เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Eternal Martial Sovereign ตอนที่ 13 – รีบไสหัวไปได้แล้ว!

Eternal Martial Sovereign ตอนที่ 13 – รีบไสหัวไปได้แล้ว!

Eternal Martial Sovereign ตอนที่ 13 – รีบไสหัวไปได้แล้ว!


Chapter 13 – รีบไสหัวไปได้แล้ว!

 

“ข้าจะดูว่าใครกันที่มันกล้าทำร้ายหลานชายข้า!” ประโยคง่ายๆเช่นนี้กลับทำให้หัวใจของเซี่ยวหยุนขยับไปมาอย่างไม่น่าเชื่อ และจิตใจที่โดดของเขาได้รับการปลอบโยนอย่างมาก

 

ในโลกนี้ ยังคงมีคนที่ใส่ใจเกี่ยวกับข้าและจะปกป้องข้า โดยไม่ว่าอย่างไรก็ตาม!

 

นั่นคือสิ่งที่ญาติเป็น!

 

“ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อน!”

 

คนตระกูลฝางได้ตกตะลึกและใบหน้าของพวกเขาก็สลดลงขณะที่พวกเขามองเข้าไปยังทางเข้าห้องโถง

 

ที่ด้านนอกของห้องโถง ชายสูงวัยคนหนึ่งซึ่งสวมชุดปักได้ควบม้าเดินตรงมายังพวกเขา กลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมาคล้ายกับของภูเขาและแต่ละย่างก้าวของเขาสามารถเขย่าหัวใจของทุกคนได้ แรงดึงดูดจำนวนมากของเขาได้ดึงอากาศออกมาจากห้องโถง

 

ชายชนะไม่ได้สูงมากนักและอ้วนเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม การเดินของเขาราวกับยักษ์ และดูหนักแน่นมั่นคงราวกับภูเขา กลิ่นอายของเขาได้กดลงบนวิญญาณของทุกคน

 

ชายชราคนนี้คือผู้นำคนก่อนของตระกูลเซี่ยว เซี่ยวหยวนฉาน

 

ข้างหลังของเซี่ยวหยนฉานเป็นชายวัยกลางคนและเด็กสาว

 

ชายวัยกลางคนคือเซี่ยวไห่ที่ได้ออกไปเพื่อพาผู้นำตระกูลคนก่อนมา ส่วนเด็กสาวคนนั้นคือเซี่ยวหลิงเอ๋อ

 

มีหลายคนจากตระกูลเซี่ยวรวมตัวกันอยู่ด้านนอกของโถงรับแขก กำลังตื่นเต้นที่ได้เห็นผู้นำตระกูลคนก่อนออกมา

 

ทันทีที่ผู้ตระกูลคนก่อนของตระกูลเซี่ยวเดินเข้าไปในโถงรับแขก เซี่ยวหงยืนขึ้นทันทีเพื่อให้เขานั่งตรงที่นั่งหลัก

 

บรรยากาศภายในห้องโถงกลายเป็นตึงเครียดถึงจุดที่สามารถได้ยินเสียงเข็มหล่นได้

 

“ใครต้องการจะตัดดเส้นลมปราณของหลานชายข้า?” เซี่ยวหยนฉานนั่งอยู่ตรงที่นั่งหลักข๊ะที่ดวงตาที่ดูเหี้ยมโหดกวาดไปรอบๆคล้ายกับเสือที่ดุร้าย

 

พวกผู้อาวุโสของตระกูลเซี่ยวตัวสั่นไม่กล้าที่จะกล่าวอะไร

 

ชายชราคนนี้เป็นหนึ่งในไม่ผู้เชี่ยวชาญไม่กี่คนที่อยู่ขอบเขตแก่นแท้ที่แท้จริงในเขตเมฆาม่วง!

 

ถูกจ้องมองโดยผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อน แม้กระทั่งคนตระกูลฝางก็ไม่กล้าที่จะแสดงออกถึงความหยิ่งยโสต่อ

 

“บ้าเอ้ย! ไม่ใช่ว่าตาแก่แปลกประหลาดนี้ได้ปิดประตูฝึกไปเป็นเวลา 2 ปีแล้ว? ทำไมเขาถึงออกมาเพื่อขยะนี้กัน?” ผู้อาวุโสของตระกูลฝางกำลังขมวดคิ้ว ไม่ว่าตระกูลฝางของพวกเขาจะทรงพลังมากแค่ไหน พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะแสดงออกมามากเกินไปเมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้เชี่ยวชาญขอบเขตแก่นแท้ที่แท้จริง

 

“เซี่ยวหยุนได้ใช้พิษเพื่อทำร้ายน้องชายของข้า ผู้ที่ยังไม่ตื่น เขาต้องได้รับการลงโทษที่เหมาะสมสำหรับการใช้วิธีการที่ชั่วช้าเช่นนี้” ฝางเฮ่ากล่าวโดยไม่ต้องร่องรอยของความกลัวในเสียงของเขา เขายังคงสงบอย่างไม่น่าเชื่อ แม้จะเผชิญหน้ากับผู้เชี่ยวชาญขอบเขตแก่นแท้ที่แท้จริง

 

“หยุนเอ๋อ บอกข้ามาว่าเกิดอะไรขึ้น ท่านปู่จะมอบความยุติธรรมให้เจ้าเอง!” ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนไม่ได้สนใจเรื่องการบาดเจ็บของฝากเหว่ยอย่างสิ้นเชิง แต่เขากลับมองไปยังเด็กหนุ่มข้างๆเขาด้วยความเมตตา

 

หลังจากที่เด็กหนุ่มคนนี้ได้แบกความหวังของเขาไว้ในตัว

 

เมื่อได้ยินท่านปู่ของเขาพูด ความสิ้นหวังในหัวใจของเซี่ยวได้ตายลงไป และเขาก็นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพวกเด็กตระกูลฝางอย่างใจเย็น

 

“หยวนเอ๋อ เจ้าทะลวงผ่านแล้วจริงๆหรือ?” ได้ยินว่าเซี่ยวหยุนได้มอบความพ่ายแพ้ให้กับเด็กหนุ่มหลายคนในระดับ 7 ขั้นหลอมร่างกาย ดวงตาของชายชราสว่างขึ้น และเต็มไปด้วยความหวัง นี่เป็นข่าวที่ดีที่สุดที่เขาได้รับมาในรอบหลายปี

 

“การทะลวงผ่านหลังจาก 8 นั้นควรค่าแก่การฉลองมากกว่าจริงๆ?” ดูว่าผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนสำราญใจมากแค่ไหน คนอื่นๆทั้งหมดก็ได้บ่นพึมพำอยู่ภายใน อย่างไรก็ตามหลังรู้สึกถึงกลิ่นอายที่เขาปล่อยออกมา พวกเขาไม่กล้าพูดอะไรออกมา

 

“อืมม” เซี่ยวหยุนพยักหน้า “ข้าทะลวงผ่านเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา”

 

“หยวนเอ๋อ ใช้พลังภายในของเจ้าเพื่อโจมตีข้า!” ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนกลายเป็นตื่นเต้นอย่างไม่น่าเชื่อขณะที่เขารีบคว้าข้อมือของเซี่ยวหยุนเพื่อตรวจสอบความแข็งแกร่งของเขา

 

“ขอรับ!” เซี่ยวหยุนผงกศีรษะของเขาขณะที่เขาส่งพลังภายในกวาดไปยังมือที่ข้อมือของเขาถูกจับอยู่

 

ขณะที่เขารู้สึกถึงพลังภายในของเด็กหนุ่ม รอยยิ้มกว้างของผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนก็ได้กว้างมากขึ้น

 

“ฮ่าฮ่า เขาทะลวงผ่าน! หลานชายของข้าทะลวงผ่าน! สวรรค์ได้ช่วยเหลือหลานชายของข้าอย่างแท้จริง!” ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนเริ่มหัวเราะเสียงดังด้วยความสุขขณะที่เผชิญกับท้องฟ้าอย่างช่วยไม่ได้ ระลอกเสียงหัวเราะของเขาที่ปล่อยออกมาทำให้ร่างกายคนที่อยู่รอบๆเขาสั่นสะท้าน

 

“ชายชราคนนี้บ้าไปแล้ว”

 

“เขาก็เศษขยะที่พึ่งทะลวงผ่านได้หลังผ่านมา 8 ปีเท่านั้น เหตุใดเขาจึงต้องมีความสุขมากขนาดนั้น?” คนตระกูลฝางไม่รู้สึกประทับใจอย่างมาก

 

ฝางเฮ่าขมวดคิ้ว พวกเขามาที่นี่เพื่อลงโทษเซี่ยวหยุนแล้วสถานการณ์กลับกลายเป็นเช่นนี้ไป

 

“ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อน พิษที่น้องชายได้รับมันรุนแรงมาก รีบบอกให้เซี่ยวหยุนส่งมอบยาแก้พิษมา” ฝางเฮ่ากล่าวขณะที่มีการแสดงออกที่มืดมน

 

เฉพาะเด็กหนุ่มคนนี้เท่านั้นที่มีสิทธิที่จะพูดให้คนตระกูลฝาง

 

“มันไม่ได้ขึ้นอยู่เจ้าที่จะบอกว่าชายชราคนนี้ต้องทำอะไร” การจ้องมองของผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนได้กลายเป็นเย็นชาขณะที่เข้ามองไปยังฝางเฮ่าและเด็กหนุ่มที่อยู่ข้างๆเขา เซี่ยวหยุนได้เล่าเรื่องราวออกมาเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นก่อนที่เขาจะเริ่มหัวเราะอย่างสนุกสนาน

 

เซี่ยวหยุนยังคงพูดต่อและบอกเขาว่าฝางเหว่ยแอบส่งหมัดมาโจมตีเขาอย่างไร

 

“ฮึ่ม เจ้ากล้าที่จะข่มหลานชายของข้า? เจ้ากำลังรนหาที่ตายเอง!” ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนแค่นเสียงเย็นชาขณะที่ดวงตาของเขาเจตนาสังหารออกมา หัวใจของทุกคนกระโดดไปมาขณะที่พวกเขาสั่นสะท้าน ดูเหมือนว่าชายชราคนนี้ได้กำหนดไว้แล้วว่าจะปกป้องเซี่ยวหยุน!

 

เซี่ยวหยุนยังคงพูดอย่างต่อเนื่อง บอกเซี่ยวหยวนฉานเกี่ยวกับท่าทีของส่วนที่เหลือในตระกูล

 

“อวดดี! ใครให้อำนาจเจ้าในการส่งมอบหลานชายข้าให้ถูกลงโทษโดยผู้อื่น? หัวของเข้าคงต้องไหลกับน้ำแล้วสินะ” ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนจ้องอย่างเกรี้ยวกราดไปยังพูดพวกผู้อาวุโสและพูดต่อ “เจ้าเชื่อหรือไม่ว่า ชายชราคนนี้เคยชินกับการทำลายพวกเลวทรามอย่างเจ้าทั้งหมด?”

 

ผู้ตระกูลคนก่อนของตระกูลเซี่ยว ผู้ซึ่งมักจะมีความอ่อนโยนและมารยาท กำลังสาปแช่งอยู่จริงๆ ทำให้พวกผู้อาวุโสของตระกูลเซี่ยวทั้งหมดสั่นสะท้าน

 

คนตระกูลฝางก็ยังขมวดคิ้ว

 

“ชายชราคนนี้กดขี่กันเกินไปแล้ว”

 

“ผู้นำตระกูลคนก่อนของพวกเรายังคงยิ่งใหญ่เหมือนตอนอยู่ในช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมของเขา!” นอกห้องโถง คนตระกูลเซี่ยวทั้งหมดตื่นเต้นทีเดียวขณะที่พวกเขามองเข้ามาข้างใน การยั่วยุของตระกูลฝางและความยโสอวดดีของฝางเฮ่าเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถยอมรับได้

 

และตอนนี้ผู้นำตระกูลคนก่อนได้ออกมาและช่วยระบายความโกรธของพวกเขาต่อคนเหล่านี้

 

“เจ้าได้เป็นเมล็ดพันธ์ของชายชราคนนี้หรือไม่? เซี่ยวหยุนเป็นหลานชายของตัวเจ้าเอง และยังต้องการจะส่งมอบเขาไปให้กับคนนอกเพื่อถูกลงโทษอีกหรือ?” หลังจากที่ด่าพวกผู้อาวุโส เคราของเซี่ยวหยวนฉานได้แข็งขึ้นขณะที่เขาหันไปถลึงตามองลูกชายตนเองอย่าโกรธเกี้ยว “ข้ารู้สึกอับอายที่มีลูกชายอย่างเจ้า โชคดีที่ที่ทั้งสองคนได้บอกข้าให้มาที่นี่ มิฉะนั้นถ้าข้าได้ค้นพบเกี่ยวกับเรื่องนี้ภายหลังนั้น ข้าจะทำให้เจ้าพิการ”

 

ผู้คนด้านนอกรู้สึกขบขันอย่างไม่น่าเชื่อ

 

“ผู้นำตระกูลคนเก่าจะทำตามี่เขาต้องการ! เขาแม้แต่สาปแช่งลูกชายตนเองอย่างนั้น!”

 

“ฮ่าฮ่า ท่านลุงใหญ่ได้เข้าใจผิดก่อนหน้านี้ - เขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดังต่อหน้าตระกูลฝาง”

 

ใบหน้าของเซี่ยวหงได้กลายเป็นสีแดง “ท่านพ่อท่านคงยังไม่ทราบนี่คือฝางเฮ่า...”

 

เซี่ยวหงมีการแสดงออกที่ขมขื่นบนใบหน้าของเขา เขาเองก็ไม่อยากจะส่งมอบเซี่ยวหยุน แต่ด้วยพรสวรรค์อันพิเศษของฝางเฮ่า เขาถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่เชี่ยวชาญที่ทรงพลัง ถ้าพวกเขาทำผิดกับเขาในตอนนี้ พวกเขาคงจะจบลงด้วยความตกต่ำของตระกูลเซี่ยวทั้งหมดในอนาคต เช่นนั้นเขาจึงได้ตัดสินที่จะทำการเสียสละครั้งนี้ คิดเกี่ยวกับผลลัพธ์เนื่องจากการวางแผนของสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ได้ถูกด่าโดยพ่อของเขาเช่นนี้

 

“ฝางเฮ่า?” ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนมองไปยังเด็กหนุ่มขณะที่เขาถาม “เจ้าเป็นไอ้เด็กจากตระกูลฝางที่สามารถปลุกจิตวิญญาณการต่อสู้ได้?”

 

“ใช่แล้ว” ฝางเฮ่าตอบอย่างสงบ

 

เป็นบางคนที่มีจิตวิญญาณการต่อสู้ ฝางเฮ่าหยิ่งยโสมากทีเดียว แม้ว่าจะเผชิญหน้ากับผู้เชี่ยวชาญขอบเขตแก่นแท้ที่แท้จริง

 

“ไสหัวไป มิฉะนั้นชายชราคนนี้จะทำให้เจ้าพิการ เจ้าคิดว่าตนเองเป็นอัจฉริยะ? แม้กระทั่งฝางเฮ่า 10 คนก็ยังไม่มีค่ามากเท่ากับหลานชายข้า” คลื่นของเจตนาสังหารของผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนเหมือนกับแก่นแท้ที่แท้จริงกระจายออกมาจากร่างของเขา สลายเก้าอี้ที่เขานั่งให้เป็นผง

 

“เจ้า!” ฝางเฮ่าขมวดคิ้วขณะเปลือกตาของเขากระตุก เขาไม่เคยคิดว่าชายชราคนนี้จะกดขี่ผู้อื่นเช่นนี้

 

“ไอ้เด็กสารเลวยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอยากจะแสดงพลังในที่อยู่อาศัยตระกูลเซี่ยวของพวกเราเพียงเพราะเจ้ามีพรสวรรค์เพียงน้อยนิด? เจ้าไม่รู้หรือว่าพรสวรรค์ที่ยังไม่สมบูรณ์น่ะมันไร้ประโยชน์?” แม้ว่าฝางเฮ่าจะไม่ได้พูดประโยคที่สมบูรณ์ เป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนจะรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่และมองดูโกรธ ราวกับว่าเขากำลังจะทำลายฝางเฮ่า

 

เรื่องนี้ทำให้พวกผู้อาวุโสตระกูลฝางกลายเป็นกังวลอย่างมาก

 

“บ้าเอ้ย! ถ้าเรารู้ว่าตาแก่แปลกประหลาดนี้จะออกมา เราจะได้ขอให้ผู้ตระกูลคนก่อนมากับพวกเราด้วย”

 

“ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อน เจ้าแน่ใจหรือว่าเจ้าต้องการจะเผาสะพานความสัมพันธ์กับตระกูลฝาง?” ฝางเฮ่ายังคงสงบอยู่ขณะที่เขาตอบกลับอย่างเย็นชา

 

“แล้วตระกูลฝางของเจ้าล่ะ? แม้ว่าไอ้แก่ประหลาดฝางเทียนฮุนมา ชายชราคนนี้ก็จะมีเพียงคำเดียวสำหรับเขา : ไสหัวไป!”

 

เสียง ‘ไสหัวไป’ เหมือนกับเสียงฟ้าร้องที่ทำให้ห้องโถงทั้งหมดสั่นสะเทือนราวกับเขากำลังจะถล่มมันลงมา

 

ดวงตาของฝางเฮ่ามีประกายแสงของความเย็นขณะที่เขาตอบ “เอาล่ะ เราจะปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม เรายังคงขอให้ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนมอบยาแก้พิษให้กับพวกเราเพื่อน้องชายข้าที่ถูกพิษ”

 

“ยาแก้พิษ?”ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนหัวเราะเย็นชา

 

“ขออภัยด้วย แต่พิษนั้นมาจากสัตว์อสูรนรกานต์เมฆาม่วง ข้าไม่มียาแก้พิษหรอก” เซี่ยวหยุนกล่าวด้วยที่เขากอดแขนขณะที่เขามอบรอยยิ้มเย็นชา

 

“อะไรนะ?! พิษของสัตว์อสูรนรกานต์เมฆาม่วง?!” หัวใจของฝางซุนต่ำลงขณะที่เขาพูดต่อ “ข้าได้ยินมาว่าเจ้าสามารถช่วยท่านหญิงใหญ่ตระกูลหยานสกัดพิษนั้นได้ ได้โปรดสกัดให้ลูกชายข้าด้วย ตระกูลฝางของข้าจะไม่ติดตามเอาเรื่องนี้เป็นการแลกเปลี่ยน เจ้าคิดดีไหม?”

 

เซี่ยวหยุนเลิกคิ้วขณะที่มองไปยังท่านปู่ของเขา

 

“การโดนพิษนี่สามารถทำได้เพียงตำหนิการกระทำของลูกชายของเจ้าได้เท่านั่นและเจ้ายังต้องการให้หลานชายข้าสกัดมันอีก? เจ้าคิดว่าตระกูลเซี่ยวของพวกเราคืออะไรกัน? พูดถึงเรื่องนี้ ชายชราคนนี้ไม่เคยแม้แต่จะถามเด็กจากตระกูลฝางที่ต้องรับผิดชอบในการโจมตีหลานชายของข้า”

 

เอาแต่ใจ!

 

เอาแต่ใจอย่างไม่น่าเชื่อ!

 

ได้ยินคำพูดของผู้นำคนก่อนของตระกูลเซี่ยว เซี่ยวหยุนสามารถช่วยได้แต่รู้สึกว่าหัวใจของเขาสั่นสะท้าน

 

เขาคิดว่าท่านปู่ของเขาจะขอให้เขาสกัดพิษ ใครจะไปคิดว่าเขาจะพูดเช่นนี้?

 

“ไม่น้อยกว่าที่คาดหวังจากผู้นำตระกูลของพวกเรา!” ผู้คนด้านนอกก็ตะลึงอย่างสมบูรณ์เช่นเดียวกัน

 

เขาไม่สะทกสะท้านต่อศัตรูของเขาอย่างสมบูรณ์ – บุรุษที่แท้จริง

 

“ก็ได้ ตระกูลฝางของข้าจะจำเรื่องนี้เอาไว้” ฝางเฮ่ากล่าวขณะที่เขาลุกขึ้นยืน “ไปกันเถอะ”

 

หลังจากพูดเขาก็หันกลับแล้วออกไป

 

ฝางซุนและคนอื่นๆติดตามเขาไปข้างหลัง

 

“ใช่ ข้าต้องการจะเตือนเจ้าว่าการแข่งขันการต่อสู้ของเขตเมฆาม่วงจะเริ่มขึ้นอีกใน 3 เดือน เมื่อเวลานั้นมาถึง  ข้าจะต้องได้ที่หนึ่งและเข้าสู่นิกายใหญ่ เมื่อนั้นพวกเจ้าทั้งจะเป็นแค่มด เมื่อเวลานั้นมาถึง ข้าจะสามารถทำลายตระกูลเซี่ยวของเจ้าได้ด้วยการคิดเพียงครั้งเดียว” ฝางเฮ่ากล่าวไว้ก่อนจะออกไป

 

“ถ้าเจ้าส่งเซี่ยวหยุนมายังที่พักอาศัยตระกูลฝางของข้า ข้าจะปล่อยตระกูลเซี่ยวของเจ้าไป มิฉะนั้นวันที่ข้าฝางเฮ่าได้เข้าสู่นิกายใหญ่จะเป็นวันแห่งการทำลายล้างตระกูลเซี่ยวของเจ้า” ฝางเฮ่าพูดอย่างสงบและเย็นชนะและได้คุกคามต่อตระกูลเซี่ยวอย่างเปิดเผย

 

“ไอ้เด็กสารเลว! ชายชราคนนี้จะทำลายเจ้าตอนนี้แหละ” ดวงตาของผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนวูบวาบขณะที่เขากระโจนเข้าหาเขาเหมือนเสือที่ดุร้าย

 

“เจ้าสามารถทำลายข้าได้แต่ข้าถูกจับตามองอย่างชื่นชอบโดยผู้อาวุโสจากนิกายต้นกำเนิดสวรรค์ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับข้า ตระกูลเซี่ยวจะถึงคราวเคราะห์แน่นอน” ฝางเฮ่าไม่ได้กลัวเลย แม้กระทั่งตอนเผชิญหน้ากับผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อน คนที่อยู่ในขอบเขตแก่นแท้ที่แท้จริง ทุกคนที่เห็นว่าเขาสงบต้องประหลาดใจอย่างมาก

 

ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนที่กระโจนออกไปหยุดลงกะทันหัน เท้าของเขาเหยียบลงอย่างหนักหน่วงบนพื้นหินทำให้มันร้าว

 

“นิกายต้นกำเนิดสวรรค์!” ผู้นำตระกูลเซี่ยวคนก่อนพึมพำกับตัวเขาเอง ร่องรอยแห่งความกลัวปรากฎขึ้นในดวงตาของเขา

 

“ฮ่าฮ่า ไอ้แก่ ข้าจะไปแล้ว” ฝางเฮ่ากล่าวขณะที่เขาหัวเราะอย่างหยิ่งยโส

 

“จำไว้ส่งเซี่ยวหยุนมาภายใน 3 วัน มิฉะนั้นตระกูลเซี่ยวของเจ้าจะต้องแบกรับผลที่ตามมา” หลังจากหัวเราะมากขึ้น, ฝางเฮ่าเดินวางท่าออกไปกับคนตระกูลฝางบางส่วนที่ติดตามหลังจากเขาไป

 

จบบทที่ Eternal Martial Sovereign ตอนที่ 13 – รีบไสหัวไปได้แล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว