- หน้าแรก
- สุดขอบดาราวิถีเซียนข้ามจักรวาล
- บทที่ 400 พันธสัญญาใหม่บั่นผู้ไร้เทียมทาน
บทที่ 400 พันธสัญญาใหม่บั่นผู้ไร้เทียมทาน
บทที่ 400 พันธสัญญาใหม่บั่นผู้ไร้เทียมทาน
"ดูเหมือนว่าจะเกี่ยวกับคนชื่อหวังเซวียนนะ"
ในที่สุด เขาก็ได้ยินข่าวที่แน่ชัดบางส่วน แต่มันกลับยิ่งทำให้เขาร้อนรุ่มกระวนกระวายใจยิ่งกว่าเดิม หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากคอหอย
หวังเซวียนก้มหน้าลง และพบว่ามือทั้งสองข้างกำลังสั่นเทาเล็กน้อย หากพ่อแม่ถูกเจิ้งจอมบ้าคลั่งฆ่าตายไปจริงๆ เขาจะเอาอะไรไปกอบกู้คืนมาได้? ทุกสิ่งทุกอย่างคงสูญสิ้นความหมายไปโดยปริยาย
"ต้องฆ่าไอ้บ้าเจิ้งให้ได้!" ต่อให้ไม่มีโอกาส เขาก็ต้องคิดหาวิธีทุกวิถีทาง เพื่อสร้างโอกาสที่เป็นไปได้ให้จงได้
เดิมที เขาคิดว่าหากไม่ฆ่าเจิ้งหยวนเทียน ก็มีเพียงแค่ตัวเขาเองที่ต้องตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต เขาจึงวิ่งมาที่แดนเซียน เพื่อดูว่าจะมีโอกาสกำจัดภัยคุกคามครั้งใหญ่นี้ได้หรือไม่
คิดไม่ถึงเลยว่า เจิ้งหยวนเทียนจะเกิดบ้าคลั่งขึ้นมาก่อน และเริ่มลงมือกับคนใกล้ตัวของเขา นี่เป็นสิ่งที่ไม่อาจอดกลั้นได้จริงๆ
หวังเซวียนหยุดยืนอยู่ห่างๆ เขาสูดปราณจิตวิญญาณแห่งแดนเซียนเข้าปอดลึกๆ เพื่อให้จิตวิญญาณของเขาสงบนิ่งลง ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ก็ไม่ควรจะมัวแต่โกรธแค้น แต่ควรจะคิดหาวิธีแก้ไขต่างหาก
บนท้องฟ้า ภาพวาดสีทองม้วนใหญ่มหึมา ราวกับทะเลดาวในจักรวาล ปกคลุมอยู่เหนือสำนักของเจิ้งหยวนเทียน ทำให้พื้นที่บริเวณนี้ราวกับวันสิ้นโลกมาเยือน
เกาะลอยฟ้าแห่งแล้วแห่งเล่าระเบิดออก กลายเป็นผุยผงกลางอากาศ ล้วนถูกอักขระยันต์ที่ร่วงหล่นลงมาจากภาพวาดบดขยี้จนแหลกลาญ
อสนีบาตโกลาหลสายแล้วสายเล่า คล้ายกับน้ำตกอักขระที่เรียงรายกันอย่างหนาแน่น ร่วงหล่นลงมาจากอวกาศภายนอก กระหน่ำโจมตีเจิ้งผู้ไร้เทียมทาน
"น่ากลัวเกินไปแล้ว ยอดฝีมือระดับผู้ไร้เทียมทานเผชิญเคราะห์กรรม สะเทือนฟ้าสะเทือนดิน แม้แต่สถานที่ก่อตั้งมรรคาของเซียนจู่เจิ้งก็ยังรักษาเอาไว้ไม่ได้เชียวหรือ?" มีคนอุทานด้วยความตกใจ
ผู้ที่ติดตามเจิ้งหยวนเทียนต่างยกย่องให้เขาเป็นปฐมาจารย์เทวะเซียน แม้แต่สำนักของเขาก็กำลังจะพังทลาย มหาภัยพิบัติในครั้งนี้ทำให้ผู้เหนือธรรมชาติจำนวนมากหวาดผวาจนแทบสิ้นสติ
เห็นได้ชัดว่า การที่เจิ้งหยวนเทียนหนีกลับมายังแดนสุขาวดี ก็เพื่อต้องการอาศัยค่ายกลขนาดใหญ่ที่วางเอาไว้ที่นี่ต่อต้านพันธสัญญาใหม่ สถานที่เก็บตัวฝึกตนของเขามีอักขระกฎเกณฑ์ต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่เขาจารึกขึ้นด้วยมือของเขาเองทั้งสิ้น
แต่วันนี้ที่นั่นกลับถูกทะลวงทะลุ รัศมีอสนีบาตโกลาหลลากผ่านเป็นเส้นทางแสงเจิดจ้า ราวกับสายน้ำดาราที่ร่วงหล่นลงมาสายแล้วสายเล่า พุ่งชนผืนดินแห่งนั้น
เกาะลอยฟ้าไม่เหลือรอดแม้แต่เกาะเดียว ล้วนระเบิดแหลกเป็นผุยผง ส่วนพวกตำหนักหยกหอไพฑูรย์ ต่อให้มีรอยประทับมรรคาคอยคุ้มครองก็ไร้ผล ล้วนถูกหลอมละลายไปสิ้น
บนพื้นดิน สิ่งที่ถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในภูเขาบรรพชนวิถีเซียน ก็ถูกผ่าจนขาดสะบั้น เทือกเขากำลังพังทลาย ภูเขาสูงตระหง่านลูกแล้วลูกเล่า แม้จะกระตุ้นการทำงานของอักขระค่ายกลแล้วก็ตาม แต่ก็ยังหนีไม่พ้นชะตากรรมที่ต้องถูกทำลาย
สำนักของเจิ้งหยวนเทียนถูกถล่มจนย่อยยับ ค่ายกลที่เขาวางไว้ไม่สามารถต้านทานได้ มันพังทลายเป็นแถบๆ ลูกศิษย์ลูกหาของเขาต่างพากันวิ่งหนีด้วยความหวาดผวา ไม่กล้ารั้งอยู่ต่อ
ถึงกระนั้นก็ตาม ผู้ที่คอยรับใช้เขา ลูกศิษย์คนสนิทบางคน และเด็กรับใช้บางส่วน ก็ยังคงหนีไม่ทัน ถูกผ่าจนตาย ไม่เหลือแม้แต่เศษซาก วิญญาณและร่างกายแตกสลายไปสิ้น
"ทุกท่าน พวกท่านกะจะสังหารให้สิ้นซากเลยใช่ไหม?" เจิ้งหยวนเทียนปรากฏตัวขึ้น ผมเผ้ารุงรัง ทั่วร่างอาบไปด้วยเลือด ร่างกายของเขาขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในมือที่เปื้อนเลือดของเขา กำลังกำซากเรือรบเอาไว้ นี่คือสิ่งที่เขาคว้ากลับมาจากโลกแห่งความเป็นจริงโดยข้ามผ่านม่านมิติ แสดงให้เห็นถึงความน่าสะพรึงกลัวของเขา!
ไกลออกไป หวังเซวียนแทบจะหนังหัวลอก นั่นคือเรือรบรูปแบบของโลกเก่า เจิ้งหยวนเทียนบ้าคลั่งไปแล้วจริงๆ เขาลงมืออย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมแล้ว
"พันธสัญญาใหม่เพิ่งจะถูกตั้งขึ้น ไม่ใช่ว่าพวกเราไร้ความเมตตา แต่กฎเกณฑ์แห่งแดนเซียนถูกประทับเอาไว้เบื้องบน มันกำลังบดขยี้ท่านโดยอัตโนมัติ"
มีคนเอ่ยปากจากแดนไกล น้ำเสียงเย็นชาและราบเรียบ ไม่ต้องสงสัยเลยว่านั่นคือยอดฝีมือระดับแนวหน้า จะต้องเป็นตัวตนระดับปรมาจารย์ของม่านมิติสักแห่งอย่างแน่นอน!
ร่างกายของเจิ้งหยวนเทียนขยายใหญ่ขึ้น อาบไล้ไปด้วยหยาดเลือด เพื่อต่อต้านอสนีบาตโกลาหล ในยามที่ดวงตาของเขาเบิกโพลงและหลับตาลง มันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากระบี่เซียนที่คมกริบที่สุดเสียอีก สายตาของเขาฉีกกระชากท้องฟ้าจนขาดสะบั้น
ในมือของเขา เรือรบลำนั้นแทบจะเทียบไม่ได้กับของเล่นด้วยซ้ำ ตัวยานขนาดมหึมาที่หล่อขึ้นจากโลหะผสมชนิดใหม่ถูกเขาบีบจนแหลกละเอียด กลายเป็นผงเหล็กร่วงหล่นลงมาเป็นสาย
หวังเซวียนมองเห็นจากที่ไกลๆ ในระหว่างกระบวนการนี้ ในพริบตาที่เรือรบขนาดใหญ่แหลกสลาย ร่างกายของมนุษย์บางคนก็ระเบิดออก และระเหยหายไปจนหมดสิ้นในทันที
ดวงตาของเขาแดงก่ำ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เจิ้งหยวนเทียนทุ่มสุดตัวแล้ว ไม่รู้ว่าเขาได้ลงมืออย่างหนักหน่วงกับโลกเก่าไปมากน้อยแค่ไหน
"พวกท่านสามารถสะกดรอยประทับที่ทิ้งไว้บนพันธสัญญาใหม่ของตัวเองได้ชั่วคราวนี่ พวกเราก็ล้วนเป็นคนกันเองทั้งนั้น จะไม่ยอมเห็นแก่หน้ากันสักหน่อยเลยหรือ?" เจิ้งหยวนเทียนเปล่งประกายแสงเซียนไปทั่วร่าง มาถึงตอนนี้ เขาตัวสูงตระหง่านค้ำฟ้า ไม่รู้ว่าสูงกี่หมื่นจ้าง พุ่งทะยานไปถึงสรวงสวรรค์
ภายนอกร่างกายของเขา มีโซ่เทพกฎเกณฑ์พันธนาการอยู่สายแล้วสายเล่า กลายเป็นเนบิวลา ต่อต้านภาพวาดสีทอง และปัดเป่าอสนีบาตโกลาหลที่ร่วงหล่นลงมาจนแตกซ่าน
"ไม่มีกฎเกณฑ์ จะเป็นระเบียบได้อย่างไร? พันธสัญญาใหม่กระตุ้นการทำงานด้วยตัวมันเอง ตัดสินว่าท่านละเมิดสัญญา กฎเกณฑ์สูงสุดแห่งแดนเซียนกำลังลงโทษท่าน แล้วยังจะให้พวกเราช่วยท่านต่อต้านอีกหรือ?" มีคนเอ่ยปาก รู้สึกไม่พอใจเขาเป็นอย่างมาก
"ก็แค่คนธรรมดาไม่กี่สิบคน ตายก็คือตายสิ" เจิ้งหยวนเทียนคำรามลั่น อ้าปากพ่นทะเลเพลิงออกมา มันถูกขนานนามว่าเป็น 'ไฟบรรลัยกัลป์' ที่สามารถเผาผลาญโลกกว้างให้เป็นจุล ดำมืดราวกับน้ำหมึก กวาดผ่านท้องฟ้า หมายจะทำลายภาพวาดสีทองม้วนนั้น
ตอนนี้ เขาแทบจะอยู่ในสภาวะเข้าสู่เส้นทางสายมารแล้ว อาการของการบำเพ็ญวิชาครรภ์มารปรากฏออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ทว่า ในสภาวะเช่นนี้ เขากลับทรงพลังอย่างแท้จริง
ฟึ่บ! ภาพวาดสีทองถูกเขาซัดจนปลิวว่อน แต่ท้ายที่สุดก็กลับมาหยุดนิ่งอยู่กับที่ ภาพวาดสีทองสั่นสะเทือน ปลดปล่อยแสงกระบี่นับหมื่นล้านสาย พุ่งทะยานลงมาอย่างมืดฟ้ามัวดิน!
"แค่นี้ก็ยังปราบฉันไม่ได้หรอก แค่ฆ่าคนธรรมดาร้อยแปดสิบคนเท่านั้น แกก็จะมาฆ่าฉันงั้นเหรอ ตลกสิ้นดี การเป็นเซียนจะมีความหมายอะไรอีกล่ะ? ฉันคือท่านปรมาจารย์ นั่งตระหง่านอยู่บนสวรรค์ชั้นเก้า สามารถชี้เป็นชี้ตายสรรพชีวิตทุกเผ่าพันธุ์ได้ อยากจะให้ฉันชดใช้ด้วยชีวิตงั้นเหรอ? ไสหัวไป!"
เจิ้งหยวนเทียนคลุ้มคลั่ง เหนือศีรษะของเขาปรากฏเมฆโลหิตพุ่งทะยานขึ้นไป นั่นคือเมฆามงคลแห่งมรรคาที่แปรสภาพมาจากเลือดบริสุทธิ์ของเขา หมายจะฉีกทึ้งภาพวาดสีทองม้วนนั้น วิธีการของเขามีออกมาไม่ขาดสาย
"เจิ้งหยวนเทียน ท่านเองก็เคยเป็นคนธรรมดามาก่อน พอได้นั่งตระหง่านบนแดนเซียนก็ลืมกำพืดของตัวเองไปเสียแล้ว สิ่งที่ท่านฆ่าคือคนธรรมดา แต่สิ่งที่ท่านกำลังขุดรากถอนโคนกลับเป็นรากฐานของตัวท่านเอง และยิ่งเป็นรากฐานของแดนเซียนด้วย อีกหนึ่งปีให้หลัง พลังเหนือธรรมชาติจะไม่เหลืออยู่ เหล่าเซียนจะดับสูญ ทุกคนจะกลายเป็นคนธรรมดากันหมด ท่านจะให้ลูกศิษย์จากทุกนิกายที่เข้าสู่โลกมนุษย์ไปแล้วใช้ชีวิตอยู่อย่างไร? รอคอยที่จะถูกคนในโลกแห่งความเป็นจริงแก้แค้นงั้นหรือ?!" มีคนตะโกนถาม
บนท้องฟ้า ภาพวาดสีทองส่งเสียงครางกระหึ่ม เปล่งประกายแสงบาดตา และขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็หมุนควงลงมา แม้จะเป็นภาพวาด แต่กลับส่องแสงเซียนเจิดจ้า ราวกับดาบเล่มใหญ่ฟาดฟันลงมา
เมฆามงคลที่พุ่งทะยานขึ้นไปจากศีรษะของเจิ้งหยวนเทียนถูกฟันจนแตกซ่าน กลายเป็นห่าฝนเลือด ส่วนใหญ่ถูกเขาดูดซับกลับคืนสู่ร่างกาย
ภาพวาดสีทองเริ่มขยายตัว ราวกับกระดาษแผ่นบางๆ แต่กลับคมกริบอย่างหาเปรียบไม่ได้ มันกวาดฟันลงมาอย่างต่อเนื่อง นำพาอักขระยันต์อันไร้ที่สิ้นสุด หมายจะสังหารยอดฝีมือระดับผู้ไร้เทียมทาน
เจิ้งหยวนเทียนอาบไล้ไปด้วยเลือด ผมเผ้ารุงรัง เขาอ้าปากส่งเสียงคำรามก้อง คัมภีร์ที่สำแดงรูปปรากฏขึ้น ตัวอักษรปลิวว่อนเต็มท้องฟ้า พุ่งเข้าใส่ภาพวาดม้วนนั้น
คัมภีร์แตกสลาย แขนข้างหนึ่งของเจิ้งหยวนเทียนถูกฟันขาดกระเด็น ภาพวาดสีทองยังคงกวาดฟันลงมา
ร่างกายของเจิ้งหยวนเทียนขยายใหญ่ขึ้นอีกครั้ง แขนที่ขาดไปงอกกลับคืนมาใหม่ เขาเข้าสู่อวกาศภายนอก หมายจะใช้มือเปล่าฉีกภาพวาด เพื่อทำลายพันธสัญญาใหม่ทิ้งไป ความบ้าคลั่งของเขานั้นน่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง พลังเทพไร้เทียมทาน
ในอวกาศภายนอก กลุ่มดาวตกที่ลอยคว้างอยู่ระเบิดออก
"ก่อนหน้านี้ คนธรรมดาพวกนั้นถูกลูกศิษย์ของฉันฆ่าตาย ก็เพื่อสร้างความน่าเกรงขามให้กับแดนเซียน ป้องกันไม่ให้คนธรรมดาไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง คิดว่าตัวเองจะสามารถตีเสมอพวกเราได้จริงๆ งั้นหรือ? ลูกศิษย์ของฉันถูกฆ่า ฉันโกรธแค้นและตอบโต้ มันผิดตรงไหน?" เจิ้งหยวนเทียนโต้แย้ง
"อย่ามาเบี่ยงเบนประเด็น ท่านมีสิทธิ์อะไรที่ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตน แล้วให้ลูกศิษย์ไปปล้นฆ่าคนธรรมดา แดนเซียนกำลังจะดับสูญ บาปกรรมของพวกท่านจะทำให้สถานการณ์ของเหล่าเซียนในอีกหนึ่งปีข้างหน้าน่าเป็นห่วง"
"ให้พวกเราเข้าควบคุมโลกเก่า ดาวใหม่ และดาวเคราะห์ที่มีสิ่งมีชีวิตทุกดวง แล้วยังต้องมากังวลเรื่องอนาคตอีกงั้นหรือ? มันก็สมควรจะต้องเด็ดขาดแข็งกร้าวอยู่แล้ว!" เจิ้งหยวนเทียนตะโกน
ฉับ! ศีรษะของเขาหลุดกระเด็น ถูกภาพวาดสีทองตัดขาด ต้องยอมรับเลยว่าฉากนี้ชวนให้ตะลึงงันยิ่งนัก ยอดฝีมือระดับผู้ไร้เทียมทานกลับถูกบั่นคอ
ทว่า ท้ายที่สุดเขาก็ไม่ตาย เลือดเนื้อประสานตัวกันใหม่ในพริบตา หลบเลี่ยงภาพวาดสีทองไปได้ ทั่วทั้งร่างดำมืดลง ราวกับหลุมดำ หมายจะสลายทุกสิ่งทุกอย่าง
"เจิ้งหยวนเทียน ท่านรู้อยู่แก่ใจ ในโลกมนุษย์มีเรือรบระดับซูเปอร์จำนวนมากมุ่งหน้าเข้าสู่ห้วงอวกาศลึก แล้วหายสาบสูญไป แม้แต่พวกเราก็ยังหาไม่พบ ในอนาคตพวกเขาจะต้องกลับมาแน่ ท่านทำให้ความขัดแย้งรุนแรงขึ้นเช่นนี้ โดยไม่สนว่าจะทำให้เหล่าเซียนต้องตกอยู่ในอันตราย ตกลงว่าท่านต้องการจะทำอะไรกันแน่ ท่านสนใจอะไร ท่านต้องการจะได้อะไรมา?"
จากแดนไกล มีคนเอ่ยปากอย่างเย็นชา แทงใจดำเจิ้งหยวนเทียนเข้าอย่างจัง เจิ้งหยวนเทียนไม่อยากจะอธิบายอะไรมากแล้ว ยิ่งปิดบังก็ยิ่งเปิดเผยได้ง่าย
สิ่งที่เขาต้องการคือ ร่างเนื้อที่เหมือนกับคนผู้นั้นเมื่อสองพันเจ็ดร้อยปีก่อนอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ซึ่งมีแดนเบื้องในอันแสนพิเศษ แต่เขาจะปล่อยให้คนในม่านมิติรู้เรื่องนี้มากไปกว่านี้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด!
จากนั้น ก็ไม่มีบทสนทนาใดๆ เกิดขึ้นท่ามกลางฟ้าดินอีก มีเพียงยักษ์ใหญ่ที่สูงตระหง่านเสียยิ่งกว่าเทือกเขาอันยิ่งใหญ่ ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่นอกอวกาศ เพียงยื่นมือก็สามารถคว้าดวงดาวมาได้
เขาต่อต้านภาพวาดสีทองอย่างยากลำบาก ร่างกายถูกฉีกกระชากไปหลายครั้ง หลุมดำที่เขาสร้างขึ้นมาก็ระเบิดแหลกไปแล้ว
ในห้วงเวลาวิกฤต ร่างที่อาบไล้ไปด้วยปราณดั้งเดิมปรากฏตัวขึ้น ในมือถือธงอวี่ฮว่า เขาเข้าสู่อวกาศภายนอก ชี้ขึ้นไปด้านบน ต้านทานภาพวาดสีทองเอาไว้
"ขอบใจสหายพรต!" เจิ้งหยวนเทียนประสานมือคารวะ เขาดูท่าจะไม่ไหวแล้ว พลังปราณสูญเสียอย่างหนัก รากฐานได้รับความเสียหาย แต่โชคดีที่ได้รับการช่วยเหลือจากเหิงจวิน
ท่ามกลางฟ้าดินมีคนเอ่ยปาก "เหิงจวิน ตอนนี้ท่านช่วยเขาต้านเอาไว้ก็เปล่าประโยชน์ เขาคงจะถูกภาพวาดสะท้อนพลังกลับอยู่ดี เป็นหรือตายขึ้นอยู่กับลิขิตสวรรค์"
"ฉันไม่ลงมือ สหายพรตเจิ้งก็ไม่ตกตายหรอก ฉันเพียงแค่ไม่อยากเห็นรากฐานของเขาต้องเสียหายอย่างหนัก และตบะร่วงหล่นลงมาก็เท่านั้น" เหิงจวินตอบกลับ
ไกลออกไปบนพื้นดิน หวังเซวียนรู้สึกไม่สบอารมณ์ เหิงจวินคนนี้อีกแล้ว ทำให้เขารู้สึกจนปัญญา มีของวิเศษก็ทำตามอำเภอใจได้ขนาดนี้เลยเหรอ ถึงกับทำลายพันธสัญญาเก่า และขัดขวางพันธสัญญาใหม่ได้!
เขาทอดถอนใจที่ตัวเองยังไม่แกร่งพอ ไม่อย่างนั้นล่ะก็ มีเตาหลอมบำรุงชีพอยู่ในมือ จะได้ทุบเหิงจวินให้ตายไปพร้อมกันเลย!
แต่เขาก็ไม่รู้สึกท้อแท้ ตัวเขาเองเพิ่งจะบำเพ็ญเพียรมาได้กี่ปีกันเชียว?
เหิงจวินเอ่ยปากอีกครั้ง "สหายพรตเจิ้ง ท่านได้รับโอสถที่เหลือและเลือดแท้ของราชันปีศาจมาแล้ว ทำไมไม่ฉวยโอกาสนี้หลอมกายาเวทราชันปีศาจ เพื่อให้มันรับเคราะห์แทนท่านล่ะ"
"ขอบใจสหายพรต" เจิ้งหยวนเทียนดิ่งลงมาจากอวกาศภายนอกอย่างรวดเร็ว นั่งขัดสมาธิบนผืนดินที่แหลกเหลว เริ่มกระตุ้นวิชาครรภ์มาร หมายจะหลอมร่างราชันปีศาจ
หวังเซวียนหันหลังเดินจากไป แอบขมวดคิ้ว ใช้มือลูบฝาเตาที่ซ่อนอยู่ในชุดเกราะ พลางเคาะเบาๆ เขากำลังคิดหาวิธีฆ่าเจิ้งหยวนเทียน ตอนนี้มันค่อนข้างยากจริงๆ
ทว่า เขาก็ไม่ได้ท้อแท้ เขาไม่ได้มาเพียงลำพังเสียหน่อย
เขาคือศูนย์รวมของฟางอวี่จู๋ ราชินีปีศาจเหยียนเหยียน จางเต้าหลิง และปฐมาจารย์นิกายโลหิตยมโลก เขาแบกรับมหาอำนาจเวทไร้เทียมทานของพวกเขาเอาไว้ หากกระตุ้นการทำงานอย่างเต็มรูปแบบ และระเบิดพลังออกมา ก็ยังพอมีโอกาสอยู่บ้าง
"เจิ้งผู้ไร้เทียมทานฝืนลิขิตสวรรค์เกินไปแล้ว ขนาดนี้ยังต้านทานเอาไว้ได้ สมแล้วที่เป็นหนึ่งในยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุด!"
"นั่นเป็นเรื่องธรรมชาติ ยอดคนระดับนี้ มีชะตาสวรรค์คุ้มครอง จะตายด้วยเรื่องไม่คาดฝันได้อย่างไร ต่อให้ต้องดับสูญก็ต้องสะเทือนเลื่อนลั่น!"
"ท่านปรมาจารย์ของฉันไร้เทียมทานในใต้หล้า จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นได้อย่างไร!" มีคนเอ่ยปาก ที่นี่มีลูกศิษย์ของเจิ้งหยวนเทียนอยู่ด้วย
"ใช่แล้ว เซียนจู่เจิ้งมีโชควาสนาอันยิ่งใหญ่ ผ่านหมื่นภัยพิบัติก็ไม่เน่าเปื่อย ในอนาคตท่านคือผู้ที่จะสร้างเทพปกรณัมบทใหม่!" มีคนผสมโรง
ทันใดนั้น หวังเซวียนก็ใจเต้นรัว ในขณะที่เขาลูบคลำฝาเตา และใช้นิ้วเคาะเบาๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงชีพจรที่เต้นเบาๆ ของมัน เรื่องนี้ทำให้ร่างกายของเขาแทบจะแข็งทื่อ รีบหยุดมือลงทันที
โชคดีที่ฝาเตากลับมาสงบนิ่งอย่างรวดเร็ว
ในอวกาศภายนอก เหิงจวินขมวดคิ้ว เขารู้สึกว่าเมื่อครู่นี้ธงอวี่ฮว่าส่งเสียงครางเบาๆ ไปหลายครั้ง คล้ายกับกำลัง... ทักทายใครบางคน!
แปลกประหลาดมาก นี่คือสัญญาณว่ายอดของวิเศษกำลังจะปรากฏตัวขึ้นใช่ไหม? ทันใดนั้นเหิงจวินก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที!
ฟึ่บ!
แทบจะในเวลาเดียวกันนั้นเอง แสงสายหนึ่งพุ่งตัดผ่านความว่างเปล่า มันคือเรือโดดเดี่ยวลำหนึ่ง ที่ปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้าในอาณาเขตของเจิ้งหยวนเทียน มันเร็วเกินไปจริงๆ
ดวงตาของเหิงจวินเปล่งประกายเจิดจ้า เขาไม่สนภาพวาดสีทองอะไรนั่นอีกต่อไป ไม่สนใจความเป็นตายของเจิ้งหยวนเทียนแล้ว เขาถือธงอวี่ฮว่าพุ่งทะยานเข้าไปทันที หมายจะหยุดเรือเสรีสัญจรเอาไว้
เจิ้งหยวนเทียนเองก็ตกตะลึง เรือเสรีสัญจรลอยอยู่บนท้องฟ้า ถึงกับมาปรากฏตัวอยู่ในอาณาเขตของเขา ถ้าเขาไม่ได้รับบาดเจ็บ นี่คงเป็นโอกาสทองที่หาได้ยากยิ่งในรอบพันปี
ถึงกระนั้น เขาก็ไม่ลังเลเลย พุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า หมายจะเข้าใกล้ยอดของวิเศษ หากเขาได้เรือเสรีสัญจรมาครอบครอง เขาจะไปแคร์ภาพวาดสีทองนั่นทำไม ในโลกนี้จะไม่มีใครทำอันตรายเขาได้อีก!
อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงนั้นโหดร้ายมาก ภาพวาดสีทองม้วนนั้นร่วงหล่นลงมาก่อน และฟาดเขากระเด็นไป ทำให้ทั่วร่างเขาอาบไปด้วยเลือด
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ก็มีร่างหลายร่างฉีกกระชากท้องฟ้า ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน พุ่งเข้าหาเรือเสรีสัญจร คลื่นพลังงานที่บ้าคลั่งปะทุขึ้นกลางความว่างเปล่า กฎเกณฑ์ประสานเข้าด้วยกัน พวกเขากำลังพยายามกักขังยอดของวิเศษ
ยิ่งไปกว่านั้น มียอดฝีมือระดับผู้ไร้เทียมทานอาศัยจังหวะชุลมุน ซัดเจิ้งหยวนเทียนเข้าให้อีกหนึ่งที หมายจะแย่งชิงโอสถที่เหลือและเลือดแท้ราชันปีศาจในมือของเขา
เดิมทีเจิ้งหยวนเทียนก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่แล้ว ตอนนี้เขายิ่งกระอักเลือดคำโต ร่างปลิวละลิ่วออกไปในพริบตา หัวใจของเขาดิ่งวูบ สถานการณ์ในวันนี้ชักจะไม่สู้ดีแล้ว!
(จบบท)