เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 140 : หน้าดำคร่ำเครียด

ตอนที่ 140 : หน้าดำคร่ำเครียด

ตอนที่ 140 : หน้าดำคร่ำเครียด


ตอนที่ 140 : หน้าดำคร่ำเครียด

“โชคดีที่ฉันเก็บพวกมันไว้ในกระโปรงท้ายรถพอดี ไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีทางกล่อมให้พวกนายใจเย็นลงได้แน่!” ฉู่หลิงพูดพลางโชว์นาฬิกาให้คนอื่นๆ ดู

ตู้จวิ้นจื้อและคนอื่นๆ พอเห็นเข้าต่างก็พากันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง

นี่... นี่มันนาฬิกาแบรนด์หรูระดับโลกทั้งนั้นเลยนี่นา!

ทุกเรือนล้วนมีมูลค่ามหาศาล! โดยเฉพาะนาฬิกาพกกลไกซับซ้อนของ Patek Philippe ที่มีมูลค่าสูงถึง 150 ล้านหยวน!

นาฬิกาที่หรูหราอลังการและมีจำนวนจำกัดทั่วโลก กลับถูกฉู่หลิงโยนทิ้งไว้ในกระโปรงท้ายรถแบบนี้เนี่ยนะ?

พี่ฉู่ทำไปได้ยังไงกัน!

บรรดาคุณชายและคุณหนูต่างก็พากันมองหน้ากันไปมา ค่าความชื่นชมฉู่หลิงในใจของพวกเขาก็เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง!

นาฬิกา Hublot Big Bang อีกเรือนที่อยู่ภายในนั้น ตัวเรือนประดับไปด้วยเพชรระยิบระยับจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหรา

คุณหนูหลายคนเห็นแล้วก็ดวงตาเป็นประกาย นาฬิกาเรือนนี้สวยมากจริงๆ!

เมื่อกวาดสายตามองดูทีละเรือน บรรดาคุณชายต่างก็เริ่มรู้สึกชินชาไปเสียแล้ว

นาฬิกาทั้ง 6 เรือน แต่ละเรือนมีมูลค่าสูงกว่าเรือน Patek Philippe รุ่น Duke ที่เพิ่งจมลงไปในทะเลเสียอีก!

มิน่าล่ะ พี่ฉู่ถึงบอกว่าไม่จำเป็นต้องชดใช้ ที่แท้เขาก็ไม่ได้ใส่ใจของพวกนั้นเลยจริงๆ!

เมื่อคิดได้เช่นนี้ สายตาที่บรรดาคุณชายและคุณหนูมองดูฉู่หลิง ก็เปรียบเสมือนกำลังจ้องมองเทพเจ้าอยู่

รวยเกินไปแล้ว!

คนระดับนี้ พวกเขาต้องเกาะขาให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้!

ฉู่หลิงหยิบนาฬิกา Louis Moinet มูลค่า 30 ล้านหยวนขึ้นมาสวมไว้บนข้อมือพลางมองดูเหล่าคนตรงหน้าแล้วถามเล่นๆ ว่า “มีใครขาดนาฬิกาบ้างไหม?”

เพียงแค่ชั่วพริบตา ทุกคนก็เข้าใจเจตนาของฉู่หลิงในทันที แต่กลับไม่มีใครกล้าเอ่ยปากตอบ เพราะนาฬิกาพวกนี้ ต่อให้กล้าให้พวกเขาก็ไม่กล้าใส่อยู่ดี

ทว่าการที่ฉู่หลิงพูดเช่นนี้ ก็ทำให้ทุกคนตื่นเต้นดีใจมาก

นั่นแสดงว่าฉู่หลิงยอมรับพวกเขาเป็นเพื่อนแล้วจริงๆ มีเพียงเพื่อนสนิทเท่านั้นแหละที่จะยอมแบ่งปันของรักของหวงให้กัน ถูกไหม!

ในขณะที่ทุกคนกำลังยินดีปรีดากันอยู่นั้น โทรศัพท์ของฉู่หลิงก็ดังขึ้น

เขาหยิบขึ้นมาดูแล้วพบว่าเป็นข้อความจากฉวี่เสี่ยวปิง “งานเลี้ยงตอนเย็นใกล้จะเริ่มแล้วนะ นายจะมาถึงกี่โมงงั้นเหรอ?”

ฉู่หลิงมองดูข้อความแล้วยิ้มพลางหันไปบอกกับทุกคนว่า “ฉันต้องไปที่มหาวิทยาลัยจินหลิงแล้ว พวกนายอยากไปดูงานแสดงโชว์ด้วยกันไหม?”

คุณชายคนหนึ่งได้ยินเข้าก็อุทานว่า “พี่ฉู่จะไปมหาวิทยาลัยจินหลิงเหรอครับ? งั้นก็ดีเลยครับ ที่นั่นเป็นถิ่นของพี่ตู้เขาพอดี!”

ตู้จวิ้นจื้อเห็นฉู่หลิงทำท่าทางสงสัย เขาจึงรีบอธิบายว่า “พี่ฉู่ครับ พ่อของผมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารของมหาวิทยาลัยจินหลิงน่ะครับ ผมเลยพอจะมีชื่อเสียงอยู่บ้าง”

“โอ้โห พี่ตู้ พี่นี่ถ่อมตัวเกินไปแล้ว! ใครบ้างจะไม่รู้ว่าคุณพ่อของพี่เป็นที่เกรงใจของคณะกรรมการบริหารทุกคนเลยนะ ถ่อมตัวจนน่าหมั่นไส้แล้วนะเนี่ย!” ทุกคนต่างก็พากันหยอกล้อตู้จวิ้นจื้อก่อนจะหันไปถามฉู่หลิงว่า “พี่ฉู่ครับ พี่ไปที่นั่นทำไมเหรอครับ? หรือว่าพี่จะไปหาแฟนของพี่กัน?”

“เปล่าหรอก!” ฉู่หลิงโบกมือพลางพูดว่า “ลูกพี่ลูกน้องของฉันจะไปเต้นประกอบการแสดงที่นั่น ก็เลยชวนฉันไปดูน่ะ”

คุณชายคนหนึ่งพอได้ยินเข้าก็หันไปหาตู้จวิ้นจื้อแล้วหัวเราะร่า “พี่ตู้ แบบนี้พี่จะไม่จัดเตรียมที่นั่งระดับวีไอพีไว้ให้หน่อยเหรอ?”

เรื่องแบบนี้น่าจะเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับลูกชายของกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยไม่ใช่หรือไง?

ตู้จวิ้นจื้อกำลังจะอ้าปากตอบ แต่ทว่าเขากลับถูกฉู่หลิงขัดจังหวะเสียก่อน “ไม่ต้องหรอก ระดับของพวกเธอยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอก เอาล่ะ พวกเราออกเดินทางกันเถอะ”

บรรดาคุณชายคุณหนูต่างพากันติดตามฉู่หลิงไป และไม่นานนักพวกเขาก็เดินทางมาถึงมหาวิทยาลัยจินหลิง

บรรดานักศึกษาเมื่อเห็นรถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อม รุ่นฐานล้อยาว พร้อมกับขบวนรถซูเปอร์คาร์ที่ขับตามกันมา พวกเขาต่างก็อึ้งค้างไปทันที

พวกเขาพากันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกวิดีโอเหตุการณ์ที่หาดูได้ยากยิ่งนี้ทันที!

“ทำไมวันนี้ถึงมีรถหรูเยอะขนาดนี้! สงสัยจะเป็นคณะกรรมการบริหารมหาลัยมาดูงานแสดงวันนี้ล่ะมั้ง?”

“ไม่น่าจะใช่นะ คนระดับนั้นคงไม่ขับรถซูเปอร์คาร์หวือหวาขนาดนี้มาหรอกมั้ง? หรือคันหน้าสุดจะเป็นรถของกรรมการบริหารนะ?”

“นั่นมันโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อม รุ่นฐานล้อยาวเชียวนะ! ฉันเพิ่งค้นหาดูเมื่อกี้ ราคาตั้งสองร้อยล้านหยวนเลยนะ! คณะกรรมการบริหารมหาลัยของเราจะรวยขนาดนั้นได้ยังไง พวกเขาไปรวยมาจากไหน?”

“พวกนายก็เลิกวิจารณ์ได้แล้ว! แทนที่จะมานั่งเถียงกัน สู้เอาเวลาไปถ่ายวิดีโอลงเว่ยป๋อ ยอดไลก์คงพุ่งกระฉูดแน่!”

ในขณะเดียวกัน ฉวี่เสี่ยวปิงและหลี่เมิ่งก็กำลังเฝ้าดูฉู่เหมิงเหมิงและเพื่อนๆ อยู่ที่หลังเวที เด็กสาวเหล่านั้นได้เปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทุกคนดูเหมือนทูตสวรรค์ตัวน้อย เพียงแต่แววตาของพวกเธอดูประหม่าไม่น้อยเลย

“พวกเธอต้องระวังท่าเต้นจุดสำคัญให้ดีนะ ท่าพวกนั้นมันยากมาก ต้องมีสมาธิสุดๆ ไม่งั้นอาจจะบาดเจ็บได้เลยนะ เข้าใจไหม?” ฉวี่เสี่ยวปิงกำชับกลุ่มเด็กสาวอย่างเคร่งครัด

พวกเธอทุกคนต่างก็ตั้งใจจะสอบเข้าคณะศิลปกรรมศาสตร์กันทั้งนั้น ดังนั้นพวกเธอจะต้องห้ามปล่อยให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บเป็นอันขาด

แม้แต่การบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ทางมหาวิทยาลัยก็อาจจะพิจารณาไม่รับพวกเธอเข้าศึกษาได้

หรือต่อให้รับเข้าเรียนจริงๆ แต่อนาคตในวงการบันเทิงก็อาจจะไม่ราบรื่นเท่าไหร่

กลุ่มเด็กสาวก็ตอบรับ “ค่ะ” พวกเธอซ้อมท่าเหล่านั้นมาเป็นร้อยรอบแล้ว พวกเธอจึงเชื่อว่ามันไม่น่าจะมีข้อผิดพลาดอะไร

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อฉวี่เสี่ยวปิงกำชับ พวกเธอก็ย่อมต้องใส่ใจให้มากขึ้น

หลังจากกำชับเรียบร้อยแล้ว ฉวี่เสี่ยวปิงก็จูงมือฉู่เหมิงเหมิง แล้วเธอก็สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบที่ปลายนิ้วของอีกฝ่าย เธอจึงปลอบใจว่า “ไม่เป็นไรนะ! แค่เต้นตามจังหวะที่ซ้อมมาก็พอ ไม่ต้องคิดอะไรมากนะ เข้าใจไหม?”

เธอเป็นคนสอนเต้นด้วยตัวเอง เธอจึงย่อมรู้ดีว่าเด็กสาวเหล่านี้มีพรสวรรค์กันมากแค่ไหน

ขอแค่เต้นไปตามปกติ เธอก็แทบจะรับรองได้ว่ามันจะต้องเป็นการแสดงที่ได้รับเสียงกรี๊ดอย่างสนั่นหวั่นไหวแน่นอน

ฉู่เหมิงเหมิงพยักหน้า เม้มริมฝีปากแน่น แววตาของเธอก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นพลางพูดว่า “ความพยายามทั้งหมดนี้จะต้องไม่เสียเปล่า ครั้งนี้หนูต้องแสดงให้ดีที่สุดค่ะ”

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่จู่ๆ ฉู่เหมิงเหมิงก็นึกถึงพี่ชายของเธอขึ้นมาได้ ถ้าคืนนี้พี่ชายมาดูพวกเธอข้างล่างด้วยล่ะก็ เธอก็จะต้องแสดงให้เต็มที่ที่สุดให้ได้!

จางเล่ยเองก็พยักหน้าอย่างมุ่งมั่น พวกเธอเองก็เหนื่อยกันมาตั้งนาน และทั้งหมดก็เพื่อวันนี้!

พวกเธอต้องดึงศักยภาพของพวกเธอออกมาให้ได้มากที่สุด!

ในตอนนั้นเอง กลุ่มของฉู่หลิงก็มาถึงหลังเวทีและพบเข้ากับฉวี่เสี่ยวปิงพอดี

เมื่อเห็นฉู่หลิง เด็กสาวแต่ละคนดวงตาก็พลันเป็นประกายและเริ่มทักทายอย่างสดใสว่า “พี่ชายคะ โชคดีจังที่พี่ไม่สาย! ถ้าพี่ไม่ได้ดูการแสดงที่ยอดเยี่ยมของพวกหนู พี่ต้องเสียดายแย่แน่ๆ!”

พวกเธอรู้ว่าวันนี้ฉู่หลิงไปเที่ยวทะเลมา เดิมทีดูจากเวลาแล้ว พวกเธอก็คิดว่าเขาคงไม่น่าจะรีบกลับมาทัน

แต่สุดท้ายอีกฝ่ายกลับมาได้ทันเวลาพอดี!

ฉู่หลิงมองดูท่าทางดีใจของฉู่เหมิงเหมิง เขาใช้นิ้วเคาะจมูกของเธอเบาๆ พลางพูดอย่างอารมณ์ดีว่า “พี่ไม่ได้มาแค่คนเดียวนะ พี่พาคนอื่นมาด้วยเยอะแยะเลยล่ะ”

ฉู่หลิงถอยออกไปหนึ่งก้าว และเผยให้เห็นกลุ่มคุณชายคุณหนูที่เดินตามหลังมา ทั้งหมดต่างก็เข้ามาทักทายฉวี่เสี่ยวปิงและคนอื่นๆ ทันที

เมื่อพวกเขาคุยกันเสร็จ ฉู่หลิงก็มองฉู่เหมิงเหมิงพลางพูดอย่างอ่อนโยนว่า “ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องกดดัน แค่แสดงฝีมือตามปกติก็พอ เข้าใจไหม?”

“ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ!” ฉู่เหมิงเหมิงรู้ดีว่าพี่ชายกำลังให้กำลังใจเธอ เธอจึงยิ้มหวานออกมา ใบหน้าที่สวยงามอยู่แล้วก็ยิ่งดูงดงามจนละสายตาไม่ได้

บรรดาคุณชายคุณหนูที่เดินตามเข้ามาต่างก็อึ้งค้างไปตามๆ กัน

พวกเขาถึงกับพึมพำในใจว่า ยีนในครอบครัวพี่ฉู่นี่มันสุดยอดจริงๆ แต่ละคนหน้าตาดีขนาดนี้เลย!

ในจังหวะนั้นเอง ประธานสภานักศึกษาก็เดินเข้ามาสอบถามว่า “เอาล่ะ ทุกคนเตรียมตัวกันเสร็จหรือยังครับ?”

ฉู่เหมิงเหมิงและเพื่อนๆ ก็ตอบรับ “เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ”

จางเล่ยหันไปถามประธานสภานักศึกษาว่า “พี่หลิวอิงมาหรือยังคะ?”

พวกเธอต้องแสดงคิวหลังๆ ดังนั้นพวกเธอเลยอยากจะถือโอกาสนี้ซ้อมคิวกับหลิวอิงให้เรียบร้อยก่อน

ไม่อย่างนั้นหากไม่ได้ซ้อมด้วยกันเลยสักครั้ง พวกเธอก็กลัวว่ามันจะเกิดเหตุการณ์ผิดพลาดขึ้นได้

ประธานสภานักศึกษาก็เข้าใจดีว่าพวกเธอให้ความสำคัญกับการแสดงครั้งนี้มาก เขาจึงหันไปมองทีมงานข้างๆ “โทรหาหลิวอิงหรือยังครับ?”

ทีมงานคนนั้นก็แบมือพลางพูดว่า “โทรไปแล้วครับ ไม่มีคนรับเลย”

ประธานสภานักศึกษารู้สึกเลือดขึ้นหน้าทันที แต่เขาก็จำต้องอดกลั้นเอาไว้ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาหลิวอิงเอง

ครั้งแรก... ไม่ติด

ประธานสภานักศึกษาแทบอยากจะเขวี้ยงโทรศัพท์ของตัวเองทิ้ง นี่มันอะไรกันเนี่ย คิดว่าตัวเองเป็นดาราแล้วจะหยิ่งจองหองยังไงก็ได้งั้นเหรอ?

ไม่มีความรับผิดชอบเอาเสียเลย!

ประธานสภานักศึกษาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกดโทรออกไปอีกรอบ

จนกระทั่งสายที่สาม อีกฝ่ายถึงยอมรับสาย

แต่ก่อนที่ประธานสภานักศึกษาจะได้พูดอะไร เขาก็ได้ยินเสียงด่าทอชุดใหญ่ดังมาจากโทรศัพท์ว่า “จิกหัวจิกหางอยู่ได้! รำคาญจริงๆ! ก็แค่งานคอนเสิร์ตมหาวิทยาลัยกระจอกๆ แค่นี้ ยังต้องมาโทรจิกทั้งวันทั้งคืนอีกเหรอ! คิดว่าฉันเอาชีวิตไปฝากไว้ที่มหาลัยของพวกแกหรือไง! ถ้ายังโทรจิกอีก คืนนี้ฉันไม่แสดงแล้ว! จบแค่นี้แหละ!”

พูดจบ อีกฝ่ายก็กดวางสายไปทันที

ประธานสภานักศึกษามองโทรศัพท์ในมือ ใบหน้าของเขาก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิททันที!

จบบทที่ ตอนที่ 140 : หน้าดำคร่ำเครียด

คัดลอกลิงก์แล้ว