- หน้าแรก
- ยิ่งอัปลักษณ์ยิ่งรวย หนทางสู่โคตรเศรษฐีของผม
- บทที่ 352 ภาพลักษณ์พังทลาย
บทที่ 352 ภาพลักษณ์พังทลาย
บทที่ 352 ภาพลักษณ์พังทลาย
เธออยากจะเอามือปิดหน้าตัวเองไว้ แต่คนรอบข้างมีเยอะมากจริงๆ แถมหน้าของเธอก็ใหญ่เกินไปจนปิดไม่มิดเลย
"แก นั่นแหละแก..."
เจ๊จว่ายชี้ไปที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อยู่ใกล้เธอที่สุด
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนนั้นทำหน้ามึนงง อดไม่ได้ที่จะมองซ้ายมองขวา จากนั้นถึงได้ชี้นิ้วเข้าหาจมูกตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"คุณกำลังพูดกับผมอยู่เหรอครับ?"
เจ๊จว่ายเงยหน้าขึ้นมองเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเจ้าของส่วนสูงร้อยแปดสิบเซนติเมตรคนนี้
"ก็แกนั่นแหละ ฉันให้ร้อยหยวน อุ้มฉันขึ้นไปบนเวทีที"
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนนั้นถึงกับหน้าทะมึน
"บ้าเอ๊ย คุณดูถูกใครกันเนี่ย?"
"ร้อยหยวน? คุณคิดว่าให้ทานขอทานอยู่หรือไง?"
วันนี้พวกเขาถูกเรียกตัวมาเฉพาะกิจ แค่ค่าแรงวันเดียวก็เกินสองร้อยหยวนแล้ว หากเลยเวลา พวกเขาก็ยังได้ค่าล่วงเวลาด้วย แถมถ้าเจอสถานการณ์พิเศษก็จะมีเงินบวกเพิ่มให้อีก
ค่าตัวของพวกเขาทั้งร้อยคนนี้ถือว่าสูงเอาเรื่อง พวกเขาล้วนเป็นชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ การจะรวบรวมคนให้ครบหนึ่งร้อยคนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ พวกเขาไม่เพียงรับงานรักษาความปลอดภัยเท่านั้น แต่บางครั้งยังไปเป็นนักแสดงประกอบด้วย
ส่วนสูงของพวกเขาก็อยู่ในเกณฑ์ไล่เลี่ยกันหมด บวกกับหน้าตาที่หล่อเหลา ค่าตัวของพวกเขาแต่ละครั้งอย่างต่ำก็ต้องสองร้อยกว่าหยวน หรือบางทีอาจทะลุไปถึงห้าร้อยหยวนด้วยซ้ำ
การที่เจ๊จว่ายควักเงินร้อยหยวนออกมาก็เหมือนกับการดูถูกพวกเขาชัดๆ
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยส่ายหน้า สีหน้าไม่แยแสแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยส่ายหน้า เจ๊จว่ายก็ถึงกับอึ้งไป
แกมันก็แค่รปภ. กระจอกๆ ทำไมถึงได้น่ารังเกียจเหมือนไอ้เย่ชิงนั่นเลย?
เจ๊จว่ายหันขวับไปมองเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อยู่ข้างๆ อีกคน แต่เจ้าหน้าที่คนนั้นไม่แม้แต่จะปรายตามองเจ๊จว่ายเลยด้วยซ้ำ เขาสะบัดหน้าหนีไปทันที
เจ๊จว่ายคนนี้ตอนอยู่บนโลกออนไลน์ดูเป็นคนใจป้ำมาก ชอบเอาเงินฟาดหัวคน แต่ทำไมในชีวิตจริงถึงได้ขี้งกขนาดนี้ล่ะ เสนอมาได้แค่ร้อยหยวน สมัยนี้เงินร้อยหยวนมันพอจะทำอะไรได้?
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนล้วนรู้สึกเหยียดหยามอยู่ในใจ
เย่ชิงยืนอยู่บนเวที ก้มมองเจ๊จว่ายที่มีสภาพทุลักทุเลอยู่ด้านล่าง สีหน้าของเจ๊จว่ายในยามนี้ดูไม่ได้เอาเสียเลย
เมื่อเห็นสตรีมเมอร์หน้าใหม่หลายคนรอบๆ กำลังไลฟ์สดอยู่ เธอก็รู้ตัวว่าตัวเองจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว ถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไป จะต้องถูกคนมากมายตั้งข้อสงสัยแน่ เธอกัดฟันแน่นแล้วชูสองนิ้วขึ้นมา
"สองร้อยหยวน ใครช่วยอุ้มฉันขึ้นไปบนเวทีได้บ้าง?"
พวกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพากันส่ายหน้า ไม่รู้สึกสนใจเลยสักนิด ถ้าเป็นคนสวยพวกเขาคงอุ้มไปแล้ว แต่ผู้หญิงคนนี้ดันหน้าตาทั้งแก่ทั้งขี้เหร่
แม้จะตัวเตี้ย แต่น้ำหนักก็คงไม่ใช่น้อยๆ แน่
ถ้าต้องอุ้มเธอขึ้นไปก็คงต้องฝืนทนกลั้นความสะอิดสะเอียนอย่างหนัก แถมยังจะต้องถูกชาวเน็ตตั้งมากมายเห็นอีก มันดูไม่งามเอาเสียเลย พวกเขายอมไม่หาเงินก้อนนี้ ดีกว่าต้องมาทนขายขี้หน้า หลายคนต่างก็คิดเช่นนี้เหมือนกันหมด
เจ๊จว่ายเห็นว่าทุกคนยังคงไร้การตอบสนอง ก็กัดฟันชูขึ้นมาสามนิ้ว
"สามร้อยหยวน"
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนที่อยู่ข้างๆ ยังคงนิ่งเฉย มองดูสภาพอันน่าเวทนาของเจ๊จว่าย
ผู้คนมากมายในห้องไลฟ์สดต่างก็พากันอึ้งไปตามๆ กัน พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าเจ๊จว่ายในชีวิตจริงจะขี้งกได้ขนาดนี้ ขยับราคาเพิ่มขึ้นทีละร้อยเนี่ยนะ
ปกติเจ๊จว่ายในคลิปวิดีโอพวกนั้นมักจะควักเงินพันหยวนออกมาแจกจ่ายอย่างง่ายดาย บางทีพอเห็นคนยากจนก็จะควักเงินหมื่นหยวนออกมาช่วยเหลือทันที แล้วตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย?
[นี่ใช่เจ๊จว่ายที่เราเห็นในคลิปบ่อยๆ หรือเปล่าเนี่ย? ทำไมตอนนี้ไม่เห็นจะดูหยิ่งผยองเหมือนชื่อเลยล่ะ?]
[สามร้อยหยวน นี่ให้ทานขอทานอยู่หรือไง? เจ๊จว่ายเป็นคนแบบนี้ไปได้ยังไงกัน?]
[หรือว่าคลิปสั้นพวกนั้นจะเป็นของปลอมทั้งหมด?]
[เคยมีบล็อกเกอร์ออกมาแฉนะว่าคลิปที่เจ๊จว่ายถ่ายดูเหมือนจะเป็นการจัดฉากทั้งหมด]
[บางทีอาจจะจัดฉากจริงๆ ก็ได้]
[อ้าว...]
[เดิมทีฉันยังนับถือเจ๊จว่ายมากที่ใจกว้างเป็นพิเศษ คอยดูแลคนยากจนเป็นอย่างดี แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะจัดฉากหลอกกัน]
[นี่มันไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ]
[อย่าพูดซี้ซั้วนะ เจ๊จว่ายจะเป็นคนแบบนั้นได้ยังไง เธอเป็นไอดอลของฉันมาตลอดเลยนะ]
[พวกคุณกำลังใส่ร้ายเธอนะ]
[พวกแกมันแฟนคลับปลอม]
มีคนโจมตีก็ย่อมมีคนออกโรงปกป้องเป็นธรรมดา
"ห้าร้อย ฉันให้ห้าร้อย"
เจ๊จว่ายตะโกนลั่น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ เริ่มจะเอนเอียงในทันที ขณะที่เขากำลังจะก้าวออกไป ก็ถูกเพื่อนที่อยู่ข้างๆ ดึงตัวเอาไว้เสียก่อน
เพื่อนคนนั้นส่ายหน้าให้เขา ส่วนคนอื่นๆ ก็ยังคงยืนนิ่งไม่ขยับ
เย่ชิงที่อยู่บนเวทีก็เตรียมราดน้ำมันเข้ากองไฟเช่นกัน
"ทุกคนเห็นแล้วนะครับว่าตอนนี้เจ๊จว่ายมาถึงใต้เวทีแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอจะขึ้นมาบนเวทีได้เมื่อไหร่?"
"มาครับ ทุกคนหันกล้องไปทางเจ๊จว่ายกันเถอะ มาดูกันว่าเธอจะขึ้นเวทีได้เมื่อไหร่"
"เจ๊จว่าย ไม่ใช่ผมจะว่าคุณนะ มาช้าป่านนี้ ถือว่าคุณมาสายแล้วนะครับ แต่ตอนนี้อุตส่าห์มาถึงใต้เวทีแล้วกลับไม่ยอมขึ้นมาเสียที นี่คุณหมายความว่ายังไงกันแน่ครับ?"
"รีบขึ้นมาสิครับ คุณจะปล่อยให้เพื่อนๆ ชาวเน็ตและคนที่มาร่วมงานทุกคนต้องรอเก้อหรือไง?"
"ให้เวลาคุณอีกสองนาที ถ้าคุณยังไม่ขึ้นมา เดิมพันของเราก็ถือเป็นอันยกเลิก"
เจ๊จว่ายร้อนรนจนเหงื่อซึมเต็มหน้าผาก
เธอก็รู้ว่าเย่ชิงกำลังหักหน้าเธอ กำลังใช้แผนยั่วโมโหเธออยู่ แต่เธอก็ไม่มีปัญญาทำอะไรได้เลยจริงๆ
เป็นเพราะส่วนสูงของเธอมันเตี้ยเกินไป แม้ว่าเวทีนี้จะไม่ได้สูงมากมายอะไรนัก ถ้าเปลี่ยนเป็นผู้ใหญ่คนอื่นก็คงปีนขึ้นไปได้แล้ว แต่ข้อจำกัดเรื่องส่วนสูงทำให้เธอพยายามแค่ไหนก็ปีนไม่ขึ้น แขนเอื้อมถึงขอบเวทีก็จริง แต่การจะดึงตัวเองขึ้นไปทั้งตัวนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อีกทั้งเธอก็ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเป็นประจำด้วย
เธอแอบเคียดแค้นไอ้หมอเย่ชิงอยู่ในใจ ทำไมมันไม่ทำบันไดไว้ด้านข้างบ้างวะ?
แน่นอนว่านี่คือสิ่งที่เย่ชิงจงใจทำ เขาต้องการให้เกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้น ด้านหลังของพวกเขามีบันไดอยู่ก็จริง แต่ต้องเดินเข้ามาทางร้านชานมเท่านั้น ส่วนฝั่งอื่นๆ ไม่มีบันไดเลยแม้แต่น้อย
เจ๊จว่ายถอนหายใจอย่างจนปัญญา ก่อนจะชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว
"หนึ่งพันหยวน ใครอุ้มฉันขึ้นไปได้ฉันให้เลยหนึ่งพันหยวน"
คราวนี้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนที่อยู่รอบๆ เริ่มรู้สึกหวั่นไหวกันถ้วนหน้า
นั่นมันตั้งหนึ่งพันหยวนเชียวนะ เทียบเท่ากับรายได้หลายวันของพวกเขาเลย มีหลายคนกำลังจะก้าวเข้าไปแต่ก็ถูกเพื่อนที่อยู่ข้างๆ ดึงตัวเอาไว้อีกแล้ว
พวกเขากำลังรอ รอให้เจ๊จว่ายเสนอราคาที่สูงกว่านี้ เจ๊จว่ายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง หลายคนในที่นี้ต่างก็เคยดูคลิปวิดีโอของเธอ เธอไม่มีทางมีปัญญาควักเงินออกมาได้แค่นั้นแน่
ในคลิปวิดีโอ เงินหนึ่งถึงสองหมื่นหยวนอยู่ตรงหน้าเจ๊จว่ายก็ไม่ต่างอะไรกับเศษกระดาษ โยนทิ้งส่งๆ ได้อย่างง่ายดาย พวกเขาไม่เชื่อหรอกว่าเจ๊จว่ายจะไม่ยอมจ่ายเงินเยอะขนาดนั้น
"เจ๊จว่าย ถ้าคุณอยากจะขึ้นไปก็ต้องแสดงความจริงใจหน่อยสิครับ คลิปที่คุณถ่ายพวกนั้นน่ะเล่นเอาคนตะลึงไปเลยนะ"
"พวกเราช่วยคุณขึ้นไป มันมีค่าแค่หนึ่งพันหยวนเองเหรอ?"
"หรือว่าฐานะอย่างคุณจะคู่ควรกับเงินแค่พันเดียว? คุณไม่ตีค่าตัวเองต่ำไปหน่อยหรือไง!"
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหัวหมอบางคนเริ่มใช้แผนยั่วยุบ้างแล้ว เจ๊จว่ายถึงกับจุกจนพูดไม่ออก เธอหาเหาใส่หัวตัวเองแท้ๆ
เธอได้แต่ยิ้มขื่นออกมา ตอนนั้นเป็นเพราะคลิปวิดีโอพวกนั้นที่เธอถ่ายไว้ทำให้คนอื่นติดภาพจำว่าเธอคือมหาเศรษฐี สามารถโยนเงินหนึ่งถึงสองหมื่นหยวนทิ้งได้อย่างง่ายดาย หากเธอควักเงินออกมาแค่หลักร้อยหรือแค่หนึ่งพันหยวน ก็เหมือนกับการดูถูกคนอื่น
ภาพลักษณ์ของเธอคือแบบนั้นแหละ พอเห็นคนลำบากก็ต้องใช้เงิน ต้องเปย์เงินให้มากกว่าปกติ