครัวสถานเดียว
เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เพื่อเป็นการผ่อนคลายและค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ เธอจึงเดินทางมายังภูมิภาคโฮเอ็นเพื่อร่วมงานเปิดตัวสาขาใหม่ของศูนย์รวมอาหารนิมเฟียที่เมืองโคโตบูกิ และบังเอิญได้พบกับไป๋มู่เฉิน
สัญชาตญาณบอกเธอว่า เด็กหนุ่มที่ชื่อไป๋มู่เฉินคนนี้ จะต้องช่วยให้เธอปรุงเมนู "พฤกษาเพลิงบุปผาเงิน" ได้สำเร็จอย่างแน่นอน!
...สตรีมเมอร์ "ศูนย์รวมอาหารนิมเฟีย หมายเลข 36" กำลังไลฟ์สด—
ในห้องโถง ไป๋มู่เฉินมองดูเยาเยาจัดการกับโทรศัพท์ของเธออย่างคล่องแคล่วด้วยความสงสัย เพียงครู่เดียว ภาพของพวกเขาทั้งสองก็ปรากฏขึ้นพร้อมกันบนหน้าจอไลฟ์สด
ทันทีที่เริ่มไลฟ์สด แฟนๆ จำนวนนับไม่ถ้วนก็หลั่งไหลเข้ามาดูล็อกราวกับคลื่นน้ำ ยอดผู้ชมออนไลน์ที่มุมขวาบนพุ่งทะยาน แตะหลัก 50,000 คนในพริบตา
เยาเยาส่งสัญญาณให้ไป๋มู่เฉิน ก่อนจะยิ้มกว้างและโบกมือทักทายผู้ชมในไลฟ์สดอย่างกระตือรือร้น
"สวัสดีค่ะทุกคน! คิดถึงกันไหมเอ่ย?"
【พี่เยาเยา ในที่สุดก็มาไลฟ์สักที รอนานจนดอกไม้เหี่ยวหมดแล้วเนี่ย】
【แขกรับเชิญปริศนาวันนี้คือใครกันนะ? ทุกคนลุกขึ้นยืนต้อนรับเหยื่อรายต่อไปของวันนี้หน่อยเร๊ว!】
【หน้าจืดๆ ที่อยู่ข้างๆ น่ะ หลบไปหน่อย อย่ามาบังความสวยระดับนางฟ้าของพี่เยาเยาของฉันนะ】
หน้าจืดเหรอ? คงไม่ได้หมายถึงฉันหรอกมั้ง?
เมื่อเห็นคอมเมนต์ที่เลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วในไลฟ์สด ไป๋มู่เฉินก็เลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะกระแอมเบาๆ
"สวัสดีครับทุกคน ผมชื่อไป๋มู่เฉิน แชมป์การแข่งขันทำอาหาร DIY คราวก่อน เจ้าของฟาร์มตระกูลไป๋ในเมืองลิตเติลรูต และเป็นแขกรับเชิญในงานชิมอาหารครั้งนี้ด้วย ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนในวันนี้นะครับ"
【ไป๋มู่เฉิน? อ๋อ คนเก่งที่ได้ที่หนึ่งคราวก่อนนี่เอง ไลฟ์ครั้งก่อนไม่เห็นหน้า ครั้งนี้ในที่สุดก็ได้เห็นตัวเป็นๆ สักที】
【หน้าตาก็ไม่ได้ดูมีอะไรโดดเด่นเลย มีเส้นสายหรือเปล่าเนี่ย? ให้เชื่อว่าฉันคืออาร์เซอุสกลับชาติมาเกิดยังน่าเชื่อกว่าอีก】
【เห็นด้วยอย่างยิ่ง】
【+1】
แม้คอมเมนต์ส่วนใหญ่จะตั้งข้อสงสัยในความสามารถของไป๋มู่เฉิน แต่ความนิยมของไลฟ์สดกลับพุ่งสูงขึ้นราวกับติดปีกจากกระแสดราม่านี้ และยิ่งดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ
"แหะๆ ฉันว่าแล้วเชียวว่าทุกคนต้องอยากรู้จักคุณไป๋มู่เฉินแน่ๆ ดังนั้น ครั้งนี้เราจึงเชิญคุณไป๋มาโดยเฉพาะค่ะ ต่อไป ขอเชิญคุณไป๋แสดงทักษะการชิมอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ให้พวกเราชมหน่อยนะคะ"
เยาเยาฉวยโอกาสนี้ส่งสายตาให้พนักงานเสิร์ฟ ซึ่งพนักงานก็รู้หน้าที่ รีบนำอาหารหน้าตาน่ารับประทานสิบจานมาวางบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว
ไป๋มู่เฉินมองดูอาหารน่าตาน่าทานสิบจานตรงหน้า และเริ่มชิมอย่างไม่รีบร้อนตามสเต็ปที่ซ้อมไว้ก่อนหน้านี้
เขาค่อยๆ คีบไก่ผัดพริกขึ้นมาชิ้นหนึ่ง นำเข้าปาก แล้วเคี้ยวอย่างละเอียด
ครู่ต่อมา เขาก็พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า:
"ไก่ผัดพริกจานนี้ยอดเยี่ยมมากครับ เนื้อไก่สัมผัสดีเยี่ยม กรอบนอกนุ่มใน ละมุนลิ้น พอกัดเข้าไป น้ำซุปก็ชุ่มฉ่ำเต็มปาก ถ้าตั้งใจชิมดีๆ จะสัมผัสได้ถึงรสเผ็ดจัดจ้านสองรสชาติที่มีกลิ่นหอมของสมุนไพรต่างกัน ผสมผสานกันอย่างลงตัวและมีมิติชัดเจน"
"ถ้าผมเดาไม่ผิด น่าจะเป็นการนำความเผ็ดสองระดับจากสกอวิลเลน มาจับคู่กับไพแนปเบอร์รีได้อย่างแยบยล จนเกิดเป็นรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และยากจะลืมเลือนแบบนี้ครับ"
ไป๋มู่เฉินวางตะเกียบลงและกล่าวชมต่อ:
"ทุกคนน่าจะทราบดีว่าความเผ็ดของสกอวิลเลนนั้นร้อนแรงมาก เกินขีดจำกัดที่ร่างกายมนุษย์จะทนได้ และในอดีตก็ไม่สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องปรุงรสเพียงอย่างเดียวได้"
"การที่ศูนย์รวมอาหารนิมเฟียนำมาจับคู่กับไพแนปเบอร์รี ถือเป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมมาก ไม่เพียงแต่จะแสดงให้เห็นถึงฝีมือการทำอาหารอันประณีตและความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่เหมือนใครของร้านเท่านั้น แต่บรรดาลูกค้าที่ชื่นชอบร้านนี้ต่างก็แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่เฉียบแหลมและรสนิยมการกินที่ประณีตด้วยเช่นกันครับ"
หลังจากคำชมเชยชุดใหญ่ ทั้งพนักงานร้านและแฟนๆ ในไลฟ์สดต่างก็รู้สึกยินดีกันถ้วนหน้า
【ว้าว เขาสามารถแยกแยะรสชาติได้ขนาดนั้นเลยเหรอ?】
【สุดยอด! ลิ้นเทพชัดๆ!】
【พูดได้ดีมาก ต้องให้รางวัล!】
ติ๊ง เปาบุ้นจิ้นวัยรุ่นมอบมะเขือเทศลูกโตสามลูก
เมื่อเห็นความนิยมของไลฟ์สดพุ่งกระฉูด และมีของขวัญเด้งขึ้นมาเป็นระยะ เยาเยาก็ดีใจจนเนื้อเต้น
แม้จะรู้ว่าไป๋มู่เฉินค่อนข้างป๊อปปูลาร์ แต่เธอไม่คิดเลยว่าผลลัพธ์ของการไลฟ์สดครั้งนี้จะออกมาดีเกินคาดขนาดนี้
เทียบกับงานชิมอาหารครั้งก่อนๆ แล้ว ต่างกันลิบลับเลย
เธอเริ่มแอบคำนวณในใจ ถ้าบอสเห็นไลฟ์สดที่ฮอตฮิตขนาดนี้ จะดีใจจนเบิ้ลโบนัสปลายปีให้ฉันไหมนะ?
แต่ในตอนนั้นเอง ไป๋มู่เฉินก็เปลี่ยนเรื่องกะทันหัน:
"แม้ว่าไก่ผัดพริกของร้านนี้จะอร่อยจนยากจะลืมเลือนแล้ว แต่ถ้าได้ทานคู่กับน้ำผลไม้เบอร์รี 'สายลมฤดูร้อน' สักแก้ว ที่หมักอย่างพิถีพิถันจากฟาร์มตระกูลไป๋ในเมืองลิตเติลรูต มันจะยิ่งสุดยอดไปเลยครับ"
"เมื่อน้ำผลไม้นี้แตะลิ้น มันจะช่วยลดความเผ็ดร้อนได้อย่างลงตัว และเติมรสชาติสดชื่นอันเป็นเอกลักษณ์ให้กับต่อมรับรส เป็นการจับคู่ที่สมบูรณ์แบบจริงๆ ครับ"
"หืม?"
เยาเยาที่กำลังดื่มด่ำกับจินตนาการเรื่องการเลื่อนตำแหน่งและขึ้นเงินเดือน เมื่อได้ยินคำพูดของไป๋มู่เฉิน เธอก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงเล็กน้อย
นี่มันอยู่ในสคริปต์ที่ซ้อมไว้เมื่อกี้เหรอ?
ยังไม่ทันที่เธอจะตั้งตัว ไป๋มู่เฉินก็เริ่มชิมอาหารจานต่อไปแล้ว
แม้จะอธิบายส่วนผสมของแต่ละเมนูได้อย่างถูกต้องแม่นยำ และเอ่ยปากชมร้านอย่างออกรส
แต่น่าแปลกที่ในตอนท้ายของคำวิจารณ์แต่ละเมนู เขามักจะจงใจเติมคำว่า "ฟาร์มตระกูลไป๋" ลงไปด้วยเสมอ
"เกี๊ยวไข่มุกสายรุ้งจานนี้สุดยอดมากครับ มอบความประทับใจทั้งรูปโฉมและรสชาติแบบคูณสอง ถ้าได้ทานคู่กับโปเกบล็อกธาตุน้ำของฟาร์มตระกูลไป๋ มันจะช่วยบำรุงผิวพรรณและความงามให้โปเกมอนได้อีกด้วยนะครับ"
"ข้าวอบหม้อดินทางช้างเผือก กรอบอร่อย ของโปรดคาบิกอนเลยล่ะ ของอร่อยแบบนี้ทำให้นึกถึงโปเกบล็อกธาตุทั่วไปของฟาร์มตระกูลไป๋เลย รสชาติเข้มข้นกลมกล่อม ต่อให้เป็นจอมเขมือบอย่างคาบิกอนกินแล้วก็รับรองว่าอยู่ท้องแน่นอนครับ"
"แล้วก็ยังมี..."
เยาเยามองดูไป๋มู่เฉินที่กำลังพูดจาฉะฉานอยู่หน้ากล้องไลฟ์สด ยิ่งฟังเธอก็ยิ่งรู้สึกตะหงิดๆ
นี่มันช่วยโปรโมตร้านตรงไหนเนี่ย? นี่มันเนียนโปรโมตฟาร์มตระกูลไป๋ให้ตัวเองฟรีๆ ชัดๆ!