- หน้าแรก
- ยอดตำรวจมือปราบ ล่าทะลุโลกอาชญากรรม
- บทที่ 79 สถานที่เกิดเหตุ สุนัขตำรวจดมกลิ่นหาคน
บทที่ 79 สถานที่เกิดเหตุ สุนัขตำรวจดมกลิ่นหาคน
บทที่ 79 สถานที่เกิดเหตุ สุนัขตำรวจดมกลิ่นหาคน
"หงลู่ มาทำบันทึกปากคำหน่อย"
"ค่ะ"
ก่อนไปที่เกิดเหตุ หลินอวี่ยังอยากถามอีกสองสามคำถาม
"ปกติเลิกเรียน พั่นพั่นมีคนไปรับไปส่งไหมครับ?"
ภรรยาของนายกเทศมนตรีผู้เป็นย่าปาดน้ำตาพูด "ปกติมีพี่เลี้ยงคอยรับส่ง แต่พี่เลี้ยงกลับบ้านช่วงปีใหม่ยังไม่กลับมา โทษฉันเองที่มัวชักช้าอยู่กลางทางไปสองสามนาที..."
หลินอวี่ถามต่อ "พั่นพั่นทำตัวที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้างครับ?"
ครูรีบชิงตอบ "พั่นพั่นเป็นเด็กดีและเก่งมากค่ะ"
หลินอวี่ขมวดคิ้ว "ที่ผมถามคือ เธอเคยมีเรื่องขัดแย้งกับครูหรือเพื่อนนักเรียนบ้างไหม หรือว่าถูกชวนไปเล่นที่บ้านเพื่อน"
ครูส่ายหน้า "ผู้ปกครองทุกคนฉันถามมาหมดแล้ว พั่นพั่นไม่ได้ถูกพวกเขาพาตัวไปค่ะ"
หลินอวี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามอีกประโยค "ปกติพวกคุณให้เงินค่าขนมเด็กบ้างไหมครับ?"
"มีค่ะ!"
ผู้เป็นย่ารู้สึกว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ จึงตอบตามตรง "วันที่เจ็ดเดือนอ้ายเป็นวันเกิดพั่นพั่น ญาติๆ ให้แต๊ะเอีย พั่นพั่นเป็นคนเก็บไว้เอง"
หลินอวี่ถาม "เท่าไหร่ครับ?"
"ประมาณสามพันกว่าหยวน" ย่าตอบอย่างไม่ใส่ใจ ไม่รู้สึกเลยว่ามีปัญหาอะไร
หลี่เฉิงตวาดอย่างเกรี้ยวกราด "เหลวไหล! พวกคุณให้เงินเด็กเยอะขนาดนี้ได้ยังไง!"
ย่าบ่นอุบ "พั่นพั่นร้องไห้งอแง ฉันจะไปมีวิธีอะไรล่ะ"
หลินอวี่เอ่ยเตือน "รีบไปนับดูสิครับว่าเงินหายไปไหม"
เหยียนเหม่ยหลิงเข้าไปในห้อง หาคลังออมสินของลูกสาวเจอ เอาออกมาทุบให้แตก แล้วนับตรงนั้นเลย เธอกัดริมฝีปากพูดว่า "หายไปพันกว่าหยวนค่ะ"
หลี่เฉิงยืนซวนเซอยู่กับที่ พอเกี่ยวข้องกับเรื่องเงิน เขาก็ไม่กล้าคิดต่อแล้ว
ย่ายังไม่เข้าใจถึงความร้ายแรงของเรื่องราว ยังคงถามว่าพั่นพั่นเอาเงินเยอะขนาดนั้นไปโรงเรียนทำไม
หงลู่กระซิบถาม "ศิษย์พี่ เกิดอะไรขึ้นคะ?"
"ไปดูที่เกิดเหตุกันเถอะ" หลินอวี่รู้ว่าไม่อาจชักช้าได้อีกแล้ว
เด็กหญิงไม่หายไปก่อนหรือหลังหน้านี้ ดันมาหายตอนที่หยิบเงินไปพอดี นี่ไม่ค่อยเหมือนการลักพาตัวไปขาย แต่กลับเหมือนการฆ่าชิงทรัพย์มากกว่า!
หลินอวี่เดินออกไปข้างนอก ตำรวจในบ้านทั้งหมดก็เดินตาม ครอบครัวต่างลุกขึ้นยืนด้วยความหวาดผวา
ย่าและเหยียนเหม่ยหลิงต่างก็จะตามไปด้วย
"พวกคุณรอฟังข่าวอยู่ที่บ้าน" หลี่เฉิงขวางภรรยาและลูกสะใภ้ไว้ อยากจะไปตามดูการทำคดีด้วยตัวเอง แต่โทรศัพท์ก็ดังไม่หยุด เลขาเร่งให้เขาไปประชุมที่ศาลาว่าการเมือง หลี่เฉิงโมโหจนอยากจะอาละวาด สุดท้ายนายกเทศมนตรีโทรมาด้วยตัวเอง เขาถึงได้ระงับความโกรธ แล้วเดินหน้าดำคร่ำเครียดออกจากบ้านไป
เหยียนเหม่ยหลิงดึงหงลู่ไว้พร้อมสะอื้น "ฉันจะไปตามหาลูกสาว"
หงลู่หันมองหลินอวี่ "ศิษย์พี่คะ?"
หลินอวี่คิดว่าเวลาหาคนอาจจะมีบางสถานการณ์ที่ต้องสอบถามญาติ คิดดูแล้วจึงพูดว่า "พาไปด้วยเถอะ"
หลายคนนั่งรถคันเดียวกัน
หงลู่กับเหยียนเหม่ยหลิงนั่งเบาะหลัง แต่เธอยื่นศีรษะเล็กๆ มาข้างหน้า ถามหลินอวี่ว่า "ศิษย์พี่ เด็กคนนี้จะไปไหนได้ล่ะคะ?"
หลินอวี่เองก็กำลังวิเคราะห์คดี จึงตอบไปตามปกติ "จนป่านนี้ยังไม่ได้รับโทรศัพท์เรียกค่าไถ่ ตัดเรื่องลักพาตัวเรียกค่าไถ่ทิ้งไปได้เลย"
หงลู่ถาม "แล้วลักพาตัวไปขายล่ะคะ?"
"ก็ไม่น่าเป็นไปได้ พั่นพั่นเรียนอยู่โรงเรียนอนุบาลไฮโซ พวกแก๊งลักพาเด็กมักจะไม่ไปที่นั่นหรอก" หลินอวี่เองก็โตที่เมืองลู่เฉิง เขารู้ว่าโรงเรียนอนุบาลแห่งนั้นมีชื่อเสียงมาก ปกติแล้วพวกแก๊งลักพาเด็กจะไม่เลือกเล็งครอบครัวคนรวย
ครอบครัวคนจนถ้าลูกหาย อย่างมากก็แค่แจ้งความ ถ้าตำรวจไม่อยากจัดการ โดยพื้นฐานก็ต้องยอมแพ้ไป
แต่ครอบครัวที่มีเงินมีอำนาจนั้นต่างออกไป อย่างเช่นวันนี้ที่หลินอวี่สั่งปิดล้อมทางด่วน สถานีรถไฟความเร็วสูง และสถานีรถไฟได้ในรวดเดียว ถ้ามีสนามบิน ก็คงปิดสนามบินได้ด้วย ภายใต้การตรวจสอบของระบบเครือข่ายกล้องวงจรปิด พวกแก๊งลักพาเด็กไม่มีทางหนีรอดไปได้เลย
ไม่ว่าจะเป็นเด็กบ้านจนหรือเด็กบ้านรวย สุดท้ายก็ขายได้ราคาเดียวกัน พวกแก๊งลักพาเด็กย่อมต้องเลือกเด็กจากครอบครัวคนจนอยู่แล้ว
หงลู่คาดเดา "งั้นเด็กก็เดินหลงไปเองเหรอคะ?"
หลินอวี่หันไปถามเหยียนเหม่ยหลิง "ช่วงนี้เด็กได้พูดถึงเพื่อนๆ คนอื่นบ้างไหมครับ?"
เหยียนเหม่ยหลิงส่ายหน้า ในใจรู้สึกละอายใจมาก เธอไม่ได้ใส่ใจลูกสาวเลย ตอนนี้ลูกสาวหายไป เธอถึงได้รู้สึกว่างานนั้นไม่ได้สำคัญไปกว่าลูกสาวเลย
หงลู่อธิบายข้างหูหลินอวี่ "เหม่ยหลิงเขาเปิดร้านหลายแห่ง ปกติจะยุ่งมากค่ะ"
หลินอวี่เข้าใจแล้ว มิน่าล่ะเมื่อกี้ตอนทำบันทึกปากคำ เธอถึงตอบไม่ได้เลยสักคำถาม
หงลู่ปลอบหญิงสาวคนสวยอีกครั้ง "คุณอย่าร้องไห้เลยนะคะ มีจุดน่าสงสัยอะไรก็บอกศิษย์พี่ไป ไม่แน่อาจจะตามหาพั่นพั่นเจอเร็วขึ้นก็ได้ค่ะ"
เหยียนเหม่ยหลิงตำหนิตัวเอง "ถ้าฉันใส่ใจพั่นพั่นให้มากกว่านี้ก็คงจะดี"
หงลู่เกลี้ยกล่อม "จะโทษคุณก็ไม่ได้หรอกค่ะ"
หลินอวี่สวมหูฟังเพื่อเคลียร์สมอง และเริ่มจมดิ่งเข้าสู่การคิดวิเคราะห์คดีนี้
เมื่อถึงโรงเรียน ครูใหญ่และครูสาวก็ไม่ค่อยหวาดกลัวเท่าไหร่แล้ว
หลินอวี่ยืนอยู่หน้าประตูโรงเรียน อาณาบริเวณโรงเรียนเป็นแบบกลุ่มบ้านพักตากอากาศ มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นโรงเรียนไฮโซ
ขณะที่กำลังสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงสุนัขเห่า
เจิ้งฮ่าวจูงสุนัขตำรวจสองตัวเดินมา หัวเราะฮ่าๆ มาแต่ไกล "รองผู้กำกับหลิน ผมพาเสี่ยวเฮยกับเสี่ยวเอ้อร์เฮยมาแล้วครับ จมูกพวกมันไวมากเลยนะ"
หลินอวี่เอ่ยชม "ไอ้หนุ่มนี่ ทำได้ดีมาก!"
อย่าดูถูกสุนัขตำรวจพวกนี้เชียว พวกมันมีตำแหน่งในกองกำกับการตำรวจ ได้ทั้งเงินเดือนและค่าอาหารที่ไม่เลวเลย
หลินอวี่ถามญาติ "คุณมีของใช้ติดตัวเด็กไหมครับ?"
เหยียนเหม่ยหลิงนึกอะไรขึ้นได้ จึงค้นหาในกระเป๋าอยู่พักหนึ่ง แล้วหยิบกิ๊บติดผมออกมา "อันนี้ได้ไหมคะ?"
"ได้ครับ!"
หลินอวี่เอากิ๊บติดผมให้สุนัขตำรวจดมกลิ่น
จากนั้นสุนัขตำรวจก็ทำท่าจะพุ่งเข้าไปในโรงเรียนทันที
"เฮ้ยๆ ไม่ได้ไปในโรงเรียน!" เจิ้งฮ่าวรีบดึงรั้งไว้ แล้วชี้ไปทางนอกโรงเรียน สุนัขตำรวจจึงเริ่มดมกลิ่นริมถนนอีกครั้ง พลางดมพลางค้นหาร่องรอย
หงลู่หัวเราะหึๆ "พวกมันเก่งจริงด้วย!"
เหยียนเหม่ยหลิงเองก็เผยสีหน้าแห่งความหวัง รู้สึกว่าวิธีนี้ดีจริงๆ ความรู้สึกสิ้นหวังคลี่คลายลงไปมากในชั่วพริบตา
สุนัขตำรวจเริ่มเร่งความเร็วไปในทิศทางหนึ่ง
"รีบตามไป!"
ทุกคนตามสุนัขตำรวจไป ไม่นานก็ไปหยุดอยู่ที่ตรอกปิดทึบแห่งหนึ่ง ด้านหนึ่งเป็นบ้านเก่าแบบหลังเดี่ยว อีกด้านหนึ่งเป็นกำแพงสูง
สุนัขตำรวจหยุดชะงัก เดินไปข้างหน้าทีถอยหลังที แยกแยะทิศทางไม่ออก
"เกิดอะไรขึ้น?"
"เจ้านาย รอเดี๋ยวนะครับ"
เจิ้งฮ่าวลูบปลอบสุนัขตำรวจ ให้พวกมันค่อยๆ หาอย่างละเอียด
สุนัขตำรวจยังคงเดินวนอยู่ที่เดิม
เจิ้งฮ่าวบ่น "ทำไมถึงมาตกม้าตายเอาตอนหน้าสิ่วหน้าขวานเนี่ย!"
สุนัขตำรวจเห่าโฮ่งๆ เหมือนกำลังบอกอะไรบางอย่าง ซึ่งไม่มีใครฟังรู้เรื่อง
ตำรวจที่รับผิดชอบดูแลสุนัขตำรวจวิ่งเข้ามา นั่งยองๆ ลูบปลอบสุนัขตำรวจ ราวกับกำลังสื่อสารกัน จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนอธิบายว่า "คนน่าจะหายตัวไปแถวๆ นี้แหละครับ กลิ่นมันขาดหายไปแล้ว"
เจิ้งฮ่าวพูดอย่างหงุดหงิด "ที่นี่มีแค่ทางเดียว จะหายไปได้ยังไง?"
หงลู่ร้อนใจจนกระทืบเท้า คิดจนหัวแทบแตกก็ไม่เข้าใจ หรือว่าพั่นพั่นจะบินข้ามกำแพงไป เธอพยายามกระโดดเพื่อจะดู แต่กำแพงสูงมาก เธอเอื้อมไม่ถึงด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเด็กสี่ขวบ
"เอาเถอะ หาเจอถึงตรงนี้ก็ดีแล้ว"
หลินอวี่ส่งสัญญาณว่าอย่าเสียงดัง และสังเกตสถานการณ์รอบๆ ที่นี่อยู่ห่างจากโรงเรียนไม่ไกลนัก ประมาณห้าร้อยกว่าเมตร แต่ถ้าเป็นความเร็วในการเดินของเด็กสี่ขวบ ก็ต้องใช้เวลาถึงครึ่งชั่วโมง
"พวกคุณลองไปถามชาวบ้านแถวนี้ดู เอารูปไปด้วยนะ ถามว่ามีใครเห็นเด็กผู้หญิงบ้างไหม"
"รับทราบครับ!"
ตำรวจครึ่งหนึ่งถูกแบ่งงานภายใต้การสั่งการของเจิ้งฮ่าว และแยกย้ายกันไปปฏิบัติหน้าที่
ตอนนี้ติงจื้อหย่วนก็วิ่งเหยาะๆ เข้ามารายงาน "รองผู้กำกับหลิน วิดีโอกล้องวงจรปิดหามาได้หมดแล้วครับ!"
หลินอวี่สั่ง "เปิดดูสิ"
ในมือถือของติงจื้อหย่วนโหลดวิดีโอมาทั้งหมดสิบกว่าคลิป
หลินอวี่ตรวจสอบด้วยความเร็วสูง กวาดตาดูคลิปวิดีโอเหล่านี้จนหมดรอบหนึ่ง
ไม่มีคลิปไหนถ่ายติดเด็กผู้หญิงเลย
ติงจื้อหย่วนถอนหายใจอย่างท้อแท้ "กล้องวงจรปิดไม่ได้ถ่ายภาพที่เป็นประโยชน์ไว้เลยครับ ผมยังไปถามเจ้าของร้านค้าแถวนั้นกับครูที่โรงเรียนแล้ว ช่วงนี้ไม่พบคนน่าสงสัยป้วนเปี้ยนหน้าประตูโรงเรียนเลย ผู้ปกครองจะมารับเด็กก็ต้องให้ครูยืนยันก่อน โดยพื้นฐานแล้วตัดข้อสงสัยเรื่องการถูกแก๊งลักพาตัวไปได้เลยครับ"
ตามหลักแล้วกล้องวงจรปิดสิบตัวไม่น่าจะหลบพ้นได้ทั้งหมด หลินอวี่หลับตาลง นึกย้อนภาพวิดีโอเหมือนฉายหนังซ้ำอีกรอบ ก่อนจะล็อกเป้าไปที่วิดีโอที่หกแล้วเปิดดูใหม่อีกครั้ง
ในวิดีโอ มีเด็กผู้ชายหลายคนเดินคุยกันผ่านหน้ากล้องไป
หลินอวี่กดหยุดชั่วคราวตรงนี้
หงลู่คอยติดตามรายละเอียดการคลี่คลายคดีของหลินอวี่มาตลอด จึงถามด้วยความงุนงง "ไม่มีพั่นพั่นนี่คะ!"
ทุกคนต่างก็จ้องมองไปที่ภาพที่ถูกหยุดไว้ชั่วคราว