- หน้าแรก
- ยิ่งอัปลักษณ์ยิ่งรวย หนทางสู่โคตรเศรษฐีของผม
- บทที่ 304 แผนการร้ายของเฝิงเซียวเซียว
บทที่ 304 แผนการร้ายของเฝิงเซียวเซียว
บทที่ 304 แผนการร้ายของเฝิงเซียวเซียว
นี่เป็นโอกาสในการลงมือปฏิบัติจริงที่ดีมากๆ
อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่เย่ชิงสร้างขึ้นมาเพื่อเธอ
ความรู้สึกที่ฟางจือเซี่ยมีต่อเย่ชิงอยู่ภายในใจนั้น มันยากที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้อย่างแท้จริง
ในตอนนั้นเย่ชิงให้ความช่วยเหลือเธอไว้มาก
แถมเธอยังมองว่าเย่ชิงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอด้วย
มีอยู่ช่วงหนึ่งเธอถึงกับรู้สึกชอบเย่ชิงมากๆ เลยทีเดียว
เพียงแต่เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรกับเย่ชิงเลยแม้แต่น้อย
จึงได้แต่ฝังความรู้สึกชอบพอนี้เอาไว้ลึกสุดใจมาโดยตลอด
เย่ชิงเป็นผู้ชายที่ทุ่มเททำเพื่อเธอด้วยความจริงใจ
แล้วในใจของเธอจะไม่รู้สึกซาบซึ้งใจได้อย่างไร?
นอกเหนือจากความรู้สึกขอบคุณแล้ว สิ่งที่เธอมีต่อเย่ชิงก็คือความรู้สึกชอบอย่างสุดซึ้ง
ฟางจือเซี่ยเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเย่ชิงดูเหมือนจะกลายมาเป็นที่พึ่งพิงหลักของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่
มีหลายเรื่องเลยที่เธออยากจะลองถามความเห็นของเย่ชิงดูก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ
สำหรับการลงทุนที่มีความเสี่ยงของเย่ชิง ภายในใจของเธอก็ยังคงมีความลังเลอยู่บ้าง
ถึงยังไงถ้าเธอขาดทุนก็ยังไม่เป็นไร
แต่เธอไม่อยากให้เย่ชิงต้องมาขาดทุนไปด้วย
ท้ายที่สุดแล้วเย่ชิงก็มีความสำคัญภายในใจของเธอเป็นอย่างมาก
คนอัปลักษณ์อย่างเธอนั้นไม่มีคุณสมบัติที่จะไปชอบใครได้เลย
แต่พอได้คลุกคลีใกล้ชิดกับเย่ชิงเป็นเวลานาน
ฟางจือเซี่ยจะไม่รู้สึกหวั่นไหวได้อย่างไร?
แม้เย่ชิงจะไม่ได้หล่อเหลาเป็นพิเศษ แต่แววตาของเขากลับสว่างสดใสเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่เธอต้องเผชิญกับความยากลำบากที่สุด เขากลับมอบกำลังใจอันยิ่งใหญ่ให้กับเธอ
หากจะบอกว่าความสำเร็จในวันนี้ เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ล้วนเป็นความดีความชอบของเย่ชิง
นั่นก็ไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย
ฟางจือเซี่ยเองก็เข้าใจในจุดนี้อย่างลึกซึ้ง
เธอและเย่ชิงไม่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพังมานานมากๆ แล้ว
เธอคิดไม่ถึงเลยว่าเย่ชิงจะส่งข้อความมาหาเพื่อนัดให้เธอเดินทางกลับมหาวิทยาลัยด้วยกันในคืนนี้
ตอนที่ได้เห็นข้อความ
หัวใจของเธอก็เต้นแรงไม่เป็นส่ำ
ใบหน้าก็อดไม่ได้ที่จะแดงระเรื่อขึ้นมา
ฟางจือเซี่ยกำลังเฝ้ารอคอยภาพเหตุการณ์ที่จะได้เดินทางกลับมหาวิทยาลัยไปพร้อมกับเย่ชิงหลังจากเลิกงานในคืนนี้
……
เฝิงเซียวเซียวและหวังจิง สองสาวผิดใจกันอีกแล้ว
ครั้งก่อนเป็นเพราะอยากจะวางแผนใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงสองคนอย่างหลี่เยี่ยนและฟางจือเซี่ย
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะต้องเสียทั้งขึ้นทั้งล่อง
พวกเธอทั้งสองคนไม่เพียงแต่ต้องเสียหน้า
แถมยังไม่มีที่ยืนในมหาวิทยาลัยอีกต่อไปแล้ว
ที่สำคัญที่สุดก็คือพวกเธอต้องเสียเงินไปตั้งมากมาย
เพื่อนร่วมชั้นมากมายขนาดนั้น คนละสามร้อยหยวน พวกเธอสองคน...
ต้องเอาเงินเก็บตลอดหลายปีที่ผ่านมาจ่ายชดเชยออกไปจนหมด
แล้วยังต้องไปกู้ยืมเงินออนไลน์มาอีกจำนวนหนึ่ง
ถึงสามารถดับความโกรธเกรี้ยวของบรรดาเพื่อนร่วมชั้นเหล่านั้นลงได้ในที่สุด
และนี่ก็ทำให้สถานะทางการเงินของพวกเธอทั้งสองคนยิ่งเลวร้ายลงไปอีก
ทั้งสองคนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก
แถมยังมาทะเลาะกันใหญ่โตเพราะเรื่องนี้ ถึงขั้นลงไม้ลงมือกันเลยทีเดียว
หลังจากนั้นพวกเธอทั้งสองคนก็ไม่พูดจากันอีกเลย
ราวกับเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันก็ไม่ปาน
หวังจิงไม่อยากจะร่วมมือทำอะไรกับผู้หญิงอย่างเฝิงเซียวเซียวอีกแล้ว
เพราะผู้หญิงคนนี้มักจะชอบออกไอเดียแย่ๆ อยู่เสมอ
เฝิงเซียวเซียวรู้สึกเจ็บใจเป็นอย่างมาก
เธอกำลังคิดหาโอกาสที่จะกลับไปแก้แค้นผู้หญิงอย่างหลี่เยี่ยนและฟางจือเซี่ยอีกสักครั้ง
เธอไม่รู้เลยว่าผู้หญิงสองคนนี้ไปเอาเงินลงทุนมากมายขนาดนี้มาจากไหน?
แต่ตัวตลกสองคนที่เธอเคยมองข้ามในตอนนั้น
ตอนนี้กลับได้ดิบได้ดี ภายในใจของเธอจึงรู้สึกไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
เมื่อนึกถึงตอนนั้นที่มีเพื่อนร่วมชั้นตั้งมากมายทอดทิ้งพวกเธอสองคน แล้วหันไปประจบประแจงหลี่เยี่ยนแทน
ภายในใจของเธอก็ยิ่งรู้สึกย่ำแย่ถึงขีดสุด
ช่วงหลายวันมานี้เฝิงเซียวเซียวยังคงเดินป้วนเปี้ยนอยู่บริเวณด้านนอกร้านชานมแฟลกชิปแห่งนี้มาโดยตลอด
ก็เพียงเพราะอยากจะหาโอกาส
เธอรู้ดีว่าคนที่สามารถลงทุนด้วยจำนวนเงินมหาศาลขนาดนี้ได้จะต้องมีความสามารถในระดับหนึ่งอย่างแน่นอน
ดังนั้นเธอจึงไม่ได้ผลีผลามลงมือทำอะไร
เธอสะกดรอยตามผู้หญิงสองคนอย่างหลี่เยี่ยนและฟางจือเซี่ย
คิดหาหนทางว่าจะใช้วิธีไหนมาแก้แค้นสองคนนี้ดี?
ครั้งก่อนที่อยากจะทำลายร้านชานมแห่งนี้ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่าไปแล้ว
ตอนนี้ปริมาณลูกค้าของร้านชานมมีความมั่นคงเป็นอย่างมาก
อีกทั้งชื่อเสียงแบบปากต่อปากก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ
การจะใช้วิธีการแบบนั้นก็คงจะไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว
เธอสะกดรอยตามอยู่หลายวัน
ก็พบว่าทุกครั้งที่พวกเขากลับมา
ก็มักจะอยู่ด้วยกันกับผู้ชายสองสามคนนั้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสวี่ฮว๋าที่เมื่อก่อนเคยเป็นคนตามจีบเธอด้วยซ้ำ
เฝิงเซียวเซียวถึงกับสงสัยว่าร้านชานมแห่งนี้น่าจะเป็นสิ่งที่สวี่ฮว๋าลงทุนสร้างขึ้นมา
เธอรู้สึกเสียใจจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว
รู้อย่างนี้เธอน่าจะคบกับสวี่ฮว๋าและไม่ไปหาเว่ยเฉียงคนนั้นตั้งแต่แรกก็ดีหรอก
เดิมทีคิดว่าเว่ยเฉียงเป็นทายาทเศรษฐีรุ่นที่สองและที่บ้านก็มีเงินมากๆ
ใครจะไปรู้ล่ะว่าสุดท้ายแล้วคนที่มีเงินกลับเป็นสวี่ฮว๋าไปซะได้
จนกระทั่งตอนนี้เฝิงเซียวเซียวยังคงคิดว่าสวี่ฮว๋าเป็นทายาทเศรษฐีระดับซูเปอร์
เพียงแต่สวี่ฮว๋าวางตัวแบบเรียบง่ายและไม่อยากทำตัวโดดเด่นเป็นพิเศษก็เท่านั้น
หากปล่อยให้สวี่ฮว๋ารู้เรื่องนี้เข้าจะต้องหัวเราะก๊ากออกมาอย่างแน่นอน
เพราะเขาไม่ใช่ทายาทเศรษฐีอะไรทั้งนั้น
จริงๆ แล้วคนที่มีเงินตัวจริงก็คือเย่ชิงต่างหาก
แต่เฝิงเซียวเซียวไม่มีทางเข้าถึงข้อมูลในระดับนี้ได้เลย
เธอรู้ดีว่าเรื่องระหว่างเธอกับสวี่ฮว๋ามันเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว
ชื่อเสียงของเธอได้พังป่นปี้ไปหมดแล้ว
ไม่มีผู้ชายคนไหนอยากจะคบหากับเธออีก
เดิมทีทุกคนก็แทบจะลืมเลือนเรื่องราวในวันนั้นไปจนหมดสิ้นแล้ว
แต่หลังจากที่เกิดเรื่องของร้านชานมในครั้งก่อน
ชื่อเสียงของเฝิงเซียวเซียวและหวังจิงสองคนนี้ก็กลับมาโด่งดังกระฉ่อนอีกครั้ง
โดยเฉพาะเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่ยิ่งรู้สึกรังเกียจพวกเธอทั้งสองคนหนักเข้าไปใหญ่
หลังจากเฝ้าสังเกตการณ์มาหลายวันก็ยังไม่พบจุดอ่อนของทั้งสองคนเลย
หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จ เฝิงเซียวเซียวก็มาโผล่อยู่ที่บริเวณใกล้ๆ กับร้านชานมอีกครั้ง
จนกระทั่งเวลาสามทุ่มตรง
ถึงได้พบว่าหลี่เยี่ยนและกัวไห่หลงแฟนหนุ่มของเธอ
ทั้งสองคนกำลังเดินพูดคุยหัวเราะกันออกมาจากร้านชานม
เมื่อมองดูท่าทางอันแสนสนิทสนมของคนทั้งคู่
เฝิงเซียวเซียวก็รู้สึกอิจฉาตาร้อนเป็นอย่างยิ่ง
"นังสารเลวหลี่เยี่ยน"
"ถ้าหาโอกาสได้เมื่อไหร่ ฉันจะต้องเอาคืนแกให้สาสมเลยคอยดู"
จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่พบจุดอ่อนของหลี่เยี่ยนเลยแม้แต่น้อย
ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและกัวไห่หลงก็ยังคงมั่นคงเป็นอย่างมาก
หากอยากจะทำลายความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็ดูจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย
เมื่อมองดูคนทั้งสองเดินจากไปจนลับสายตา
เฝิงเซียวเซียวก็โกรธแค้นจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
เธอกระทืบเท้าด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะกลับเข้าไปซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความมืดมิดอีกครั้ง
เธอรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง
ปกติแล้วพวกหลี่เยี่ยนหลายๆ คนมักจะออกมาพร้อมๆ กัน
วันนี้ไม่รู้ว่าเป็นอะไร จู่ๆ ถึงได้ออกมาแค่สองคน
ในเวลานั้นเอง ก็มีผู้ชายคนหนึ่งที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีเดินออกมาจากร้านชานม
สวี่ฮว๋าเดินเข้ามาด้วยท่าทีไม่รีบร้อน
หัวใจของเฝิงเซียวเซียวพลันกระตุกวูบ
เธอก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าสองก้าว
ทว่าหลังจากนั้นเธอก็ส่ายหัว
ชื่อเสียงของเธอพังป่นปี้ไปหมดแล้ว
สวี่ฮว๋าจะต้องไม่อยากเจอหน้าเธออีกเป็นแน่
พวกเขาทั้งสองคนก็ไม่มีโอกาสที่จะกลับมาคบกันได้อีกแล้ว
เฝิงเซียวเซียวยังพอมีสติหลงเหลืออยู่บ้าง
เธอมองเห็นสวี่ฮว๋าเดินขึ้นรถ SUV ไปจากที่ไกลๆ
หลังจากสตาร์ทรถ สวี่ฮว๋าก็ขับรถจากไป
เฝิงเซียวเซียวกระทืบเท้าด้วยความหงุดหงิด ใบหน้าเต็มไปด้วยความอึดอัดใจ
ไพ่ในมือดีๆ แท้ๆ กลับถูกเธอเล่นซะจนพังยับเยินไปหมด
เดิมทีในตอนนั้นสวี่ฮว๋าเคยเป็นพวกตามตื๊อเธอ
ตามจีบเธออย่างเอาเป็นเอาตาย
แต่เธอไม่ได้เห็นสวี่ฮว๋าอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าสุดท้ายแล้วทายาทเศรษฐีที่มีเงินกลับกลายเป็นสวี่ฮว๋าไปซะได้
ทว่าทุกความรู้สึกเสียใจในตอนนี้มันก็สายเกินไปแล้ว
รออยู่ประมาณสิบนาที
บุคคลคุ้นหน้าคุ้นตาสองคนก็มาปรากฏตัวอยู่ที่บริเวณหน้าร้านชานม
ฟางจือเซี่ยและเย่ชิงค่อยๆ เดินออกมา
ทั้งสองคนไม่ได้มีท่าทีเหมือนคู่รักที่กำลังอินเลิฟกันเลย
ตอนที่เดินก็ยังเว้นระยะห่างออกจากกันซะตั้งไกล
เมื่อเห็นคนทั้งสองเดินออกมา เฝิงเซียวเซียวก็รู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง
หมอนี่อย่างเย่ชิงไม่ค่อยได้มาที่ร้านชานมสักเท่าไหร่
โดยเฉพาะการเลิกงานดึกขนาดนี้
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เธอได้มาเจอเย่ชิงตอนเลิกงานในเวลาสามทุ่มตรง
จู่ๆ ดวงตาของเฝิงเซียวเซียวก็เป็นประกายขึ้นมา
"นี่ไม่ใช่ว่ามันเป็นวัตถุดิบชั้นดีเลยงั้นเหรอ?"
"ยัยอัปลักษณ์กำลังมีความรักกับผู้ชายเนี่ยนะ"