- หน้าแรก
- เกิดใหม่เพื่อเป็นใหญ่กว่าใคร
- บทที่ 55 สร้างผลงานเพียงครั้ง เสวยสุขชั่วชีวิต
บทที่ 55 สร้างผลงานเพียงครั้ง เสวยสุขชั่วชีวิต
บทที่ 55 สร้างผลงานเพียงครั้ง เสวยสุขชั่วชีวิต
ให้ฉู่เสี้ยวซิ่นไปหาเงิน เขาคงไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้ แต่ถ้าพูดถึงวิธีผลาญเงินให้หมดโดยเร็วที่สุดล่ะก็ เขาสามารถคิดหาวิธีหาความบันเทิงสารพัดรูปแบบเพื่อโปรยเงินเจ็ดหมื่นกว่าเหรียญให้หมดได้ตั้งแต่ก่อนมื้อเที่ยงเสียอีก
กลุ่มบรรดาคุณชายสายเปย์ หรือชมรมแฟนคลับที่คอยสนับสนุนดารา ในยุคหลังๆ อาจจะเป็นแค่กลุ่มแฟนคลับธรรมดาที่คอยพบปะพูดคุยกับนักร้องนักแสดง แต่ในฮ่องกงยุค 50 มันเป็นเพียงเครื่องมือหาความบันเทิงของพวกลูกเศรษฐีเท่านั้น การควักเงินจัดงานพบปะแฟนคลับ ไม่ใช่เพราะชอบดาราสาวคนนั้นจริงๆ หรอก แค่ไปเดินโฉบหน้าโรงหนัง ดูโปสเตอร์หนังว่าดาราสาวคนไหนถูกตาต้องใจ วิธีการก็ง่ายนิดเดียว แค่เหมาโรงหนังนั้นทันที แล้วให้คนไปแจ้งบริษัทหนังว่าชอบหนังของดาราคนนี้ หวังว่าจะได้จัดงานพบปะแฟนคลับในโรงหนังที่เหมาไว้ เพื่อให้ดาราสาวออกมาพบปะกับแฟนๆ ที่สนับสนุนเธอ ผลสุดท้ายก็คือ แฟนคลับตัวจริงอาจจะโชคดีได้ดูหนังฟรี หรือได้เห็นดาราตัวเป็นๆ ใกล้ๆ ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว ส่วนคุณชายลูกเศรษฐีก็จะได้ไปกินมื้อเที่ยงกับดาราสาว แม้การจะขึ้นเตียงกันตั้งแต่วันแรกอาจจะดูเกินจริงไปหน่อย แต่ถ้าคุณชายหน้าตาดี คารมเป็นต่อ สายเปย์ แถมชาติตระกูลก็โดดเด่น ประกอบกับดาราสาวมีความหน้าเงินและทะเยอทะยานสักหน่อย จัดงานพบปะกันสักสามสี่ครั้งแล้วไปจบที่โรงแรมก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
"คุณชายอยากจะเจอกับจินหยาเหลย หัวหน้าแก๊งฝูอี้ซิงหน่อยไหมครับ ธุรกิจที่ท่าเรือต้องเปลี่ยนคนดูแล คุณเป็นเถ้าแก่ ก็น่าจะให้โอกาสเขามาประจบประแจงสักหน่อย" ซ่งเทียนเย่าย่อมไม่ยอมพยักหน้า ปล่อยให้ฉู่เสี้ยวซิ่นไปโปรยเงินเล่นเป็นกุมารทองแจกทรัพย์ไปทั่วโลกจริงๆ หรอก
พอได้ยินซ่งเทียนเย่าพูดถึงจินหยาเหลย ฉู่เสี้ยวซิ่นก็นึกขึ้นมาได้ทันที "ต้องเจอสิ ไอ้นรกนั่น! เกือบจะขายน้องสาวนายไปที่กำแพงเมืองเกาลูนแล้วไหมล่ะ! นี่ อาเย่า สู้เปลี่ยนให้แก๊งอื่นมาทำแทนไม่ดีกว่าเหรอ นายไม่เห็นต้องมาทนฝืนใจตัวเองเพราะเรื่องธุรกิจของบริษัทเลย แก๊งนักเลงในฮ่องกงมีตั้งเยอะแยะ เปลี่ยนแก๊งใหม่ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่"
"ตอนนี้แก๊งในฮ่องกงที่มีอิทธิพลพอสมควรแต่ไม่มีคนหนุนหลัง ก็มีแค่แก๊งฝูอี้ซิงนี่แหละครับ ถ้าเทียบกับแก๊งเฉาย่งอี้หรือแก๊งอื่นๆ ที่คุมท่าเรือจนเคยตัว พวกเขาจะตั้งใจทำงานมากกว่า แถมยังใจกล้ากว่าด้วย เพื่อรักษาชามข้าวใบนี้ไว้ ภายในสามถึงห้าปีนี้พวกเขาต้องยอมเอาชีวิตเข้าแลกแน่นอน ต่อให้เรือของลี่คังต้องไปเจอกับพวกโจรปล้นเรือ ดีไม่ดีก็อาจจะกัดฟันสู้ถวายหัวเลยก็ได้ นี่แหละคือเหตุผลที่ผมเลือกแก๊งฝูอี้ซิง พวกแก๊งของคนแต้จิ๋วถูกพ่อค้าใหญ่ชาวแต้จิ๋วเลี้ยงดูมานานหลายปี เรื่องความซื่อสัตย์น่ะไม่น่าห่วง แต่เกรงว่าความกล้าหาญแบบบ้าบิ่นยอมตายแทนคงไม่เท่าสมัยก่อนแล้วล่ะครับ" ซ่งเทียนเย่าอธิบายให้ฉู่เสี้ยวซิ่นฟัง
แก๊งอย่างเฉาย่งอี้ นับตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้ง ก็เปรียบเสมือนนักเลงคุมบ่อนควบคู่ไปกับจับกังท่าเรือของพ่อค้าใหญ่ชาวแต้จิ๋ว ผ่านมาหลายปี ความซื่อสัตย์จงรักภักดีย่อมไม่มีปัญหา อย่างเฉินอาสือหรือแม้แต่หัวหน้าแก๊งสายแต้จิ๋วคนอื่นๆ ในอดีต พวกเขาก็ล้วนใช้ชีวิตเข้าแลกมาเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากพ่อค้าใหญ่ชาวแต้จิ๋วเหล่านี้
ในช่วงทศวรรษที่ 20 ถึง 30 น่านน้ำฮ่องกงยังมีโจรสลัดออกอาละวาด เรือสินค้าที่บรรทุกของมาเต็มลำ หากออกทะเลไปเจอกับโจรสลัดปล้นชิงก็ถือเป็นเรื่องปกติมาก ในยุคนั้นอย่าว่าแต่เรือสินค้าของพ่อค้าเลย แม้แต่เรือรบของทางการหรือเรือโดยสารเรือสินค้าขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น พวกโจรสลัดก็ปล้นดะไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ดุดันยิ่งกว่าพวกทหารก๊กมินตั๋งแตกทัพที่มาตั้งตัวเป็นโจรปล้นเรือในยุคนี้เสียอีก
การที่แก๊งสายแต้จิ๋วกลุ่มนี้ได้รับความไว้วางใจและถูกเรียกใช้งานจากพ่อค้าชาวแต้จิ๋วในปัจจุบัน ก็เป็นเพราะเมื่อปี 1928 สมาคมการค้าเฉาเฟิงได้ขนส่งแร่เงินล็อตหนึ่งจากซัวเถามายังฮ่องกง แร่เงินล็อตนี้คือทรัพย์สินทั้งหมดที่พ่อค้าชาวแต้จิ๋วหลายคนยอมขายทิ้งเพื่อเตรียมอพยพครอบครัวหนีมาอยู่ฮ่องกง หากแร่เงินล็อตนี้ถูกปล้น พ่อค้าเหล่านั้นคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพากันโดดน้ำตายทั้งครอบครัว ในตอนนั้น พ่อค้าชาวแต้จิ๋วในฮ่องกงเพื่อรับประกันว่าทรัพย์สินของคนบ้านเดียวกันจะมาถึงฮ่องกงอย่างปลอดภัย จึงได้คัดเลือกหน่วยกล้าตายจากแก๊งสายแต้จิ๋วต่างๆ ในขณะนั้น โดยใช้เลือดเนื้อและชีวิต ปูทางให้กับเรือโดยสารที่บรรทุกแร่เงินลำนี้
โจรสลัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในน่านน้ำฮ่องกงยุคนั้นคือราชินีโจรสลัด จางเยว่อิง สามีของเธอคือจางลิ่วซุ่น โจรสลัดชื่อดังแห่งอ่าวต้าเผิง หลังจากจางลิ่วซุ่นถูกทหารเรือของสาธารณรัฐจีนจับกุมตัว ก็ถูกคุมตัวส่งไปกวางโจว และถูกประหารชีวิตด้วยการแล่เนื้อทั้งเป็นต่อหน้าต่อตาชาวเมืองกวางโจว เขาร้องโหยหวนอยู่สามวันสามคืนถึงได้สิ้นใจ
หลังจากสามีตาย จางเยว่อิงก็ชูธงโจรสลัดของสามีขึ้นรับช่วงต่อ ออกปล้นสะดม ลักพาตัว ฆ่าฟัน ข่มขืน ทำเรื่องชั่วช้าสารเลวทุกรูปแบบ ภายในสิบปี จากกลุ่มโจรสลัดปลายแถวกลับกลายเป็นมหาโจรแห่งแดนใต้ ที่ใครได้ยินชื่อก็ต้องหวาดผวา จนได้รับฉายาว่าราชินีโจรสลัด นายทหารเรือจางกั๋วฝูที่เป็นคนจับกุมสามีเธอ ถูกเธอคว้านท้องจับแช่น้ำทะเลอยู่สามวันถึงได้ขาดใจตาย ส่วนลูกเมียก็ถูกลูกน้องของเธอรุมโทรมอยู่หลายวัน ก่อนจะถูกขายเข้าซ่องในมาเก๊าและถูกทารุณกรรมจนตายในเวลาไม่นาน
ยิ่งไปกว่านั้น หญิงม่ายคนนี้ยังมีนิสัยโหดเหี้ยมอำมหิต ทำงานรัดกุม วางแผนรอบคอบ หากเจอการขัดขืนแม้แต่น้อย ก็จะฆ่าล้างบางคนทั้งเรือไม่ให้เหลือรอด สิ่งที่เธอถนัดที่สุดคือการเป็นไส้ศึกชักศึกเข้าบ้าน ในตอนนั้นเรือขนเงินของพ่อค้าชาวแต้จิ๋วนอกจากจะมีแร่เงินแล้ว ยังมีผู้โดยสารชาวแต้จิ๋วที่กำลังเดินทางมาฮ่องกงอีกเป็นจำนวนมาก จางเยว่อิงกับลูกน้องอีกหกเจ็ดคนจึงแฝงตัวปะปนอยู่ในเคบินผู้โดยสาร โดยแกล้งทำตัวเป็นชาวแต้จิ๋วที่จะเดินทางมาฮ่องกงเหมือนกัน
ขณะที่เรือขนเงินของพ่อค้าชาวแต้จิ๋วกำลังจะแล่นเข้าสู่อ่าวต้าเผิง จางเยว่อิงก็ชูปืนคู่ขึ้นเตรียมเปิดฉากโจมตีก่อน เรือเร็วของโจรสลัดหกเจ็ดลำบนผิวน้ำก็พุ่งเข้ามาตีวงล้อมเรือสินค้าบรรทุกเงินลำนั้น ทว่าครั้งนี้ เธอคำนวณพลาด บนเรือลำนี้มีผู้โดยสารเกือบร้อยคน ซึ่งกว่าห้าสิบคนในนั้นคือหน่วยกล้าตายที่สมาคมการค้าเฉาเฟิงคัดเลือกมา เพื่อรับมือกับโจรสลัดปล้นเรือโดยเฉพาะ ในบรรดาคนกว่าห้าสิบคนที่เตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดีนี้ ก็มีเฉินอาสือกับพี่ชายแท้ๆ ของเขาอีกสี่คนรวมอยู่ด้วย ตอนที่ออกจากซัวเถาไม่อนุญาตให้พกพาอาวุธ หน่วยกล้าตายทั้งห้าสิบกว่าคนนี้จึงเป็นชายหนุ่มที่เคยฝึกหมัดมวยมาทั้งสิ้น พวกเขาใช้มือเปล่าและหน้าอกรับลูกปืน พี่ชายของเฉินอาสือตายไปสาม พิการไปหนึ่ง หน่วยกล้าตายตายคาที่ไปสามสิบกว่าคน ส่วนสิบกว่าคนที่เหลือก็กัดฟันพุ่งเข้าไปจับกุมจางเยว่อิงกับลูกน้องทั้งหกคนไว้ได้ก่อนที่โจรสลัดคนอื่นๆ จะทันได้ขึ้นเรือ
เฉินอาสือกับวัยรุ่นชาวแต้จิ๋วที่รอดชีวิตมาได้อีกสองสามคน จับจางเยว่อิงและชู้รักของเธอแขวนไว้ที่หัวเรือ จับเปลื้องผ้าจนหมด ในมือถือมีดแล่เนื้อยืนขนาบข้างทั้งสองคน ส่งสัญญาณไม่ให้โจรสลัดเข้ามาใกล้ ตอนนั้นจางเยว่อิงที่ถูกแขวนอยู่บนหัวเรือยังคงตะโกนสั่งให้โจรสลัดบุกขึ้นเรือ เฉินอาสือจึงใช้มีดตวัดตอนชู้รักของเธอทิ้งเสียก่อน แล้วค่อยเอาปลายมีดไปจ่อที่จุดสงวนของจางเยว่อิง พร้อมกับขู่ว่าถ้าหล่อนกล้าปริปากอีกคำ จะใช้มีดเฉือนให้รู้ดำรู้แดง
เฉินอาสือตะโกนสั่งให้คนเดินเรือ เรือขนเงินจึงอาศัยจังหวะที่พวกโจรสลัดกำลังตกตะลึง แล่นฝ่าวงล้อมเข้าสู่อ่าวต้าเผิงได้สำเร็จ ก่อนจะถึงท่าเรือ เฉินอาสือเกิดความเหี้ยมเกรียม ตัดหัวจางเยว่อิงและลูกน้องทั้งหกคนทิ้งเสียเพื่อตัดรากถอนโคน แล้วโยนศพทิ้งลงทะเล เรือลำนั้นจึงเดินทางมาถึงฮ่องกงพร้อมกับศพของวัยรุ่นชาวแต้จิ๋วกว่าสามสิบชีวิตและแร่เงินจำนวนมหาศาล
วัยรุ่นชาวแต้จิ๋วสิบกว่าคนที่รอดชีวิตมาได้ ในเวลาต่อมาต่างก็กลายเป็นลูกพี่ใหญ่ระดับแนวหน้าของแก๊งสายแต้จิ๋ว เมื่อพ่อค้าชาวแต้จิ๋วตั้งตัวได้ในฮ่องกง ธุรกิจที่ท่าเรือของบริษัทการค้าต่างๆ จึงถูกส่งมอบให้แก๊งของพวกเขาดูแลไปโดยปริยาย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแก๊งสายแต้จิ๋วเหล่านี้ถึงแม้จะหมดความทะเยอทะยานไปแล้ว แต่ก็ยังคงได้รับความสำคัญจากสมาคมการค้าเฉาเฟิงอยู่
สิ่งที่เฉินอาสือและพรรคพวกคิดในตอนนั้น คงหนีไม่พ้นคำว่า หากดวงแข็งรอดตายมาได้ ก็เท่ากับสร้างผลงานเพียงครั้ง เสวยสุขไปชั่วชีวิต
แก๊งฝูอี้ซิงในตอนนี้ ก็คิดเหมือนกับที่พวกเฉินอาสือคิดในตอนนั้นไม่มีผิด
บนโลกใบนี้ แม้เวลาจะผ่านไปยี่สิบปีแล้ว แต่หนทางที่เหลือไว้ให้คนในยุทธจักรเหล่านี้ ก็ยังคงมีเพียงเส้นทางเดียวเสมอมา นั่นคือการเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อความมั่งคั่ง