เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 204 ไร้ความปรารถนาย่อมแข็งแกร่ง

บทที่ 204 ไร้ความปรารถนาย่อมแข็งแกร่ง

บทที่ 204 ไร้ความปรารถนาย่อมแข็งแกร่ง


"หมอนี่ ทำไมถึงไม่ยอมล็อกประตู คิดว่าเป็นบ้านตัวเองหรือไง?"

หลินเหยาเดินย่องเข้าไปในห้องพักของฉินเกอ ชะโงกหน้ามองหาเงาร่างของฉินเกอไปทั่ว

"คนหายไปไหนเนี่ย?"

"อ๊ะ—"

หลินเหยาถูกคนสวมกอดจากด้านหลัง เพิ่งจะร้องอุทานออกมาก็ถูกปิดปากไว้เสียก่อน

"ผมเอง!" ฉินเกอค่อยๆ คลายมือออก จากนั้นก็ใช้นิ้วเชยคางของหลินเหยาขึ้นมา ชื่นชมใบหน้างดงามสะท้านแผ่นดินของเธอ "คุณดึกดื่นค่อนคืนไม่หลับไม่นอน วิ่งมาที่ห้องผมทำไม?"

"ฉะ...ฉัน..." หลินเหยาเขินอายจนใบหน้าแดงระเรื่อ สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของฉินเกอ ลมหายใจก็เริ่มถี่กระชั้น "นี่ห้องของคุณเหรอ?"

"ฉันนึกว่าชุนเซียงพักอยู่ที่นี่ซะอีก เข้าผิดห้องแล้ว!"

"งั้นเหรอ?" ฉินเกอรวบเอวอุ้มเธอขึ้นมา "ไม่ซื่อสัตย์แบบนี้ ดูท่าจะต้องลงทัณฑ์ซะแล้ว"

หลินเหยาถูกฉินเกอโยนลงบนเตียงนุ่ม หัวใจเต้นโครมครามราวกับลูกกวางวิ่งชน "คุณอย่ากวนสิ ฉันมีเรื่องอยากจะถามคุณเยอะแยะเลย!"

"ค่ำคืนวสันต์มีค่าดั่งทอง แกล้งทำเป็นเล่นตัวอีกเดี๋ยวฟ้าก็สว่างหรอก!" ฉินเกอค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ ใช้สองมือค้ำยันไว้ข้างศีรษะของเธอ สี่ตาประสานกัน

"ถ้าคุณไม่เต็มใจก็ช่างเถอะ มีอะไรค่อยคุยกันพรุ่งนี้แล้วกัน!"

"เลิกพูดมากได้แล้ว!" หลินเหยาใช้มือข้างหนึ่งคว้าคอเสื้อของฉินเกอแล้วกระชากลงมา

ริมฝีปากและฟันสัมผัสกัน ทั้งสองกอดกันแน่น ราวกับต่างฝ่ายต่างอยากจะหลอมรวมอีกคนเข้าไปในร่างกายของตัวเอง

จูบเดียวยังไม่ทันจบ ทั้งสองก็เหมือนกับกำลังปอกบ๊ะจ่าง เปลื้องใบไผ่ของอีกฝ่ายออกจนสะอาดหมดจด

คนหนึ่งส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน ขาวผ่องจนแสบตา ส่วนอีกคนก็มีมัดกล้ามเนื้อที่เห็นเส้นสายเด่นชัด

อากาศทั้งห้องกลายเป็นความเย้ายวนชวนฝัน

แม้จะมีประสบการณ์ในอพาร์ตเมนต์ที่ตงไห่มาแล้วหลายครั้ง หลินเหยาก็ยังควบคุมจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่ได้ ใบหน้าสวยหวานแดงระเรื่อดั่งเมฆสีชาด งดงามน่ารักน่าทะนุถนอม

หลินเหยายื่นมือออกไปขวางไม่ให้ฉินเกอขยับตัว "ฉันอยากคุยด้วย มีคำถามมากมายอยากจะถามคุณจริงๆ"

"คุณอยากพูดก็พูดสิ ใครห้ามไม่ให้คุณพูดล่ะ?"

"ถุยเถอะ! คุณคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าเมื่อกี้คุณคิดจะทำอะไร ขืนเป็นแบบนั้นฉันจะยังอ้าปากพูดได้อีกเหรอ?"

"เมื่อก่อนคุณก็ออกจะชอบไม่ใช่หรือไง!"

"ฉันถูกคุณหลอกต่างหากล่ะ ไอ้โรคจิตเอ๊ย!"

"อ๊าย—" หลินเหยาร้องอุทานเสียงหลง พลันสวมกอดฉินเกอไว้แน่นจนเล็บจิกเข้าไปในผิวเนื้อบนแผ่นหลังของเขา "ไอ้บ้าเอ๊ย จะทำอะไรช่วยบอกกล่าวกันล่วงหน้าหน่อยได้ไหม!"

"เมื่อกี้คุณก็เพิ่งเรียนรู้การคาดเดาล่วงหน้าไปแล้วไม่ใช่เหรอ?"

"คาดเดาบ้าบออะไรล่ะ...อื้อ..."

"ไม่ผิดนี่ ก็คาดเดานั่นแหละ...ซี๊ด~!"

หลินเหยาพูดจาไม่เป็นปะติดปะต่อ ถามคำถามฉินเกอมากมายอย่างกระท่อนกระแท่น เริ่มตั้งแต่เรื่องที่แม่ของเธอไปพบเขาที่ตงไห่

ฉินเกอตอบทุกคำถาม รู้สิ่งใดก็บอกจนหมดสิ้น ตอบรับอย่างเป็นจังหวะจะโคน

เดิมทีหลินเหยาก็สติกระเจิงเตรียมตัวยอมจำนนอยู่แล้ว พอเธอได้รู้ถึงที่มาที่ไปเรื่องที่ฉินเกอมาหาเธอที่จินหลิง ภายในใจก็ยิ่งซาบซึ้งจนบอกไม่ถูก

รางวัล ต้องให้รางวัล!

ถึงจะเป็นไอ้ผู้ชายตัวแสบ แต่เขาอุตส่าห์ทำเพื่อฉันถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่ตกรางวัลให้หนักๆ สักหน่อยจะได้ยังไง?

......

รุ่งสาง ฟ้ายังไม่สว่างดี หลินเหยาก็ก้าวเดินด้วยฝีเท้าที่ลอยละล่อง ลากสังขารที่แทบจะแหลกสลายเป็นชิ้นๆ แอบกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง

แม่เฒ่าเฉินที่ยังคงเฝ้าอยู่หน้าห้องของเธอสัปหงกไปอย่างพอดิบพอดี

หลังทานอาหารเช้าเสร็จ คนรับใช้ตระกูลหลินก็เชิญฉินเกอไปที่สวนดอกไม้ในลานบ้านด้านหลัง โดยบอกว่าหลินจือเหนียนกำลังรออยู่ที่นั่นแล้ว

"ตาแก่!"

ตอนที่ฉินเกอมาถึงสวนดอกไม้ลานหลังบ้าน หลินจือเหนียนกำลังนั่งอยู่ริมสระ เหม่อมองผิวน้ำอย่างใจลอย

ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ พอได้ยินเสียงฝีเท้าของฉินเกอถึงได้ดึงสติกลับมา "เสี่ยวฉินมาแล้วเหรอ?"

"เธอเป็นเพื่อนกับเหยาเหยา นับว่าเป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกัน ฉันเองก็แก่กว่าเธอมาก เรียกเธอว่าเสี่ยวฉิน คงไม่รังเกียจใช่ไหม?"

"ไม่เป็นไรหรอก ก็แค่คำเรียกขาน!" ฉินเกอก็นึกอะไรขึ้นมาได้กะทันหัน "ที่คุณจงใจพูดขึ้นมาตรงนี้ คงไม่ใช่เพราะผมเรียกคุณว่าตาแก่หรอกนะ?"

"ถ้าคิดจะสั่งสอนผมละก็ งดไปได้เลย!"

"คุณจะคิดว่าผมไร้มารยาทหรือไม่มีการศึกษาก็ช่าง ผมไม่สนหรอก เพราะคุณคิดถูกแล้ว ผมไม่ได้เคารพคุณสักเท่าไหร่หรอกนะจริงๆ!"

"แต่ที่ผมเรียกคุณว่าตาแก่ นั่นเป็นเพราะคุณไม่เคารพผมก่อน"

"ผมจะปฏิบัติกับคนอื่นยังไง มันขึ้นอยู่กับว่าคนคนนั้นปฏิบัติต่อผมยังไง!"

ใบหน้าของหลินจือเหนียนประดับไปด้วยรอยยิ้ม "ฉันไปไม่เคารพเธอตอนไหนล่ะ?"

"เมื่อคืนสถานการณ์มันพิเศษ สำหรับฉันแล้วเธอก็เป็นแค่คนแปลกหน้าคนหนึ่ง ยังไงซะหลินหยวนก็เป็นลูกชายฉัน เธอทำร้ายเขา ฉันจะมีปฏิกิริยาแบบนั้นมันไม่ปกติหรือไง?"

"ก็ปกติ แต่ก็ไม่ปกติ" ฉินเกอคิดครู่หนึ่ง "ถึงผมจะไม่ได้เกิดมาสูงส่งเหมือนพวกเศรษฐีอย่างคุณ แต่ผมก็เคยเจอคนรวยมาไม่น้อย"

"พวกคุณอาจจะไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองมีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือจิตใต้สำนึกที่คิดว่าตัวเองอยู่เหนือกว่าคนอื่น!"

"คุณอย่าเพิ่งรีบเถียง จิตใต้สำนึกที่ผมพูดถึงมันฝังลึกอยู่ในกระดูกของพวกคุณ มันจะแสดงออกมาก็ต่อเมื่อไม่รู้ตัวหรือต้องเผชิญกับการตัดสินใจครั้งสำคัญเท่านั้นแหละ"

"ปกติคุณอาจจะคิดว่าตัวเองไม่ได้ดูถูกคนธรรมดา คิดว่าตัวเองมองทุกคนอย่างเท่าเทียม แต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆ เหรอ?"

"ตอนที่ผมทำร้ายหลินหยวน ปฏิกิริยาแบบนั้นของคุณ มันเป็นแค่ปฏิกิริยาในฐานะพ่อคนหนึ่งแค่นั้นเหรอ?"

"คุณกล้าพูดไหมล่ะ ว่าคุณไม่ได้มีความรู้สึกเหยียดหยามมองลงมาจากที่สูงแบบนั้น?"

ฉินเกอยิงคำถามสวนกลับเป็นชุดจนหลินจือเหนียนสมองอื้ออึงไปหมด "ต่อให้หลินหยวนจะทำผิดร้ายแรงแค่ไหน เขาก็คือสายเลือดตระกูลหลินของพวกคุณ ส่วนผมเป็นแค่ไอ้เด็กเหลือขอที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ ในใจคุณก็เลยคิดว่าผมไม่มีสิทธิ์ไปแตะต้องเขา!"

"ในตอนนั้น สำหรับสายตาของคุณ ผมกับหลินหยวนไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน ที่เป็นแบบนั้น ไม่ใช่เพราะว่าลึกๆ ในกระดูกของคุณคิดว่าตระกูลหลินอยู่เหนือกว่าคนอื่นหรอกเหรอ?"

"หลินเหยาเรียนที่มหาวิทยาลัยตงไห่มาตั้งหลายปี คนรอบตัวเธอไม่มีใครรู้เลยว่าเธอเป็นพวกลูกคุณหนูเศรษฐี แม้แต่ผมเองก็เพิ่งจะมารู้เมื่อไม่นานมานี้เอง รู้ไหมล่ะว่าทำไม?"

"ก็เพราะในตัวเธอไม่มีนิสัยเสียๆ แบบพวกคุณน่ะสิ!"

"พวกคุณเองอาจจะไม่รู้ตัว แต่คนรอบข้างเขาสัมผัสได้"

"แน่นอน ผมบอกว่ามันเป็นข้อเสีย แต่ก็ไม่ได้บอกว่ามันผิดอะไร แค่ผมไม่ชอบเป็นการส่วนตัวก็เท่านั้น"

เขาชะงักไปเล็กน้อย "อย่างตระกูลหลินของพวกคุณ ต้องพยายามกันมากี่รุ่นต่อกี่รุ่นถึงจะมีวันนี้ กลายเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของจินหลิง ถ้าแม้แต่ความรู้สึกเหนือกว่านิดๆ หน่อยๆ ยังไม่มี ความพยายามที่ผ่านมามันจะไม่สูญเปล่าหรอกเหรอ?"

"พวกคุณจะมองคนอื่นยังไงผมไม่ยุ่ง มันไม่เกี่ยวกับผม แต่ถ้าพวกคุณมองผมแบบนั้น แล้วยังหวังจะให้ผมเคารพเนี่ย มันก็ออกจะไม่ค่อยมีเหตุผลไปหน่อยนะ"

เมื่อเห็นหลินจือเหนียนทำท่าเหมือนกำลังครุ่นคิด ฉินเกอก็ยิ้มบางๆ "คุณกำลังคิดอยู่ล่ะสิ ว่ากับพวกคนที่ตระกูลหลินคบหาด้วยเป็นปกติ คุณก็ปฏิบัติด้วยท่าทีแบบเดียวกัน แต่พวกเขากลับไม่ได้เป็นแบบผม แถมยังเคารพคุณอย่างมากด้วย?"

"ตระกูลหลินของพวกคุณเป็นถึงเศรษฐีอันดับหนึ่งของจินหลิง ต่อให้พวกนั้นจะไม่ได้ต้องการอะไรจากพวกคุณ แต่ก็ยังต้องหวาดเกรงพวกคุณอยู่ดี พวกเขากล้าที่จะไม่เคารพคุณหรือไง?"

"เมื่อรู้ว่าไม่มีทางเลือกก็จำต้องยอมรับชะตากรรม เพื่อความอยู่รอดพวกเขาก็ทนได้ แต่คุณอย่าหวังเลยว่าคนที่มีฝีมือจริงๆ จะยอมอารมณ์ดีทนกับคุณแบบนั้น!"

"ผมไม่ได้กลัวตระกูลหลินของพวกคุณ แล้วก็ไม่ได้หวังผลประโยชน์อะไรจากพวกคุณด้วย ทำไมผมถึงต้องมาคอยทนกลืนความโกรธไว้ต่อหน้าพวกคุณด้วยล่ะ?"

"คุณคงไม่ได้คิดหรอกนะ ว่าที่ผมเข้าหาหลินเหยา เป็นเพราะหวังอะไรจากตระกูลหลินของพวกคุณ?"

"นี่แหละมั้งที่เขาเรียกว่า ไร้ความปรารถนาย่อมแข็งแกร่ง!"

จบบทที่ บทที่ 204 ไร้ความปรารถนาย่อมแข็งแกร่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว