เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 159 ถ้าฉันลงมือ เขาจะขวางได้งั้นเหรอ

บทที่ 159 ถ้าฉันลงมือ เขาจะขวางได้งั้นเหรอ

บทที่ 159 ถ้าฉันลงมือ เขาจะขวางได้งั้นเหรอ


"กวาเกอ พี่อย่าพูดกับพี่จิงหงแบบนี้สิคะ"

"เธอเป็นห่วงพี่เหวินซี ฉันเองก็เป็นห่วงมากเหมือนกันค่ะ หลับไม่ตื่นแบบนี้ จะทำให้คนสบายใจได้ยังไงล่ะคะ!"

หยางเสี่ยวเหมิงเห็นอวี๋จิงหงทำหน้าไม่ถูกจึงเป็นฝ่ายพูดขึ้นเพื่อช่วยกู้สถานการณ์ เธอเข้าใจว่าอวี๋จิงหงไม่ได้หมายความตามที่ฉินเกอพูด และก็รู้ด้วยว่าฉินเกอจงใจ

"ได้ ฉันเชื่อเธอ จะไม่ถือสากับเธอแล้วกัน"

ฉินเกอทำท่าทางใจกว้าง "เธอวางใจเถอะ ตอนนี้เหวินซีฟื้นฟูได้ดีมาก น่าจะใกล้ตื่นแล้วล่ะ"

"แต่ถ้าจะให้หายดีเป็นปกติ ก็ยังต้องใช้เวลาอีกสักพัก"

พอได้ยินแบบนี้อวี๋จิงหงก็ยิ่งปรี๊ดแตก "ไอ้สารเลวนี่ ทำไมนายถึงได้สองมาตรฐานขนาดนี้ฮะ?"

"เสี่ยวเหมิงเป็นห่วงเหวินซี นายก็อธิบายซะดิบดี ทำไมพอเป็นฉันถึงกลายเป็นอีกท่าทีนึงไปได้?"

"หรือว่าฉันไม่ได้เป็นห่วงเหวินซีงั้นเหรอ?"

ฉินเกอมีสีหน้าเรียบเฉย "เสี่ยวเหมิงก็คือเสี่ยวเหมิงของบ้านเรา ว่านอนสอนง่ายแถมยังรู้ความ เธอจะไปเทียบกับเสี่ยวเหมิงได้ยังไง?"

"แล้วเธอเป็นใครล่ะ?"

หยางเสี่ยวเหมิงชะงักไปครู่หนึ่ง ในใจรู้สึกหวานล้ำแถมยังขบขันไปด้วย ชั่วขณะนั้นไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี

"ทำไมนายไม่ไปตายซะ!" อวี๋จิงหงคว้าเก้าอี้ขึ้นมาฟาดลงไปตรงจุดที่ฉินเกอเพิ่งยืนอยู่พอดี เก้าอี้แตกกระจายไม่มีชิ้นดี

"ยัยผู้หญิงดุร้าย!"

ร่างของฉินเกอหายไปนานแล้ว ทิ้งไว้เพียงคำพูดแค่ไม่กี่คำ

ตกเย็น ฉินเกอไปที่วิลล่าเซียงเซี่ยลี่

"ตกลงว่านายมีความลับอะไรปิดบังฉันอยู่อีกบ้าง ฉันอุตส่าห์สืบมาอย่างดีแล้ว ทำไมข้อมูลถึงได้คลาดเคลื่อนไปขนาดนี้?"

ชีอิงจือเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า ลมหายใจยังคงไม่ราบเรียบ

"เธอพูดเรื่องอะไรกัน คลาดเคลื่อนอะไรล่ะ ฉันก็เป็นแบบนี้มาตลอดไม่ใช่หรือไง?"

"นายอย่ามาตีฝีปากกลบเกลื่อนเหมือนเมื่อก่อนเลยนะ นายรู้ดีว่าฉันกำลังถามอะไรนายอยู่!"

สมองของชีอิงจือแจ่มใสมาก แต่ร่างกายกลับไม่ค่อยเป็นใจ ฉินเกอลงมือเพียงไม่กี่ครั้งก็ทำให้เธอสูญเสียสติสัมปชัญญะไปจนหมด ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้ข้างหลังชั่วคราว

"ช่วงนี้นายทำตัวเด่นเกินไปแล้วนะ ต้องระวังตัวให้ดีล่ะ"

ชีอิงจือส่งสายตายั่วยวน นัยน์ตาแฝงความกังวลไว้จางๆ เธอโอบกอดคอของฉินเกอไว้แน่น ไม่ยอมให้เขาทำอะไรตามใจชอบอีก

ฝ่ามือของฉินเกอลูบไล้ไปตามผิวพรรณอันเนียนนุ่มบริเวณแผ่นหลังของชีอิงจือ ก่อนจะโอบรัดเอวคอดกิ่วของเธอเอาไว้ "ไม่ต้องกังวลหรอก"

"บางเรื่องฉันก็บอกเธอไม่ได้หรอกนะ แต่สถานการณ์มันก็คล้ายๆ กับที่เธอเข้าใจนั่นแหละ"

"ฉันรู้จักกับคนของตระกูลเสิ่นและตระกูลหานพวกนั้นแหละ ส่วนฮั่วฉางคุน ฉันเป็นคนฆ่าเอง!"

"อื้อ..."

ชีอิงจือเพิ่งจะอ้าปากพูด การกระทำกะทันหันของฉินเกอก็ทำให้เธอเผลอหลุดเสียงร้องออกมา

"แต่ยังไงซะ นั่นก็เป็นถึงตระกูลฮั่วนะ นายฆ่าฮั่วฉางคุนไป ฮั่วเชียนเจวี๋ยไม่มีทางยอมจบเรื่องนี้ง่ายๆ แน่!"

"ช่างเถอะ ฉันไม่ถามแล้วก็ได้!" ชีอิงจือยอมถอยให้อย่างจนใจ "นายยังจำเจิ้งเส้าชิงได้ไหม?"

"ช่วงหลายวันนี้เขาพยายามนัดเจอฉันตลอด แต่ฉันก็ปฏิเสธไปแล้ว"

ฉินเกอหรี่ตาลงเล็กน้อย "คุณชายเจิ้งคนนั้นยังไม่ตัดใจอีกเหรอ?"

"ในเมื่อเจิ้งเส้าชิงดื้อดึงขนาดนี้ ถ้างั้นก็ไปเจอเขาสักหน่อยเถอะ ฉันจะไปเป็นเพื่อนเธอเอง!"

หัวใจและเรือนร่างบอบบางของชีอิงจือกระตุกเกร็งขึ้นพร้อมกัน "นายคิดจะทำอะไร?"

"นายอย่าทำอะไรวู่วามนะ ตระกูลเจิ้งไม่เหมือนกับคนอื่นหรอกนะ!"

"อย่าคิดว่าตระกูลเจิ้งจะเหมือนกับตระกูลฮั่วนะ อย่าพูดถึงเรื่องที่ว่าตระกูลฮั่วในอดีตไม่ได้ก้าวขึ้นเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของตงไห่เลย ต่อให้ฮั่วเชียนเจวี๋ยจะทำสำเร็จ ก็ไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกับตระกูลเจิ้งแห่งเป่ยตูได้หรอก"

"ฉันรู้ว่านายเก่งกาจมาก เกินกว่าที่ฉันคาดหวังไว้เยอะ แต่ว่านายจะดูถูกตระกูลเจิ้งเกินไปไม่ได้นะ!"

"เป็นเธอต่างหากที่ดูถูกฉันเกินไป!" คำพูดของฉินเกอเร็วขึ้นเรื่อยๆ ตามจังหวะการเคลื่อนไหว

"ตอนนี้ฉันอาจจะยังล่วงเกินตระกูลเจิ้งไม่ได้ก็จริง แต่เจิ้งเส้าชิงก็ใช่ว่าจะเป็นตัวแทนของตระกูลเจิ้งได้ทั้งหมดไม่ใช่เหรอ?"

"ต่อให้เขาเป็นตัวแทนได้ ฉันก็ไม่เห็นจำเป็นต้องกลัวตระกูลเจิ้งของเขาสักหน่อย!"

"ที่อื่นฉันยังยื่นมือเข้าไปยุ่งไม่ได้ในตอนนี้ แต่สำหรับตงไห่ ฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเข้ามาก้าวก่ายอีกต่อไป!"

"แล้วก็ ฉันขอพูดอีกครั้งนะ เธอเป็นของฉัน ใครที่คิดจะแตะต้องเธอ ฉันจะฆ่ามันก่อน รวมทั้งเจิ้งเส้าชิงด้วย!"

หลังจากที่ทั้งสองร่วมรักกันจนหนำใจ ฉินเกอก็อุ้มชีอิงจือเข้าไปในห้องน้ำ

เวลาสองทุ่มตรง ทั้งสองก็ไปที่คลับหงอิงด้วยกัน

ต้องบอกเลยว่าชื่อเสียงของคลับหงอิงนับว่าดีมากทีเดียว แม้แต่คุณชายใหญ่อย่างเจิ้งเส้าชิงเมื่อมาถึงตงไห่ก็ยังนัดพบชีอิงจือในสถานที่แบบนี้

ประตูห้องส่วนตัวเปิดออก รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจิ้งเส้าชิงเมื่อเห็นชีอิงจือ

ทว่าเมื่อเขามองเห็นฉินเกอที่เดินตามหลังชีอิงจือเข้ามา รอยยิ้มก็มลายหายไปในพริบตา เขามีสีหน้าตกตะลึงเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นดำทะมึน

ฉินเกอมองดูสีหน้าของเจิ้งเส้าชิงที่ราวกับว่าพ่อบังเกิดเกล้าเพิ่งตายจากไป ก่อนจะเอ่ยหยอกล้อว่า "คุณชายเจิ้งดูเหมือนจะไม่ค่อยต้อนรับผมสักเท่าไหร่นะ?"

"อย่าเข้าใจผิดไป ผมก็เป็นแค่บอดี้การ์ดของประธานชีเท่านั้นเอง ออกมาหาลำไพ่พิเศษน่ะ พวกคุณก็คุยกันไปเถอะ ถือซะว่าหูของบอดี้การ์ดคนนี้เป็นแค่ของประดับก็แล้วกัน!"

เขาไม่อธิบายยังจะดีเสียกว่า พออธิบายปุ๊บ ใบหน้าของเจิ้งเส้าชิงก็ยิ่งดำคล้ำลงไปอีก

เจิ้งเส้าชิงย่อมรู้จักฉินเกออยู่แล้ว วันนั้นที่หออิงอู่ ทั้งเซี่ยซือหยวนและหานเชียนอวิ๋นต่างก็ปฏิบัติต่อฉินเกออย่างนอบน้อม บอกว่าเป็นบอดี้การ์ดของชีอิงจือ ใครจะไปเชื่อล่ะ?

เขาแค่คิดไม่ออกชั่วขณะว่า ทำไมฉินเกอถึงมาปรากฏตัวพร้อมกับชีอิงจือได้

ส่วนคำพูดของฉินเกอนั้น เขาไม่เชื่อแม้แต่เครื่องหมายวรรคตอนเลยสักนิด!

"ประธานชีนี่นัดเจอยากจริงๆ เลยนะ!"

"การที่คุณให้เกียรติมาตามนัด ทำให้ผมรู้สึกโชคดีเป็นบ้าเลย!"

เจิ้งเส้าชิงไม่ได้สนใจฉินเกอ เขาหันไปเชิญชีอิงจือนั่งลง

ในเมื่อแกบอกเองว่าเป็นบอดี้การ์ด สถานะเจ้านายกับลูกน้องย่อมแตกต่างกัน ถ้างั้นก็อย่ามาโทษที่ฉันหักหน้าแกก็แล้วกัน

ทว่าชีอิงจือกลับไม่ขยับตัว แต่เป็นฉินเกอที่เดินเข้าไปนั่งลงตรงที่เจิ้งเส้าชิงผายมือเชิญอย่างหน้าตาเฉย

รอจนฉินเกอนั่งลงเรียบร้อยแล้ว ชีอิงจือถึงได้ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ฉินเกอในท่าทีที่เหมือนกับ 'ภรรยาคล้อยตามสามี'

มุมปากของเจิ้งเส้าชิงกระตุกติดๆ กัน เขาฝืนข่มความโกรธเอาไว้ก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม "ประธานชี ผมจะไม่อ้อมค้อมล่ะนะ"

"ที่ผมพยายามนัดพบคุณหลายครั้ง ก็เป็นเพราะเห็นว่าแนวโน้มการเติบโตของกรุ๊ปเทียนอิงในช่วงไม่กี่ปีมานี้ดีมาก แต่ก็ยังขาดอะไรไปอีกนิดหน่อย"

"ดังนั้นผมจึงอยากจะคุยเรื่องความร่วมมือกับประธานชี ถ้าหากได้รับการสนับสนุนจากตระกูลเจิ้งของผม กรุ๊ปเทียนอิงจะต้องก้าวขึ้นสู่อีกระดับได้อย่างแน่นอน!"

"ในอนาคต การจะก้าวขึ้นเป็นบริษัทชั้นนำของตงไห่ก็เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น!"

ชีอิงจือมีสีหน้าไร้อารมณ์ เธอหันไปมองฉินเกอโดยสัญชาตญาณ

ฉินเกอกุมมือของชีอิงจือเอาไว้ ทั้งสองมีท่าทางสนิทสนมประหนึ่งคู่รักที่กำลังข้าวใหม่ปลามัน "ที่คุณชายเจิ้งพูดมาเป็นความจริงเหรอครับ?"

"คุณชายเจิ้งต้องการจะลงทุนในกรุ๊ปเทียนอิงงั้นเหรอ?"

"ผมขอขอบคุณคุณชายเจิ้งล่วงหน้าเลยแล้วกันนะครับ ไม่ทราบว่าคุณชายเจิ้งต้องการจะลงทุนในกรุ๊ปเทียนอิงเท่าไหร่ครับ พันล้านหรือว่าหมื่นล้านดี?"

เจิ้งเส้าชิงตบโต๊ะด้วยความโกรธจัด "พวกเรากำลังคุยกันอยู่ บอดี้การ์ดอย่างแกมีสิทธิ์สอดปากงั้นเหรอ?"

"รู้จักหน้าที่ของตัวเองซะบ้าง แกคิดว่าตัวเองเป็นตัวอะไรฮะ?"

ฉินเกอยิ้มบางๆ เขาโอบเอวของชีอิงจืออย่างเกินจริง "คุณชายเจิ้งพูดว่าอะไรนะครับ?"

"ประธานชีเป็นผู้หญิงของผม คุณคุยเรื่องความร่วมมือกับเธอ ผมจะถามสักหน่อยไม่ได้เลยเหรอ?"

"เป็นบอดี้การ์ดแล้วมันทำไม ผมเป็นบอดี้การ์ดให้ผู้หญิงของตัวเอง เรื่องแค่นี้ถึงกับต้องมองผมด้วยสายตาแปลกๆ เลยเหรอ?"

เจิ้งเส้าชิงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เมื่อเห็นว่าชีอิงจือไม่อธิบายอะไรเลย แถมยังมีท่าทีออดอ้อนออเซาะ ในใจก็ยิ่งเจ็บปวด "ชีอิงจือ!"

"คุณรู้ไหมว่าพวกคุณกำลังทำอะไรอยู่?"

ฉินเกอขมวดคิ้ว จ้องมองเจิ้งเส้าชิงเขม็ง "คุณชายเจิ้ง คุณหมายความว่ายังไง?"

"ข่มขู่อิงจือต่อหน้าผมงั้นเหรอ?"

"ฝีมือของผม ตอนอยู่ที่หออิงอู่ คุณก็น่าจะได้เห็นมาแล้วไม่ใช่เหรอ?"

เขาหันไปมองอวิ๋นอีชวนที่อยู่ด้านหลังเจิ้งเส้าชิง "ถ้าผมลงมือจัดการคุณ ไม่รู้ว่าเขาจะขวางผมได้หรือเปล่า?"

เจิ้งเส้าชิงและอวิ๋นอีชวนรู้สึกใจหายวาบขึ้นมาพร้อมกัน นี่มันเป็นปัญหาใหญ่เลยนะ!

จบบทที่ บทที่ 159 ถ้าฉันลงมือ เขาจะขวางได้งั้นเหรอ

คัดลอกลิงก์แล้ว