- หน้าแรก
- ยิ่งอัปลักษณ์ยิ่งรวย หนทางสู่โคตรเศรษฐีของผม
- บทที่ 253 ยิ่งคนเยอะก็ยิ่งดี
บทที่ 253 ยิ่งคนเยอะก็ยิ่งดี
บทที่ 253 ยิ่งคนเยอะก็ยิ่งดี
"ฮว๋าจื่อ นายรีบลงไปดูข้างล่างหน่อย ว่าตกลงมันเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมจู่ๆ ถึงมีคนโผล่มาเยอะขนาดนี้?"
สวี่ฮว๋าพยักหน้า เขารู้ดีว่าเรื่องนี้รอช้าไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นคนก็มารวมตัวกันเยอะเกินไปแล้ว ในใจของเขาก็รู้สึกหวั่นวิตกขึ้นมา
เดิมทีการเปิดร้านของพวกเขา ยิ่งมีคนมาเยอะก็ยิ่งเป็นผลดีกับพวกเขา แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าจะมากันเยอะขนาดนี้
สี่แยกถูกปิดตายไปหมดแล้ว ด้านล่างมีแต่คนอัดแน่นจนเห็นแต่หัวมืดฟ้ามัวดิน สถานการณ์คนเบียดคนได้เกิดขึ้นแล้ว
คนเยอะขนาดนี้ หากเกิดเหตุการณ์เหยียบกันตายขึ้นมา พวกเขาไม่มีทางรับผิดชอบไหวแน่
……
หวังเหว่ย เว่ยเฉียง และไป๋เสวี่ยเฟย
พวกเขาทั้งสามคนยืนอยู่ตรงมุมข้างๆ กำลังเบิกตากว้างอ้าปากค้างมองดูผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างมืดฟ้ามัวดิน
"พระเจ้าช่วย ทำไมคนถึงเยอะขนาดนี้?"
"หรือว่าจะเป็นเพราะการโปรโมทของพวกเราเมื่อวานนี้เหรอ?"
ทั้งสามคนเองก็ถึงกับตกตะลึงไปเลย
ต่อให้เป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยของพวกเขาจัดงานแสดงศิลปวัฒนธรรมตามปกติ ก็ยังไม่มีทางเจอคนเยอะขนาดนี้เลย
ถนนคนเดินแห่งนี้ถือว่ากว้างขวางมากแล้ว และตรงนี้ก็ยังเป็นสี่แยกอีก
แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น มันก็ยังเต็มไปด้วยผู้คน พวกเขาถูกเบียดให้มาอยู่ในมุมนี้จนออกไปไม่ได้เลย
"เยี่ยมไปเลย ยิ่งคนมาเยอะ ร้านของพวกเขาก็ยิ่งขาดทุนเยอะ"
หวังเหว่ยกำหมัดแน่น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนยินดีและความสะใจที่ได้แก้แค้น
คิดถึงตอนนั้นที่โรงยิม เขาได้รับความอัปยศอย่างหนัก แต่ตอนนี้เขาอยากจะเห็นนักว่าร้านชานมของเย่ชิงร้านนี้ จะพังทลายลงมายังไง
วันแรกที่เปิดกิจการก็เจอคนเยอะขนาดนี้แล้ว
ต่อให้จะเป็นแค่การแห่กันมากอบโกยของฟรี ก็คงทำให้เขาต้องขาดทุนไปไม่น้อยแน่
"เย่ชิง ฉันอยากจะดูนัก ว่าแกจะมีเงินให้ขาดทุนสักเท่าไหร่กันเชียว?"
"ฮ่าฮ่าฮ่า..."
เว่ยเฉียงอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอ ผู้คนรอบๆ มารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ ในใจของเขาก็เริ่มรู้สึกสับสนวุ่นวาย
"พี่หวัง คนเยอะขึ้นเรื่อยๆ แล้ว มันจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นไหมครับ?"
หวังเหว่ยส่ายหน้า พร้อมกับพูดด้วยสีหน้ารังเกียจเหยียดหยาม
"เกิดเรื่องขึ้นก็ยิ่งดีสิ ความรับผิดชอบทั้งหมดเป็นของเย่ชิงอยู่แล้ว"
ดวงตาของเว่ยเฉียงก็เป็นประกายขึ้นมา
หวังเหว่ยพูดได้ถูกต้องทีเดียว ถ้าหากเกิดเรื่องขึ้น ย่อมหนีไม่พ้นความรับผิดชอบของร้านชานมของพวกเขาอย่างแน่นอน
"พวกเราสามคนก็หลบอยู่ในมุมนี้แหละ อย่าออกไปนะ"
"คนเยอะขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ถ้าหากเกิดเหตุการณ์เหยียบกันตายขึ้นมา คงจะยุ่งยากแน่"
เว่ยเฉียงเอ่ยเตือนพวกเขาทั้งสองคน
ไป๋เสวี่ยเฟยเองก็มีสีหน้าที่ไม่ได้ใส่ใจอะไร มุมที่พวกเขาอยู่นี้ถือว่ากว้างขวางทีเดียว
แม้ว่าบริเวณโดยรอบจะถูกปิดกั้นจนน้ำแทบจะไหลผ่านไม่ได้แล้วก็ตาม
แต่พวกเขาไม่ได้รีบร้อนอะไร ขอแค่รอให้คนพวกนี้แยกย้ายกันไปหมด พวกเขาก็สามารถกลับไปได้แล้ว
"ทางที่ดีก็ขอให้เกิดเรื่องขึ้นมาเลย เย่ชิงจะได้ต้องรับผิดชอบจนอ่วม"
"ดีไม่ดีร้านชานมของเขาอาจจะเจ๊งตั้งแต่วันแรกที่เปิดกิจการเลยก็ได้"
"แบบนั้นสิถึงจะน่าสนุก"
ไป๋เสวี่ยเฟยเองก็คิดไม่ถึงว่าการโปรโมทที่พวกเขาปล่อยออกไป จะได้ผลตอบรับที่ดีขนาดนี้
เดิมทีก็เป็นเพียงแค่การถ่ายคลิปวิดีโอสั้นๆ เพื่อโปรโมทเท่านั้น ใครจะไปรู้ว่ามันจะถูกส่งต่อกันไปปากต่อปาก จากสิบเป็นร้อย จนสร้างความฮือฮาได้ใหญ่โตขนาดนี้
นักศึกษาในเมืองมหาวิทยาลัยมีเยอะมาก รวมๆ กันแล้วก็มีหลายหมื่นคน
ตอนนี้ถนนคนเดินถูกปิดตายจนมืดฟ้ามัวดินไปหมดแล้ว ทั้งหมดนี้ก็เพื่อร้านชานมแห่งนี้
……
เฝิงเซียวเซียวกับหวังจิงสองคนพากลุ่มเพื่อนร่วมชั้นมาถึงบนถนนคนเดินตั้งแต่เช้าตรู่
แต่หลังจากที่พวกเขามาถึงถนนคนเดินก็ถึงกับอึ้งไปเลย ที่นี่มีคนมารวมตัวกันมากมายอยู่แล้ว
หวังจิงและเฝิงเซียวเซียวสองคนมองซ้ายมองขวาบนถนนคนเดิน อยากจะดูว่ามีร้านชานมเล็กๆ ร้านไหนกำลังเปิดกิจการ
แต่ที่นี่ผู้คนมากมายมหาศาล ไหล่เบียดไหล่ จนแทบจะขยับเท้าไม่ได้เลยจริงๆ
เดินตามฝูงชนไปข้างหน้าอยู่เป็นชั่วโมง ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงสี่แยกหน้าประตูของร้านชานมที่มีลักษณะเหมือนห้างสรรพสินค้าสามชั้นขนาดใหญ่
คนที่มามุงดูที่นี่เยอะเกินไปแล้ว
เดิมทีนักศึกษาที่พวกเขาพามาก็เยอะพอสมควรแล้ว
แต่คนที่นี่เยอะกว่าที่พวกเขาจินตนาการไว้มาก ระหว่างทางเมื่อกี้ ทุกคนก็กระจัดกระจายกันไปหมดแล้ว
พวกเขาไม่สามารถจัดกลุ่มกันได้อีกเลย
ตลอดทางที่เดินมา พวกเขาไม่พบเลยว่ามีร้านชานมเล็กๆ ร้านไหนเปิดกิจการอยู่
เพื่อนนักศึกษาหลายคนที่อยู่ข้างๆ ก็เอาแต่ถามย้ำซ้ำๆ อยู่ตลอด
"ร้านชานมที่หลี่เยี่ยนเปิด ตกลงมันอยู่ที่ไหนกันแน่?"
"เฝิงเซียวเซียว หวังจิง พวกเธอสองคนรู้หรือเปล่าเนี่ย?"
ทั้งสองคนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ตอนนั้นหลี่เยี่ยนไม่ได้บอกพวกเธอเลยด้วยซ้ำ ว่าที่อยู่ของร้านชานมนั้นอยู่ที่ไหน
"พวกเขาแค่บอกพวกเราว่าร้านชานมเปิดอยู่บนถนนคนเดิน แต่ตำแหน่งที่แน่ชัด พวกเราก็ไม่รู้เหมือนกัน"
"พวกเธอเป็นคนบอกให้พวกเรามาที่นี่ไม่ใช่เหรอ?"
"พวกเราสองร้อยกว่าคนมาเป็นเพื่อนพวกเธอเพื่อมาเดินเล่นงั้นเหรอ?"
"พวกเธอสองคนจะไร้ความรับผิดชอบเกินไปแล้วนะ"
"ฉัน... พวกเรา..."
ทั้งสองคนถึงกับพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงดี
แม้จะถูกฝูงชนเบียดจนกระจัดกระจายไปหลายคน แต่รอบๆ ตัวพวกเธอก็ยังมีเพื่อนร่วมชั้นอีกหลายสิบคนที่ยังคงตามพวกเธอมา
วันนี้พวกเขาตั้งใจมาเพื่อลิ้มรสชานมฟรี แต่ก็คิดไม่ถึงว่าจะต้องมาเจอคลื่นฝูงชนมหาศาลแบบนี้
เมื่อกี้ต้องเบียดกันมาเป็นชั่วโมง ความหงุดหงิดในใจของทุกคนก็สะสมมามากพออยู่แล้ว
"พวกเธอรีบโทรหาพวกหลี่เยี่ยนเพื่อถามหน่อยสิ ว่าร้านนั้นตกลงมันอยู่ที่ไหน พวกเราไม่อยากเบียดอยู่ที่นี่อีกแล้วนะ"
ชื่อเสียงของทั้งสองคนพังป่นปี้ไปตั้งนานแล้ว เดิมทีพวกผู้ชายที่เคยสุภาพกับพวกเธอเป็นอย่างมาก ในตอนนี้ท่าทีที่มีต่อพวกเธอก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ
ตอนนั้นทั้งสองคนถือเป็นคนดังในมหาวิทยาลัย เพราะความสวยงาม ทำให้มีผู้ชายหลายคนตามจีบ และกลายเป็นนางฟ้าในใจของหนุ่มๆ หลายคน
แต่ใครจะไปคิดว่าผู้หญิงสองคนนี้กลับทำเรื่องสกปรกโสมมถึงเพียงนี้ แปดเปื้อนจนแทบจะดูไม่จืด
ผู้ชายหลายคนถ้าไม่ใช่เพราะจะมากินชานมฟรีที่นี่ พวกเขาก็คงไม่มาหรอก
แต่ตอนนี้ผู้หญิงสองคนนี้กลับทำให้เกิดเรื่องบ้าบอแบบนี้ขึ้นมา ความโกรธแค้นในใจของพวกเขาจึงไม่อาจระงับได้อีกต่อไป
"พวกเธอสองคนรู้หรือเปล่าว่าร้านชานมอยู่ตรงไหน? ถ้ายังไม่บอกพวกเราอีก"
"เพื่อนนักศึกษาอย่างพวกเราจะไม่ยอมแน่"
ผู้ชายหลายคนก็เข้าไปล้อมเฝิงเซียวเซียวและหวังจิงผู้หญิงทั้งสองคนเอาไว้ทันที
เมื่อรู้ถึงความสกปรกโสมมของผู้หญิงสองคนนี้ ผู้ชายหลายคนจึงพยายามรักษาระยะห่างจากพวกเธอให้มากที่สุด
เมื่อมองดูแววตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจของผู้ชายเหล่านี้ เฝิงเซียวเซียวและหวังจิงก็รู้สึกขมขื่นในใจเป็นอย่างมาก
ถ้าหากไม่เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นเมื่อตอนนั้น พวกเธอสองคนก็คงยังเป็นนางฟ้าของห้องเรียน
ถ้าออกมาก็คงจะได้รับการดูแลจากหนุ่มๆ หลายคน
แต่ตอนนี้ ผู้ชายพวกนี้ไม่เพียงแต่จะไม่ดูแลพวกเธอแล้ว ยังมากดดันพวกเธออีกด้วย
นั่นทำให้พวกเธอรู้สึกแย่มากๆ โดยเฉพาะพวกผู้ชายที่เคยตามเอาอกเอาใจเป็นอย่างดีในตอนนั้น ตอนนี้ท่าทีกลับเปลี่ยนไปแบบร้อยแปดสิบองศา
พวกเขาไม่ได้สนใจอีกต่อไปแล้วว่าผู้หญิงสองคนนี้จะหน้าตาสวยหรือไม่
ในสายตาของพวกเขา ผู้หญิงสองคนนี้ก็เหมือนกับขยะที่ถูกคนโยนทิ้งลงบนพื้น
ต่อให้แค่เหยียบลงไป พวกเขาก็ยังรู้สึกว่าฝ่าเท้าของตัวเองจะสกปรกเลย
เฝิงเซียวเซียวรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา