- หน้าแรก
- ตำราชะตาพลิกดวง อ่านแล้วคุณจะโชคดี
- บทที่ 481 ตามฉันไปโรงแรมนี้ก่อน
บทที่ 481 ตามฉันไปโรงแรมนี้ก่อน
บทที่ 481 ตามฉันไปโรงแรมนี้ก่อน
ในห้องพักของโรงแรม ผ้าม่านรูดปิดสนิท แอร์ครางหึ่งๆ ผ้าห่มถูกเตะลงไปกองอยู่บนพื้นตั้งนานแล้ว
เสียงครางกระเส่าอย่างเกินจริงของหญิงสาว และเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของชายหนุ่ม หลังจากพุ่งทะยานถึงขีดสุด ก็พลันเงียบสงบลง
หลังจากเสร็จกิจ ทั้งสองคนก็นอนนิ่งไม่ไหวติง
เซียวจื่อถิงพลิกตัว วาดแขนโอบหน้าอกกู่จวิ้นหาว ซุกใบหน้าแนบชิดหัวไหล่ของเขา
"พี่คะ"
"อืม"
"พี่รับหนูเข้าทำงานที่บริษัทพี่เถอะนะ นะคะ"
กู่จวิ้นหาวหลับตา ไม่หือไม่อือ
เซียวจื่อถิงใช้นิ้วชี้วนเล่นบนหน้าอกเขา "อยู่บ้านทุกวันมันว่างจนเบื่อไปหมดแล้ว นอนก็ไม่ค่อยหลับ อาทิตย์นึงได้เจอพี่แค่ครั้งเดียว ใจมันหวิวๆ ยังไงก็ไม่รู้"
"เธอทำอะไรเป็นซะที่ไหนล่ะ ไปทำไมให้เกะกะ" กู่จวิ้นหาวขี้เกียจแม้แต่จะลืมตา "ตอนนี้มันธุรกิจของเราเองแล้ว บริษัทก็ต้องมีระบบระเบียบ ห้ามเล่นไพ่ ห้ามจับกลุ่มเม้าท์ ห้ามดื่มเหล้า ขืนเธอไปก็เอาแต่นั่งเหม่อ เงินที่ฉันให้มันยังไม่พอใช้หรือไง เที่ยวเล่นให้สบายใจเฉิบทุกวันไม่ชอบเหรอ"
"ทำงานบริษัทมีประกันสังคมนี่นา"
นิ้วของเซียวจื่อถิงหยุดชะงัก
"หนูขอแค่ตำแหน่งพนักงานระดับล่างก็พอ ไม่เอาตำแหน่งหัวหน้าแผนกแล้ว แค่ขอมีงานทำจนถึงอายุห้าสิบแล้วเกษียณ" เสียงของเธอเบาลง "หนูอยู่กับพี่แบบนี้ ไม่มีสถานะอะไรเลย เกิดอีกไม่กี่ปีพี่ทิ้งหนูไป เงินเก็บไว้กินตอนแก่ก็ไม่มี ถึงตอนนั้นจะออกไปหางานทำ อายุตั้งสี่สิบกว่าแล้วใครเขาจะรับ"
"จื่อถิง จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ ขอแค่เธอทำตัวดีๆ เชื่อฟัง ปรนนิบัติฉันให้ดี..."
"ทำไมจะเป็นไปไม่ได้"
เซียวจื่อถิงยันตัวขึ้น จ้องมองเขาจากมุมสูง
"ตอนพี่ออกมาจากเรือนจำ โทรหากริ๊งเดียวก็เขี่ยหนูทิ้งแล้วไม่ใช่เหรอ"
กู่จวิ้นหาวลืมตาขึ้น "ก็ตอนนั้นนึกว่าเธอเป็นคนหักหลังฉันไง แต่ตอนหลังก็เคลียร์กันเข้าใจแล้วนี่..."
"เข้าใจเหรอ" เซียวจื่อถิงพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง หันหลังให้เขา "ก็หนูเป็นคนยอมลดศักดิ์ศรีไปง้อพี่เองไม่ใช่เหรอ พี่คะ ยอมหนูแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเถอะนะ"
ห้องตกอยู่ในความเงียบพักใหญ่
กู่จวิ้นหาวจ้องมองสัดส่วนโค้งเว้าของเธอ
พูดตามตรง ตอนที่เพิ่งออกมาจากเรือนจำ เขาตั้งใจจะสะบั้นรักเซียวจื่อถิงให้ขาดสะบั้นจริงๆ แต่พอเวลาผ่านไป ก็อดคิดถึงความหอมหวานของเธอไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้หุ่นดี เอาใจเก่ง แถมไม่จู้จี้จุกจิก ไม่เคยบ่นให้รำคาญใจ
ที่สำคัญคือ ควงออกงานแล้วเชิดหน้าชูตาได้
จริงๆ แล้วเขาจะจ้างเธอไว้เฉยๆ ให้มีชื่อในบริษัทแล้วจ่ายประกันสังคมให้ก็ได้
แต่เซียวจื่อถิงไม่รู้เรื่องพวกนี้ เขาก็เลยไม่คิดจะบอก
สายตาของเขาเลื่อนต่ำลง "ขอคิดดูก่อนละกัน"
"โทษท้องหนูเองแหละที่ไม่รักดี" เซียวจื่อถิงพูดเสียงอู้อี้ "ถ้าหนูมีลูกชายหรือลูกสาวให้พี่สักคน พี่คงไม่ต้องมานั่งคิดแบบนี้หรอก"
กู่จวิ้นหาวไม่ตอบ ลุกขึ้นนั่ง หยิบบุหรี่จากตู้หัวเตียงมาคาบไว้ แต่ไม่ได้จุด
เซียวจื่อถิงหันกลับมา "นอนต่ออีกหน่อยสิ คืนนี้ค่อยเรียกพวกนั้นมาเล่นต่อ วันหยุดนี้ก็ไม่ได้มีธุระอะไรอยู่แล้วนี่"
"ไปอาบน้ำไป เดี๋ยวพาออกไปเปิดหูเปิดตา"
"ไปไหนคะ"
"เฉิงโย่วไง หวังเสี่ยวเลี่ยงมันเปิดตลาดนัดกลางคืน ไปดูสักหน่อย ถือว่าไปอุดหนุน"
เซียวจื่อถิงขมวดคิ้ว "เขาเชิญพี่เหรอ"
"เปล่า" กู่จวิ้นหาววางบุหรี่ลง พลิกตัวลงจากเตียงเดินไปที่ห้องน้ำ "ไม่ได้เชิญนี่แหละ ยิ่งต้องไป"
"พี่ไม่เกลียดเขาแล้วเหรอ"
กู่จวิ้นหาวหยุดอยู่หน้าประตูห้องน้ำ มือข้างหนึ่งยันกรอบประตูไว้
"แรกๆ ก็เกลียดแหละ"
เขาเอียงคอมองนิดหนึ่ง
"แต่พอกลับมาคิดดูอีกที ก็ต้องขอบคุณเขานะ ที่ช่วยตัดสินใจแทนฉัน ฉันควรจะออกมาตั้งบริษัทเองตั้งนานแล้ว ไม่น่าทนอยู่ที่เฉิงโย่วเลย ดูตอนนี้สิ ดีจะตายไป ทุกอย่างฉันเป็นคนตัดสินใจเอง กำไรก็เข้ากระเป๋าฉันคนเดียวเต็มๆ ทั้งที่งานก็เหมือนเดิมเป๊ะ"
เขาเปิดฝักบัว น้ำอุ่นไหลซู่ลงมา เสียงของเขาปนไปกับเสียงน้ำ "อีกอย่าง ตอนที่บริษัทเราเปิด เขาก็อุตส่าห์ส่งเฟอร์นิเจอร์มาให้ตั้งเยอะแยะ ได้รับน้ำใจจากใคร ก็ต้องจดจำไว้สิ"
เซียวจื่อถิงพันผ้าเช็ดตัวเดินตามมาพิงกรอบประตู
"หนูไม่ชอบเขาเลย"
"ทำไมล่ะ"
"หน้าตาขาวตี๋ ดูหล่อเหลาเอาการ แต่ใจคอโหดเหี้ยมชะมัด"
"ตอนมาใหม่ๆ ทำตัวเป็นลูกแกะน้อย เดินสายทำความรู้จักกับพวกเราทีละคน พอพี่เข้าเรือนจำปุ๊บ เขาก็ชักดาบฟันปั๊บเลย"
"เหลี่ยมจัดจริงๆ"
กู่จวิ้นหาวไม่ได้พูดอะไรตอบ เสียงน้ำจากฝักบัวดังกลบทุกสรรพเสียง
ช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ ไซต์งานก่อสร้างส่วนใหญ่จะมีการเบิกจ่ายค่าแรงก้อนหนึ่ง
และวันจ่ายค่าแรง ก็คือวันโกยเงินของกู่จวิ้นหาวนั่นเอง
เทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้เขากวาดรายได้ไปไม่น้อยเลย เขาเปิดห้องสวีทในโรงแรมห้าดาว แล้วเรียกพวกเถ้าแก่กับผู้รับเหมาใหญ่ๆ มาตั้งวงเล่นไพ่ สถานที่ปลอดภัยหายห่วง ไม่มีทางโดนตำรวจจับแน่ๆ เขาหนีบเซียวจื่อถิงมาด้วย หนึ่งคือให้เธอได้เงินทิปเล็กๆ น้อยๆ สองคือคิดถึงเรือนร่างขาวอวบของเธอนั่นแหละ
เล่นไพ่กันยันสว่าง นอนหลับปุ๋ยจนพระอาทิตย์ตกดิน พอตื่นมาก็สวีตกันยกใหญ่ เป็นอันว่าเริ่มวันใหม่ของพวกเขา
พอขับรถมาถึงแถวเฉิงโย่ว รถก็ติดหนึบ
ถนนเส้นนี้ปกติก็เงียบเหงาจะตาย แต่วันนี้ทำไมถึงคึกคักกว่าถนนเส้นหลักเสียอีก
กู่จวิ้นหาวคุ้นเคยกับแถวนี้ดี เลยไม่ดันทุรังขับเข้าไป เลี้ยวเข้าลานจอดรถใกล้ๆ ทันที ลานหลังบ้านถูกปรับเป็นตลาดนัดไปแล้ว ขับรถเข้าไปไม่ได้แน่ๆ
ทั้งสองคนลงจากรถ เดินเคียงคู่กันไป เซียวจื่อถิงควงแขนเขาอย่างเป็นธรรมชาติ กู่จวิ้นหาวชอบความรู้สึกแบบนี้ มีผู้หญิงสวยๆ ควงแขนเดินตามท้องถนน มันรู้สึกยืดอกได้อย่างภาคภูมิ
ดูเผินๆ เหมือนคู่สามีภรรยา แต่ก็ดูไม่ค่อยเหมือนสักเท่าไหร่
มองเห็นแต่ไกล
ตรงที่เคยเป็นตึกเก่า สว่างไสวไปด้วยแสงไฟ สว่างจ้าจนมองเห็นได้จากสองช่วงตึกเลยทีเดียว
พอเดินเข้าไปใกล้ ฝีเท้าของเซียวจื่อถิงก็ช้าลง
บนผนังตึกมีรูปวาดเต็มไปหมด สีสันสดใสยิ่งดูสวยสะดุดตาเมื่อต้องแสงไฟ ราวกับว่ากำแพงทั้งแถบมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ
"การจัดอันดับของอร่อยเมืองฝูเฉิง"
เซียวจื่อถิงอ่านข้อความแนวตั้งที่อยู่ซ้ายสุด แล้วกระตุกแขนเสื้อกู่จวิ้นหาว
"พี่ดูนี่สิ"
อันดับ 10 เหลาฮว่า ก๋วยเตี๋ยวเครื่องในสไตล์ฝูเจี้ยน วาดเป็นรูปคนใส่ชุดย้อนยุค ทำท่า 'กระเรียนขาวสยายปีก' แต่หัวเป็นชามเหลาฮว่า มีน้ำซุปหยดติ๋งๆ ดูแปลกตาแต่พอมองดีๆ ก็แอบกวนๆ คล้ายกังฟูแพนด้า
อันดับ 9 กวางปิ่ง เปี๊ยะอบกรอบ เปลี่ยนเป็นรูปคนมีส่วนเว้าส่วนโค้ง ทูนกวางปิ่งกลมๆ ไว้บนหัว ดูออกเลยว่าเป็นตัวละครหญิง
อันดับ 8 เซี่ยนเมี่ยน หมี่ซั่ว...
เซียวจื่อถิงไล่อ่านไปทีละชื่อ เดินช้าลงเรื่อยๆ กู่จวิ้นหาวถูกดึงแขนไว้ก็ไม่ได้เร่งรัดอะไร เดินดูไปด้วยกัน
ร้านขนมอันหยาง ร้านกาแฟลัคอิน ร้านมี่เสวี่ยปิงเฉิง ร้านทอง... เดินไปดูไป ตึกเก่าซอมซ่อถูกเนรมิตใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า แทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมในความทรงจำเลย
"นี่คือตึกเก่าของพวกเราจริงๆ เหรอ" เซียวจื่อถิงอุทานด้วยความประหลาดใจ
กู่จวิ้นหาวไม่ตอบ แต่มุมปากกระตุกเล็กน้อย
เซียวจื่อถิงยังคงอ่านชื่ออาหารต่อไป
อ่านไปอ่านมา ภาพวาดบนผนังด้านหน้าก็หมดลง
เธอชะโงกหน้าไปดูผนังด้านข้าง... เจอแล้ว
อันดับ 3 โร่วเยี่ยน เกี๊ยวหมู สไตล์ภาพวาดแบบเดิม
อันดับ 2 ลูกชิ้นปลาฝูเฉิง
อันดับ 1 พระกระโดดกำแพง
ข้างๆ รูปพระกระโดดกำแพง มีหลอดไฟนีออนดัดเป็นตัวอักษรเรียงกันว่า...
ตลาดนัดกลางคืนประตูแสงดาว
เซียวจื่อถิงก้าวขาเตรียมจะเดินเข้าไปข้างใน
กู่จวิ้นหาวคว้าแขนเธอไว้ "ไปเปิดห้องที่โรงแรมนี้กับฉันก่อน"
เซียวจื่อถิงบ่นอุบอิบ แต่ก็ยอมเดินตามเขากลับไป
"โรงแรมอีสปอร์ตฮวนหลัว ชื่อเก๋ดีนะ" เซียวจื่อถิงรู้สึกว่าตึกเก่าหลังนี้พอดัดแปลงใหม่แล้ว ดูมีอะไรแปลกใหม่น่าสนใจไปซะหมด
ไม่นาน ทั้งสองคนก็เดินออกมา
"ที่แท้หวังเสี่ยวเลี่ยงก็วางแผนแบบนี้นี่เอง ให้บริษัทออกเงินปรับปรุง แล้วตัวเองก็ใช้สิทธิ์เช่าเป็นคนแรก กอบโกยกำไรเข้ากระเป๋า พี่คะ หนูพนันได้เลยว่าค่าเช่าต้องถูกแสนถูกแน่ๆ"
กู่จวิ้นหาวไม่โต้ตอบ
ทั้งสองคนเดินมุ่งหน้าไปที่ซุ้มประตู
สองฝั่งของซุ้มประตูมีแผ่นไม้แกะสลักตั้งอยู่
ด้านบนก็มีอีกแผ่น
เป็นคำกลอนคู่
วรรคแรก ท่องยุทธภพสิบปี มีเพียงแสงตะเกียงเป็นเพื่อน
วรรคหลัง ลิ้มรสร้อยแปดพันเก้า ในตลาดแห่งควันไฟ
ป้ายชื่อร้านอักษรสี่ตัว แขวนเด่นเป็นสง่าอยู่ด้านบน
ยุทธจักรนักชิม