- หน้าแรก
- วิชาประสานสุขพลิกชะตาเซียน
- บทที่ 110 ทุกคนล้วนมีความหวัง
บทที่ 110 ทุกคนล้วนมีความหวัง
บทที่ 110 ทุกคนล้วนมีความหวัง
"ยังเจ็บอยู่ไหม?"
ภายในห้องรับรองห้องหนึ่ง ฉินเกอโคจรพลังวิญญาณพลางลูบแก้มเฉินเสี่ยวเสี่ยวเบาๆ รอยแดงบวมลดลงไปมากแล้ว
"โธ่ ฉันไม่เป็นไรแล้ว" เฉินเสี่ยวเสี่ยวยังคงนึกถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นด้วยความกังวลใจเป็นอย่างมาก "ฉินเกอ เมื่อกี้นายลงมือหนักเกินไปหน่อยหรือเปล่า?"
"ทำแบบนั้นมันจะไม่เป็นไรจริงๆ เหรอ?"
"พวกพานเฉิงต่อให้จะน่ารังเกียจแค่ไหนก็ยังเป็นพนักงานของชิงเฉิงเหม่ยจวงนะ เรื่องนี้ต้องกลายเป็นปัญหาใหญ่แน่!"
"ต่อให้พวกเขาเป็นแค่คนธรรมดา แต่นายเล่นซ้อมพวกเขาซะปางตายขนาดนั้น แถมยังมีคนเห็นตั้งเยอะแยะ นายหนีความผิดไม่พ้นแน่!"
"เดี๋ยวนะ!" เมื่อกี้เธอไม่ได้ยินประโยคหลังๆ ของฟางจิ้ง เพิ่งจะมานึกขึ้นได้ "คนที่มากับนายเมื่อกี้ เหมือนจะเป็นเลขาฯ ฟางที่อยู่ข้างกายประธานกู้นี่นา!"
"ตอนฉันรอลิฟต์เคยเจอเธอสองครั้ง ทุกครั้งเธอจะเดินตามหลังประธานกู้ตลอด แล้วทำไมนายถึงมากับเธอได้ล่ะ?"
"ตอนที่พวกเราเดินออกมา เลขาฯ ฟางพูดอะไรเกี่ยวกับเจ้านายหรือเปล่า นายได้ยินไหม?"
"ฉันไม่ฆ่าพวกมันก็ถือว่าลงมือเบามากแล้วนะ!" ฉินเกอยิ้มอย่างอ่อนโยน "คนที่ฟางจิ้งพูดถึงก็คือฉันเอง ฉันนี่แหละคือเจ้านายของชิงเฉิงเหม่ยจวง"
"เมื่อวานตอนอยู่หน้าบาร์ฉันก็บอกเธอไปแล้ว แต่เธอไม่เชื่อเองนี่นา"
...
"กู้ไฉ่เวย! คุณมีสิทธิ์อะไรมาไล่ผมออก!?"
"หลายปีมานี้ผมเป็นคนนำทีมแผนกการตลาดไปบุกเบิกตลาด สร้างผลงานชิ้นโบแดงให้ชิงเฉิงเหม่ยจวงมาตั้งเท่าไหร่ คุณนึกอยากจะไล่ออกก็ไล่ออกง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?"
"เรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นผมยอมรับว่าผมมีส่วนรับผิดชอบฐานดูแลจัดการไม่ดี แต่มันก็ไม่ถึงขั้นต้องไล่ออกเลยไม่ใช่หรือไง?"
ผู้จัดการแผนกการตลาดหลี่เจียงเหอ รีบรุดมาทันทีหลังจากทราบเรื่องที่เกิดขึ้นกับทีมที่หนึ่งของแผนกการตลาด แต่ผลปรากฏว่ากู้ไฉ่เวยกลับบอกเขาด้วยประโยคสั้นๆ เพียงประโยคเดียวว่า เขาถูกไล่ออกแล้ว
หลี่เจียงเหอฟิวส์ขาดทันที ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนอีก ตั้งคำถามใส่กู้ไฉ่เวยตรงนั้นเลย
"ผลงานชิ้นโบแดงงั้นเหรอ?" กู้ไฉ่เวยแค่นหัวเราะ "ฉันไม่ปฏิเสธผลงานของแผนกการตลาดหรอกนะ แต่นั่นมันเป็นผลมาจากความพยายามของเพื่อนร่วมงานทุกคนในแผนกการตลาด ไม่ใช่ว่าตอนนี้มันกลายเป็นผลงานของคุณคนเดียวไปแล้วเหรอ?"
"คุณลองบอกมาสิ ว่าคุณทำอะไรที่ส่งผลกระทบเชิงบวกอย่างยิ่งใหญ่ให้กับแผนกการตลาดบ้าง?"
"พูดแบบไม่เกรงใจเลยนะ เอาหมามาผูกไว้ตรงตำแหน่งคุณ แผนกการตลาดยังจะพัฒนาได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ซะอีก!"
"ทุกคนตั้งใจทำงานกันอย่างหนัก คุณไม่เป็นผู้นำที่ดีก็แล้วไปเถอะ แต่นี่ยังชอบตัดสินใจอะไรผิดๆ แบบไร้สาระมาคอยถ่วงแข้งถ่วงขาคนอื่นเขาอีก คิดว่าฉันไม่รู้อะไรเลยจริงๆ งั้นสิ?"
คำพูดของเธอเรียกความเห็นพ้องจากทุกคนในแผนกการตลาดได้ในทันที เรียกได้ว่าแทงใจดำเข้าอย่างจัง!
"อย่ามาพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้นะ!" หลี่เจียงเหอหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธ "ยังไงซะ ถ้าคุณจะไล่ผมออก ก็ต้องมีคำอธิบายที่ทำให้ผมยอมรับได้!"
"คำอธิบายที่ทำให้ทุกคนยอมรับได้อย่างหมดใจ!"
"แน่ใจเหรอ?" กู้ไฉ่เวยรู้เรื่องราวของหลี่เจียงเหออย่างทะลุปรุโปร่ง เพียงแต่เพราะเส้นสายของผู้จัดการแผนกจัดซื้อซูเหวินปิน บวกกับมีเรื่องเกี่ยวโยงกันมากเกินไป เธอจึงยังไม่ตัดสินใจจัดการเขาอย่างเด็ดขาดเสียที
แต่ตอนนี้เจ้านายได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนแล้ว เธอจึงตัดสินใจที่จะถอนรากถอนโคนพวกเหลือบไรเหล่านี้ให้หมดไป ไม่ให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!
"ได้! เดิมทีฉันตั้งใจจะเหลือทางถอยไว้ให้คุณสักหน่อย แต่ในเมื่อคุณรนหาที่ตายเอง ก็อย่ามาโทษฉันแล้วกัน!"
"ฟางจิ้ง! เอาของพวกนั้นออกมาประกาศให้หมด แจ้งให้ทราบโดยทั่วกันทั้งบริษัทเลย!"
ในเมื่อรู้เรื่องราวดีอยู่แล้ว ในมือย่อมต้องมีหลักฐานเตรียมไว้
ไม่ว่าจะเป็นตอนที่หลี่เจียงเหอเป็นตัวแทนของชิงเฉิงเหม่ยจวงไปเจรจาธุรกิจกับบริษัทอื่นแล้วกินหัวคิวอย่างไร หรือใช้อำนาจล่อลวงพนักงานหญิงของอีกฝ่ายให้ยอมนอนด้วยอย่างไร ทุกๆ เรื่อง เธอมีบันทึกเก็บไว้หมด!
การที่กู้ไฉ่เวยยังไม่จัดการหลี่เจียงเหอก่อนหน้านี้ ไม่ได้แปลว่าเธอไม่รู้ เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมที่จะลงมือก็เท่านั้น
"รับทราบค่ะ!" ฟางจิ้งขานรับ แล้วลงมือจัดการกับแท็บเล็ตที่พกติดตัวมาทันที สองมือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น
ไม่กี่นาทีต่อมา โทรศัพท์ของทุกคนก็พากันสั่นเตือน
เมื่อเปิดดูก็ต้องตกตะลึงจนตาค้างกันไปตามๆ กัน
วีรกรรมที่หลี่เจียงเหอก่อไว้ พวกเขาพอจะได้ยินมาบ้าง จึงเห็นเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
อีกทั้งหลี่เจียงเหอก็ไม่ใช่กรณีพิเศษ คนในตำแหน่งอย่างหลี่เจียงเหอ บริษัทอื่นส่วนใหญ่ก็มักจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเหมือนกัน
พวกเขาเตรียมใจไว้แล้ว แต่ไม่ได้เตรียมใจมาเจอเรื่องเยอะขนาดนี้
สิ่งที่หลี่เจียงเหอทำลงไปมันเหนือความคาดหมายของพวกเขามาก เรื่องที่พวกเขาเคยได้ยินมา เป็นเพียงแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น!
เมื่อหลี่เจียงเหอเห็นสีหน้าแปลกๆ ของทุกคน เขาก็รีบหยิบโทรศัพท์ออกมาดูบ้าง และเมื่อเห็น 'ข้อหา' ต่างๆ ของตัวเองที่ถูกเรียงรายอยู่ในประกาศ เขาก็รู้สึกเหมือนตกลงไปในถ้ำน้ำแข็งทันที
จบเห่แล้ว
เมื่อกี้กู้ไฉ่เวยไม่ได้แค่พูดขู่ไปงั้นๆ แต่เธอจงใจเหลือทางถอยไว้ให้เขาจริงๆ น่าเสียดายที่เขาเป็นคนปิดตายทางถอยของตัวเองไปเสียเอง
การถูกไล่ออก ย่อมไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเขาอย่างแน่นอน แต่ถ้าเป็นแค่การไล่ออก ปัญหาก็ยังไม่ใหญ่โตนัก
อย่างน้อยเขาก็ยังสามารถย้ายไปทำงานที่บริษัทอื่นได้
แต่ตอนนี้เมื่อข้อมูลพวกนี้ถูกเปิดเผยออกไป อีกไม่นานเขาจะต้องเสียชื่อเสียงจนฉาวโฉ่ไปทั้งวงการ แล้วใครจะกล้ารับเขาเข้าทำงานอีกล่ะ?
ตอนนี้เขาเพิ่งจะรู้ตัวว่า แท้จริงแล้วกู้ไฉ่เวยจับตาดูเขามาตั้งนานแล้ว!
แล้วทำไมเธอถึงไม่ยอมลงมือสักทีล่ะ?
สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็ว ใช่แล้ว เป็นเพราะผู้จัดการซูนี่เอง กู้ไฉ่เวยต้องรู้แน่ว่าเขากับซูเหวินปินมีเส้นสายถึงกัน เธอถึงได้หลับตาข้างหนึ่งปล่อยผ่านเรื่องนี้มาตลอด!
"ประธานกู้ครับ" หลี่เจียงเหอฝืนยิ้มออกมา ซึ่งดูน่าเกลียดเสียยิ่งกว่าตอนร้องไห้ "เรื่องนี้ต้องมีเรื่องเข้าใจผิดอะไรกันแน่ๆ!"
"คุณให้เลขาฯ ฟางถอนประกาศออกไปก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมจะเรียกผู้จัดการซูมา พวกเรามานั่งคุยกันให้รู้เรื่อง รับรองว่าต้องเคลียร์ความเข้าใจผิดนี้ได้แน่!"
"คิดจะเอาซูเหวินปินมาข่มฉันเหรอ?" กู้ไฉ่เวยมองแผนการตื้นๆ ของหลี่เจียงเหอออกทะลุปรุโปร่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "เขาปกป้องคุณไม่ได้หรอก!"
"ซูเหวินปินก็ถูกไล่ออกไปแล้วเหมือนกัน!"
"ฟางจิ้ง เอาเรื่องของคนที่เกี่ยวข้องคนอื่นๆ ประกาศออกไปให้หมดด้วยเลย!"
เธอกวาดสายตามองทุกคน แผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาโดยไม่ต้องแสดงความโกรธ "ทุกท่าน ในชิงเฉิงเหม่ยจวงมีพวกเหลือบไรที่รับเงินเดือนไปวันๆ โดยไม่ทำประโยชน์อะไร หรือไม่ก็พวกประพฤติตัวไม่เหมาะสม ใช้ตำแหน่งหน้าที่หาผลประโยชน์ส่วนตัวอยู่ไม่น้อย!"
"ฉันได้ตัดสินใจแล้วว่าจะกวาดล้างพวกมอดปลวกเหล่านี้ให้หมดไป พนักงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็จะถูกไล่ออกทั้งหมด!"
"นอกจากนี้ คนที่ได้อยู่ต่อจะได้รับการปรับเงินเดือน วางใจได้ มีแต่ขึ้นไม่มีลง!"
"ประเมินเบื้องต้น อัตราการขึ้นเงินเดือนจะอยู่ระหว่างห้าสิบถึงหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์!"
"ทุกคนที่ตั้งใจทำงานจะได้รับผลตอบแทนที่สมควรได้รับ คนที่มีความสามารถโดดเด่นก็จะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง โดยพิจารณาจากความประพฤติและความสามารถเป็นหลัก ไม่สนใจอายุงาน และยิ่งไม่สนเรื่องเส้นสาย!"
"ส่วนคนที่ความสามารถยังไม่ถึง แต่เพิ่งเข้าทำงานได้ไม่เกินหนึ่งปี บริษัทจะให้ช่วงเวลาปรับตัวและจัดให้มีการฝึกอบรม จะคว้าโอกาสนี้ไว้ได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับพวกคุณเองแล้ว"
"ความประพฤติต้องมาก่อน ความสามารถตามมาเป็นอันดับสอง ส่วนเส้นสายนั้นไร้ค่า!"
"นี่คือความประสงค์ของเจ้านาย และเป็นความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยวของฉันด้วย!"
คำพูดของกู้ไฉ่เวยดังก้องกังวานและหนักแน่น ทั่วทั้งบริเวณเงียบกริบไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงโห่ร้องด้วยความยินดีจะดังสนั่นจนแทบจะพลิกเพดาน
ทุกคนพากันตะโกน 'เจ้านายจงเจริญ ประธานกู้จงเจริญ' เลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่าน เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังใจในการทำงาน
แทบทุกคนที่ทำงานต่างก็อยากมีโอกาสได้ลืมตาอ้าปากกันทั้งนั้น แต่ถ้าหากเบื้องบนมีคนอย่างหลี่เจียงเหอคอยกดหัวไว้ แถมตัวเองก็ไม่ได้มีเส้นสายอะไรกับเขา ก็เท่ากับว่าหมดหวังโดยสิ้นเชิง
ยกตัวอย่างเช่นพานเฉิงที่เป็นหัวหน้างาน ความสามารถก็งั้นๆ แต่เพราะเขามีเส้นสายกับหลี่เจียงเหอ ถึงได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นมา
หลายคนไม่พอใจเขา แต่ก็ทำได้แค่เก็บกดไว้ในใจ
เรื่องที่ตัวเองเปลี่ยนแปลงไม่ได้ก็ทำได้แค่ปรับตัวและยอมรับให้ชิน แต่การทำงานแบบนั้นมันก็ทำให้หมดไฟ เพราะยังไงเงินเดือนก็มีแค่นั้น ต่อให้พยายามมากขึ้นแค่ไหนก็ไม่แน่ว่าจะได้ขึ้นเงินเดือน
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ตามที่กู้ไฉ่เวยเพิ่งพูดไป ทุกคนล้วนมีความหวังแล้ว!