เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 130 : ของขวัญ

ตอนที่ 130 : ของขวัญ

ตอนที่ 130 : ของขวัญ


ตอนที่ 130 : ของขวัญ

มีเพียงการได้ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของฉู่หลิงอย่างแท้จริงเท่านั้น ที่ทำให้ฉวี่เสี่ยวปิงรู้สึกอุ่นใจจนหาอะไรมาทดแทนไม่ได้

ฉู่หลิงก้มลงมองฉวี่เสี่ยวปิงที่อยู่ในอ้อมกอดพลางอมยิ้มและพูดเบาๆ ว่า “อยากแกะของขวัญก่อน หรือว่าจะพาพวกเพื่อนๆ ไปทานอาหารกันก่อนดีล่ะ?”

พูดจบ ฉู่หลิงก็ชี้ไปยังกล่องของขวัญใบใหญ่ที่วางกองกันอยู่บนพื้นพลางพูดด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดีว่า “ของพวกนั้นน่ะ เป็นของขวัญสำหรับเธอทั้งหมดเลยนะ!”

เดิมทีทุกคนตั้งใจจะเว้นระยะห่างเพื่อให้ทั้งสองคนได้พูดคุยกันอย่างเป็นส่วนตัว แต่พอเดินเข้ามาใกล้ทุกคนก็ได้ยินเสียงของฉู่หลิงเข้าพอดี

สายตาของพวกหลี่เมิ่งและเพื่อนๆ ต่างก็พากันหันไปทางประตูทางเข้าทันที

ที่แท้กล่องใบใหญ่พวกนั้นก็คือของขวัญงั้นเหรอ? พวกเธอนึกว่ามันเป็นแค่... ของประดับตกแต่งบ้านเสียอีก!

หลี่เมิ่งอ้าปากค้างเล็กน้อย พลางกวาดสายตามองกล่องเหล่านั้นคร่าวๆ นี่มันต้องมีมากกว่าร้อยกล่องเลยไม่ใช่เหรอ?

การให้ของขวัญวันเกิดสมัยนี้ เขาให้กันเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?

หลี่เมิ่งเผลอมองไปทางเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ และเธอก็ได้เห็นทุกคนทำท่าทางเอามือกุมหน้าอกเหมือนหายใจไม่ออกเช่นกัน มันเลยทำให้เธอกลับมารู้สึกดีขึ้นมาบ้าง

บรรดาคุณชายและคุณหนูที่ช่วยกันจัดเตรียมงานต่างก็เคยเห็นสิ่งของเหล่านี้มาบ้างแล้ว พวกเขาหันไปมองฉวี่เสี่ยวปิงพลางเอ่ยอวยพรด้วยความอิจฉาว่า

“พี่สะใภ้ครับ พี่โชคดีจริงๆ เลยนะ! ตาถึงมากเลยครับที่คว้าแฟนที่ดีขนาดนี้มาได้!”

“ใช่แล้วค่ะพี่สะใภ้ พี่มีเคล็ดลับอะไรไหมคะ? ช่วยสอนพวกเราหน่อยเถอะค่ะ พวกเราอยากจะรีบมีแฟนแบบนี้บ้างแล้ว!”

“ดูของขวัญเต็มพื้นนั่นสิ! พี่ฉู่ครับ นี่มันต้องมีความหายอะไรพิเศษหรือเปล่าครับ?”

คุณชายคนหนึ่งพยายามดึงหัวข้อกลับมาที่เรื่องของขวัญ พร้อมกับขยิบตาให้ฉู่หลิง

ฉู่หลิงหัวเราะเบาๆ แล้วพูดว่า “ก็ไม่มีความหมายอะไรพิเศษหรอก ก็แค่อยากให้เธอมีของขวัญให้แกะทุกๆ วันก็แค่นั้นน่ะ! จะได้มีความสุขแบบนี้ไปจนถึงวันเกิดปีหน้าเลยไง”

มีของขวัญให้แกะทุกวันงั้นเหรอ?

หลี่เมิ่งและเพื่อนร่วมชั้นพอได้ยินเช่นนั้นก็แทบจะเป็นลมล้มพับไปทันที

นั่นมันไม่เท่ากับว่าเขาต้องเตรียมของขวัญไว้ 365 ชิ้นเลยงั้นเหรอ?

จำเป็นต้องทุ่มทุนขนาดนี้เลยเหรอ? นี่ไม่คิดจะปล่อยให้คนอื่นได้มีชีวิตรอดบ้างเลยหรือไง!

ฉวี่เสี่ยวปิงถูกทุกคนรุมล้อมจนรู้สึกประหม่าเล็กน้อย เธอหันไปมองฉู่หลิงแล้วกระซิบเสียงเบาว่า “งั้น... พวกเราไปทานอาหารกับทุกคนก่อนดีไหมคะ?”

“ได้สิ!”

วันนี้ฉู่หลิงใจดีเป็นพิเศษ ทันทีที่ฉวี่เสี่ยวปิงพูดจบ เขาก็รีบจูงมือเธอและพาแขกทุกคนมุ่งหน้าไปยังห้องอาหารทันที

วันนี้เพื่องานวันเกิดของฉวี่เสี่ยวปิง ฉู่หลิงได้จ้างเชฟจากร้านอาหารระดับมิชลิน 3 ดาวให้มาทำอาหารให้ถึงที่บ้าน

บรรดาคุณชายคุณหนูคนอื่นๆ เคยเห็นเชฟเหล่านี้มาก่อนแล้ว แต่ฉวี่เสี่ยวปิงและเพื่อนร่วมชั้นนั้นเพิ่งจะรู้เรื่องนี้ พวกเธอจึงตกตะลึงไปทันที

และเมื่อพวกเธอได้รู้ว่าเชฟเหล่านี้มาจากร้านอาหารมิชลิน 3 ดาว น้ำตาแห่งความปลื้มปิติก็แทบจะไหลออกมา

ชีวิตนี้พวกเธอยังไม่เคยได้ลิ้มลองอาหารจากร้านมิชลิน 3 ดาวเลยสักครั้ง แต่ก็ไม่นึกเลยว่าจะได้มากินในเวลาแบบนี้

“ได้ยินมาว่าอาหารระดับนี้ ถ้าไปทานที่ร้านราคาก็แพงมากแล้วนะ แล้วให้เชฟมาทำให้ถึงที่บ้านแบบนี้มันจะไม่แพงกว่าเดิมเหรอ?” เพื่อนคนหนึ่งกระซิบถามหลี่เมิ่งที่ข้างหู

หลี่เมิ่งยิ้มก่อนจะตอบกลับไปอย่างเก้อเขิน “เธอถามถูกคนแล้วล่ะ เพราะฉันเองก็รู้เท่ากับเธอนั่นแหละ!”

บ้าจริง ฉันก็เป็นแค่นักศึกษาจนๆ คนหนึ่งนะ ทำไมต้องมาถามอะไรที่ฉันไม่รู้ด้วยนะ!

ฉู่หลิงมองดูแขกที่ยืนอยู่รอบๆ พลางผายมือเชื้อเชิญพร้อมพูดว่า “ทุกคนเชิญนั่งได้เลย เรื่องคุยเอาไว้ก่อน เรื่องกินสำคัญกว่า!”

ทุกคนรีบทำตามคำสั่งของฉู่หลิงและหาที่นั่งกันทันที เพื่อนร่วมชั้นของฉวี่เสี่ยวปิงก็แอบมองสำรวจภายในวิลล่า แต่ยิ่งมองดวงตาของพวกเธอก็ยิ่งเหมือนจะถลนออกมาให้ได้

หรูหรามาก! ถ้าได้อาศัยอยู่ในบ้านแบบนี้ทุกวัน พวกเธอคงจะหัวเราะจนต้องตื่นมากลางดึกเลยมั้งเนี่ย?

นี่คงเป็นความหรูหราจนถึงขีดสุดสินะ?

คุณชายคนหนึ่งที่เพิ่งเดินกลับมาจากข้างนอกก็กลับเข้ามากับรถเข็นเค้ก “พี่ฉู่ครับ ขั้นตอนต่อไป คือการตัดเค้กใช่ไหมครับ?”

ฉู่หลิงพยักหน้า ส่วนฉวี่เสี่ยวปิงที่ได้ยินเช่นนั้นก็จะลุกขึ้นยืน แต่ฉู่หลิงกลับกดไหล่เธอให้นั่งลงที่เดิมพลางพูดว่า “เดี๋ยวสิ ยังไม่ได้ใส่หมวกวันเกิดเลยนะ!”

หมวกวันเกิดงั้นเหรอ?

ฉวี่เสี่ยวปิงหัวเราะออกมาทันที ฉู่หลิงกำลังพูดถึงหมวกกระดาษทรงมงกุฎที่แถมมากับเค้กงั้นเหรอ?

นั่นมันของสำหรับเด็กเล็กๆ ไม่ใช่หรือไง?

แต่ฉวี่เสี่ยวปิงก็ไม่ได้คัดค้านอะไร เพราะวันนี้เธอซาบซึ้งใจกับสิ่งที่ฉู่หลิงทำให้เธอเป็นอย่างมาก ไม่ว่าเขาจะให้เธอทำอะไร เธอก็เต็มใจทำตามทุกอย่าง

คนอื่นๆ เองก็คิดเหมือนกันว่าฉู่หลิงแค่พูดไปงั้นๆ และไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรมากนัก ทว่าทันใดนั้น ฉู่หลิงกลับหยิบกล่องไม้โบราณใบเล็กๆ ใบหนึ่งขึ้นมาจากบนโต๊ะ

เมื่อกล่องถูกเปิดออกมันก็เผยให้เห็นมงกุฎจิ๋วที่อยู่ภายใน

ทุกคนที่เห็นต่างก็ต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความตกตะลึง

นี่มันมงกุฎที่ทำมาจากทองคำและหยกเชียวนะ!

มันมีหยกเป็นฐานและประดับตกแต่งด้วยทองคำอย่างวิจิตรบรรจง

แม้จะเป็นวัสดุที่ดูแตกต่างกันคนละขั้ว แต่พวกมันกลับถูกจัดวางผสมผสานกันได้อย่างลงตัวจนน่าอัศจรรย์

ไม่เพียงเท่านั้น มันยังมีการประดับด้วยอัญมณีสีสันสดใสที่ส่องประกายระยิบระยับจนดูงดงามจับตาอีกด้วย

ฉู่หลิงหยิบมงกุฎขึ้นมาแล้วสวมลงบนศีรษะของฉวี่เสี่ยวปิง เขามองดูใบหน้าอันงดงามของเธอพลางเอ่ยอย่างยิ้มๆ ว่า “เจ้าหญิงน้อยของฉัน สวยจริงๆ ไม่ว่าจะแต่งตัวแบบไหน!”

ทุกคน: “...”

คำพูดหวานเลี่ยนก่อนจะเริ่มมื้ออาหารแบบนี้ มันช่างโหดร้ายต่อคนโสดจริงๆ!

ฉวี่เสี่ยวปิงจ้องมองฉู่หลิงด้วยความเคลิบเคลิ้ม หัวใจของเธอก็แทบจะละลายไปหมดแล้ว

เธอเคยคาดหวังว่าฉู่หลิงจะมีเซอร์ไพรส์ให้ แต่ก็ไม่นึกเลยว่าเขาจะทำถึงขั้นนี้

แค่ตัดเค้กวันเกิด ถึงกับต้องสั่งทำมงกุฎพิเศษ ทั้งวัสดุและแบบก็ล้วนเป็นงานเกรดพรีเมียมอย่างไม่ต้องสงสัย

ฉู่หลิงเอื้อมมือไปบีบแก้มฉวี่เสี่ยวปิงเบาๆ แล้วหันไปพูดกับทุกคนว่า “เอาล่ะ! ตัดเค้กกันเถอะ!”

เค้ก 9 ชั้นนั้นสูงใหญ่เกินกว่าจะปักเทียนได้ ดังนั้นฉู่หลิงจึงตัดขั้นตอนการปักเทียนทิ้งไป แล้วใช้มือขนาดใหญ่ของเขาโอบมือของฉวี่เสี่ยวปิงไว้เพื่อร่วมกันตัดเค้ก ก่อนจะแบ่งให้แก่แขกทุกคน

เมื่อทุกคนแบ่งเค้กกันเสร็จแล้ว เชฟก็เริ่มทยอยนำอาหารออกมาเสิร์ฟ

วัตถุดิบทั้งหมดที่ใช้ในวันนี้ล้วนเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศที่ถูกส่งตรงมาจินหลิงด้วยเครื่องบินเมื่อตอนเช้าและเชฟก็ใช้วิธีการแช่เย็นเอาไว้เพื่อนำมาปรุงที่บ้านของฉู่หลิงในตอนเย็น

เวลาในการปรุงอาหารแต่ละจานก็ล้วนถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำ หัวหน้าเชฟนั้นคำนึงแม้กระทั่งช่วงเวลาที่จะต้องนำไปเสิร์ฟและช่วงเวลาที่แขกจะหยิบเข้าปากควรจะเป็นตอนไหนถึงจะให้รสสัมผัสที่ดีที่สุด

มื้ออาหารผ่านไปทุกคนต่างก็อิ่มหนำสำราญ สำหรับฝีมือของเชฟมิชลิน 3 ดาว ทุกคนต่างก็ให้คะแนนความพึงพอใจสูงมาก

หัวหน้าเชฟที่ได้ยินคำชมก็ถ่อมตัวพลางโบกมือปฏิเสธ “จริงๆ แล้วพระเอกตัวจริงของวันนี้คือวัตถุดิบชั้นเลิศเหล่านี้ต่างหากครับ! หลายอย่างเป็นของที่คุณฉู่สั่งซื้อมาเป็นพิเศษ ซึ่งแม้แต่พวกเราเองก็ไม่เคยเห็นวัตถุดิบที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้มาก่อนเลยครับ!”

คนอื่นอาจไม่รู้ แต่หัวหน้าเชฟนั้นรู้ดีว่าวัตถุดิบในวันนี้มีมูลค่ารวมกันสูงถึงหลักล้านหยวนเลยทีเดียว

แม้จะรวมค่าขนส่งทางอากาศและค่าภาษีนำเข้าแล้ว แต่วัตถุดิบแต่ละอย่างก็ล้วนเป็นของแท้ที่มีคุณภาพดีเยี่ยมอย่างแน่นอน

ทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็ตกตะลึงไปอีกรอบ พลางหันไปมองฉู่หลิงที่กำลังนั่งทำหน้าเรียบเฉย

วัตถุดิบชั้นเลิศที่เชฟมิชลินก็ยังไม่เคยเห็น?

ทุ่มเงินหลักล้านหยวนเพื่อมื้ออาหารมื้อเดียว?

แม้แต่บรรดาคุณชายคุณหนูที่ร่วมมือกันจัดงานเลี้ยงวันเกิดในครั้งนี้ ก็ยังถึงกับอึ้งไปเลย

“พี่ฉู่ครับ จัดงานใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่บอกพวกเราสักคำเลยล่ะครับ? ถ้าบอกล่วงหน้า พวกเราจะได้ค่อยๆ กินมันให้นานกว่านี้หน่อย!” คุณชายคนหนึ่งถามด้วยความสงสัย

ฉู่หลิงทำหน้ามึนงง “ฉันคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยน่ะ ก็เลยไม่อยากจะเสียเวลาพวกนายน่ะ”

เหล่าคุณชายคุณหนู: “...”

พวกเขาแทบอยากจะร้องไห้เงินหลักล้านหยวนเนี่ยนะเรื่องเล็กน้อย?

หลังจากทานอาหารกันจนอิ่มแล้ว ก็ถึงเวลาของการให้ของขวัญ

บรรดาคุณชายคุณหนูต่างก็พากันหยิบของขวัญที่เตรียมมาส่งให้ฉวี่เสี่ยวปิง พร้อมกับเอ่ยอวยพรด้วยความยินดี

“พี่สะใภ้ครับ นี่เป็นกระเป๋าหนังจระเข้จากแอร์เมส รุ่นจำกัดจำนวนทั่วโลกครับ! ขอให้พี่สะใภ้นับวันยิ่งสวยขึ้นนะครับ!”

“บังเอิญจัง! ของฉันเป็นชุดคอลเลกชันกูตูร์จากชาเนล พอดีเห็นพี่สะใภ้แล้วรู้สึกว่าหุ่นของพี่น่าจะเหมาะกับแบรนด์นี้ที่สุด!”

“พี่สะใภ้คะ นี่คือกล้อง DSLR ที่มาพร้อมเลนส์ครบเซ็ตค่ะ! ขอให้พี่และพี่ฉู่มีความสุขมากๆ และขอให้ทุกวันเป็นวันพิเศษนะคะ!”

“...”

จบบทที่ ตอนที่ 130 : ของขวัญ

คัดลอกลิงก์แล้ว