เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 69: ฉลามขาวจู่โจม / ตอนที่ 70: แอ่งน้ำบนเกาะโขดหิน

ตอนที่ 69: ฉลามขาวจู่โจม / ตอนที่ 70: แอ่งน้ำบนเกาะโขดหิน

ตอนที่ 69: ฉลามขาวจู่โจม / ตอนที่ 70: แอ่งน้ำบนเกาะโขดหิน


ตอนที่ 69: ฉลามขาวจู่โจม

 

วันนี้ทำเลที่ฉินเฟิงหาไว้นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว ใต้พื้นน้ำลึกเป็นผืนทรายที่ราบเรียบ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของฝูงปลาลิ้นหมา

หลังจากเสี่ยวไป๋แยกตัวไป หลี่ซินเยว่ก็ตกได้ปลาสวยงามกับปลาแก้วกุดั่น มาอย่างละตัว ปลาสวยงามทั่วไปพวกนี้ราคาไม่ค่อยดี และพวกเขาก็ไม่ได้กะจะหาเงินทางนี้อยู่แล้ว เพราะยังไม่ได้ไปหาตลาดรองรับเฉพาะทาง ปกติเลยมักจะโยนทิ้งไป

แต่การที่ตกได้ปลาทีเดียวสองตัวรวด ทำให้หลี่ซินเยว่เริ่มติดใจ เธอตั้งใจคัดเอากุ้งตัวเล็กๆ จากถังพุ้งแชบ๊วยมาเกี่ยวเบ็ดบนสายชิ่งให้ครบทุกตัว

พอเปลี่ยนมาใช้กุ้งจิ๋ว พวกปลาลิ้นหมาข้างล่างก็พากันดาหน้าออกมา แย่งกันกินเบ็ดอย่างรู้งาน

เมื่อรู้สึกถึงแรงกระตุกที่คันเบ็ด หลี่ซินเยว่ก็ดึงขึ้นมาดู พบว่ามันติดขึ้นมาเป็นพวงถึง 3 ตัว!

"ว้าว ปลาซีกเดียวเยอะแยะเลย!"

ฉินเฟิงหันมาดู: "นี่เขาเรียกว่าปลาลิ้นหมาจ้ะ"

ในตู้ระบบของเขามีเจ้าปลานี่อยู่ 3 ตัวแล้ว และในถังพลาสติกข้างๆ ก็มีอีก 5 ตัวที่ติดมาจากสายชิ่ง

ปลาลิ้นหมาเป็นปลาซีกเดียวชนิดหนึ่ง เนื้อนุ่มรสชาติเยี่ยมและมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก แต่ในท้องตลาดมักจะมีพ่อค้าหัวหมอเอาปลาบาซามาหลอกขายแทนปลาลิ้นหมา ซึ่งถ้าไม่ใช่คนกินปลาตัวจริงล่ะก็ แยกไม่ออกแน่นอน

ระหว่างที่คุยกัน ฉินเฟิงก็ดึงขึ้นมาอีก 5 ตัวรวด ดูเหมือนประสิทธิภาพของเขาจะสูงกว่าหลี่ซินเยว่โขเลยทีเดียว

สงสัยจะไปเจอฝูงเข้าพอดี ปลาลิ้นหมาเลยเยอะเป็นพิเศษ

ในขณะที่ตกปลาอยู่นั้น จู่ๆ ฉินเฟิงก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เขาใช้มือตบหน้าผากตัวเองเบาๆ อย่างนึกเสียดาย

ทำไมเรานึกเรื่องสายชิ่งไม่ออกให้เร็วกว่านี้วะ? ถ้าตกปลาขึ้นมาได้เป็นพวงแบบนี้ เวลาเราแอบสลับปลาจากระบบที่ติดเบ็ดหลัก มันก็จะดูแนบเนียนกว่าเดิมเยอะเลยไม่ใช่เหรอ?

เฮ้อ... พลาดไปนิด คราวหน้าต้องติดสายชิ่งทุกครั้งที่ตกซะแล้ว เพราะเบ็ดหลักของเขามีบัฟดึงดูดปลา ยังไงปลาก็ต้องเลือกกินเบ็ดหลักก่อนอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวว่ามันจะไปกินแต่เบ็ดสายชิ่งจนสลับปลาเข้าระบบไม่ได้

พอคิดตก ฉินเฟิงก็อารมณ์ดีขึ้นทันตา วันนี้เจอฝูงปลาแล้วต้องรีบปั๊มยอดหน่อย ช่วงนี้กำลังกรอบสุดๆ!

ผ่านไปแค่สามนาที คันเบ็ดก็สั่นระริก ฉินเฟิงกำลังจะออกแรงดึง แต่จู่ๆ ก็มีแรงมหาศาลพุ่งเข้าจู่โจมจนเขาตั้งตัวไม่ติด!

"เชี้ยยย!" คันเบ็ดหลุดมือไปทันที แต่เพราะมีสายเซฟตี้ผูกไว้กับเรือ แรงดึงนั้นมหาศาลจนเรือเอียงวูบไปข้างหนึ่ง ส่งผลให้ฉินเฟิงเสียหลัก "ตู้ม!" ตกลงไปในน้ำทันที!

หลี่ซินเยว่อยู่อีกฝั่งเลยแค่ก้นจ้ำเบ้า เธอตกใจแทบสิ้นสติแต่ตัวเธอยังปลอดภัยดี

ฉินเฟิงตะเกียกตะกายพุ่งขึ้นมาเหนือน้ำเพื่อหายใจ พอจะหันหลังปีนกลับขึ้นเรือ เขาก็เหลือบไปเห็นครีบสามเหลี่ยมโผล่พ้นน้ำอยู่ไม่ไกล มันกำลังว่ายโค้งวงใหญ่แล้วพุ่งตรงมาที่เขาอย่างรวดเร็ว ทำเอาเขาใจหายวาบไปถึงตาตุ่ม!

"รีบส่งมือมาเร็ว!" หลี่ซินเยว่หมอบลงกับกราบเรือ ยื่นมือออกไปหาเขาด้วยน้ำเสียงเร่งร้อน

ฉินเฟิงไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขารีบคว้ามือเธอไว้แล้วปีนกลับขึ้นเรืออย่างรวดเร็วด้วยการช่วยเหลือของเธอ

"ปัง!" เสียงกระแทกดังสนั่นพร้อมกับเรือที่โครงเครงอย่างหนัก ทำให้ฉินเฟิงเสียหลักทับลงบนตัวหลี่ซินเยว่เต็มๆ

เนื้อแนบเนื้อ ตาประสานตา บรรยากาศเริ่มจะหวานหยดมดขึ้นอยู่แล้วเชียว แต่เรือก็โครงเครงขึ้นมาอีกรอบเหมือนถูกอะไรบางอย่างลากดึง เป็นการเตือนฉินเฟิงว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาจีบหญิงนะโว้ย!

เขารีบลุกขึ้นชะโงกหน้ามองเงาปริศนาที่โจมตีเมื่อครู่ ฉินเฟิงมองตามสายเซฟตี้ที่ถูกลากไปมาบนผิวน้ำ พบว่ามันคือฉลามตัวหนึ่งที่มีขนาดใหญ่ไม่แพ้เจ้าเสี่ยวไป๋เลย ตอนนี้มันกำลังสะบัดหัวดิ้นพล่านอยู่ผิวน้ำ พยายามจะสะบัดเบ็ดให้หลุด

แต่น่าเสียดายที่เบ็ดมันฝังลึกเกินไปจนมันคายไม่ออกในทันที ทว่าฉลามตัวนี้เป็นพันธุ์อะไรกันแน่ ฉินเฟิงยังมองไม่ชัดนัก

"ฉินเฟิง! เรารีบตัดสายทิ้งแล้วหนีกันเถอะ!" หลี่ซินเยว่ดึงแขนฉินเฟิงไว้แน่น เธอหวาดกลัวสุดขีด เพราะฉลามยาวเกือบสองเมตรนี่อาจจะทำอันตรายพวกเขาบนเรือได้

"ได้ แต่ผมต้องดึงเบ็ดกลับมาด้วย เบ็ดอันนี้เพื่อนให้มา มันแพงม้ากกก แพงจริงๆ นะ"

ฉินเฟิงไม่แน่ใจว่าถ้าเบ็ดหายไป “ระบบพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ”จะชดเชยให้ใหม่ไหม เขาเลยต้องยอมเสี่ยงดึงมันกลับมา ส่วนสายกับตัวเบ็ดระบบมีให้เรื่อยๆ อยู่แล้ว

"โอเค งั้นฉันช่วย" พอได้ยินว่าแพงมาก หลี่ซินเยว่ก็รวบรวมความกล้าช่วยเขาดึงสายเซฟตี้กลับมา

ต้องยอมรับว่าแรงของฉลามสองเมตรนี่ไม่ใช่เล่นๆ เลย ยิ่งตอนนี้มันกำลังคึกจัด ทั้งสองคนช่วยกันดึงแทบตายก็ดึงไม่เข้า

โชคดีที่ตอนนี้ฉลามไม่ได้วกกลับมาโจมตีเรืออีก ไม่อย่างนั้นต่อให้เสียดายเบ็ดแค่ไหน ฉินเฟิงก็ต้องยอมตัดสายหนีตายแน่นอน

ความวุ่นวายเรื่องเบ็ดทำให้เขาลืมนึกไปว่า เมื่อกี้ตอนที่เชือดปลาช่อนทะเล เลือดปลาซึมติดรองเท้าเขาไปหน่อยนึง เลือดที่ไหลลงน้ำนั่นแหละที่ทำให้ฉลามวกกลับมาจู่โจมเขา

ส่วนตอนนี้ที่มันไม่โจมตีต่อ อาจเป็นเพราะกลิ่นเลือดเบาบางลงไปแล้ว และอีกอย่างคือการที่มันเอาหัวพุ่งชนเรือประมงเมื่อกี้ก็ทำให้มันเจ็บตัวไม่น้อย สัญชาตญาณบอกมันว่าไอ้สิ่งที่มันชนอยู่เนี่ย "เคี้ยวยาก" แถมตอนนี้มันมัวแต่จะสะบัดเบ็ดให้หลุด เลยยังไม่มีเวลามาสนใจมนุษย์ ผ่านไปพักใหญ่ หลี่ซินเยว่เหนื่อยจนหอบแฮก เธอหัวเราะแห้งๆ:

"ฉินเฟิง ฉลามมันแรงเยอะขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย แล้วตอนเราไปตกทูน่า เราจะลากมันไหวเหรอ?"

"ตอนตกทูน่าเราต้องปักคันเบ็ดลงในกระบอกปักเบ็ดจ้ะ ให้เรือเป็นตัวรับแรงแทน เราแค่มีหน้าที่หมุนรอกเก็บสายไปเรื่อยๆ พอปลามันล้าค่อยลากมาข้างเรือแล้วจัดการ"

"แต่ไอ้สถานการณ์ตอนนี้เนี่ย... มันคนละเรื่องกันเลย!"

ฉินเฟิงหน้าแดงก่ำจากการออกแรงยื้อกับฉลาม พอดึงกลับมาได้หน่อยเดียว ฉลามดิ้นนิดเดียวก็โดนลากกลับไปอีก

ถ้าไม่ใช่เพราะเบ็ดและสายเบ็ดจาก“ระบบพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ”  ที่มีคุณภาพโคตรมหาอึด ป่านนี้คงหักกระจุยไปนานแล้ว

ในขณะที่ฉินเฟิงเริ่มจะยื้อไม่ไหวและกะจะตัดสายทิ้งเสียดายเบ็ดอยู่นั้น... ที่อยู่ไกลๆ มีเงาสีชมพูอ่อนๆ พุ่งกระโดดพ้นน้ำมาแต่ไกล ตรงรี่มาที่นี่อย่างรวดเร็ว!

หลี่ซินเยว่ที่ตาไวเหลือบไปเห็นพอดี เธอร้องเสียงหลง: "ฉินเฟิง ดูนั่น! เสี่ยวไป๋มาแล้ว!"

ฉินเฟิงเงยหน้ามองตาม พบว่าเป็นเจ้าเสี่ยวไป๋จริงๆ ที่กำลังพุ่งตรงมาหาฉลาม

พอมันเข้าใกล้ ระยะสุดท้ายมันเร่งสปีดปรี๊ดเดียว แล้วใช้จมูกที่แข็งแรงและทรงพลังพุ่งชนเข้าที่ "หน้าท้อง" อันอ่อนนุ่มของฉลามอย่างจัง!

ทันใดนั้น แรงดิ้นของฉลามก็เบาลงทันที ฉินเฟิงฉวยโอกาสนี้ดึงคันเบ็ดกลับมาอยู่ในมือได้สำเร็จ คราวนี้ความได้เปรียบกลับมาอยู่ที่เขาแล้ว แต่ยังไม่ทันที่เขาจะหยิบมีดมาตัดสาย เจ้าเสี่ยวไป๋ก็พุ่งชนซ้ำไปอีกที คราวนี้ชนจนฉลามหงายท้องกริบ! พอฉลามโดนพลิกเอาพุงชี้ฟ้ามันก็หยุดนิ่งไปเฉยๆ ลอยไปตามคลื่นเหมือนคนโดนสะกดจิต

เสี่ยวไป๋เห็นแบบนั้นก็หยุดโจมตี แต่มันว่ายวนไปวนมาอยู่ห่างๆ เหมือนไม่อยากเข้าใกล้ฉลามตัวนี้อีก

"......" ฉินเฟิงเห็นท่าทางแบบนั้นก็เริ่มเดาออกว่าเป็นฉลามพันธุ์อะไร เขาค่อยๆ ลากมันเข้ามาใกล้เรือ พอเห็นชัดๆ ก็ถึงกับยิ้มขมขื่น... ใช่จริงๆ ด้วย "ฉลามขาว"

หลี่ซินเยว่ฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ เธอถามด้วยท่าทางกังวล

"ฉินเฟิง... ไอ้ฉลามขาวตัวเนี้ย มันเป็นสัตว์สงวนหรือสัตว์คุ้มครองหรือเปล่าจ๊ะ?"

ฉินเฟิงพยักหน้า: "ใช่จ้ะ แต่ต่อให้มันเป็นสัตว์คุ้มครองก็ไม่เกี่ยวกับเรานะ เห็นไหมล่ะว่าเสี่ยวไป๋เป็นคนจัดการ? ฉลามขาวน่ะเป็นสัตว์คุ้มครองระดับ 2 แต่เสี่ยวไป๋ (โลมา) น่ะระดับ 1 นะศักดิ์ศรีสูงกว่าเยอะ! ต่อให้มีคนเห็นเราก็ไม่ผิดหรอก"

"แต่ภาพที่พี่ถือเบ็ดอยู่นี่มันดูเหมือนพี่กำลัง 'ตก' มันอยู่ชัดๆ เลยนะ..."

"...... ไม่เป็นไรหรอก ไม่มีใครเห็น"

พูดจบ ฉินเฟิงก็หยิบมีดเดินเรือออกมา เตรียมจะแทงลงไปที่ตัวฉลามขาว

"พี่จะทำอะไรน่ะ!" หลี่ซินเยว่รีบดึงเขาไว้ด้วยความตกใจ นี่มันผิดกฎหมายนะ!

"พี่ไม่รู้ว่ามันตายหรือยัง ถ้าปล่อยมันไปตอนนี้ มันอาจจะเป็นอันตรายกับเสี่ยวไป๋ได้ และพี่ก็ไม่แน่ใจว่ามันจะกลับมาโจมตีเรือเราอีกไหม"

ภาพที่มันพุ่งชนเรืออย่างบ้าคลั่งเมื่อกี้ยังติดตาเขาอยู่เลย มันจงใจจะล่าเขาชัดๆ

"อ้าว? ปกติฉลามมันต้องกลัวโลมาไม่ใช่เหรอจ๊ะ? เมื่อกี้เสี่ยวไป๋ยังพุ่งชนเอาๆ เลย แถมในเน็ตก็บอกแบบนั้น"

"นั่นน่ะกรณีที่ฉลามเจอโลมาอยู่กันเป็นฝูงจ้ะ จริงๆ แล้วสิ่งที่ฉลามกลัวที่สุดคือวาฬเพชฌฆาตต่างหาก แต่ถ้าเทียบไซส์ต่อไซส์ ตัวต่อตัว โลมาเดี่ยวๆ น่ะกลัวพวกฉลามขาวหรือฉลามเสือมากนะ เพียงแต่โลมามันคล่องตัวกว่าและว่ายเร็วกว่า ฉลามเลยล่ามันยากก็เท่านั้นเอง"

"เสี่ยวไป๋คงกลัวว่าเราจะตกอยู่ในอันตราย แถมฉลามตัวนี้ไซส์พอๆ กับมัน และยังถูกเบ็ดดึงรั้งไว้ด้วย มันเลยกล้าพุ่งเข้ามาช่วยล่ะมั้ง"

ฉินเฟิงพยายามเดาใจเจ้าเสี่ยวไป๋ ซึ่งเขามั่นใจว่าเขาน่าจะเดาถูกถึง 80-90% เลยล่ะ

"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง" หลี่ซินเยว่เข้าใจแล้ว คราวนี้เพื่อความปลอดภัยของเสี่ยวไป๋และตัวพวกเขาเอง เธอจะไม่ขวางฉินเฟิงอีก ในเมื่อแถวนี้ไม่มีเรือลำอื่น และไม่มีใครเห็น...

จบตอนที่ 69

-----------------------------------------------------------------------

ตอนที่ 70: แอ่งน้ำบนเกาะโขดหิน

 

เลือดปลาที่ย้อมทะเลขยับขยายไปทั่ว เจ้าเสี่ยวไป๋ดูเหมือนจะดมกลิ่นเลือดจนรู้ว่าฉลามขาวตัวนั้นสิ้นฤทธิ์แล้ว มันถึงกล้าว่ายเข้ามาใกล้เรือ พร้อมกับชูตัวเหนือน้ำทำท่าทางเหมือนมาขอรางวัลความชอบจากฉินเฟิง

"เอ้า รับไป!" ฉินเฟิงโยนตับของฉลามขาวที่ควักออกมาให้เสี่ยวไป๋ วาฬเพชฌฆาตมักจะเลือกกินแต่ตับของฉลามขาว แสดงว่ามันต้องเป็นของดีแน่ๆ และแน่นอนว่าเสี่ยวไป๋ต้องชอบ

เป็นไปตามคาด เสี่ยวไป๋เงยหน้าอ้าปากรับเหยื่อโอชะที่โยนไปให้เป๊ะๆ เคี้ยวไม่กี่คำก็ลงท้องเรียบร้อย

จากนั้นฉินเฟิงก็ไม่ยอมเสียเวลา รีบติดเครื่องเรือออกจากบริเวณนั้นทันที

ถ้าพวกเขาใช้เรือลำใหญ่ และไม่มีเสี่ยวไป๋อยู่ที่นี่ พวกเขาคงเลือกจะอยู่ต่อเพื่อรอดูว่าจะมีปลานักล่าตัวไหนตามกลิ่นเลือดมาอีก เผลอๆ อาจจะได้ตกปลาใหญ่เพิ่ม

แต่ตอนนี้ต้องรีบไปก่อน เรือเล็กมันไม่มีความปลอดภัยเอาซะเลย และเขาก็ห่วงความปลอดภัยของเสี่ยวไป๋ด้วย

ที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อกี้ฉินเฟิงตกลงไปในน้ำ ตอนนี้ตัวเปียกโชกไปหมดจนต้องกลับบ้านไปอาบน้ำ ทริปตกปลาของวันนี้เลยต้องจบลงเพียงเท่านี้

ทว่าระหว่างทางกลับ ฉินเฟิงกับหลี่ซินเยว่ดันไปเจอแนวโขดหินโผล่พ้นน้ำเข้าที่หนึ่ง ดูแล้วน่าจะใหญ่กว่าฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำของพ่อเขาสองแห่งรวมกันซะอีก อย่างน้อยๆ ก็น่าจะพื้นที่กว่า 50 หมู่ (ประมาณ 20 ไร่)

"ซินเยว่ หยุดเรือก่อน เราขึ้นไปดูข้างบนกันเถอะ"

"อื้อ"

หลี่ซินเยว่เองก็อยากรู้อยากเห็นเหมือนกัน เธอค่อยๆ บังคับเรือเข้าใกล้ หาจุดที่เดินง่ายและมีหาดทรายเล็กๆ เพื่อจอดเรือ จากนั้นก็เอาเชือกไปผูกกับโขดหินที่ยื่นออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้คลื่นซัดเรือลอยหายไป

พอขึ้นฝั่งปุ๊บ ทั้งคู่ก็เห็นหอยนางรมเกาะเต็มโขดหินไปหมด บางจุดมีร่องรอยการกะเทาะหอยฝีมือคนทิ้งไว้บ้าง แต่มันดูเก่าและเลือนลางมากแล้ว แสดงว่าแถวนี้ไม่มีคนมาพักใหญ่

เดินต่อไปอีกหน่อยก็เจอฝูงหอยหวาน เพียบเลย! ดูท่าพวกเขาจะค้นพบ "ขุมทรัพย์" แห่งใหม่เข้าให้แล้ว!

เผลอๆ ถ้ามาตกปลาแถวนี้ อาจจะได้ปลาเยอะกว่าแถวแนวปะการังใกล้เกาะเล็กนั่นซะอีก

"ฉินเฟิง ดูนี่สิ! มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่สองแอ่งแน่ะ!"

"จริงเหรอ?"

ฉินเฟิงรีบตามขึ้นไปบนโขดหินที่หลี่ซินเยว่ยืนอยู่ แล้วก็เห็นแอ่งน้ำสองแอ่งอยู่ข้างล่างจริงๆ

ทั้งสองแอ่งมีขนาดพอๆ กัน กะด้วยสายตาได้ประมาณครึ่งสนามบาสเกตบอล ระยะห่างระหว่างแอ่งแค่สิบกว่าเมตร แอ่งหนึ่งทรงกลม อีกแอ่งหนึ่งทรงรีฝั่งซ้ายต่อด้วยทรงสามเหลี่ยม พอเห็นแอ่งน้ำแบบนี้ปุ๊บ ฉินเฟิงก็นึกถึงพวกคลิปวิดีโอ "วิดบ่อจับปลา" ในเน็ตขึ้นมาทันที ไม่ว่าในคลิปจะจริงหรือหลอก แต่เขารู้สึกว่าเขาน่าจะลองดูสักตั้ง ก็เขามีนิ้วทองคำอยู่นี่นา!

ทั้งเบ็ดตกปลาและลอบดักปูต่างก็มีค่าสถานะดึงดูดสิ่งมีชีวิตในทะเล แต่ถ้าจะเอาเบ็ดมาวางทิ้งไว้ตรงนี้มันดูไม่ค่อยเวิร์ก ขนาดเจอฉลามเขายังไม่ยอมทิ้งเบ็ดเลย แล้วจะเอามาวางทิ้งไว้ตรงนี้ได้ไง แต่ "ลอบดักปู" น่ะได้แน่นอน! มันจะดึงดูดพวกกุ้งหอยปูปลาให้เข้ามา และแน่นอนว่าจะดึงดูดปลาที่กินกุ้งเป็นอาหารให้ตามเข้ามาด้วย

"ซินเยว่ ถ้าเราไปเช่าเครื่องสูบน้ำมาวิดบ่อพวกนี้จะเป็นไง?"

หลี่ซินเยว่ได้ยินก็เข้าใจเจตนาของฉินเฟิงทันที ตาเธอเป็นประกายขึ้นมา... ตกปลาจะไปสู้ "เก็บปลา" ในบ่อได้ไงเล่า! วิธีนี้น่าจะรุ่งแน่ๆ!

"ได้เลยจ้ะ! งั้นเราอ่อยเหยื่อไว้ก่อน เดี๋ยวขากลับแวะเช่าเครื่องสูบน้ำ แล้วพรุ่งนี้มาลองกัน!"

ฉินเฟิงทำท่าจะอ้าปากบอกว่า "ซื้อเลยก็ได้มั้ง" แต่เขายั้งคำพูดไว้ทัน เพราะเขารู้อยู่แล้วว่ายังไงก็ได้ปลาชัวร์ๆ แต่หลี่ซินเยว่ไม่รู้นี่นา การที่เธอรอบคอบน่ะถูกแล้ว ไว้พรุ่งนี้เห็นผลงานก่อน เดี๋ยวเธอก็อยากซื้อเองนั่นแหละ

"ตกลง งั้นเช่ามาลองก่อน ตอนนี้เราย้อนกลับไปเอาลอบดักปูมาวางในแอ่งน้ำพวกนี้กัน"

"ทำไมต้องเอาลอบมาวางในแอ่งน้ำล่ะ?"

"ก็เอาเหยื่อใส่ไว้ในลอบไง พอพวกปูพวกปลาหลงเข้ามาในแอ่งแล้วมุดเข้าโอบไป มันจะได้ไม่หนีออกไปตอนน้ำลดไงล่ะ"

หลี่ซินเยว่เอียงคอสงสัย รู้สึกตะหงิดๆ ว่ามันมีอะไรไม่ค่อยเมคเซนส์ (แต่เธอนึกไม่ออกว่าฉินเฟิงจะ "โกง" ด้วยลอบระบบ) สุดท้ายก็เลิกสงสัยแล้วกลับไปเอาลอบกับฉินเฟิง เนื่องจากวันนี้เพิ่งวางลอบไปไม่นาน ในลอบเลยมีแค่ปูกับปลาเล็กปลาน้อย 2-3 ตัว ฉินเฟิงจัดการเอาพวกมันออกมาให้หลี่ซินเยว่สับละเอียดเพื่อใช้เป็นเหยื่อล่อ

กลับมาที่เกาะโขดหิน ฉินเฟิงเอาลอบที่ซื้อมาทั่วไปวางไว้ในน้ำรอบนอกเกาะ ส่วน "ลอบระบบ" ที่ได้จากน้ำวน เขาเอาไปวางไว้ในแอ่งน้ำแอ่งละหนึ่งอัน จากนั้นก็ตบมืออย่างพอใจแล้วเดินจากไป... เตรียมตัวมารับทรัพย์พรุ่งนี้ได้เลย!

กลับมาถึงท่าเรือ ทั้งคู่เอาฝูงกุ้งแชบ๊วยกับปลาไปขาย หลี่ซินเยว่ได้มา 3,000 หยวน ส่วนฉินเฟิงได้เยอะกว่าหน่อย เกือบๆ 5,000 หยวน เพราะปลาที่เขาสลับออกมาจากตู้ระบบมันราคาดีกว่าปลาที่ตกได้จริงในวันนี้

ตู้สัตว์มีเปลือกอัปเป็นเลเวล 4 สำเร็จ! ฉินเฟิงเช็กดูพบว่าเลเวล 5 ต้องใช้แต้ม 700 แต้ม ถ้าได้แต้มเฉลี่ยวันละ 26 แต้ม ก็น่าจะใช้เวลาประมาณ 27 วัน ซึ่งทันเวลาก่อนจะรับเรือและได้ใบขับขี่พอดี กลับมาถึงบ้าน เสื้อผ้าที่ฉินเฟิงใส่เริ่มจะแห้งแล้ว พอลองเอามือลูบดูยังรู้สึกถึงเม็ดเกลือสากๆ มืออยู่เลย หลี่ซินเยว่ยังไม่กลับทันที เธอยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องน้ำแล้วบอกฉินเฟิงที่อยู่ข้างในว่า:

"ฉินเฟิง เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วส่งมาให้ฉันนะ เดี๋ยวฉันซักให้"

"!" ฉินเฟิงที่กำลังถอดเสื้อถึงกับสะดุ้ง ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน... หลี่ซินเยว่ทำให้ขนาดนี้แล้ว เราจะยังมัวแต่ปอดแหกอยู่ทำไมวะ? ถ้าไม่รีบทำอะไรสักอย่าง จะยังนับว่าเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่า!

แต่จะให้สารภาพรักตอนนี้เลยมันก็ดูแปลกๆ ฉินเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วแผนการหนึ่งก็ค่อยๆ ผุดขึ้นมาในใจ...

เขาซอยเท้ายิบถอดเสื้อผ้าออกจนหมด เหลือไว้แค่กางเกงใน แล้วส่งเสื้อผ้าข้างนอกทั้งหมดให้หลี่ซินเยว่

ที่จงใจไม่ส่งกางเกงในให้ไม่ใช่เพราะอายหรอกนะ แต่เป็นการให้เกียรติเธอต่างหาก

ก็นะ... ตอนนี้สถานะตามพฤตินัยคือหุ้นส่วนกัน ยังไม่ใช่แฟนหรือสามีภรรยา จะให้สาวบริสุทธิ์มาซักกางเกงในให้ มันจะดูหน้าไม่อายเกินไปหน่อย!

จริงๆ แล้วหลี่ซินเยว่ที่อยู่หน้าประตูก็ประหม่าอยู่เหมือนกัน พอเห็นว่าฉินเฟิงส่งมาแค่เสื้อกับกางเกงตัวนอก เธอก็แอบโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง ไม่พูดอะไรต่อแล้วหอบผ้าไปซักที่ลานบ้าน พอฉินเฟิงอาบน้ำเสร็จออกมา หลี่ซินเยว่ก็ตากผ้าให้เรียบร้อยแล้ว

"ไปกันเถอะ คุณกลับไปอาบน้ำก่อน แล้วเดี๋ยวเราไปเช่าเครื่องสูบน้ำกัน"

"อื้อ~"

พอหลี่ซินเยว่อาบน้ำเสร็จ ทั้งคู่ก็มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองเพื่อหาร้านเช่าเครื่องสูบน้ำ

หลังจากหาข้อมูลและสอบถามในเน็ต พวกเขาก็เจอร้านขายเครื่องจักรกลการเกษตรในเมือง

ร้านนี้เน้นขายเครื่องพ่นยาและเครื่องสูบน้ำ แถมยังมีบริการให้เช่าด้วย

ฉินเฟิงเข้าไปสอบถามจนได้ความว่า เครื่องสูบน้ำมีแบบใช้น้ำมันเบนซินกับน้ำมันดีเซล แบ่งขนาดตามหน้าท่อเป็น 2 นิ้ว, 3 นิ้ว และ 4 นิ้ว ซึ่งปริมาณการสูบน้ำก็จะต่างกันไป แบบเบนซินจะราคาถูกกว่า แต่ความอึดสู้แบบดีเซลไม่ได้

ท่อดูดน้ำยาว 10 เมตร (สูงเกือบตึก 3 ชั้น) ซึ่งก็น่าจะพอกับแอ่งน้ำบนโขดหิน

เรื่องค่าเช่า เครื่องสูบน้ำดีเซลขนาด 4 นิ้ว อยู่ที่วันละ 100 หยวน แต่ถ้าจะซื้อขาดเลยเครื่องละ 2,000 หยวน (รุ่นดึงสตาร์ท)

ถังน้ำมันดีเซลจุ 4.2 ลิตร กินน้ำมันชั่วโมงละ 0.8 ลิตร

ถ้าเป็นรุ่นกุญแจสตาร์ทไฟฟ้าจะแพงขึ้นเป็น 2,600 หยวน แต่อันนี้เขาไม่ให้เช่า

ฉินเฟิงจ่ายค่าเช่าและวางเงินประกัน เช่าเครื่องสูบน้ำดีเซลมา 4 เครื่อง แค่ท่อน้ำก็ยัดเต็มกระโปรงหลังรถแล้ว ส่วนตัวเครื่องทั้ง 4 เครื่องต้องวางไว้เบาะหลัง โชคดีที่เครื่องสูบน้ำรุ่นนี้ไม่หนักมาก แค่ 24 กิโลกรัมต่อเครื่อง แต่ถ้าเติมน้ำมันเต็มถัง ต่อให้ฉินเฟิงแรงเยอะแค่ไหน ยกทั้งสี่เครื่องก็มีหอบเหมือนกัน

เช่าอุปกรณ์เสร็จ ทั้งคู่ก็ไปซื้อน้ำมันดีเซลมาอีก 3 ถัง ถังละ 10 ลิตร รวมกับน้ำมันสำรองบนเรือ ก็น่าจะพอใช้

ระหว่างนั้นหลี่ซินเยว่แอบจดต้นทุนการวิดบ่อครั้งนี้ไว้ในใจ กะว่าพรุ่งนี้พอจับปลาได้ จะเอามาหักลบดูสิว่าสองแอ่งน้ำนั้นจะทำกำไรได้เท่าไหร่กันแน่!

จบตอนที่ 70

จบบทที่ ตอนที่ 69: ฉลามขาวจู่โจม / ตอนที่ 70: แอ่งน้ำบนเกาะโขดหิน

คัดลอกลิงก์แล้ว